แหล่ง shopping
   สินค้าจากร้านค้า
ปั๊มสูบส่งของเหลว ปั๊มสูบส่งของหนืด สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
ดูขนาดรูปภาพจริง
Coach F76636 Town tote in signature canvas
ดูขนาดรูปภาพจริง
แอร์ SHAPR PR13
ดูขนาดรูปภาพจริง
คอนโดสำหรับเช่า 2 ห้องนอน City Garden Pattaya (ซิตี้ การ์เด้น พัทยา)
ดูขนาดรูปภาพจริง
Remax Proda Power bank แบตสำรอง 30000 mAh 4USB+ของแถม3รายการ ซอง-สายชาร์ต-หัวชารต
ดูขนาดรูปภาพจริง
[โปรโมชั่น 5 โหล] นวดปู่คาด เชียงใหม่
ดูขนาดรูปภาพจริง
เครื่องซักผ้า SIEMENS WM16W640EUTH 9KG 1600RPM
ดูขนาดรูปภาพจริง
Real Hair : Natural Hair Spray 50ml. (เรียวแฮร์เนเชอรัลสเปรย์)
ดูขนาดรูปภาพจริง
tween cleansing gel เจลล้างหน้าสำหรับคนเป็นสิว
ดูขนาดรูปภาพจริง
Music D.J. (M16E) +USB แถม Microphone - C0521
ดูขนาดรูปภาพจริง
RJK Advanced Melasma Serum 3 ml. ป้องกันและลดเลือนปัญหาจากฝ้าแดด ฝ้าตื้น ฝ้าลึก
ดูขนาดรูปภาพจริง
ตัดเสื้อเชิ้ต ยูนิฟอร์ม เสื้อเชิ้ตพิมพ์ลาย
ดูขนาดรูปภาพจริง
คอนโดสำหรับเช่า 2 ห้องนอน City Garden Pratumnak (ซิตี้ การ์เด้น พระตำหนัก)
ดูขนาดรูปภาพจริง
COLLY PLUS 10,000 MG.
ดูขนาดรูปภาพจริง
ชุดลำโพงพกพาพร้อมไมโครโฟน
ดูขนาดรูปภาพจริง
Skin Biology Super Cop 2X Set (2 Items) เซ็ต
ดูขนาดรูปภาพจริง
สกรีนฟอยด์
ดูขนาดรูปภาพจริง
ชุดลดการหลุดร่วง-ปลูกผม สมุนไพรภิญญดา สมุนไพร 100% ผมร่วงผิดปกติ ผมบาง
ดูขนาดรูปภาพจริง
Real Hair 4 กล่อง (เรียวแฮร์ เซรั่มปลูกคิ้ว หนวด เครา จอน)
ดูขนาดรูปภาพจริง
ป้าย Graphic Annunciator
ดูขนาดรูปภาพจริง
ขนมปังญวน ,ขนมปังเวียดนาม
ดูขนาดรูปภาพจริง
test123
ดูขนาดรูปภาพจริง
Lovely : Seecon ดำ E18
ดูขนาดรูปภาพจริง
ฟิล์มกันรอย Smart Phone (รวมรุ่น) update !!! 280959
ดูขนาดรูปภาพจริง
กู้เงินด่วนนอกระบบโทร0928689622พี่หนิง
ดูขนาดรูปภาพจริง
 
เรื่องย่อละคร ตามบทโทรทัศน์
 

สาปภูษา [ ตอนที่ 21 - 24 (จบ) ]

 

จำนวนคนเข้าชม : 443 ครั้ง            update : 24/3/2009

   
   
  สาปภูษา 21  
 พชร ทาวิธ ปรีชญา มณีกัญญา ทุกคนลงจากรถ สีหน้าทุกคนเครียด ยายรณี แทนไท ภุมรี เดินเข้าเฟรมมาจากศาลากลางสนาม ทั้ง 4 ยกมือไหว้ แทนไท ภุมรีรับไหว้ พชรแนะนำทาวิธให้รู้จักแทนไทกับภุมรี
 "คุณวิธเป็นคู่หมั้นปั๋มครับ ผมต้องรบกวนเชิญคุณทั้งสองมาที่นี่เพราะผมจนปัญญาจริงๆ ไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้ยังไงให้ทุกคนเชื่อ"
 "ไม่เป็นไรคุณพัด เราก็ร้อนใจเหมือนกัน"
 "นี่มันเรื่องอะไรกันตาพัด"
 พชรพาทุกคนเข้ามาที่ห้องรับแขก เพื่อคุยกัน แทนไท พชร ภุมรี ช่วยกันเล่าจนทุกคนเริ่มเชื่อแล้วว่ามีผีติดตามผ้าอยู่ ธงย้อนถามว่าไหมพิมโดนผีสิงเหรอ
 "ใช่! ที่ผมเห็นจากนิมิต ผมรู้สึกว่าผีที่สิงเป็น"
 "ผู้หญิง" รณีเอ่ยขึ้น
 แทนไทแปลกใจที่ยายรณีรู้ว่าเป็นผู้หญิง
 "คุณยายเคยเห็นเหรอครับ"
 คุณยายรณีพยักหน้ารับคำ มณีกัญญานึกขึ้นมาได้บ้าง
 "ณีก็เคยฝันเห็นตอนได้ผ้ามาใหม่ๆ ค่ะ"
 จู่ๆ ธงที่นิ่งไปก็ร้องไห้โฮ !เสียงดังจนทุกคนตกใจหันมอง
 "เป็นอะไรของแกไอ้ธง"
 "ธงเห็นผีโดยไม่ต้องฝันเลยครับคุณยาย เห็นจะจะ เคยโดนผีตบด้วยครับคุณยาย"
 ทุกคนตะหนก เริ่มเชื่อกันแล้วว่าเป็นเรื่องผี
 "ขอดูผ้าหน่อยครับคุณพัด" แทนไทว่า
 "อยู่นี่ค่ะ" มณีกัญญารีบหยิบผ้าออกมาจากกระเป๋าส่งให้  มรีรับผ้ามาคลี่กางดู เห็นรอยขาด
 "ผ้าขาดไปบางส่วน"
 "ณีแย่งกับนังไหมมันเลยขาด อีกส่วนหนึ่งหายไปไหนไม่ทราบค่ะ"
 แทนไทเอาผ้าไปวางไว้บนโต๊ะ นั่งคุกเข่า หลับตา ตั้งจิตทำสมาธิ แล้วจึงเอามือขวาไปวางบนผ้าทันทีที่มือแตะลงที่ผ้า จะเห็นมีหนอนไต่ยั้วเยี้ย คราวนี้เห็นได้ชัดเจน ทุกคนเห็นหนอนตกใจ ผงะร้องลั่น พร้อมกับเอามือปิดจมูก เนื่องจากมีกลิ่นเหม็นด้วย  
 "กลิ่นเหม็นอย่างกับซากศพ"
