แหล่ง shopping
   สินค้าจากร้านค้า
Real Hair 2 กล่อง (เรียวแฮร์ เซรั่มปลูกคิ้ว หนวด เครา จอน)
ดูขนาดรูปภาพจริง
Battery Mainboard c051
ดูขนาดรูปภาพจริง
Onitsuka Tiger รุ่น Mexico66 Slip on Paraty ขาว/ชมพู
ดูขนาดรูปภาพจริง
น้ำยาถูพื้น,ล้างจาน,ทำความสะอาดอเนกประสงค์
ดูขนาดรูปภาพจริง
ตัวอย่างสินค้าของลูกค้า ทำบัตรพื้นใส
ดูขนาดรูปภาพจริง
Joy Stick T.Flight Stick X C0071 280959
ดูขนาดรูปภาพจริง
โปรแกรมคลินิกสัตว์เลี้ยง , สถานพยาบาลสัตว์เลี้ยง , โรงพยาบาลสัตว์ , ร้านขายของสัตว์เลี้ยง
ดูขนาดรูปภาพจริง
Lovely : Seecon ดำ E18
ดูขนาดรูปภาพจริง
KALOW แกลโล
ดูขนาดรูปภาพจริง
ลำโพง บลูทูธ Bluetooth Speaker ไร้สาย กันน้ำ HPBTS-06
ดูขนาดรูปภาพจริง
Reebok เสื้อยืดคอกลมสีม่วงเข้ม ไซส์ S ของมันต้องมี
ดูขนาดรูปภาพจริง
คอนโดสำหรับเช่า 1 ห้องนอน City Garden Tropicana (ซิตี้ การ์เด้น ทรอปิคานา)
ดูขนาดรูปภาพจริง
Repel Water Korotsuya (Blue Rose)
ดูขนาดรูปภาพจริง
ขนมปังญวน ,ขนมปังเวียดนาม
ดูขนาดรูปภาพจริง
เทคโนโลยีลดเวลาการขนถ่ายสารเคมีข้นหนืดในกระบวนการสูบส่ง
ดูขนาดรูปภาพจริง
RJK SNAIL Natural Day Cream SPF20 PA+++ 5 ml. ครีมบำรุงเมือกหอยทาก
ดูขนาดรูปภาพจริง
กรอบรูปพร้อมแสตมป์พระราชพิธี
ดูขนาดรูปภาพจริง
Revitox Creme ครีมหน้าเด้ง โบท๊อก
ดูขนาดรูปภาพจริง
วิธีการเลือกเครื่องขัดสีรถ เลือกเครื่องขัดสีรถรุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี
ดูขนาดรูปภาพจริง
ชุดราตรียาวของเด็ก หรูหราสีเขียวแขนจั๊ม (พร้อมส่ง)
ดูขนาดรูปภาพจริง
คอนโดสำหรับเช่า 2 ห้องนอน The Cloud Condominium Pattaya (เดอะ คลาวด์ คอนโดมิเนียม พัทยา)
ดูขนาดรูปภาพจริง
Real Hair : Hair Set 2 Set มี 4 ชิ้น (เรียวแฮร์ : ดูแลปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน)
ดูขนาดรูปภาพจริง
ตู้เย็น Teka รุ่น NFD 650 INOX
ดูขนาดรูปภาพจริง
คอนโดสำหรับเช่า 1 ห้องนอน City Garden Pratumnak (ซิตี้ การ์เด้น พระตำหนัก)
ดูขนาดรูปภาพจริง
ชุดราตรีเด็กกรุ๊ปโต(พร้อมส่ง)
ดูขนาดรูปภาพจริง
 
เรื่องย่อละคร ตามบทโทรทัศน์
 

สุสานภูเตศวร [ ตอนที่ 16 - 20 ]

 

จำนวนคนเข้าชม : 754 ครั้ง            update : 24/3/2009

   
   
  สุสานภูเตศวร 16  
 พรานแก้วมาช่วยสาไว้ได้ทันก่อนที่จะถูกพวกอสูรร้ายรุมฉีกเนื้อกิน พรานแก้วจัดการทั้งอสูรทั้งสองตนแล้วก็รีบพากันเข้าไปในถ้ำ
 นิลพัตรากับกาฬจักรมาพบเทิดณรงค์นอนหมดสติอยู่ จึงช่วยเทิดณรงค์ไว้ นิลพัตราเข้ามากอดแน่น โดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตัวเอง
 "พัตร พัตรไม่เป็นไร พัตรปลอดภัย ใช่ไหม" เทิดณรงได้ได้สติ จับไหล่ออกห่างเพื่อมองหน้าตา จับหน้าตา จับผม ลูบแขน
 นิลพัตราเช็ดเลือดที่หน้าเทิดณรงค์เบาๆ "นี่คุณมาตามหาฉันเหรอ"
 "พรานแก้วบอกว่าคุณถูกจับตัวมา"
 กาฬจักรมองภาพตรงหน้า แววตาตระหนักถึงความจริง
 "เจ้ามนุษย์ที่สวดบูชาฆุม เจ้าผู้สามารถอ่านศิลาจารึกแห่งข้า เจ้า คือคนนำสาร ผู้นำตรีพักตราสูรมาสู่นาง"
 แล้วเทิดณรงค์ก็นึกได้รีบดึงนิลพัตรามากอดอีก มองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
 "มันอยู่ไหน ไอ้คนที่จับคุณมาอยู่ไหน"
 นิลพัตราหันไปมองหน้ากาฬจักรที่มองเธออยู่ "ปล่อยเราไป นะคะ เราจะพยายามช่วยคุณทุกทาง ไม่ว่าคุณอัคคีจะว่ายังไง ใช่ไหมเทิด เทิดก็เห็น ว่าพัตรไม่เป็นไร พัตรไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน คุณคนนี้เขาไม่ได้ทำร้ายอะไรพัตรเลย"
 เทิดณรงค์มองตามสายตานิลพัตรา ไม่เห็นอะไร "พัตร คุณ พูดกับ ใคร"
 เสียงดังมาอีก หินบางส่วนร่วงพรู "นิลพัตรา"
 นิลพัตราลุกมาหากาฬจักร "เราจะหนีไปทางไหนดีคะ คุณช่วยเราด้วย เทิดบาดเจ็บมากเลย คุณรู้เส้นทางในนี้ดีไม่ใช่เหรอคะ"
 กาฬจักรทราบด้วยอำนาจของตนว่าภูเตศวรได้เข้ามาในถ้ำแล้ว จึงบอกทางออกจากถ้ำให้นิลพัตรา
 นิลพัตรากับเทิดณรงค์พากันเขยกๆ มาสักพัก เทิดณรงค์ไม่ไหว หยุดเกาะหิน สูดลมหายใจ นิลพัตราลดตัวลงดูแผลที่ขาเทิดณรงค์ เขาร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
 "มันเริ่มบวมออกมาแล้วเทิด สงสัยขาจะหัก กระดูกข้อเท้าด้วย เป็นจุดที่ต้องรับน้ำหนักตัวของคุณ คุณคงตกลงมากระแทกแรงมาก"
 เทิดณรงค์นิ่งไป แล้วรู้สึกถึงความเงียบสงบ "เหมือนถ้ำมันหยุดสั่นสะเทือนแล้วนะ พัตรแผ่นดินหยุดไหวแล้ว"
 "จริงสิ" นิลพัตราหันมองรอบๆ "แต่คุณจะเดินไปแบบนี้ไม่ไหวแน่ เทิด เอ่อ เดี๋ยวฉันขอไปดูแถวนี้หน่อย เผื่อมีเศษไม้ หรืออะไรจะได้เอามาดามขาให้คุณก่อน"
 นิลพัตราลุกขึ้นจะเดินออกไป "เดี๋ยว พัตร!"
 "ฉันไม่เป็นไรหรอก คุณอยู่ตรงนี้นะ อย่าไปไหน เดี๋ยวฉันมา"
 นิลพัตราลุกเดินออกไป พร้อมไฟแช็กเทิดณรงค์ ชายหนุ่มมองตามด้วยความเป็นห่วง
 นิลพัตราเดินหาเศษไม้ภายในถ้ำ เจอเศษฟืนตกๆ สองสามอัน ระหว่างนั้นนิลพัตราได้ยินเสียงกุกกักดังมา นิลพัตราหันขวับคว้าก้อนหินขึ้นมากระชับพร้อมสู้
 "ใคร!"
 เสียงกุกกักดังขึ้นอีก นิลพัตรากลัวแต่ก็อยากรู้ว่าเป็นอะไรจึงเดินตรงไปที่เสียงนั่น เธอเดินเข้ามาที่หลังกองหิน  แล้วก็โล่งใจเมื่อไม่พบอะไร พอจะหันหลังกลับก็ได้ยินเสียงกุกกักอีก นิลพัตราหันขวับกลับมาแล้วเดินไปตามเสียง แล้วก็ชะงักไปเมื่อเห็นสร้อยตรีพักตราสูรหล่นอยู่กับพื้นตรงหน้า ส่องแสงเรืองๆ
 ทันใดนั้นนิลพัตราก็ดับไฟแช็กในมือลง ปล่อยหล่นลงพื้น เหมือนโดนมนต์สะกดให้เดินเข้ามาหาสร้อย
 "นิลพัตร นิลพัตร" นิลพัตราหยิบสร้อยตรีฯขึ้นมา เสียงของสร้อยดังกังวาลออกคำสั่ง "สวมข้า สวมข้า"
 นิลพัตราดวงตาเลื่อนลอยค่อยๆ กางสร้อยออกกำลังจะคล้องคอ แต่ทันใดนั้นเทิดณรงค์ก็เข้ามาแตะที่ไหล่ของนิลพัตรา
 "พัตร! เป็นอะไร" เทิดณรงค์จุดไฟแช็ก สว่างขึ้นอีกครั้งที่หน้านิลพัตรา
 นิลพัตราสะดุ้งตื่นจากภวังค์ "เอ่อ คือ อ้าว แล้วคุณมาทำไม"
 "ผมเห็นคุณหายไปนาน สร้อยหน้ายักษ์! มันมาอยู่นี่ได้ยังไงพัตร"
 "พัตร พัตรก็ไม่รู้เหมือนกัน" นิลพัตรารีบยื่นออกมาอย่างตกใจให้ห่างตัว
 เทิดสังเกตุอาการงุนงงของนิลพัตราแล้วมองสร้อยไม่ไว้ใจ แล้วตัดสินใจ สวมสร้อยเข้ากับคอตน ที่มีตะกรุดพระธุดงค์สวมอยู่แล้ว เอาตะกรุดพระธุดงค์ขึ้นมาพนมไหว้ ปลุกพระ แล้วเอาตัวตะกรุดทับลงทาบบนหน้ายักษ์ ทันใดนั้น สร้อยตรีฯ มีควันจางๆ ไหลออกมา พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนดังก้องขึ้นภายในถ้ำ เทิดณรงค์กับนิลพัตรามองหน้ากันแบบตะลึงๆ แล้วมองไปรอบๆหวาดๆ  
 พรานแก้วกับสาเข้ามาในถ้ำก็พบว่ากาฬจักรกำลังต่อสู้กับอัคคีอยู่ จึงพาสาหลบออกจากถ้ำไป แล้วรีบกลับไปสมทบกับจุฑา
 กาฬจักรต่อสู้กับอัคคีภายในถ้ำ และต้องแปลกใจเมื่อเห็นอำนาจของอัคคีแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อน เมื่ออัคคีถามถึงนิลพัตรา กาฬจักรจึงโกหกว่าเขาได้กลืนกินเธอไปเรียบร้อยแล้ว
 อัคคีเสียใจมากจนพลังอำนาจเสื่อมถอยลง กาฬจักรจึงพลิกสถานการณ์ขึ้นมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ ขณะที่อัคคีกำลังจะเสียท่า มะแตนายก็ปรากฏกายขึ้นช่วยอัคคีแล้วพาเขาหลบหนีไป
 เทิดณรงค์ขาหักจากการที่หล่นลงมาในถ้ำ นิลพัตราจึงหาไม้มาดามขาให้เขาก่อนจะออกจากถ้ำ แต่ทั้งคู่เกิดก้าวพลาดพลัดตกไปในลำธาร แรงน้ำพัดพาทั้งคู่ออกมาจากถ้ำจนมาถึงแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างจากถ้ำพอสมควร นิลพัตรารีบพาเทิดณรงค์ที่หมดสติขึ้นมานอนพักที่ใต้ชะง่อนหินริมลำธาร
จบตอน 16