 แทนไทลืมตาขึ้น เอามือออกจากผ้า ภาพนิมิตทั้งหมดหายไป ทุกคนเชื่อว่าผ้าผืนนี้เป็นที่สิงสถิตของวิญญาณตนนั้นจริงๆ พชรเครียด ตัดใจจากความเป็นห่วงไหมพิมไม่ได้
 "คุณแทนไทครับ ผมเป็นห่วงคุณไหมมาก ไม่รู้ว่าวิญญาณพาเธอไปไว้ที่ไหนอีก"
 "คุณไหมพิมเป็นคนเดียวที่จะบอกได้ ว่าวิญญาณผู้หญิงคนนั้นเป็นใครต้องการอะไรจากพวกคุณ"  
 ทาวิธคิดตาม เรื่องในส่วนของตน "ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง วิญญาณตนนั้นสิงไหมพิมให้ยั่วยวนผมเพื่ออะไรกัน"
 ปรีชญามองหน้าทาวิธ คิดตามไป ทั้งสองสบตากัน  
 "แล้วเราต้องทำยังไงต่อไปค่ะ"
 "รีบตามหาคุณไหมให้เจอ จะได้รู้ว่าวิญญาณที่ตามหลอกหลอนพวกคุณต้องการอะไร"
 "ถ้าเรารู้เหตุเราจะแก้ไขได้ จากนั้นค่อยทำลายผ้า ปลดปล่อยวิญญาณไปสู่สุขคติ" พชรกลุ้มใจมาก    
 ทุกคนไปนั่งที่หน้าโต๊ะพระพุทธรูป พชรวางพานที่ใส่ผ้าขาดบนโต๊ะหมู่
 "ผ้าผืนนี้เป็นที่สิงสถิตของวิญญาณตนนั้น เมื่อขาดไปแบบนี้ ตอนนี้วิญญาณคงอ่อนแรงลงมากทีเดียวค่ะ" ภุมรีว่า
 "ระหว่างที่เราตามหาคุณไหมพิม เพื่อความปลอดภัยของทุกคน เราต้องเก็บผ้าไว้ในห้องนี้ก่อนนะครับ"
 "ฮือ แน่ใจนะครับว่าผีจะไม่ตามมาอยู่บ้านนี้อีก"
 "แน่ใจค่ะ พลังพุทธคุณ จะปกป้องไม่ให้วิญญาณแสดงอิทธิฤทธิ์ในบ้านนี้ ตราบใดที่ผ้าอยู่ตรงนี้"
 แทนไทกล่าวกับยายรณี "ใจเย็นนะครับ พบผ้าแล้ว ปัญหาน่าจะจบสิ้นในเร็ววันเราสองคนจะช่วยเต็มที่ครับ"
 "ขอบคุณนะค่ะ ขอให้บุญกุศลส่งให้คุณทั้งสองเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป"
 "ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ"
 แทนไทกับภุมรีไหว้ลา ยายรณีรับไหว้ พร้อมจะลุกไปส่ง พชรรีบบอกว่าเขาไปส่งเอง
 ภุมรี แทนไท พชร เดินจากทางหน้าตึกมาที่รถ แทนไทหยุดเดินหันมากำชับพชรให้รีบไปตามหาไหมพิมให้เจอ แล้วโทรบอกเขา
 ปรีชญายืนซึมอยู่ตรงประตูระเบียงมองเหม่อออกไปด้านนอก คิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา ทาวิธเดินกระเผลกเข้ามาจากทางด้านหลัง
 "ปั๋ม ตอนนี้ทุกคนเชื่อแล้วว่าไหมพิมจงใจเข้าหาผม เรากลับมาคืนดีกันได้หรือยัง"
 "ให้เรื่องนี้จบลงก่อนเถอะค่ะ"
 "ปั๋ม ทุกวันนี้ผมไม่มีกำลังใจจะทำอะไรเลย ผมรักคุณนะปั๋ม"
 "คำว่ารัก พูดออกมาง่าย แต่เราทุกคนรู้จักมันจริงหรือเปล่า"
 "โธ่! ปั๋มผมบอกคุณแล้ว เรื่องของไหมพิมเขาไม่เรียกว่าความรัก"
 "ใช่! เขาเรียกว่าตัณหา เวลาเราพูดว่าเรารักใครแล้วเราหยุดตัณหาของเราไม่ได้ ปล่อยให้มันงอกงามเพื่อกลับมาทำร้ายคนที่เรารัก คนพวกนี้ไม่รู้จักความรักหรอกค่ะ"
 ทาวิธอ่อนใจ "เฮ้อ! คนอ่อนโยน เวลาจะดื้อ จะทิฐิขึ้นมา มันแรงอย่างนี้นี่เอง"
 "เอาเป็นว่า ระหว่างนี้เราเป็นเพื่อนกันก่อนดีกว่านะค่ะ ช่วยกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อนแล้วกัน"
 ปรีชญาพูดจบก็เดินขึ้นบันไดไปชั้นบน ทาวิธมองตามเซ็ง
 พชรนั่งเครียดอยู่ที่บันไดหน้าตึก ยายรณีเดินออกมาจากในบ้าน มาเจอเข้าพอดี พชรลุกขึ้นยืน หันมาหายายรณี
 "เป็นห่วงไหมพิมใช่มั้ยลูก"
 "ครับคุณยาย ชีวิตคุณไหมน่าสงสาร ทำไมต้องเป็นเธอด้วยก็ไม่รู้ ผมอยากรู้จริงๆ ว่าไอ้ผีตัวนั้น มันสิงคุณไหมพาตัวเธอไปไว้ที่ไหนตอนนี้" พชรเป็นห่วงไหมพิม
 เจ้าสีเกดสิงร่างไหมพิมฝังผ้าเสร็จก็อ่อนแรงมาก จึงปล่อยร่างไหมพิมให้นอนหมดสติอยู่ริมถนน ชาวบ้านเห็นก็นำส่งโรงพยาบาล และระหว่างนอนพัก ไหมพิมก็ฝันถึงเจ้าสีเกดที่ดูโรยแรง เพราะกำลังเจ็บป่วย ไหมพิมถามว่าไม่สบายหรือ
 "ข้าไร้เรี่ยวแรง เจ็บปวดไปหมดทั้งตัว นี่เป็นเพราะมันทำผ้าของข้าขาด"
 "ผ้าห่มไหมปักทองขาด ขาดได้ยังไงค่ะ"
 "ข้าใช้ร่างเจ้าไปหานายทาวิธ ท่านชายทัดของข้า พวกมันตามไปจะเอาผ้าของข้า นั่นมันผ้าของข้านะไหมพิม"
 ไหมพิมตะลึง เสียใจมาก "นี่! คุณใช้ร่างไหม หมายความว่า ไหมทำร้ายคนอื่นอีกแล้วใช่มั้ย ไหมทำอะไรลงไป ไหมทำใคร บอกมานะ บอกมา"
 ไหมพิมจับสีเกดเขย่าตัวถาม เจ้าสีเกดไม่พอใจผลักไหมพิมลงไปกองกับพื้น
 "จะไปห่วงมันทำไม จนป่านนี้ เจ้ายังห่วงมันมากกว่าข้ารึ ข้าสิที่ถูกพวกมันทำร้าย!"