สุสานภูเตศวร 17  
 หลังการต่อสู้ทำให้กาฬจักรบาดเจ็บไม่น้อย เขาจึงนั่งสมาธิรักษาร่างกายบนชะง่อนผา แล้วร่ายคาถาภาษาอโฆราลัย ไม่นานบาดแผลต่างๆ ก็สมานกันเป็นปกติ แต่เมื่อรู้ว่าสร้อยตรีพักตราสูรหายไปจากถ้ำ เขาก็คำรามออกมาด้วยความโมโห
 "สร้อยตรีพักตราสูร มันหายไปตั้งแต่เมื่อใด ข้าไม่มีวันยอมให้เจ้าคืนสู่นาง!"
 กาฬจักรลุกพรวด เขาใช้อำนาจออกค้นหา แต่ก็มิอาจจะจับกระแสของสร้อยที่ถูกตะกรุดศักดิ์สิทธิ์ของเทิดณรงค์สะกดเอาไว้ได้
 เทิดณรงค์ได้สติขึ้นตอนกลางคืน เขาเห็นนิลพัตราทำแผลเช็ดเนื้อตัวเปลี่ยนชุดให้ แต่ไม่เห็นนิลพัตราอยู่ จึงแข็งใจเดินตามหาเธอที่ลำธาร
 "เทิด ออกมาเองได้ไง ทำไมไม่เรียกพัตร" นิลพัตรารีบลุกมาหา จับหน้าผาก ดีใจ "ตัวเย็นแล้วนี่ หิวรึเปล่า"
 เทิดณรงค์มองไปที่เหนือกองไฟ มีหม้อดินเผา รูปร่างแปลกพิลึกบิดเบี้ยว กำลังตั้งต้มน้ำอยู่ ส่วนถ้วยกาแฟนั้น นำมาจากฝากระติกน้ำของเทิดณรงค์ ที่เป็นสังกะสี
 "หม้อดิน" เทิดณรงค์ทำหน้าสุดทึ่ง
 "โชคดีนะ ที่ตอนเด็กๆ ชอบเล่นดินเล่นทราย เล่นปั้นหม้อดินเผามาก่อน ถ้าเอาแต่เล่นตุ๊กตาบาร์บี้กับเกมส์บอยล่ะ อดตายแน่ๆ แต่ยังไง เราก็มีแค่ขนมกับกาแฟจากเป้คุณแค่นี้เองล่ะ"
 "ขาผม"
 "หักสนิท แต่ฉันทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว คุณคงต้องพักแบบนี้ไปอีกสองสามวัน เราถึงจะเริ่มเดินทางต่อได้ ไม่งั้นคุณอาจขาเสียถาวร นี่ฉันก็จุดไฟให้มีควันแบบนี้ตลอดเวลา เผื่อว่าจะมีคนเห็นบ้าง"
 เทิดณรงค์นั่งลงกัดกินแท่งอาหาร สลับกับดื่มกาแฟจากฝากระติกเอื๊อกๆ นิลพัตรานั่งมอง สีหน้าอ่อนโยน มีความสงสารเอ็นดูขึ้นมา เทิดณรงค์ถามว่าพระอาทิตย์ตกทางไหน นิลพัตราอึ้งไม่แน่ใจแต่ก็ชี้บอก เทิดณรงค์ต่อว่าทำไมเธอไม่ดูว่าตกทิศไหนจะได้รู้ทิศทาง
 นิลพัตราจี๊ดปี๊ดขึ้นสมอง "ใช่สิ เราไม่มีวันรู้ทิศทางหรอก คุณรู้มั้ย ว่าเพราะอะไร เพราะคุณตัวร้อนมาก แล้วฉันเจอยาแก้ปวดในเป้คุณ ฉันก็เลยต้องเอามานั่งตำๆๆๆ แล้วก็เอากรอกปากคุณไง แล้วก็คอยเอาผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำ เช็ดหน้าเช็ดตัวให้คุณให้ไข้ลด กว่าคุณจะสงบ มันก็มืดแล้ว ฉันก็เลยไม่รู้ไง ว่าพระอาทิตย์มันตกยังไง ตกอีท่าไหน"
 นิลพัตราจะร้องไห้อยู่แล้ว แต่ไม่อยากให้เทิดณรงค์เห็นเธอสะบัดลุก หันหลังให้ เทิดณรงค์หน้าซีด เอ๋อไปเลย
 "เอ้อ พัตร คือ ผม ขอโทษ ผม"
 "ไม่ต้องหรอก พัตรมันไม่เอาไหนจริงๆ เป็นผู้หญิงที่ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับเทิดเลย"
 "พัตร อย่าประชดสิ ถ้าไม่ใช่พัตร ป่านนี้เทิดอาจจะตายไปแล้วก็ได้"
 "ใช่สิ เพราะพัตรรักษาคนได้ไง พัตรทำแผลได้ ให้ยาได้ พัตรก็ทำได้แค่นี้แหละ เทิดถึงได้ทิ้งพัตรไปไง"
 "พัตร" เทิดณรงค์พูดไม่ออก อยากจะทุบหัวตัวเอง
 นิลพัตรายืนร้องไห้เงียบๆ คนเดียว ไม่หันกลับไปอีก เทิดณรงค์บื้อใบ้ นั่งจ้องไฟ โกรธตัวเอง นิลพัตราเช็ดน้ำตา พยายามมองสูงๆ เพื่อไม่ให้น้ำตาไหลอีก
 นิลพัตรามองแต่ที่กองไฟ ไม่มองที่อื่นเลย จากนั้นก็ถอยออกมา ปัดๆ พื้นแถวๆ นั้น ก่อนจะล้มตัวลงนอน หันหลังให้เหมือนเทิดณรงค์ไม่มีตัวตน เทิดณรงค์มองอย่างไม่สบายใจ ในที่สุดตัดสินใจเรียก แต่นิลพัตรานิ่ง
 "พัตร นอนตรงนั้นน่ะ มันจะมีน้ำค้างนะ" นิลพัตราเฉย
 "พัตรเข้ามานอนใต้ชะง่อนหินนี่จะดีกว่านะจ๊ะ" นิลพัตราหลับตา
 "พัตร ถ้าพัตรป่วยไปอีกคน แล้วเทิดจะเป็นไงล่ะ"
 นิลพัตราทนไม่ไหว พูดโดยไม่หันมามอง "ก็ดีสิ จะได้ตายๆ กันซะให้หมด"
 เทิดณรงค์ดีใจ ที่นิลพัตราเถียงออกมา "พัตร ถ้าพัตรโกรธ เกลียดเทิด ก็มาทำร้ายเทิดสิ อย่าทำร้ายตัวเอง"
 นิลพัตราพลิกตัวพรวดหันมามองหน้า "ใครว่าฉันทำร้ายตัวเอง ฉันนอนข้างกองไฟเพราะมันอุ่นสบายดีตะหาก อย่านึกนะ ว่าคุณจะมีอิทธิพลมาทำให้ฉันรู้สึกอะไรได้"
 "อ๋อ ตรงกองไฟนั่นมันอุ่นเหรอ"
 "ใช่ เชอะ ฉันไม่บ้าทำร้ายตัวเองเพราะประชดใครหรอกย่ะ" นิลพัตราพลิกตัวกลับ หันหลังให้ตามเดิม
 "แล้วก็ไม่บอก" เทิดณรงค์นั่งถัดๆๆ กระเถิบๆ จนตัวไปอยู่ริมกองไฟ ใกล้นิลพัตรา แล้วก็ล้มตัวลงนอนข้างๆ เฉยเลย
 "เอ๊ะ เทิด คุณจะทำอะไร" นิลพัตราลุกพรวดขึ้น
 "อ้าว ก็ พัตรบอกว่าตรงนี้มันอุ่นดีไง เทิดก็เลยต้องมานอนตรงนี้สิ เทิดไม่สบายอยู่นี่ ต้องการความอบอุ่นอย่างแรง"
 "แต่ตรงนี้มันมีน้ำค้างนะ เดี๋ยวไข้ก็กลับหรอก"
 "อ้าว แล้วตกลงนอนตรงไหนมันดีกว่ากันแน่ล่ะ"
 "เข้าไปนอนใต้ก้อนหินเดี๋ยวนี้"
 "ไม่"
 "ตามใจ เธอนอนนี่ งั้นฉันไป" นิลพัตราลุก เดินไปนอนใต้ชะง่อนหิน ขดตัว หันหลังให้
 เทิดณรงมองๆ ลุกขึ้น นั่งคิดไปมา นิลพัตราขยับตัวให้ท่านอนสบายขึ้น ขดตัว กอดอก กำลังเคลิ้ม ตากำลังจะปิดลง ทันใดมีเสียงคนล้มข้างๆ โครม เทิดณรงค์ร้องลั่น นิลพัตราสะดุ้ง ลุกนั่งชะเง้อดู เทิดณรงค์นั่งตัวงอ กุมขาข้างที่หัก
 "โอ๊ย เลือด เลือดออกเต็มเลย ตายแน่ ตายแน่ๆ ฮือๆๆ"
 นิลพัตราหน้าซีด รีบวิ่งไปดู "เลือดออกเหรอ เทิด เลือดออกมาจากตรงไหน ที่ขาเหรอ"
 นิลพัตราจับตัวเทิดณรงค์ให้หันมาให้ดู แล้วชะงัก ขาเทิดก็เหมือนเดิมที่ได้ทำเฝือกไว้
 "ไหนล่ะ เลือด"
 "เลือดมันอาจจะตกในก็ได้นะ พัตร มันเจ็บมากๆ เลย เจ็บจี๊ดๆ เลยอ่ะ"
 นิลพัตราชะงัก มองหน้า "เจ็บจี๊ดๆ เหรอ"
 "แบบว่า มันแปล๊บๆ"
 นิลพัตรารู้ทัน แค้นใจ กำปั้นขึ้นมาอยากจะทุบ "แปล๊บๆ ใช่มั้ย ได้ เอาให้สาหัสไปเลยมั้ย"
 เทิดณรงค์จับมือไว้ "พัตร ผมขอโทษนะ"
 นิลพัตราถลึงตาใส่ พยายามจะดึงมือออก "ไม่ต้องมาทำมุกทุเรศๆ แบบนี้เลย คุณนี่มันหน้าด้านจริงๆ นะ เทิด ขี้โกงที่สุด"
 "พัตร ให้อภัยผมนะ อย่าถือสากับปากเสียๆ ของผมเลยนะ สงสารผมเถอะ ผมมันโง่จริงๆ ผมมันเป็นผู้ชายไม่ได้เรื่อง ทำอะไรผิดพลาดอยู่เรื่อยเลย แต่ผม ผมทำได้ทุกอย่าง เพื่อให้คุณปลอดภัยผมจะต้องพาคุณออกไปจากที่นี่ให้ได้ แล้วก็จะต่อสู้กับทุกอย่าง ทุกคน ที่จะมาทำร้ายคุณ"