 ไหมพิมก้าวถอยหลัง เริ่มรู้สึกว่ามันมากเกินไปแล้ว พยายามควบคุมสติตนเองใหม่ พูดกับตัวเอง
 "เราปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไม่ได้แล้ว ใจเป็นของเรา ร่างกายเป็นของเรา เราคือไหมพิม ไม่ใช่คนอื่น ฉันคือไหมพิม ฉันคือไหมพิม"
 ยายรณีพาพชรมานั่งในห้องพระ ทั้งสองก้มกราบพระ 3 ครั้ง แล้วยายรณีก็หันมาพูดกับพชร
 "เราชาวพุทธเชื่อกันว่าถ้าจิตกับกายแยกจากกัน บางทีดวงจิตของไหมพิมอาจจะล่องลอยไปเหมือนหาทางกลับบ้านไม่เจอก็เป็นได้"
 ยายรณีส่งธูปที่จุดแล้ว 3 ดอก ส่งให้พชร "ไหว้พระแล้วส่งจิตไปหาไหมพิมสิลูก"
 พชรรับธูปมา "ทำยังไงครับคุณยาย ผมทำไม่เป็น"
 "พัดกับไหมพิมรักกัน จิตคนที่รักและห่วงกัน อาจจะสื่อถึงกันได้ ใช้ความรักไงลูก ใช้ความรักที่บริสุทธิ์เรียกให้เขากลับมา"
 พชรหลับตาพนมมือไหว้พระ ตั้งจิตอธิฐาน
 "สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดช่วยคุ้มครองคุณไหมด้วยครับ ขอให้วิญญาณร้ายอย่าทำอะไรคุณไหม ขอให้คุณไหมกลับมา กลับมาหาผมนะครับคุณไหม" พชรตั้งจิตอธิฐาน
 ในความฝันของไหมพิม เธอกับเจ้าสีเกดยืนจ้องหน้ากัน แล้วไหมพิมก็ได้ยินเสียงเรียกของพชร ไหมพิมดีใจ
 "เสียงคุณพัด! คุณพัดอยู่ไหนค่ะ ไหมอยู่นี่ ช่วยไหมด้วยค่ะ"
 ไหมพิมออกวิ่งไปทางเสียงที่ได้ยิน ยังไม่รู้จะไปไหนแต่ต้องไปตามหา
 "ไหมพิม เจ้าจะไปไหน กลับมาหาข้าประเดี๋ยวนี้ ไหมพิม" เจ้าสีเกดอ่อนแรงอยู่ โกรธไหมพิม
 พชรนั่งพนมมือ นั่งอยู่หน้าพระพุทธรูป พชรส่งจิตไปเรียกไหมพิม ไหมพิมวิ่งตามหาพชร พร้อมกับตะโกนเรียก เจ้าสีเกดโผล่พรวดมาอย่างน่ากลัว จนไหมพิมชะงัก สะดุด ต้องถอยหนี
 "เจ้าจะไปไหนไหมพิม"
 "ท่านไม่มีตัวตน ท่านไม่ใช่ฉัน ฉันคือไหมพิม พิตรพิบูลย์ ไม่ใช่เจ้าสีเกด"
 "คนเยี่ยงไหมพิม พิตรพิบูลย์ อ่อนแอแล้วก็โง่ เจ้าคิดรึ ว่านายพชรมันจะรักเจ้า ฮึ! ชายทุกคนล้วนเลวเหมือนกันหมด"
 "ไม่จริง ท่านต่างหากที่โง่ ท่านต่างหากที่จมปลักกับผู้ชายเลวๆ คนหนึ่ง ท่านปล่อยให้ความแค้นทำลายตัวท่าน ผู้ชายไม่ได้เหมือนกันหมด คนดีๆ มีเยอะแยะ"
 "เจ้ามันบ้าที่คิดเยี่ยงนั้น"   
 "ท่านนั่นแหล่ะทั้งบ้า ทั้งโง่ หญิงโฉม หญิงฉายและท่านชายทัดของท่าน ไปเกิดใหม่ มีชีวิตใหม่นานแล้ว แต่ดูท่านสิ แทนที่จะลืมความแค้นพวกนั้นไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดีขึ้น ท่านกลับวนเวียนอยู่ที่เดิม ท่านมันน่าสมเพช! จริงๆ"
 เจ้าสีเกดโกรธสุดขีดเพราะไหมพิมด่าจี้โดนใจดำ ยกมือขึ้นบีบคอไหมพิมทันที
 "ไหมพิม! เจ้าด่าข้ารึ ชีวิตเจ้าเป็นของข้า เป็นของข้า ได้ยินรึไม่"
 ไหมพิมจับที่มือเจ้าสีเกดพยายามดึงออกจากคอของตน ไหมพิมเริ่มกล้าแข็งเผชิญหน้าต่อสู้ รวบรวบกำลังใจจะเอาชนะให้ได้ ไม่ยอมตกเป็นทาสของสีเกดอีกต่อไป
 "ไม่! ฉันไม่ใช่ของๆ ท่าน ฉันมีชีวิตเป็นของตนเอง ฉันจะไม่กลัวท่านอีกแล้ว ฉันจะเอาชีวิตของฉันคืนมา"  
 "ดวงจิตอ่อนแอเยี่ยงเจ้า มิมีทางทำได้ดอก"
 "ฉันต้องทำได้ ฉันต้องทำได้" ไหมพิมหลับตารวบรวมกำลัง ดึงมือสีเกดออกจากคอ ไหมพิมรวบรวมกำลังแล้วผลักสีเกดออกไป      
 สีเกดล้มถลาไปกับพื้น ไหมพิมเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งหนีออกไป พร้อมกับตะโกนเรียกพชร