 นิลพัตราอึ้ง มองหน้า ดูแววตา ค้นหาความจริงใจ เทิดณรงค์มองตอบ แววตาอ้อนวอน สำนึกผิด นิลพัตรามองๆ แล้วทำใจแข็ง เมินหน้าไป
 มะแตนายพาอัคคีหลบไปพักรักษาตัว ระหว่างที่รักษาตัวอยู่นั้นอัคคีก็เอาแต่เพ้อหาแต่นิลพัตร ทำให้มะแตนายทั้งโมโหและน้อยใจที่อัคคีไม่เคยเห็นความสำคัญของเธอเลย
 มะแตนายคิดถึงการเสียสละของเธอในอดีต ตอนเธอพาเหล่าทหารไปช่วยภูเตศวรจากการถูกกาฬจักรทำร้าย แล้วเธอก็เห็นภาพภูเตศวรกอดนิลพัตรที่อยู่ในอ้อมอก มีมีดเสียบแทงอกนิลพัตรทะลุด้านหลังภูเตศวร เลือดไหลนองเต็มพื้น ส่วนกาฬจักรยืนพิงกำแพงร้องไห้ด้วยความหัวใจสลาย ที่ต้องสูญเสียหญิงที่รัก
 มะแตนายตั้งสติได้ก็ออกคำสั่งกับทหาร แต่ไม่มีทหารคนไหนกล้าจับตัวกาฬจักร แถมกาฬจักรยังประกาศว่า
 "พวกเจ้าจักกระทำสิ่งใด นางดอกบัวทองรองพระบาทมีอำนาจสั่งการพวกเจ้าตั้งแต่เมื่อใดทหาร ข้า กาฬจักร จอมทัพแห่งอโฆราลัย เป็นผู้แทงดาบสู่หัวใจของนางอสรพิษและประหารภูเตศวร ทรราชย์ ที่กดขี่รังแกปวงชนจนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า บัดนี้อโฆราลัยเป็นอิสระ พวกเจ้าจะยอมรับโทษประหาร ในฐานที่รับใช้ทรราชันย์ กระทำการชั่วร้ายต่อแผ่นดิน หรือจะร่วมกับข้า สถาปนาอาณาจักรอโฆราลัยขึ้นใหม่"
 เหล่าทหารต่างยินดีร่วมมือกับกาฬจักร พากันทิ้งอาวุธและคุกเข่าต่อหน้ากาฬจักร
 "นางดอกบัวทอง เจ้าหมดหน้าที่แล้ว เจ้าจะไปให้พ้น หรือจะขอมอบตัว ให้ข้าจับมารับโทษสถานหนัก ร่วมกับเจ้านายเก่าของเจ้า"
 มะแตนายจ้องกาฬจักร แล้วมองพวกทหารอย่างเสียใจ ผิดหวัง รังเกียจ แล้วในที่สุด ก็ถุยน้ำลายออกมา ก่อนจะสะบัดเดินออกไป ทหารจะตามแต่กาฬจักรห้ามไว้
 กาฬจักรนำศพของภูเตศวรกับนิลพัตรไปไว้สุสานหลวง จากนั้นก็สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองนครอโฆราลัย
 ขณะที่ชาวเมืองกำลังฉลองรับกษัตริย์ใหม่ มะแตนายก็แอบลักลอบเข้าไปสุสานหลวง ภายในวิหารมีเพียงใต้และตะเกียงจุดเป็นระยะ ศพภูเตศวรกับนิลพัตรวางคู่กันที่แท่นสูง เครื่องประดับพิธีศพทำจากทองคำล้วนอย่างสมเกียรติกษัตริย์โบราณ
 ภูเตศวรนอนสงบ แต่งองค์ด้วยชุดกษัตริย์ทองคำ นิลพัตรในชุดราชินีทำด้วยทองคำเช่นกัน สวมสร้อยตรีพักตราสูรไว้ที่กลางอก มะแตนายในชุดดำ แฝงความมืดเข้ามาภายในห้อง ถลาเข้าไปเกาะโลงบรรจุพระศพของภูเตศวร มองภูเตศวรตลอดทั้งร่างกาย แววตาสั่นระริก น้ำตาไหล ก้มจูบเท้าภูเตศวร
 "องค์ราชันย์ของข้า ฮือๆๆๆ"
 สักพัก มีเสียงเปิดประตูโลหะ เสียงดังกึงกัง มีเสียงฝีเท้าดังมา มะแตนายตกใจ รีบหาที่ซ่อน กาฬจักรเข้ามาในห้อง ยืนตระหง่านมะแตนายแอบดูอยู่มุมหนึ่ง แค้นใจ กาฬจักรเข้าไปที่ภูเตศวร แล้วกลับคุกเข่า ส่งเสียงร้องไห้ออกมา สะอึกสะอื้น มะแตนายชะงัก
 "ภูเตศวร ได้โปรดอภัยให้ข้า พระองค์เอง ทำให้ข้าต้องเลือกจุดจบเยี่ยงนี้ เพราะหาไม่แล้ว ข้าจักเป็นฝ่ายที่ต้องตายด้วยน้ำมือของพระองค์"
 มะแตนายขบฟัน น้ำตาไหลเช่นกัน กาฬจักรลุกขึ้น แล้วเดินลากขาไป ยืนดูทางด้านศพนิลพัตร
 "นิลพัตร เราจงจบสิ้นต่อกันตลอดกาล ข้าจักไม่ขอมีความรักต่อหญิงใดอีก ขอองค์ตรีพักตราสูรจงสะกดเจ้าไว้ชั่วนิรันดร์"
 กาฬจักรมองนิลพัตรอย่างเจ็บปวด ก่อนจะระงับอารมณ์ ถอยออกมา ทำความเคารพให้แก่ศพทั้งสอง แล้วเดินออกไป มะแตนายออกมาจากมุมที่ซ่อน มะแตนายมายืนดูร่างนิลพัตร มองไปที่สร้อยตรีพักตราสูร มะแตนายตาเบิกคิดร้าย
 ที่รูปปั้นเทวรูปตรีพักตราสูรใจกลางเทวาลัย แลดูยิ่งใหญ่ ขลึมขลัง ศักดิ์สิทธิ์ ลึกลับและทรงพลัง ท่ามกลางเสียงเทียนวูบไหวไปมา ก่อนจะเห็นมะแตนายถือสร้อยตรีฯนั่งทำพิธีกรรมบูชาต่อหน้าเทวรูปตรีพักตราสูรในวงล้อมของเทียนที่เรียงเป็นรูปดาว 5 แฉก มะแตนายท่องบทสวดเป็นภาษาอโฆราลัย พร้อมๆ กับชูมีดขึ้นเหนือหัว เอามีดจิ้มลงบนฝ่ามือ ค่อยๆ กดเข้าไป จนเลือดไหลออกมา มะแตนายยื่นมือออกมาให้เลือดไหลเป็นทางลงสู่สร้อยตรีพัตราสูร เลือดทุกหยดหายซึมเข้าไปในสร้อยตรีฯ ราวกับถูกดูดสูบเข้าไป ทันใดพลอยประดับในสร้อยตรีฯก็พลันเปล่งประกายขึ้นมา
 "ข้าแต่ตรีพักตราสูร ขอพระองค์จงมาสถิต ณ สร้อยตรีพักตราสูรแห่งนี้ โปรดจงสำแดงพลัง"
 สร้อยตรีพักตราสูรสว่างวาบ เกิดการสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ ฝุ่นผงร่วงกราว เกิดแสงสว่างจ้าจากเทวรูปตรีพักตราสูร แล้วเทวรูปตรีพักตราสูรก็เริ่มขยับเขยื้อนเปลี่ยนหน้าสลับไปมา
 "นางดอกบัวทองรองบาท เจ้าปลุกข้าขึ้นมาด้วยเหตุอันใด"
 "ตรีพักตราสูร ท่านคือเทพประจำราชวงศ์แห่งองค์ภูเตศวร บัดนี้ องค์ภูเตศวรสิ้นแล้ว"
 "องค์ภูเตศวรสิ้นแล้ว องค์ภูเตศวรสิ้นแล้ว องค์ภูเตศวรสิ้นแล้ว"
 เทวรูปตรีพักตราสูรคำรามก้องซ้อนทับกันไป เทวาลัยสั่นสะเทือน
 "ได้โปรด ทำให้องค์ภูเตศวรฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ข้ารู้ว่าท่านทำได้"
 "เป็นเช่นนั้น"
 "ข้ายินดีสละทุกอย่าง"
 "นางดอกบัวทองรองบาท เป็นบุญขององค์ภูเตศวรที่มีทาสรับใช้เช่นเจ้า..ข้าจะคืนชีวิตและอาณาจักรให้ภูเตศวร แต่ชีวิตย่อมแลกด้วยชีวิต ถ้าเจ้าต้องการให้ภูเตศวรฟื้น เจ้าต้องสละชีพตัวเอง"
 "ชีวิตข้าแลกชีวิตองค์ราชันย์"
 "นางดอกบัวทองรองบาท เจ้าจะทำเพื่อเจ้านายของเจ้าได้หรือไม่"
 มะแตนายแววตามุ่งมั่น "ไม่มีอะไรที่ข้าจะสละเพื่อองค์ภูเตศวรไม่ได้"
 เทวรูปตรีฯหัวเราะ เสียงกระหึ่มจนเทวาลัยสะเทือนกว่าเดิมราวกับจะถล่มทะลาย มะแตนายแหงนเงยมอง ท้าทาย ไม่มีความหวั่นกลัวแม้แต่นิด
 ที่เก็บพระศพ พระจันทร์สว่างเป็นสีแดง มะแตนายในชุดลินินขาว มีสร้อยตรีพักตราสูรสวมเด่นอยู่ที่คอ ศพภูเตศวรนอนซีดเซียวอยู่ เคียงกับศพนิลพัตร มะแตนายหยิบดาบขึ้นมากรีดไปมาในอากาศ และประกาศเสียงมั่นคง
 "ข้าแต่องค์ตรีพักตราสูร ข้าพร้อมแล้ว ที่จะแลกชีพถวายองค์ราชันย์"
 ร่างตรีพักตราสูรค่อยๆ ปรากฏขึ้น ยืนค้ำเหนือหัวภูเตศวร มะแตนายเงยมอง ยิ้มอย่างดีใจน้ำตาคลอ
 "นางดอกบัวทอง มอบชีวิตมา"
 มะแตนายร่ายรำดาบสองสามท่า หมุนร่าง ผ้าขาวปลิวพลิ้วรอบๆ ตัวเป็นสายๆ สุดท้ายมะแตนายแทงดาบเสียบอกตนฉึก ก่อนจะเซๆมาหาศพภูเตศวร แล้วล้มฮวบลง ทับไปบนร่างภูเตศวร ตรีพักตราสูรหัวเราะอย่างมีความสุข
 "ประเสริฐยิ่ง นางดอกบัวทอง เจ้าทำได้ประเสริฐ"
 มะแตนายเงยหน้ามา มองดูหน้าภูเตศวร เอามือที่เปื้อนเลือดลูบไล้ใบหน้า
 "ภูเตศวร พระองค์ได้โปรดฟื้นคืนด้วยเถิดเพคะ"
 "ภูเตศวร ด้วยอำนาจแห่งตรีพักตราสูรมหาเทพ ข้าขอสั่งให้เจ้ากลับมา ภูเตศวรจงคืนชีพ และคืนสู่บัลลังก์อโฆราลัย"
 มะแตนายเริ่มหายใจขัดๆ เอื้อมมือไป จับมือภูเตศวรแน่น แต่ศพก็นิ่งเฉย
 "ภู เต ศวร ท่าน ท่าน เหตุไฉน ยัง ไม่"
 "ภูเตศวร ข้าสั่งให้เจ้ากลับมาสู่ชีวิต ณ บัดนี้"
 ทันใดภูเตศวรค่อยๆ ปรากฏขึ้นจางๆ สีหน้าโกรธเกรี้ยว
 "ตรีพักตราสูร เจ้าเรียกข้ากลับมา ด้วยเหตุใด"
 มะแตนายหันไปเห็นดีใจ พยายามจะยื่นมือไปหา "ภูเตศวร พระองค์"
 "ภูเตศวร เจ้าจงฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ด้วยอำนาจแห่งข้า กลับสู่ร่างเจ้า ข้าขอให้พรเจ้า เจ้าจงเป็นอมตะราชันย์"
 "อมตะราชันย์หรือ ตรีพักตราสูร ข้าไม่ต้องการ ข้าจะต้องการเป็นอมตะไปไย หากไร้ซึ่งนาง"
 "พระองค์ ทรงโปรด ข้าแลกชีวิตแล้ว"
 "นิลพัตรต่างหาก ที่แลกชีวิตเพื่อข้า ทว่านางกลับสาบสูญ ข้าเฝ้าติดตามนางในความมืดและความสว่าง ระหว่างดินแดนแห่งชีวิตและความตาย แต่นางหายไป ข้าไม่พบนางอีกเลย"
 "เจ้ามิอาจพบนางนิลพัตรได้ ภูเตศวร นางไปสู่ ณ ภพอื่นแล้ว"
 ภูเตศวรกริ้วจัด "แล้วไยท่านนำข้ากลับมา ไม่ปล่อยให้ข้าไปติดตามนาง"
 "ภูเต ศวร ท่าน"
 "ตรีพักตราสูร ยามเป็นมนุษย์ ข้าเคยบวงสรวงบูชาท่านมามากมาย ท่านต้องการเครื่องพลีถวายใดๆ ข้าไม่เคยขัด แต่ท่านกลับปล่อยให้ไอ้กาฬจักรฆ่าข้ากับนิลพัตรตายง่ายๆ ดุจสุนัขที่สิ้นไร้เจ้าของ หากท่านคือเทพเจ้าแห่งราชวงศ์ภูเตศวร เป็นผู้ทรงอำนาจแห่งโลกทั้งสาม ท่านก็ต้องพานิลพัตรกลับมาสู่ชีวิตนิรันดรกับข้าด้วย"
 "เจ้าท้าทายอำนาจข้า"
 "ก็ท่านมีอำนาจที่จักกระทำได้หรือไม่เล่า หรือว่า ท่านเป็นเพียงมายา หลอกลวงกินเครื่องเซ่นสังเวยแห่งราชวงศ์ข้ามาชั่วกาลนานแล้ว"
 "ได้ ภูเตศวร ถือว่าเรามีเดิมพันต่อกัน โดยเจ้าต้องนำอีกชีวิตมาแลก"
 "ว่ามา"
 "ข้าจะเสาะหานางไปทุกภพ ทุกชาติ ทุกกาลเวลา หากเมื่อใดพบนาง ข้าจะเลือกผู้นำสารที่เหมาะสม ให้นำเอาสร้อยเส้นนี้ ที่ข้าจักแบ่งภาคลงไปสถิต เพื่อไปครอบงำกายและใจนาง แล้วเจ้า ภูเตศวร เจ้าจงตื่นขึ้น และไปทำหน้าที่พานางมาสู่สถานที่แห่งนี้อีกครั้ง แล้วจงลงมือคร่าชีวิตนางด้วยมือเจ้าเองเพื่อบูชาข้า เมื่อนั้น วิญญาณนางนิลพัตรดวงนั้น จักกลับมาสู่ร่างนี้ และคืนสู่ชีวิตนิรันดรร่วมกับเจ้า"
 "ถือเป็นคำสัญญาของท่าน ตรีพักตราสูร"
 "แล้วเราจะได้เห็นกัน"
 มะแตนายหายใจรวยริน กำลังจะสิ้นใจ ภูเตศวรปรากฏเป็นร่างโปร่งใส ก้าวเข้ามา ประคองร่างมะแตนายไว้
 "ยังมีอีก"
 "อันใด"
 "นางดอกบัวรองบาท มันยอมตายเพื่อข้า ข้าก็มิอาจให้มันตายอย่างไร้ประโยชน์"
 "เจ้าเรียกร้องเกินไปแล้ว ภูเตศวร"
 "บัดนี้เจ้าได้หยิบยืมเลือดเนื้อแลชีวิตนางไปแล้ว โดยเจ้าไม่ต้องเสียสิ่งใด วันที่ข้าคืนชีพ เจ้าต้องคืนชีพนิรันดรของนางมาให้ข้า"   
 "แล้วเจ้าจะตอบแทนข้าด้วยสิ่งใด"
 "หากอโฆราลัยคืนมาเป็นของข้า ราชวงศ์ภูเตศวรกลับคืนมาเป็นนิรันดร เจ้าก็จะมีมนุษย์มาเซ่นสังเวยเจ้าเป็นนิรันดรดุจกัน"
 "ฉลาดมาก ภูเตศวร ข้าขอสัญญา เจ้าจะได้ทุกสิ่งที่ต้องการ"
 ตรีพักตราสูรหัวเราะแล้วจางหาย ภูเตศวรโอบมะแตนายไว้ แล้วก็ค่อยๆ จางหาย มะแตนายนอนหายใจแผ่วลงๆ เลือดไหลออกมานองพื้น แล้วสิ้นใจตายในความมืดของวิหารเก็บพระศพ หน้าแท่นศพของสองร่างนั้น และแสงทั้งหมดหรี่ดับลง เหลือเพียงวงแสง ที่จับศพทั้งสามบางๆ
 ที่เต็นท์อัคคี มะแตนายแววตาสังเวชใจตัวเอง นางสูดลมหายใจลึก หันหน้ากลับมาดูภูเตศวร แล้วกลับสะดุ้งเฮือก อัคคียืนสง่า มองมา แววตาดูมีพลังอำนาจมากขึ้นแล้ว รอบกายยังมีควันจางๆ ฟุ้งตลบ
 "เจ้ารักษาข้า"
 มะแตนายคุกเข่าลง "นั่นคือหน้าที่ของข้า"
 "ตราบใดที่ข้ายังไม่ดับสูญ ข้าก็ต้องตามหามัน"
 "กาฬจักร?"
 "เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่ หากข้าไม่ตายด้วยมือมันอีกครั้ง ครั้งนี้ มันจักต้องตายด้วยมือข้า"
 "แต่ว่า ข้าอยากให้พระองค์ ทรงฟื้นพระองค์อีกสักระยะ"
 "เพื่ออันใด ข้าขอเพียงตายตกไปตามกัน ในเมื่อชีวิตนิรันดรนั้นหาไม่แล้ว ข้าก็ขอจบเพียงการล้างแค้น"
 "เมื่อต้องการล้างแค้น ก็น่าจะทรงมุ่งหมายชัยชนะ มิใช่มุ่งหมายไปตาย"
 "ตายหรือไม่ตาย หากไร้นิลพัตรา คุณค่าก็เสมอกัน"
 "นิลพัตรา ยามนี้ข้าได้ยินเพียงนามนี้จากปากพระองค์ แล้วนิลพัตรเล่าเพคะ"
 อัคคีปวดร้าว "นิลพัตรา นิลพัตร ก็คือวิญญาณดวงเดียวกัน เจ้าจะมาเล่นลิ้นหาไปไย ไม่ว่าจะเป็นนามใด หลายพันปีที่รอมา บัดนี้เหลือเพียงฝุ่นควัน"
 "นั่นก็น่าจะทำให้ยิ่งทรงถนอมพระองค์ให้มาก เพราะมิได้ต่อสู้เพื่อนางอีกแล้ว แต่เป็นการต่อสู้เพื่อพระองค์เอง และมันควรจะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ให้กาฬจักรดับสลายไปด้วย ให้สมกับที่ มันทำกับนางที่แสนดี อันเป็นที่รักของพระองค์"
 "เจ้า" อัคคีดึงมะแตนายมากอด "มีเจ้าเท่านั้น ที่เคียงข้าชั่วกาลนาน" มะแตนายแอบทำหน้าสมใจ
 ชีวินเห็นการเดินทางเต็มไปด้วยอันตราย เขาจึงถอดใจคิดจะกลับ จึงพาเจ้ยแอบเข้าไปขโมยสมบัติในเต้นอัคคี มะแตนายรู้จึงกลายร่างเภรีไปยั่วยวนชีวินและเจ้ยให้หลงกล แล้วกลายร่างเป็นผีหลอกพร้อมเสกมนต์ดำใส่ ทำให้ทั้งคู่คลุ้มคลั่งกายเป็นคนเสียสติ พรานดำใช้อาคมช่วย แต่ไม่เป็นผล
 ด้านนภศูลเป็นห่วงลูกสาว จนทนไม่ไหว คิดจะออกตามหา แต่พอดีกลุ่มพรานแก้วมาถึง นภศูลคิดว่าจุฑาคือคนลักพาตัวนิลพัตราไป จึงตรงเข้าทำร้ายจุฑา พรานแก้วรีบอธิบายให้นภศูลและทุกคนเข้าใจ
จบตอน 17