 "เจ้ากำลังสับสนว่าตัวตนไหนคือไหมพิม ตัวตนไหนคือสีเกด นับจากนี้จะมีแต่สีเกดและสีเกด มิมีไหมพิมอีกต่อไปแล้ว"
 สีเกดยิ้ม มองตามไหมพิมไปด้วยแววตาร้ายกาจ แล้วโผล่มาดักหน้า ไหมพิมตกใจมากจึงวิ่งหนีไปอีกทาง สีเกดโผล่มาดักหน้าแล้วจัดการบีบคอ ไหมพิมดิ้นรน
 ที่ห้องพักไหมพิมนอนตาเหลือกอยู่บนเตียงคนไข้ เท้าทั้งสองดิ้นถีบทุรนทุราย สองมือพยายามแกะบางสิ่งที่มองไม่เห็นออกจากคอตัวเอง พยาบาลเปิดประตูห้องเข้ามา จะมาวัดความดันให้ ตกใจมากเพราะเห็นสภาพไหมพิมบีบคอตัวเองจนตาเหลือกแล้ว พยาบาลรีบวิ่งเข้าไปดึงมือของไหมพิมออกมาจากคอ
 ขณะที่ภาติยะโทรมาบอกพชรว่าไหมพิมอยู่ที่โรงพยาบาล เขาดีใจมากรีบไปหาไหมพิมทันที
 พชรไปถึงโรงพยาบาล หมอเพิ่งฉีดยาให้ไหมพิมหลับพอดี พยาบาลบอกว่าเมื่อสักครู่ไหมพิมบีคอตัวเอง พชรเดินเข้ามานั่งมองหน้าไหมพิม ด้วยความสงสารห่วงใย
 ไหมพิมรู้สึกตัวตื่นขึ้นในช่วงกลางคืน พชรนั่งจับมือไหมพิม เฝ้าอยู่ข้างเตียง ลุกขึ้นยืนดีใจ ไหมพิมร้องไห้ทันทีที่เห็นหน้าพชร ไหมพิมลุกขึ้นนั่ง
 "คุณพัด ฮือ ไหมทำอีกแล้วใช่ไหม ไหมทำร้ายใครคะคุณพัดไหมทำอะไรลงไปบ้าง บอกไหมสิคะ"
 พชรโกหก "ใจเย็นๆ ครับคุณไหม คุณไม่ได้ทำร้ายใครเลย คุณไหมทำใจให้สบายนะครับ อย่าเครียด คุณปลอดภัยแล้ว รู้มั้ยผมเป็นห่วงคุณ ห่วงที่สุดเลย"
 "คุณพัด" ไหมพิมโผเข้ากอดพชร พชรกอดไหมพิมแน่น  รักและห่วงสุดๆ
 พชรพาไหมพิมมาที่บ้านปรีชญา โดยนัดแทนไทกับภุมรีมาด้วย เมื่อทุกคนพร้อม ภุมรีถามไหมพิม
 "คุณไหมช่วยเล่าให้พวกเราฟังหน่อยสิ ว่าวิญญาณที่เข้ามาเกี่ยวพันกับคุณไหมตนนี้คือใคร"
 "เขาเป็นผู้หญิง ชื่อเจ้าสีเกด เขาเป็นคนปักผ้าห่มไมปักทองผืนนั้นค่ะ เมื่อก่อน ไหมรับไม่ได้ว่าเขาเป็นวิญญาณ ไหมคิดว่าเขาเป็นแค่ความฝัน ฝันที่มีพวกคุณสามคนเข้าไปร่วมด้วย"
 ปรีชญามองไหมพิม "พวกเราหรือ"
 "ค่ะ คุณทาวิธ คุณปั๋มแล้วก็คุณณี ทุกคนเหมือนอยู่ในอดีตสักร้อยปีที่แล้ว เรื่องราวของพวกคุณกับเจ้าสีเกดเป็นเรื่องของความรัก ความแค้น และที่มาของผ้าผืนนั้นค่ะ"
 สามคนที่ถูกเอ่ยชื่อ ตกใจ มองหน้ากัน
 "นี่หมายความว่าคุณไหมพิมเข้าไปเห็นอดีตชาติของคุณทาวิธ คุณปั๋มแล้วก็คุณณี" แทนไทถาม
 "ค่ะ ไม่มีอะไรอธิบายได้ดีกว่านั้น" ทุกคนมึนงงอย่างมาก แทบรับไม่ได้
 "ไหมเห็นอดีตชาติของพวกเราเนี่ยนะ"
 "ไหม ไหนลองเล่าเรื่องที่หนูเห็นมาสิ เล่ามาให้ละเอียดเลยนะ"
 "ค่ะคุณยาย เจ้าสีเกดเป็นธิดาของพระราชวงศ์ต่างแดนที่ถูกยึดมาเป็นเชลย ความอาภัพของเธอ เริ่มต้นจากการที่พ่อของเจ้าสีเกดถูกกล่าวหาว่าร่วมมือกับพวกกบฏที่คอยก่อกวนตามชายแดนไทย เจ้าสีเกดพบรักกับคุณทาวิธ เอ้อ! ท่านชายทัด ท่านชายเป็นความหวังความสุขแต่เพียงอย่างเดียวของชีวิตอาภัพอย่างเจ้าสีเกด แต่ความรักนั้นก็มีอายุสั้น เมื่อท่านชายทัดมีรักใหม่กับหญิงฉาย เจ้าสีเกดหมดหนทาง ก็เลยทำเสน่ห์คุณไสยให้ท่านชายทัดกลับมาหลงใหล อีกครั้ง ชีวิตเจ้าสีเกดตกต่ำลงถึงที่สุดเมื่อถูกจับได้ เพราะเวลานั้นโทษของผู้ที่ทำคุณไสยคือประหารชีวิต"
 ไหมพิมน้ำตาคลอ หยุดเล่าไปชั่วขณะ เพราะสะเทือนใจ ปรีชญาอยากรู้ต่อ
 "แล้วเจ้าสีเกดถูกประหารชีวิตมั้ย"
 ไหมพิมเริ่มเล่าต่อ "ไหมกับเจ้าสีเกดผูกพันจนแทบจะรู้ทุกความรู้สึก สำหรับไหม ชีวิตของคนทั่วไปอาจมีสุขและทุกข์ปะปนกันไป แต่สำหรับเจ้าสีเกดเธอมีแต่ความทุกข์เท่านั้น!"