สุสานภูเตศวร 18  
 นิลพัตราฝันร้ายว่านภศูลและกลุ่มของชีวินถูกฆ่า แล้วเอาศพไปแขวนไว้บนต้นไม้อย่างสยดสยองเลือดนองเต็มไปทั่วบริเวณ นิลพัตราสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ เธอเล่าให้เทิดณรงค์ฟัง ด้วยความเป็นห่วงทุกคน เทิดณรงค์ชวนนิลพัตรากลับไปสมทบกับทุกคน
 ระหว่างทางเทิดณรงค์ไม่ยอมให้นิลพัตราแตะต้องสร้อยตรีพักตราสูร ทำให้นิลพัตราเข้าใจผิดคิดว่าเขาให้ความสำคัญกับสร้อยมากกว่าเธอ ทำให้เธอน้อยใจวิ่งหนีเทิดณรงค์ไปที่ริมลำธาร จนถูกพรายน้ำทำร้าย แต่โชคดีที่เทิดณรงค์มาช่วยไว้ทันด้วยตะกรุดของพระธุดงค์
 ที่กองไฟ นิลพัตรากอดประคองเทิดณรงค์ มานอนลงโดยทั้งสองตัวเปียกโชก ต่างเหนื่อยหมดแรงทั้งคู่
 "เทิด เป็นไงบ้าง บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
 เทิดณรงค์หอบๆ "ไม่ ไม่เป็นไร พัตรล่ะ"
 "มันตัวอะไรน่ะ"
 "มันอาจเป็นผีพรายอะไรซักอย่าง มันแพ้ตะกรุดพระธุดงค์ของเทิดนี่"
 "ผีพรายน้ำ"
 "จำไว้นะ พัตร ในป่านี้ เราจะประมาทไม่ได้ มันมีแต่ อะไรก็ไม่รู้ ที่เราอธิบายด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้เลย"
 "มันเกือบจะฆ่าเรา"
 "พัตรอย่าไปไหนห่างจากผมเด็ดขาด เข้าใจไหม ตะกรุดพระธุดงค์จะคุ้มครองเรา แต่เราก็ต้องไม่ประมาทเหมือนกัน"
 "เทิด พัตรขอโทษนะ"
 "พัตร เทิดยอมตายเพื่อพัตรได้จริงๆ นะ"
 ทั้งสองสบตากัน แล้วนิลพัตรนอนลง ขยับเข้านอนซุกกอดเทิดณรงค์ ชายหนุ่มกอดนิลพัตราแน่น
 และในคืนนี้เทิดณรงค์ไข้กลับขึ้นมา หลังจากที่ลงไปช่วยนิลพัตราในลำธาร ทำให้นิลพัตรารู้สึกผิด เธอดูแลเทิดณรงค์อย่างดี เทิดณรงค์เพ้อออกมาว่า
 "พัตร พัตรรักเทิดหรือเปล่า พัตรยังรักเทิดอยู่หรือเปล่า"
 นิลพัตราอึ้งไปนิด แนบหน้ากับหลังเทิดณรงค์ พูดเบาๆ เป็นโอกาสที่ได้เปิดใจ "รักสิ พัตรรักเทิด พัตรรักเทิดตลอดเวลา พัตรรักแต่เทิดคนเดียวเท่านั้น" นิลพัตราน้ำตาไหลออกมา
 เทิดณรงค์ทุเลาอาการสั่นลง แต่ยังหนาวอยู่บ้าง สงบลง มีอาการเหมือนหลับลึก มีรอยยิ้มค้างที่ปาก นิลพัตรากอดเทิดณรงค์น้ำตาไหลด้วยความซึ้งใจ
 เช้าวันต่อมาอาการของเทิดณรงค์ดีขึ้นมาก เทิดณรงค์โอบนิลพัตราเข้ามาใกล้ ตัดสินใจพูด
 "พัตร ถ้าเราปลอดภัยกลับกรุงเทพไปได้คราวนี้ เรามาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม"
 นิลพัตรานิ่งไป แล้วขยับออกห่าง "แต่ก่อน เราก็เคยรักกันมากใช่ไหม แต่เทิดก็ทิ้งพัตร ตอนนั้นเทิดคิดอะไร ทำไมเทิดถึงหนีพัตรไปแบบนั้นล่ะ"
 เทิดณรงค์อึ้ง นิลพัตรามองหน้า ต้องการคำตอบจริงๆ เทิดณรงค์นั่งลงที่มุมหนึ่ง เขาดึงมือนิลพัตรานั่งเคียง กุมมือทั้งสองไว้ มองหน้าจริงจัง
 "พัตร ผมมันโง่ ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรเลย นอกจาก อยากจะไป ไปให้ไกลสุดขอบฟ้า เทิดอยากจะเดินทาง อยากเป็นผู้ค้นพบ เป็นผู้พิชิต แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว เข้าใจแล้ว ว่าต่อให้ผมค้นพบอะไร ยิ่งใหญ่แค่ไหน มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าไม่มีพัตร"
 "จริงเหรอ"
 เทิดณรงค์ยืนยันหนักแน่น "จริง"
 "งั้น เทิดต้องบอกพัตรมา ว่า" ฉับพลันนิลพัตราคว้าสร้อยตรีพักตราสูรที่คอเทิดณรงค์มากำไว้ในมือ "สร้อยเส้นนี้ มันคืออะไรกันแน่ มันเกี่ยวอะไรกับเรา มันเกี่ยวอะไรกับพัตร"
 เทิดณรงค์ชะงัก "อีกแล้วเหรอ" เทิดณรงค์พยายามจะแกะมือนิลพัตรา
 นิลพัตราปล่อยทันที "นี่ไง สิ่งที่สำคัญและมีความหมายที่สุดสำหรับเทิด โอเค เข้าใจแล้ว เทิดอย่ามาเสียเวลาพูดว่ารักพัตรดีกว่า มันก็แค่คำพูด" นิลพัตราลุกเดินห่างออกมา
 "พัตร"
 "ทำไม นึกว่าพัตร อยากได้สร้อยเส้นนี้มากนักเหรอ นึกว่าพัตรมีความโลภ อยากได้สมบัติของเทิดเหรอ"
 "มันไม่ใช่สมบัติของเทิด"
 "แล้วมันเป็นของใครล่ะ"
 เทิดณรงค์ฉุน หมดความยั้งคิด ถอดออกมาจากคอมาชูให้ดูใกล้ๆ "อยากรู้มากนักเหรอ ก็ได้ ผมจะบอกให้ มันเป็นสร้อยของปีศาจไง มันมีอาถรรพณ์ มันจะทำร้ายพัตร ทำให้พัตรกลายเป็นผู้หญิงอีกคน พัตร เห็นมั้ย มันมีหน้ายักษ์ แต่มันไม่ใช่ยักษ์ธรรมดา ไอ้หน้านี้มันขยับเปลี่ยนแปลงได้เอง มันมีวิญญาณร้ายสิงสถิตอยู่"
 "ขู่พัตรเหรอ"
 "ผมไม่ได้ขู่ พัตรเป็นหมอนี่ พัตรคงไม่เชื่อ แต่ตัวพัตรเองนั่นแหละ ที่กลายเป็นเหยื่อของมัน"
 "จริงเหรอ ไหน เอามาซิ" นิลพัตราใช้ความไว ดึงมาจากมือเทิดณรงค์ทันที
 "เฮ้ย พัตร"
 "ไหน ตัวพัตรเนี่ยเหรอ ที่จะเป็นเหยื่อของมัน เป็นเหยื่อยังไง พัตรจะกลายเป็นคนอีกคนหนึ่ง ถ้าสวมมัน"
 "พัตร เอาคืนมา" เทิดณรงค์กลัว
 นิลพัตราแหย่ๆ "ไม่คืน พัตรจะสวม แล้วพัตรจะกลายเป็นผี กระโดดกัดคอเทิดเลย แฮ่ๆๆ กลัวไหมๆ"
 นิลพัตราถือสร้อยวิ่งหนีล่อไปมารอบๆ เทิดณรงค์โกรธมาก
 "พัตร อย่าเล่นแบบนี้ อย่า!"
 "พัตรจะเล่น ทีเทิดยังสวมได้ ไม่เห็นกลายเป็นอะไรซักกะหน่อย เก่งจริงมาเอาคืน ซี้ ฮิๆๆๆ" นิลพัตราถือสร้อยวิ่งหนีไป
 เทิดณรงค์ค้ำไม้วิ่งตามไปไม่คิดชีวิต เทิดณรงค์วิ่งตามหาจนหมดแรงกาย แรงใจ ทรุดลงนั่ง
 "โธ่ พัตร"
 ทันใด นิลพัตราที่สวมสร้อยแล้ว โดดออกมาจากหลังต้นไม้ข้างๆ ร่าเริงสุดขีด สวมสร้อยแล้ว เทิดณรงค์ดีใจตาลุก ตะกายขึ้นยืน
 "พัตร นั่นพัตร"
 นิลพัตราโชว์สร้อยที่คออย่างภูมิใจ "นี่ไง พัตรสวมสร้อยของเทิดแล้ว ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย"
 เทิดณรงค์กลืนน้ำลายไม่ไว้ใจ "จริงเหรอ"
 "ก็ ไหนเทิดว่า สวมสร้อยแล้วพัตรจะกลายเป็นคนอื่นไง นี่พัตรก็เป็นพัตร ไม่เห็นเป็นอะไรซักกะหน่อย"
 เทิดณรงค์มองอย่างระแวง "คุณ คุณไม่ใช่พัตร คุณเป็นอีกคน อย่าคิดว่าผมจะไม่รู้เท่าทันคุณจะเอายังไง คุณต้องการอะไร บอกมาเลย"
 นิลพัตราเอามืออังที่คอ "เทิด ไข้ขึ้นเหรอคะ อย่ามาตลก ไม่เห็นจะขำซักหน่อย"
 เทิดณรงค์ผลักนิลพัตรากระเด็น "ไม่ต้องมาเล่นละคร เธอเป็นใคร มาจากไหน เป้าหมายของเธอคืออะไร เธอจะทำอะไรพัตร"