 เจ้าสีเกดที่กำลังนั่งปักผ้าอยู่ ตอนนี้สีเกดลักษณะคล้ายคนบ้าเข้าไปทุกที นั่งพูดคนเดียว เพ้อๆ หลงๆ  บ่าวที่เคยดูแลเจ้าติสสะนั่งร้องไห้อยู่แถวๆ บริเวณนั้น เสด็จฯ เดินขึ้นเรือนมาพร้อมด้วยบ่าวติดตามมาอีก 2-3 คน เสด็จฯถามว่าเจ้าติสสะสิ้นใจแล้วหรือ บ่าวตอบพลางร้องไห้ เสด็จฯ ทรงตกใจและสั่งให้นำพระศพไปที่วัด เสด็จฯ หันมามองเจ้าสีเกดด้วยความสงสาร เดินเข้าไปลงนั่งข้างๆ เจ้าสีเกด
 "สีเกด เจ้าเหลือตัวคนเดียวแล้ว ไปอยู่กับฉันที่วังเถิด"
 เจ้าสีเกดส่ายหน้า "สีเกดมิไปไหนทั้งนั้น สีเกดจะอยู่ที่นี่ จะอยู่กับท่านปู่อยู่กับผิว ผิว ผิวอยู่ไหน ไปทูลท่านปู่ว่ามีคนมาขอพบ"
 "สีเกด ท่านปู่สิ้นใจแล้วนะ ผิวก็เหมือนกันเสียชีวิตไปแล้ว ยอมรับความจริงเสียเถิด"
 สีเกดเอะใจหันมาถาม "ท่านปู่กับผิวเสียไปแล้วรึ"
 เสด็จฯพยักหน้า "มิจริง มิจริง เป็นไปมิได้ข้ามิเชื่อดอก ข้ามิเชื่อ ข้ามิเชื่อ"
 "สีเกด เพลานี้เจ้าต้องตั้งสติ คิดถึงคุณพระคุณเจ้า คิดถึงลูกไว้ให้มาก"
 "ลูก ไร้ลูก ไร้ผัว มิมีท่านปู่ มิมีผัว มิมีผ้า มิมีแม้แต่ชีวิต ข้าหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว"
 เจ้าสีเกดร้องไห้โฮออกมา น่าสงสาร เสด็จฯเข้ามากอดปลอบด้วยความสงสาร
 ไหมพิมเล่าต่อว่า "หลังจากรู้ว่าท่านปู่เสียชีวิต ตัวเองเหลือตัวคนเดียวในโลก แถมยังจะถูกประหารชีวิตในวันข้างหน้า เจ้าสีเกดก็ทุ่มเทให้กับการปักผ้าห่มไหมปักทอง ไม่กิน ไม่ดื่ม และไม่นอน คืนนั้น เสียงร้องไห้คร่ำครวญของเจ้าสีเกด ดังลั่นไปทั่วคุ้งน้ำ ความเจ็บปวดของผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นเพราะผู้ชายใจโลเล เหมือนสัตว์ตัวหนึ่งที่กำลังกรีดร้องก่อนตาย และเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น บ่าวไพร่ก็ได้พบกับเรื่องน่าตกใจว่า เจ้าสีเกดผูกคอตายทั้งที่ท้องใกล้จะคลอด"
 ไหมพิมร้องไห้ น้ำตาไหลริน สงสารเจ้าสีเกด ทุกคนตะลึงกับข้อมูลที่ได้รับ ยายรณีกล่าวขึ้น
 "แสดงว่าเจ้าสีเกดผูกคอตาย ก่อนที่จะถูกประหาร"
 "ค่ะ เธอไม่ต้องการยกลูกให้กับหญิงฉาย"
 "ขนลุก ตายท้องกลมซะด้วย"
 "วิญญาณถึงได้เฮี้ยนอย่างนี้"
 "แล้วผ้าห่มไหมปักทองผืนนั้นล่ะ"
 "เธอปักจนเสร็จแล้วถึงผูกคอตายค่ะ"
 ทาวิธ ปรีชญาและมณีกัญญา อึ้งมากกว่าใครๆ ออกอาการอย่างมาก
 "อดีตชาติของฉัน เคยไปทำร้ายเจ้าสีเกดงั้นหรือ" ปรีชญาว่า
 "ผมคือท่านชายทัด ผมทอดทิ้งเขาและเขามีความแค้นต่อผม"
 "ไม่ใช่ต่อคุณคนเดียว ต่อทุกคนค่ะ"
 มณีกัญญาแทบกรี๊ดออกมา รับไม่ได้เลย เกือบจะอาละวาด ต้องลุกขึ้นยืนโวย เพราะตนกลายเป็นคนใจร้ายกับสีเกดมากที่สุดคนหนึ่ง
 "บ้า บ้า บ้าที่สุด เรื่องทั้งหมดมันเหมือนนิยายมากกว่า พวกเราจะรู้ได้ยังไง ว่านังไหมพิมไม่ได้แต่งเรื่องขึ้นมา!"