 "เทิด นี่พัตร พัตรจริงๆ เรากำลังรีบไม่ใช่เหรอคะ เทิดอยากจะข้ามเขานี่ไปให้พ้นก่อนค่ำไม่ใช่เหรอ อย่ามามัวเสียเวลาเล่นละครอะไรบ้าๆ ดีกว่า รีบไปเถอะค่ะ มา พัตรช่วย" นิลพัตราเข้ามาพยุง เทิดณรงค์อึ้ง มึนๆ
 ระหว่างที่นิลพัตราประคองเทิดณรงค์ไป เขาก็เหลียวมองตลอดเวลา ไม่อยากเชื่อ
 "มีอะไรคะ เทิด เทิดยังเห็นว่าพัตรเป็นคนอื่นอยู่อีกเหรอ"
 "หรือว่า สร้อย มัน หมดฤทธิ์ไปแล้ว"
 "อะไรกันอีกล่ะ มีฤทธิ์มีเดชอะไรกันอีก สร้อยมันก็แค่สร้อย เอามั้ยล่ะ พัตรคืนให้ก็ได้" นิลพัตราทำท่าจะถอด แล้วหยุด "เนี่ย ดูสิคะ พลอยตรงนี้มันบิ่นๆ ไปหน่อยด้วยล่ะ"
 "ทางที่ดี พัตรถอดออกดีกว่านะ ผมว่า ไม่ว่ามันจะไม่มีอะไรแล้วก็ตามเถอะ"
 "แน้ ก็ถ้าพัตรใส่แล้วไม่เป็นไร เทิดจะหวงไปทำไมอีกล่ะคะ ไม่มีเหตุผลเลย ไม่รู้ล่ะ พัตรจะใส่ เดี๋ยวกลับกรุงเทพฯแล้วคืนให้ก็ได้ ไม่เห็นจะอยากได้เท่าไหร่เลย"
 นิลพัตราร่าเริงประคองเทิดณรงค์เดินต่อไป
 นภศูลไม่เชื่อคำพูดของพรานแก้ว เขาพาพรานแก้วออกมาคุยตามลำพัง โดยยื่นข้อเสนอว่าการค้นหาอโฆราลัยครั้งนี้จะให้เป็นผลงานของพรานแก้ว เพียงขอให้เขายอมคืนนิลพัตรามา แต่พรานแก้วยืนยันว่าเขาไม่มีส่วนรู้เห็นในการหายตัวไปของนิลพัตรา ทันใดนั้นอัคคีก็โผล่เข้ามาขัดจังหวะ
 พรานแก้วจึงส่งแท่นศิลาที่ได้มาจากกาฬจักรให้อัคคีดู เพียงแค่อัคคีได้เห็นแผ่นศิลาก็ถูกลำแสงประหลาดจากแท่นศิลาทำร้ายจนกระเด็นออกไป นภศูลเข้าใจว่าพรานแก้วทำร้ายอัคคีจึงจับตัวพรานแก้วกับพวกมัดเอาไว้
 พอสร้อยตรีพักตราสูรได้กลับมาสู่คอของนิลพัตราอีกครั้ง อำนาจของสร้อยก็กลับคืนมาดั่งเดิม กาฬจักรจับกระแสอำนาจของสร้อยได้ก็เป็นห่วงนิลพัตราขึ้นมา จึงรีบออกตามหาเธอ
 ขณะเดียวกันอัคคีที่จับกระแสของสร้อยได้เช่นกันก็ออกตามหานิลพัตราทันที โดยไม่สนใจฟังคำเตือนของมะแตนาย เมื่อเป็นเช่นนั้น มะแตนายจึงปรากฏตัวต่อหน้ากาฬจักร ขณะที่เขากำลังตามกระแสอำนาจของสร้อยไป
 "กาฬจักร เจ้าโกหกข้า เหตุใดเจ้าจึงไม่ทำตามที่เราตกลงกัน"
 "ข้ามิเคยตกลงกับเจ้า"
 "เจ้าจะกำจัดเครื่องมือที่จะทำให้นางแพศยาฟื้นคืนชีวิตหรือมิใช่ เครื่องมือนั้นคือ นางเด็กสาวผู้นั้น"
 "นางมิใช่เครื่องมือ หากคือเหยื่อบริสุทธิ์ นิลพัตราผู้นี้เป็นคนดี"
 "เจ้าก็เป็นไปอีกคนหรือ"
 "ข้าจะพิทักษ์นาง มิให้ตรีพักตราสูรครอบงำนางอีกต่อไป"
 "ไม่ได้ เจ้าต้องไปฆ่านางก่อนที่องค์ภูเตศวรจะไปพบ ได้โปรด หากนางยังมีชีวิตอยู่ ข้าจักกลายเป็นผู้ดับสูญ องค์ราชันย์รู้แผนการของข้า จักต้องลงโทษข้าสถานหนักแน่"
 "นั่นเป็นเรื่องของพวกเจ้า ไม่เกี่ยวกับข้า หลีกไป อย่ามาขวางทางข้า"
 "เจ้าต้องฆ่านางเด็กนั่น"
 "ข้าบอกให้หลีกไป"
 "ไม่"
 ทันใด กาฬจักรซัดพลังจากฝ่ามือเข้าที่ท้องมะแตนาย มะแตนายกระเด็นออกไปกระแทกต้นไม้ไกลๆ ล้มไป กาฬจักรหายไป มะแตนายเจ็บใจแค้น
 มะแตนายลัดเลาะผ่านต้นไม้ต่างๆ มา รีบเร่งไล่ตามกาฬจักร อยู่ๆ มะแตนายก็เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากผมจากด้านหลัง จนหงายหลังไป มะแตนายตั้งหลักได้พยายามมองหาว่าใคร นิลพัตรปรากฏขึ้นทางด้านหลังมะแตนาย
 "พวกเจ้าช่วงชิงกันตามหาข้าอยู่มิใช่หรือ พวกโง่เอ๊ย ช่างน่าขันนัก!"
 "ตรีพักตราสูร"
 "นังคนทรยศ หลอกลวงองค์ภูเตศวร คิดจะทำลายพิธีฟื้นคืนชีพของพระองค์กับนางนิลพัตร โดยรวมมือกับกาฬจักร เจ้ามีดวงจิตคิดทรยศต่อเจ้านาย ข้าอยากรู้นักว่าหากองค์ราชันย์รู้แผนการทั้งหมดของเจ้า พระองค์จะทำเช่นไร"
 "เจ้า"
 "อยากให้ข้าบอกพระองค์ทุกเรื่องไหม"
 "เจ้ามันต่ำทราม"
 "ข้าคือตรีพักตราสูร ผู้พิทักษ์ราชวงศ์ภูเตศวร แห่งอโฆราลัย ผู้ต่ำทรามนั่นคือเจ้า นางดอกบัวทอง หากเจ้ายังปรารถนาจะรองพระบาทองค์ราชันย์ต่อไป ข้าจะไม่แฉความชั่วช้าของเจ้าก็ได้ แต่เจ้าจะต้องอ่อนน้อมต่อข้า ช่วยเหลือข้าทำทุกวิถีทางให้องค์ราชันย์พาร่างนางนิลพัตราคนนี้ ไปให้ถึงเมืองอโฆราลัยและทำพิธีฟื้นคืนชีพให้ลุล่วง ไม่เช่นนั้น เจ้าต้องพินาศ"
 "เจ้า ขู่ข้า"
 "เจ้ามันโง่ เรื่องเล็กๆ อย่างกำจัดกาฬจักรเจ้าก็ทำไม่สำเร็จ ต่อไปนี้ ข้าจะเป็นคนวางแผนทุกอย่างด้วยตัวเอง รับรองว่าข้าจะได้วิญญาณแลเลือดเนื้อมนุษย์นับเป็นสิบชีวิตไปสังเวยเทวรูปตรีพักตราสูรแน่นอน"
 นิลพัตรตาวาวร้ายกาจ มะแตนายนิ่ง แต่แววตาแฝงความไม่ลงให้กันอยู่
 ทางเดินบนเขา เทิดนั่งเครียดด้วยความเป็นห่วง สักพัก มีพุ่มไม้ไหวๆ นิลพัตราเดินกลับออกมาพร้อมกระบอกไม้ไผ่
 "พัตร คุณไปไหนมา คุณบอกผมว่าจะไปหาสมุนไพรแป๊บเดียวไง"
 "ห่วงพัตรยังกับพัตรเป็นเด็กๆ พัตรก็แค่ออกไปหาสมุนไพร ที่จะแก้ไข้ป่าได้บ้าง แต่ไม่ยักมี"
 "ผมค่อยยังชั่วแล้ว"
 "ดูสิคะ พัตรได้น้ำมาให้เทิดด้วย"
 "พัตร ตัดไม้ไผ่เองเหรอ"
 "พัตรเจอ มันตกอยู่ คงเป็นของชาวบ้านที่มาหาของป่ามั้งคะ เลยเอาไปรองน้ำจากทางน้ำไหลมาได้ ดื่มน้ำหน่อยนะคะ" นิลพัตราเข้ามาประคองให้เทิดณรงค์ดื่ม
 เทิดณรงค์มองซึ้งใจ "ขอบคุณครับ แต่ทีหลังพัตรห้ามไปไหนคนเดียวนานๆ อีกนะ ที่แถวนี้มันไม่น่าไว้ใจ  โดยเฉพาะ เวลาที่พัตรสวมสร้อยนี่ ผมไม่ชอบเลย"
 "ไม่มีทีหลังแล้วค่ะเทิด"
 "พัตรพูดอะไร"
 นิลพัตรยิ้มๆ "พัตรเจอคนที่จะช่วยพาเราสองคนออกไปจากที่นี่แล้วค่ะ"
 มะแตนายในคราบมะแตนายนักรบกระเหรี่ยงเดินเข้ามา เทิดณรงค์อึ้ง "มะแตนาย"
 มะแตนายยิ้มฝืด มองนิลพัตรแบบอยากแฉ แต่พูดไม่ออก "นายเทิด"
 "เธอ" เทิดณรงค์ฉงนใจ "เธอ มาได้ยังไง"
 "เราก็มาตามหานายไง ใครๆ ก็ตามหานายทั้งนั้น นายหายไป คุณ คุณหมอคนสวยก็หายไปเหมือนกัน ทุกคนเป็นห่วงมาก ทั้งพวกนาย ทั้งพวกนายอัคคี เราเลยต้องรับอาสา พอดี เจอ คุณหมอคนสวย"
 "เทิดรู้จักมะแตนายด้วย รู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ท่าทางสนิทสนมกันด้วยสิ เอ ชักยังไงๆ แล้วสิคะ"
 "ไม่มีอะไรน่ะ พัตร มะแตนาย โชคดีจริง ที่เธอหาเราเจอ งั้นก็แสดงว่า เราอยู่ไม่ไกลจากกลุ่มคนพวกนั้นแล้วสิ ใช่ไหม"
 มะแตนายพยักหน้า หันไปสบตานิลพัตร แล้วสงบนิ่ง
จบ 18