 "ณี ใจเย็นๆ มีสติหน่อย เกรงใจคุณภุมรีกับคุณแทนไทบ้าง"
 มณีกัญญาเลยจำใจต้องลงนั่งตามเดิม
 "ณี พี่รู้ว่าณีตกใจ แต่เราทุกคนพบเรื่องประหลาดมามากพอที่จะเชื่อได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง"
 ทุกคนถอนใจ แต่มณีกัญญายังไม่หายเสียทีเดียว
 "ณีจะเอาผ้านั่นไปเผา เอาไปตัด เอาไปฉีก เอาวิญญาณนั่นไปถ่วงน้ำ"   
 ไหมพิมโวยบ้าง "ถ่วงน้ำ จนถึงตอนนี้ คุณยังจะใจร้ายกับเจ้าสีเกดอีกหรือค่ะ"
 "เมตตา เห็นใจกัน คือทางแก้ปัญหาครับคุณณี"  
 "ถ้าเราทำบุญให้เจ้าสีเกด จะช่วยอะไรได้มั้ยค่ะ"
 "น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ"
 "เราควรทำลายผ้านั่นด้วย เพื่อส่งวิญญาณของเจ้าสีเกดไปสู่สุคติ น่าจะทำพร้อมกันทันทีครับ"
 "พรุ่งนี้เลย ได้มั้ยค่ะ"
 "ดีครับ ผมจะเป็นธุระให้เอง"
 "ขอบคุณค่ะ"
 ทุกคนยังวิตกกังวลอยู่ ทาวิธกับปรีชญามองหน้ากัน รู้สึกผิดต่อเจ้าสีเกด
 พชรพาไหมพิมเข้ามาในห้อง และบอกให้พักกับปรีชญาไปก่อน
 "ช่วงนี้คุณไหมพักอยู่ที่นี่ก่อนนะครับ ผมขออนุญาตคุณยายแล้ว ผมไม่ไว้ใจให้คุณอยู่คนเดียวที่บ้าน"
 "แต่คุณปั๋มกับไหม เอ่อ"
 "คุณไหมสบายใจได้ครับ ปั๋มเป็นคนมีเหตุผล เขาจะเข้าใจทุกอย่างได้ในเวลาอันรวดเร็ว"
 ไหมพิมถอนใจ จำใจต้องอยู่ที่นี่ตามความต้องการของพชร
 "คิดๆ ไป เรื่องของเจ้าสีเกด คุณไม่ได้มีอดีตชาติร่วมกันกับเขา แต่ทำไมคุณถึงโชคร้ายถูกใช้เป็นเครื่องมือ ในขณะที่คนอื่นไม่โดน"
 "เจ้าสีเกดบอกว่า จิตของเขากับไหมเชื่อมโยงกันง่าย เพราะชะตาชีวิตเราคล้ายกัน เป็นกำพร้า ด้อยค่าและอาภัพ"
 พชรฟังที่ไหมพิมพูดแล้วนึกสงสารไหมพิมขึ้นมาจับใจ เขาเลยคว้ามือไหมพิมเอามากุมไว้เพื่อเป็นกำลังใจให้
 "เพราะความอ่อนแอในใจเรา อำนาจฝ่ายมืดจึงเข้าครอบงำได้ง่าย ไหมต้องเข้มแข็งค่ะคุณพัด ไหมจะไม่อ่อนแออีกแล้ว" พชรยิ้มให้กำลังใจไหมพิม
 ปรีชญากับทาวิธนั่งเงียบซึมไม่พูดกันเลย และในที่สุดทาวิธก็พูดขึ้น
 "ผมเคยเจ้าชู้ ทำร้ายชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งจนเธอต้องฆ่าตัวตาย ผมมันเลวจริงๆ เลวอย่างไม่น่าให้อภัย"
 "ต่อไปนี้เราสามคน  คุณ ปั๋มและณี คงเหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะเวรกรรมที่ก่อไว้ในอดีตชาติ"
 ปรีชญากับทาวิธนั่งเงียบซึมอย่างเดิม ทุกข์ใจ
 ยายรณีกราบพระในห้อง มณีกัญญาเดินจ๋อยๆ มาลงนั่ง
 "ณีอยากไหว้พระนะค่ะคุณยาย" มณีกัญญาก้มกราบพระ 3 ครั้ง
 "ไม่สบายใจใช่มั้ยลูก" มณีกัญญาไม่ตอบ เพราะพูดไม่ถูกเหมือนกัน
 "ณีคงตกใจกับเรื่องราวที่รับรู้ คนสมัยใหม่อย่างณีไม่เชื่อว่ากรรมเวรมีจริงคิดแต่ว่าเรามีชีวิตนี้ชีวิตเดียวก็เอามันซะให้เต็มที่ เอาเปรียบคนอื่น ดูถูกคนอื่น ทำความชั่วสารพัด"
 มณีกัญญาดูกลัวกรรมเวรมากขึ้น น้ำเสียงอ่อนลง
 "ณีก็แค่รู้สึกว่ามันเป็นสิทธิ์ของณี ใครทำอะไรเรา เราก็ต้องสู้ ใครทำอะไรให้เราไม่พอใจ เราก็ต้องโต้ตอบ"
 "นั่นสิ แล้วพอเราโต้ตอบคนอื่น คนอื่นก็ตอบโต้เรารุนแรงกว่า ขึ้นต้นด้วยความรุนแรง เราก็ต้องอยู่กับความรุนแรง ชีวิตณีถึงไม่เคยสงบสุข กรรมเวรไม่เคยจบสิ้น"
 มณีกัญญานิ่งลง เริ่มได้คิดทีละน้อย  
 ทาวิธจะกลับคอนโด ปรีชญาบอกให้เขานอนที่นี่ ทาวิธีดีใจมาก ปรีชญามองมาที่ทาวิธใจอ่อนลงทีละน้อย แล้วเดินจากไปทางบันไดขึ้นชั้นบน ทาวิธยิ้มมีความหวังขึ้นมาบ้าง!
 พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า รถตู้คันหนึ่งจอดอยู่ ทาวิธ ไหมพิม พชร ยืนรออยู่หน้าตึก ปรีชญากับมณีกัญญาเดินออกมาจากในบ้าน พชรถามถึงยายรณี ปรีชญาบอกว่าไปเอาผ้าห่มไหมปักทอง
 "คุณแทนไทโทรมาบอกว่าจะทำพิธีบังสุกุลให้กับวิญญาณของเจ้าสีเกดเตรียมของทุกอย่างให้เราเรียบร้อยแล้ว"
 ยายรณีเดินถือพานใส่ผ้าขาดออกมาจากในบ้าน ธงและมะลิเดินตามมาด้วยแต่กลัวผ้าไม่กล้าถือ ปรีชญาจึงเข้าไปช่วยถือให้
 "ไม่ได้! ปั๋ม ณี พ่อวิธแล้วก็นู๋ไหม ห้ามแตะต้องผ้านี้อีก!"