สุสานภูเตศวร 19  
 นิลพัตรรีบพาเทิดณรงค์กลับไปหาอัคคีที่ค่ายพักแรม แต่ระหว่างทางตรีพักตราสูรในร่างของนิลพัตรารู้ถึงการมาของกาฬจักรด้วยอำนาจของตน จึงให้มะแตนายใช้ด้ามปืนทุบที่ท้ายทอยของเทิดณรงค์เอาไว้
 จากนั้นก็ออกไปเผชิญกับกาฬจักรด้วยการแสร้งทำเป็นเจ็บปวด เพราะสร้อยตรีพักตราสูร กาฬจักรเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาอุ้มนิลพัตราขึ้นมา และคิดจะพาเธอกลับไปรักษาที่ถ้ำ แต่ทันใดนั้นนิลพัตรก็กลายร่างเป็นตรีพักตราสูรยื่นมือมาบีบคอกาฬจักรเอาไว้
 "กาฬจักร แม้เจ้ากลับกลายเป็นฆุมไปแล้ว แต่ความโง่เขลาของเจ้า ก็ยังมิแปรเปลี่ยน"
 กาฬจักรผงะ ชะงัก พยายามจะเหวี่ยงร่างนิลพัตรลง แต่มือของนิลพัตร เปลี่ยนเป็นมือตรีพักตราสูรกำคอกาฬจักรแน่น
 "แม้กาลเวลาที่ผ่านไปหลายพันปี จิตวิญญาณของเจ้าก็ยังต้องตกเป็นทาสอิสสตรีช่างน่าสังเวชนัก"
 มือของตรีพักตราสูรแข็งดุจหิน จับคอกาฬจักรไว้แน่น กาฬจักรพยายามดิ้นรน
 "เจ้า ตรีพักตารสูร"
 นิลพัตรเปลี่ยนไป กลายเป็นหน้ายักษ์ตรีพักตราสูร พลิกร่าง แล้วกดจับตัวกาฬจักรเหวี่ยงขึ้นหมุน โยนไปปะทะหน้าผาใหญ่ แล้วกาฬจักรถูกตรึงติดกับผา นิลพัตรส่งพลังคลื่นไปกระแทกกาฬจักร หน้าผาระเบิดตูม กาฬจักรหล่นลงกระแทกพื้นหินจนพื้นแตกกระจาย แล้วดิ้นรนเจ็บปวด เลือดอาบตัว ตรีพักตราสูรหมุนตัวเข้ามา แล้วก้าวขึ้นเหยียบอกกาฬจักรไว้
 "ฆุม เจ้าไม่มีทางเอาชนะตรีพักตราสูรแห่งอโฆราลัยได้ เจ้ามิอาจขัดขวางวิถีของภูเตศวร องค์ราชันย์แห่งมหาอาณาจักรอโฆราลัย จักต้องฟื้นคืน"
 ตรีพักตราสูรกระทืบยอดอกกาฬจักร ตัวกาฬจักรกระอักเลือดจมลึกลงไปในพื้นหินอีกระดับนึง เหมือนอยู่ในหลุมใหญ่ ตรีพักตราสูรหัวเราะร่า มองไป เห็นชะง่อนหินใหญ่ ตรีพักตราสูร ท่องคาถาอโฆราลัยออกมาถี่ยิบ เป็นเสียงหลายเสียงพร้อมกัน แล้วหินเป็นสิบก้อนก็ลอยขึ้นหล่นลงมาทับบนหลุมนั้น เสียงกาฬจักรร้องก้องสะท้อนไปทั่วป่า
 นิลพัตรให้มะแตนายแบกร่างของเทิดณรงค์ไปหาอัคคี อัคคีจึงถามนิลพัตราอย่างสงสัยว่าเหตุใดถึงได้พาเทิดณรงค์มาด้วย นิลพัตรบอกว่าตนจะเอาเทิดณรงค์ซึ่งเป็นผู้นำสารเป็นเครื่องเซ่นสังเวยให้ตนเมื่อทั้งหมดเดินทางไปถึงอโฆราลัย
 กาฬจักรถูกหินทับตรึงอยู่ที่เดิม เลือดโทรมกาย เขาพยายามรวบรวมพลัง จนร่างกายเกิดรังสีเรืองรองแผ่อานุภาพ รังสีนั้นแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วก้อนหินยักษ์
 "ด้วยอำนาจแห่งฆุม จงช่วยข้า"
 แสงเรืองรองเหลานั้นพุ่งซึมซาบทะลุทะลวงลงไปในเนื้อหิน แต่แล้ว ทุกอย่างกลับปกติ ไม่มีวี่แววว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหินเลย
 กาฬจักรผงะ คาดไม่ถึง "ไฉน ไย ถึงเป็นเช่นนี้ได้"
 กาฬจักรรวบรวมพลังอีกครั้ง แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นผลเช่นเดิม กาฬจักรช็อก แค้น กำหมัดแน่น
 เวลาเดียวกันนี้ แผ่นศิลาที่อยู่ในเต้นท์ก็เรืองแสงขึ้น นภศูลเห็นจึงได้หยิบขึ้นมาดูด้วยความตกใจ และค่อยๆ อ่านอักขระที่ปรากฏบนแผ่นศิลา
 "ตัวข้า ทหาร กอบกู้ อโฆราลัย ตัวข้า ผู้ใช้มีด แทง หัวใจ นางงาม ใจอสัตย์"
 ยิ่งอ่านแผ่นศิลาก็ยิ่งเปล่งแสงสว่าง จนกลายเป็นสว่างจ้าไปทั่วเต็นท์ นภศูลตาโตทึ่ง
 พรานแก้ว จุฑา สาถูกมัดอยู่ที่เดิม ทั้งหมดกำลังหลับใหล พรานแก้วค่อยๆ ได้สติและพยายามดิ้นรนจนในที่สุดก็หลุดออกมาได้ ชีวินผ่านมาพบจึงร้องเรียกให้คนช่วยจับพรานแก้ว
 พรานแก้วรีบหนีออกไปด้วยการจับยศวดีเป็นตัวประกัน นภศูลรู้เข้าจึงได้ออกตามหาพรานแก้วอีกคน พร้อมถือแผ่นศิลาออกมาด้วย นภศูลตามมาทันยศวดีดิ้นหลุดจากพรานแก้วพอดี นภศูลจะเหนี่ยวไกปืนยิงพรานแก้ว แต่โรคหัวใจกำเริบขึ้นมาเสียก่อน พรานแก้วจึงฉวยโอกาสแย่งแผ่นศิลาจากนภศูลและหลบหนีไป
 อัคคี นิลพัตรและมะแตนายที่แบกร่างของเทิดณรงค์มาถึงพอดี รู้เรื่องเข้า นิลพัตราจึงบอกให้ทุกคนเข้าไปในค่ายพักแรมก่อน จากนั้นก็ออกตามหาพรานแก้ว แต่พรานแก้วก็สามารถหนีไปได้ด้วยอำนาจลึกลับจากแผ่นศิลา
 กระแตช่วยรักษานภศูลจนอาการดีขึ้น เมื่อนภศูลรู้ว่านิลพัตรากลับมาพร้อมกับเทิดณรงค์ ก็จะเข้าไปทำร้ายเทิดณรงค์ แต่นิลพัตราห้ามไว้ และบอกว่าที่เธอหายตัวไปไม่ใช่ความผิดของเทิดณรงค์ หลังจากหลอกนภศูลและทุกคนจนตายใจแล้ว นิลพัตรก็ไปหาอัคคีในเต้นท์ นิลพัตรเข้ากอดอัคคีจากทางด้านหลัง
 "ภูเตศวร ท่านไม่ต้องกังวลอีกแล้ว คนพวกนั้นมันตายใจสิ้นแล้ว แลอีกไม่กี่อึดใจ มันก็จะกลายเป็นทาสรับใช้เราในพิธีอย่างดีที่สุด"
 อัคคีหันมากอดตอบ "นิลพัตร อุปสรรคของเรายังไม่หมดสิ้น อย่าเพิ่งประมาท"
 "จะเกรงสิ่งใดไปเล่า ในเมื่อเราอยู่เคียงข้างกัน จักไม่มีผู้ใดเอาชัยเราทั้งคู่ได้แน่นอน"
 มะแตนายก้าวเข้ามา "ตรีพักตราสูร หากท่านไม่ต้องการให้ตัวนางผู้นี้ผิดแปลกจนน่าสงสัยสำหรับคนพวกนั้น ท่านก็ควรพานางไปห่างๆ องค์ภูเตศวรได้แล้ว"
 นิลพัตรมองมะแตนาย หัวจรดเท้า "เจ้าเองต่างหาก ที่ควรไปให้พ้น ภูเตศวรไม่ต้องการทาสที่ไร้ประโยชน์อีกแล้ว จะไปไหนก็ไป ไป๊"
 "ท่านควรจะถนอมร่างกายของนางมนุษย์น้อยผู้นี้ให้ดีหน่อย ตรีพักตราสูร นางควรจะอยู่ในสภาพที่หมดจดงดงาม ในยามเข้าพิธี"
 "ข้าได้เข้าพิธีแน่ ในไม่เกินสามราตรีนี้ สร้อยเส้นนี้จะไม่หลุดจากนางอีกแล้ว ส่วนเจ้า ที่ทำทุกสิ่งล้มเหลวตลอดมา ก็ควรจะเจียมเนื้อเจียมตัวให้มากเข้าไว้ นังมะแตนาย"
 นิลพัตรหัวเราะออกมาอยากหยามๆ มะแตนายมองอัคคี แต่อัคคีไม่สบตา มะแตนายแค้นใจ สะบัดจากไป นิลพัตรยิ้มสะใจ
 นิลพัตรเห็นมะแตนายมาคอยแอบดูเธอคุยกับนภศูลก็ไม่พอใจ ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน เพราะเข้าใจว่ามะแตนายมาคอยจับผิดตน แต่มะแตนายบอกว่าเปล่า นิลพัตราขู่ว่าถ้ามะแตนายกำแหงกับตนอีก จะบอกเรื่องที่มะแตนายหักหลังอัคคีไปสมคบกับกาฬจักรฆ่านิลพัตรา มะแตนายมองนิลพัตราด้วยความแค้น
 เทิดณรงค์ฟื้นขึ้นมาก็บอกให้สาพาออกไปข้างนอก ขณะเดียวกันนี้มะแตนายกำลังใส่ฟืนในกองไฟ เอากาขนาดใหญ่ขึ้นต้มน้ำ แล้วหันไป เตรียมอุปกรณ์ชงกาแฟ นิลพัตรที่แต่งตัวรัดกุม พร้อมเดินทาง เดินเข้ามามองอย่างหมั่นไส้และบอกว่าต้องการล้างหน้าให้มะแตนายไปตักน้ำมาให้ แต่มะแตนายบอกว่านางทำงานอยู่
 นิลพัตรโมโหตบหน้ามะแตนาย และกล่าวกับนางว่า "ข้าคือราชินีของราชันย์แห่งเจ้า"
 มะแตนายกุมแก้มแค้นใจ "ข้าเป็นทาสต่อองค์ภูเตศวรเพียงผู้เดียว"
 มะแตนายพูดไม่ทันขาดคำ นิลพัตราตบหน้ามะแตนายอีก มะแตนายยืนนิ่ง แต่ตายังจ้อง เกลียดสุดๆ
 "เจ้าคิดสาปแช่งให้ข้าพินาศงั้นรึ จะลองดีกับข้าใช่มั้ย"
 นิลพัตรตบมะแตนายซ้ำๆ ไม่ยั้งมือ เปรี้ยงๆๆ อยู่ๆ มะแตนายคว้ามือนิลพัตราไว้ นิลพัตรผงะ มะแตนายผลักนิลพัตราออก ตบคืนเปรี้ยง! นิลพัตรแค้นจัด แล้วเห็นท่อนฟืนติดไฟวางอยู่ คว้ามา1ท่อน ก่อนจะพุ่งเข้าแทงมะแตนาย ทันใด อัคคีเดินออกมาจากในเต้นท์
 "อะไรกัน! หยุด!"
 นิลพัตรกับมะแตนายต่างผละออกจากกัน มะแตนายถอยไป หมอบไปกับพื้น ในขณะที่นิลพัตรผวาไปกอดอัคคี นิลพัตรรีบฟ้องว่ามะแตนายทำร้ายนาง อัคคีมองนิลพัตราอย่างระอา ก่อนจะหันไปสั่งมะแตนายออกไปก่อน
 มะแตนายเงยหน้ามอง แววตาตัดพ้อ แล้วลุกออกไป นิลพัตรยิ้มสาแก่ใจ น้ำตาแห้งฉับพลัน
 "ทรงอยู่กับมันทั้งคืนทั้งวัน เช้าจรดค่ำ ค่ำจรดเช้าเยี่ยงนี้ ข้าไม่ชอบ ขอให้ทรงรับทราบไว้ด้วย"
 เดินชนไหล่อัคคี เดินลอยชายหายเข้าไปในเต็นท์อัคคี อัคคีมองตาม แล้วมีความในใจที่สงสัย รีบตามไป
 "นางทาสดอกบัวทองมิได้มีค่าควรแก่การหึงหวงแม้แต่นิด เจ้าอย่าเปลืองเวลาใส่ใจมัน ข้าอยากฟังเรื่องของนิลพัตรามากกว่า"
 "ทรงอยากทราบอันใด"
 "นางถูกกาฬจักรลักพาตัวไป แต่ใยกลับมากับไอ้คนนำสาร"
 นิลพัตรทำหน้าตายั่วเย้า "โอ ภูเตศวร จริงสินะ ช่างเป็นเรื่องน่าติดตามยิ่ง กาฬจักรได้เผชิญหน้าเมียแสนรักจากชาติปางก่อน แต่ไม่รู้มีอัศจรรย์อันใด ที่ซาบซึ้งตรึงใจยิ่งนัก จนกาฬจักรถึงกับล้มเลิกการฆ่า เปลี่ยนมาเป็นปกป้องนาง อืม"
 "ตรีพักตราสูร ท่าน!"
 "แค่นั้นยังไม่พอ ผละจากอ้อมอกกาฬจักร นางก็ผวาเข้าสู่วงแขนของนายเทิดณรงค์ รอนแรมกันไปในป่ากี่วันกี่คืน นี่ถ้าข้า ตรีพักตราสูรมิได้ชิงร่างนางมา ป่านนี้"
 "พอแล้ว หยุด!"
 นิลพัตรหัวเราะออกมาอย่างขบขัน "ภูเตศวร นางคนนี้จะมีอะไรล้ำลึกเพียงไหนกับใครกี่คน ก็ช่างมันสิ แต่นิลพัตรจักเป็นของท่านตลอดกาล"
 อัคคีฉุนเฉียวทันที จับร่างนิลพัตรเขย่าๆ "ข้ามิได้มุ่งเน้นเรื่องนั้น แต่ข้าสงสัย ว่าพวกมันสมคบคิดการณ์ใหญ่อันใดร่วมกันหรือไม่"
 นิลพัตรผวาเข้ากอดรัดอัคคี "อย่าเคร่งเครียดนักเลย ภูเตศวร ข้าจะช่วยท่านกำจัดพวกมันให้สิ้นทุกคน ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน แต่ท่านสิ คิดถึงข้าแค่ไหน พบกันครานี้ ท่านยังไม่ได้บอกรักกับข้าเลยนะ ภูเตศวร"
 นิลพัตรทำตากระหาย แล้วพรมจูบไปตามเนื้อตัวอัคคี
 อัคคีเปิดเต๊นท์ เดินออกมา โดยมีนิลพัตรเคลียคลอเคียงข้าง เทิดที่ยืนมองรอบๆ เต้นท์อยู่ถึงกับผงะตะลึง พอดีนิลพัตรมองมา เห็นเทิดณรงค์ก็ผงะเช่นกัน อัคคีหันตามมา แล้วพอเห็นเทิดณรงค์กลับยิ้ม ทำสีหน้าสมเพชเวทนา โอบบ่านิลพัตรไว้
 เทิดณรงค์โมโหจนเลือดขึ้นหน้า เข้าไปต่อว่าอัคคี นภศูลเห็นจึงออกรับแทนอัคคี และต่อว่าเทิดณรงค์ด้วยความโมโหว่า เทิดณรงค์เอาแต่ค้นหาอาณาจักรโบราณโดยไม่สนใจเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกสาวตนแม้แต่น้อย เทิดณรงค์เถียงไม่ออกเพราะไม่รู้จะอธิบายสิ่งที่เขาได้พบกับนภศูลอย่างไรดี จึงได้แต่ทนนิ่งด้วยความเจ็บใจ
จบตอน 19

สุสานภูเตศวร 20  
 เช้าวันต่อมานิลพัตรก็เร่งให้นภศูลพาทุกคนเดินทางออกตามหานครอโฆราลัย โดยให้อัคคีเป็นผู้นำทาง กระแตเป็นห่วงอาการของเทิดณรงค์จึงได้ขอให้จุฑาพาเทิดณรงค์กลับไปรักษาที่กรุงเทพฯ ก่อนที่อาการของเขาจะแย่มากไปกว่านี้ แต่เทิดณรงค์ยืนกรานไม่ยอมกลับท่าเดียว เพราะเป็นห่วงนิลพัตรา
 เทิดณรงค์กลับเป็นฝ่ายเรียกนิลพัตราออกมาคุยตามลำพัง เพื่อขอให้เธอพานภศูลและทุกคนกลับกรุงเทพฯ ตามความตั้งใจของเธอ แต่นิลพัตรากลับปฏิเสธและออดอ้อนให้เทิดณรงค์เดินทางไปกับเธอด้วย สร้างความแปลกใจให้กับเทิดณรงค์อย่างมาก
 หลังจากที่ทั้งหมดออกเดินทางไปสักพัก อัคคีพาทุกคนข้ามลำธารใหญ่ อันเป็นเขตแดนระหว่างอโฆราลัยและโลกภายนอก โดยมีพรานแก้วแอบสะกดรอยตามไปห่างๆ ซึ่งพรานแก้วได้สาช่วยทำสัญลักษณ์ไว้ให้
 ระหว่างที่หยุดพักริมลำธารนี้ นิลพัตราลงไปล้างตัวที่ลำธารตามลำพัง มะแตนายฉวยโอกาสนั้นจะฆ่าเธอ แต่นิลพัตรรู้ทัน จึงเกิดการต่อสู้ระหว่างทั้งคู่อีกครั้ง เทิดณรงค์ที่แอบจับตามองนิลพัตราอยู่ด้วยความสงสัย ถึงได้รู้ว่านิลพัตราถูกสร้อยตรีพักตราสูรครอบงำเสียแล้ว
 มะแตนายพลาดท่าเสียทีให้นิลพัตร จึงรีบหายตัวไป เทิดณรงค์เองก็ต้องรีบหลบ เพราะกลัวนิลพัตรเห็น แต่เขาก็มิอาจรอดพ้นสายตาของตรีพักตราสูรไปได้ ขณะที่เทิดณรงค์จะกลับเข้าไปรวมกลุ่มกับทุกคน นิลพัตรก็เดินมาดักหน้าเขาไว้
 "เทิด"
 เทิดณรงค์ยื่นมือมาข้างหน้า "คืนให้ผมเถอะ พัตร"
 นิลพัตรถอยนิดๆ มองหน้า "อะไร"
 "คุณรู้ดี ว่าผมหมายถึงอะไร"
 นิลพัตรหัวเราะเบาๆ "เทิด ไม่เอาน่า เราเข้าใจกันดีแล้วนี่นา"
 เทิดณรงค์ตัดบทฉึบ "พอทีเถอะ คุณไม่ใช่นิลพัตรา หยุดแสดงบทบาทได้แล้ว คุณเล่นได้ไม่เนียนหรอก"
 นิลพัตรตาวาว "นี่ คุณรู้ตัวหรือเปล่า เทิด ว่าคุณกำลังเล่นอยู่กับอะไร"
 "ผมไม่สนใจ ผมขอสร้อยตรีพักตราสูรคืน"
 นิลพัตรหัวเราะ "คุณไม่กลัวฉันเลยหรือเหรอ เทิด โห แบบนี้ฉันก็ผิดหวังแย่สิ"
 "ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไร เพื่ออะไร แต่เราน่าจะตกลงกันได้นะ คุณต้องการอะไร บอกมา ผมจะจัดให้ทุกอย่าง ผมขออย่างเดียว ปล่อยพัตรซะ"
 นิลพัตรมองอย่างสนใจ ก้าวเข้ามาหาจนใกล้ "โอ เทิด น้ำหน้าอย่างคุณเนี่ยนะ ที่กล้าต่อรองกับตรีพักตราสูร"
 "ผมสัญญา อะไรที่ผมทำได้ ผมจะทำให้คุณทุกอย่าง"
 "จริงเหรอ ทุกอย่าง จริงๆ น่ะ"
 "จริงๆ บอกมาเลย"
 นิลพัตรยิ้มตาวาว ก้าวเข้าไปจนชิดตัวเทิด จับหน้าด้วยมือข้างหนึ่ง
 "คุณคงรัก นิลพัตรามาก"
 "ใช่"
 "แหม ฉันชักอิจฉาซะแล้วสิ ถ้าฉันอยากจะให้คุณรักฉันบ้างล่ะ คุณจะว่ายังไง" นิลพัตรเข้ามากอดเบียด
 "ผมขอร้อง คุณมีอำนาจสูงส่ง คุณเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งอโฆราลัยไม่ใช่เหรอ คุณน่าจะทำตัวให้เป็นที่เคารพกราบไหว้เคารพบูชาสิครับ"
 "แหม เทิด คุณมามุกนี้ ฉันก็ใจอ่อนสิ สงสัย ฉันต้องยอมแพ้คุณแล้วล่ะค่ะ เทิดขา" นิลพัตรปลดดุมเสื้อลงต่ำอีก เห็นสร้อยตรีแล่บออกมา โน้มตัวเข้ามาใกล้ "อ้ะ อยากได้นักใช่ไหม เข้ามาเอาคืนไปสิ สร้อยของคุณ"
 เทิดณรงค์มองหน้า นิลพัตรสบตาทำหน้าหยาดเยิ้ม ปลดดุมเพิ่มขึ้น สร้อยออกมาห้อยข้างนอก
 "ฉันทำตัวดีหรือยังคะเทิด เผื่อว่าคุณจะได้กราบไหว้บูชาฉันบ้าง"
 เทิดณรงค์มองสร้อย แล้วขยับเข้าไป ทันใดนิลพัตรกรี๊ด แล้วเงื้อมีดแทงกลางอกเทิดณรงค์เต็มๆ เทิดณรงค์ผงะ ก้มมองอกตน แล้วมองหน้านิลพัตรอย่างไม่เชื่อสายตาว่าตนโดนแทงเข้าแล้ว
 นิลพัตรยิ้มแสยะ กระชากมีดกลับ เทิดณรงค์หงายหลัง หล่นลงลำธารไป นิลพัตรชะโงกตามดู
 ร่างเทิดณรงค์ไหลไปอย่างเร็ว ตามสายน้ำที่เชี่ยวกราก ไหลฟาดไปกับโขดหิน เหมือนเป็นถุงกระสอบเก่าๆ
 นิลพัตรกรี๊ดๆๆ ดังขึ้น โยนมีดทิ้ง แล้วกระชากเสื้อผ้าตัวเองไปมา แล้ววิ่งกลับไปทางเก่า
 นิลพัตรกลับไปบอกนภศูลและอัคคีว่าเทิดณรงค์จะปล้ำเธอ แต่เธอไม่ยอม เทิดณรงค์กลัวความผิดเลยหนีไปแล้ว สากับจุฑาไม่เชื่อว่าเทิดณรงค์จะทำเช่นนั้น ส่วนนภศูลเชื่อและโกรธมาก เขาสั่งจุฑากับสาให้ร่วมมือกับเขาจับตัวเทิดณรงค์มาลงโทษให้ได้
 พรานแก้วพบเทิดณรงค์ลอยตามน้ำมาจึงช่วยเขาไว้ เทิดณรงค์ถูกแทงแต่ไม่เป็นอะไรเพราะนิลพัตรแทงถูกตะกรุดเข้าพอดี ตะกรุดถูกมีดแทงจนขาดเป็นสองท่อน พรานแก้วจึงช่วยประกอบคืนให้ดั่งเดิม จากนั้นพรานแก้วก็ใช้วิชาอาคมช่วยรักษาเทิดณรงค์จนหายดี
 เทิดณรงค์คิดจะกลับไปช่วยนิลพัตรา แต่พรานแก้วห้ามไว้ พร้อมบอกว่าอัคคีกับมะแตนายเป็นอมนุษย์ ด้วยกำลังของเขากับเทิดณรงค์ไม่อาจจะเอาชนะได้ จึงได้สะกดรอยตามพวกนภศูลไปห่างๆ
 มะแตนายพาอัคคีไปปลุกชีพเหล่าทหารที่ตายไปเพราะสงครามที่สุสาน จากนั้นก็ส่งทหารพวกนั้นออกตามล่าเทิดณรงค์กับพรานแก้ว
 พรานแก้วรู้เข้าจึงสอนให้เทิดณรงค์เดินจงกรมเพื่ออาศัยพุทธานุภาพเป็นเกราะกำบัง ประกอบกับที่เทิดณรงค์มีตะกรุด และพรานแก้วมีแผ่นศิลา ทำให้เหล่าทหารปีศาจไม่อาจจะทำอันตรายเทิดณรงค์กับพรานแก้วได้
 มะแตนายพาอัคคีกลับมาที่เต้นท์ ทันใดนั้นนิลพัตรก็ปรากฎตัวขึ้นมาบีคอมะแตนายด้วยความโมโห ที่มะแตนายคิดจะฆ่าตน มิหนำซ้ำยังพาอัคคีไปปลุกชีพเหล่าทหารโดยไม่บอกกล่าวสักคำ อัคคีเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาห้ามนิลพัตรก่อนที่จะบีบคอมะแตนายจนแหลกคามือ
 อัคคีถ่ายทอดพลังเพื่อรักษาบาดแผนให้มะแตนาย นิลพัตรเห็นเช่นนั้นก็ทนไม่ได้ บอกความจริงกับอัคคีเรื่องที่มะแตนายสมคบกับกาฬจักรคิดฆ่าเธอ แต่อัคคีไม่เชื่อ นิลพัตรจึงเดินออกไปจากเต้นท์ด้วยความโมโห
 หลังจากนิลพัตรออกมาแล้ว มะแตนายรีบแก้ตัวกับอัคคีว่าเธอยังคงจงรักษ์ภักดีต่อเขาอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย
จบตอน20

เครดิต : www.oknation.net/blog/lakorn
   
 
ความคิดเห็น


.: ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณาบันทึกความคิดเห็นของคุณลงบนแบบฟอร์มข้างล่างนี้ ขอบคุณค่ะ :.

ละครปัจจุบันตอนล่าสุด
(ตอนอื่น ๆ)
ตอนที่ 16 - 20
ละครที่ฉายอยู่ปัจจุบัน
จามอง ยอดหญิงผู้พิทักษ์แผ่นดิน (3)
ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน (15)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
* ชื่อ :  
   
อีเมล์ :  
   
* รายละเอียด  
 

ใส่ข้อมูลได้อีก ตัวอักษร
 
* ใส่ค่าตามภาพ  
 
 
 
SABUYJAISHOP ผู้ให้บริการทางการตลาดออนไลน์ สำหรับร้านค้าหรือผู้ประกอบการ ที่ต้องการนำเสนอสินค้า โฆษณา ประชาสัมพันธ์ร้านค้า หรือสินค้าในร้าน โดยเรามีเครื่องมือที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดร้านค้า โฆษณาสินค้า และระบบการสั่งซื้อสินค้าไว้พร้อมสรรพแล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการช่องทางในการทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์