 "ไปเถอะครับเดี๋ยวคุณแทนไทจะรอนาน"
 ทาวิธ ปรีชญา มณีกัญญา ยายรณี ทุกคนขึ้นรถตู้ตามลำดับ ไหมพิมกำลังจะขึ้นรถตู้หันไปเห็นกระจกรถ มีเงาของเจ้าสีเกดสะท้อนมาดูน่ากลัว เจ้าสีเกดวิงวอนขอร้องไหมพิม
 "ไหมพิม อย่าให้มันเอาผ้าไป เอาผ้าคืนมาให้ข้าประเดี๋ยวนี้"
 ไหมพิมเห็นและได้ยินอยู่คนเดียว เธอตกใจเดินถอยกรูด
 "เป็นอะไรไปครับคุณไหม" พชรถาม
 ไหมพิมตัดใจ มุ่งมั่น "ไม่มีอะไรค่ะ เรารีบไปวัดกันเถอะค่ะ"
 ไหมพิมรีบขึ้นรถ พชรปิดประตูรถให้ แล้วขึ้นนั่งหน้าข้างคนขับ รถตู้วิ่งออกไปจากบ้าน
 ทุกคนนั่งอยู่ในรถตู้อย่างสงบ ยายรณีถือพานผ้า ไหมพิมได้ยินเสียงเจ้าสีเกดอีก แต่เธอพยายามเข้มแข็ง ขณะที่ยายรณีคิดในใจว่า
 "เรากำลังจะพาเธอไปพ้นทุกข์ อย่าจองเวรจองกรรมกันอีกเลยนะเจ้าสีเกด"
 พอไปถึงวัด แทนไทกับภุมรีรอทุกคนอยู่แล้ว พระสงฆ์ 4 รูป มือถือสายสิญจน์กำลังสวดบังสกุลอยู่ ทุกคนประนมมือตั้งใจฟัง พานผ้าขาดมีสายสิญจน์โยงอยู่หน้าพระสงฆ์ที่กำลังสวด ไหมพิมยังได้ยินเสียงของสีเกดกระซิบอยู่เธอพยายามต่อสู้กับเสียงไม่ยอมแพ้ แต่หน้าตาบ่งบอกความอึดอัด เครียด! พชรหันมาเห็นสีหน้าอาการของไหมพิม
 "คุณไหม คุณเป็นอะไรหรือเปล่า หน้าตาคุณดูเครียดๆ"
 "ไหมไม่เป็นไรค่ะ คุณพัดไม่ต้องห่วงหรอก"  
 มณีกัญญามองไปรอบตัวเกิดความกลัวขึ้นมา เลยเบียดเข้ามานั่งชิดปรีชญา
 "เป็นอะไรไปณี"
 "ใจมันสั่นๆ หวาดๆ ชอบกล"
 ทาวิธมองไปที่ผ้าขาดบนพาน หน้าเจ้าสีเกดซ้อนเข้ามา ลอยอยู่บนพานผ้าขาดบนผ้าที่อยู่บนพาน ทาวิธเห็นคนเดียว คนอื่นมองไม่เห็น
 "ท่านชายทัด ท่านช่วยข้าที ข้ายังมิอยากจากท่านไป"
 ทาวิธสะดุ้งเฮือกเป็นครั้งแรกที่เห็นสีเกด ปล่อยมือที่พนมอยู่ กระเถิบไปด้านหลังจนชนถาดใส่แก้วน้ำดื่ม 5-6 แก้ว เสียงดัง จนพระสงฆ์หยุดสวดเพราะตกใจ คนอื่นๆ หันมามองที่ทาวิธ พชรถาม
 "เป็นอะไรไปครับคุณวิธ"
 "ฉันเห็นเขาแล้ว ที่พานผ้านั่น" ทาวิธชี้ไป
 ทุกคนมองไปที่พานผ้าขาด ก็ปกติไม่เห็นมีอะไร
 "คุณเห็นอะไรไหมค่ะ" ภุมรีถามแทนไท
 แทนไทพยายามมอง "ไม่ ผมไม่เห็น"
 "ฉันก็ไม่เห็นอะไรเลย"
 มณีกัญญามองไปที่ผ้าขาดบ้าง มณีกัญญาเห็นหน้าของสีเกดที่ซ้อนบนผ้าพูดกับตนลอยอยู่บนพานผ้าขาด
 "หญิงโฉม ข้าจะจองเวรกับเจ้า จองเวรมิมีวันเลิกรา!"
 มณีกัญญาสะดุ้ง! ถอยเข้าไปนั่งรวมอยู่กับปรีชญาซุกหน้าหนีไม่กล้ามองไปอีก
 "ปั๋ม ณีเห็นเขาแล้ว เขาอยู่ที่พานนั่น" มณีกัญญาชี้ไปที่พานผ้าขาด
 ปรีชญามองไปที่ผ้าขาดบ้าง ปรีชญาเห็นสีเกดพูดกับตัวเองเช่นกัน
 "หญิงฉาย เจ้าจะครองรักกับท่านชายทัดมิได้ ท่านชายเป็นของข้า"
 ปรีชญาใจเย็น ไม่กลัว โต้ตอบไป ยกมือไหว้สีเกด
 "เราทุกคนขออโหสิกรรม เรากำลังทำบุญไปให้คุณค่ะ"
 แทนไทกังวลใจ รีบบอกพระสงฆ์และทุกคน
 "นิมนต์สวดต่อเถอะครับ ทุกๆ คน ขอให้ตั้งสติมีสมาธิในการอุทิศส่วนกุศล ต่อไป"  
 "หลับตาค่ะ ไม่ต้องมอง ถ้าใจพวกคุณเข้มแข็งไม่มีใครทำอะไรพวกคุณได้หรอกค่ะ" ไหมพิมว่า
 ทาวิธ ปรีชญา มณีกัญญา และไหมพิมหลับตานั่งสมาธิ การสวดมนต์ดำเนินต่อไป คนอื่นๆ พยายามทำใจให้สงบ พระสงฆ์ 4 รูป กำลังสวดบังสกุลต่อไป                   
 "ข้ามิอยากได้ยิน ข้าจะเอาผ้าของข้าคืน เอาผ้าของข้าคืนมา"
 ทันใดนั้นก็มีข้าวตอกดอกไม้โรยลงมาจากเบื้องบน โดนตัวเจ้าสีเกด เป็นสัญลักษณ์ของความดี เจ้าสีเกดรับดอกไม้นั้น งุนงง ว่ามันคืออะไร ความสงบบังเกิดขึ้นกับสีเกดชั่วขณะนั้น เพราะกำลังได้รับบุญกุศล
 ทุกคนกำลังกรวดน้ำ พระสงฆ์ใช้ตาลปัตรกำลังสวดบทยถาฯอยู่
 "เจ้าสีเกด ไม่ว่าท่านจะอยู่หนใด ขอให้อโหสิกรรมเลิกแล้วต่อกัน ขอให้ได้รับบุญกุศลที่เราทั้งหลายตั้งจิตส่งให้ด้วยเถอะ" แทนไทเทน้ำที่กรวดหมดพอดี แล้วประนมมือไหว้หลับตา
 แสงสว่างส่องมาจากเบื้องบนเข้ามาที่เจ้าสีเกด เหมือนใครเปิดหน้าต่าง แสงนั้นส่องจ้า เจ้าสีเกดหยีตามองขึ้นไป
 ที่วิหารภายในวัด ผ้าที่อยู่บนพานผืนที่ขาด จู่ๆ ก็ติดไฟปะทุขึ้นแล้วเผาไหม้ลงไปด้วยตนเอง จนกลายเป็นก้อนกลม  ทุกคนตกใจมองดู
 "จู่ๆ ก็ติดไฟขึ้นมาเอง เป็นเพราะอะไรครับคุณแทนไท"
 "ดวงวิญญาณของเจ้าสีเกด น่าจะเดินทางไปสู่สัมปรายภพแล้ว"
 "หมายความว่าเราปลอดภัยแล้ว เราปลอดภัยแล้วใช่ไหมค่ะ"
 "ครับ"
 "โล่งอกเสียที ขอบคุณคุณทั้งสองมากนะค่ะ" รณีกล่าว
 ทุกคนโล่งใจตามกันไป บรรยากาศดีขึ้น ผ่อนคลาย ทาวิธกับปรีชญามองหน้ากันยิ้มให้กันเล็กน้อย พชรจับมือไหมพิมมาบีบ ยิ้มโล่งอก! ไหมพิมนึกถึงสีเกดมองไปที่พานผ้า ซึ่งตอนนี้เหลือแต่ขี้เถ้า
 "ขอให้ท่านไปสู่สุขคตินะค่ะเจ้าสีเกด" ไหมพิมรู้สึกอาลัยเล็กน้อย
จบตอน 21

สาปภูษา 22  
 บริเวณสวนหย่อม ดอกกุหลาบบานสะพรั่ง ไหมได้กลิ่นกุหลาบหอมสดชื่น มีความสุข พชรยืนอยู่ด้านหลังไหมพิม ไหมแหงนหน้ามองฟ้า สูดลมหายใจด้วยความเบิกบาน
 "ไหมไม่มีกะจิตกะใจดูฟ้า ดูดอกไม้อย่างนี้มานานแล้วค่ะ"
 "ดีใจมั้ยครับ คุณไม่ใช่คนผิด ไม่ใช่แม้กระทั่งเป็นคนป่วย"
 "เหมือนเกิดใหม่เลยล่ะค่ะ ตอนนี้ไหมมีความสุขมากค่ะคุณพัด"
 "คุณจะมีความสุขมากกว่านี้ ถ้าได้คุยกับใครบางคน" ไหมพิมถามว่าใคร พชรไม่ตอบได้แต่ยิ้ม ปรีชญากับมณีกัญญาเดินลงบันไดมา มณีกัญญาดูอ่อนลงแต่ยังมีฟอร์มไม่มองหน้าไหมพิม
 "โธ่! นึกว่าเรียกให้มาเจอใคร ทำไมค่ะจะให้เราสองคนกราบขอโทษไหมพิมหรือไง"
 พชรดุมณีกัญญา "พี่ก็แค่รู้สึกว่าเราทุกคนควรเริ่มต้นกันใหม่"
 "ณีก็เกือบตายมาหลายหนนะพี่พัด ณีก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน พี่พัดอยากจะทำอะไรก็เชิญทำไปเถอะ" มณีกัญญาสะบัดหน้าเดินกลับขึ้นตึกไป เหลือแต่ปรีชญาที่ยังอยู่
 "คุณพัดค่ะ ไหมต่างหากต้องไปขอโทษคุณณี ไม่ใช่ให้คุณณีมาขอโทษไหม"
 "เข้าใจผิดใหญ่แล้ว ไม่ใช่จะให้ขอโทษแค่จะให้เจอกันคุยกัน พี่หวังว่าเธอคงไม่ได้คิดแบบยัยณีนะปั๋ม" ปรีชญามองไหมพิม ท่าทางอ่อนลง แม้จะยังมีทีท่าเหินห่างอยู่บ้าง ไหมพิมมองปรีชญาด้วยสายตาวิงวอน ขอให้ยกโทษให้
 ที่ศาลากลางสนาม ปรีชญากล่าวกับไหมพิมว่า
 "เรื่องที่ผ่านมา เป็นเรื่องทำใจยากสำหรับเราทุกคน แต่เอาเป็นว่า ฉันยกโทษให้"
 ไหมพิมดีใจมากเพราะแคร์ปรีชญาที่สุด ไหมพิมยกมือไหว้ขอบคุณ
 "คุณปั๋ม ไหมขอบคุณจริงๆ ค่ะ คุณปั๋ม" ไหมพิมรู้สึกโล่งอกที่ปรีชญาให้อภัยตนเอง
 "กลับมาทำงานที่ร้านเหมือนเดิมแล้วกันนะ" ไหมพิมรับคำ ปรีชญาอยากถามถึงเรื่องทาวิธแต่ลำบากใจ ไม่รู้จะถามอย่างไร
 "เอ้อ! แล้วเรื่องของไหมกับคุณวิธ" ไหมพิมพยักหน้าเข้าใจว่าหมายถึงอะไร
 "คุณปั๋มค่ะ ถึงไหมจะถูกเจ้าสีเกดครอบงำ แต่ไหมกับคุณวิธไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันจริงๆ นะคะ ไหมมีแต่ความเคารพให้กับคุณวิธเท่านั้นล่ะค่ะ"
 "แล้วความรู้สึกที่คุณวิธมีต่อเธอล่ะ"
 "ไม่เหมือนที่คุณวิธรู้สึกต่อคุณปั๋มหรอกค่ะ คุณวิธคิดกับไหมแบบผู้ชายรักสนุกคนหนึ่งก็เท่านั้น"
 "แล้วที่เจ้าสีเกดทำทั้งหมดนั่น เพื่ออะไรกัน"
 "เธอต้องการให้คุณสามคนเจ็บปวดจากการพลัดพรากเหมือนที่เธอเคยเจอ เจ้าสีเกดพยายามยั่วยวนคุณทาวิธมาตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้คุณสองคนแต่งงานกัน"
 "อืม ความรัก ความแค้น อยู่ข้ามชาติข้ามภพได้จริงหรือนี่"
 "คุณปั๋มค่ะ ตอนนี้คุณวิธได้รับบทเรียนแล้ว คุณปั๋มให้โอกาสคุณวิธอีกสักครั้งเถอะค่ะ"
 ปรีชญาอึ้งไป ไม่แน่ใจตนเองว่าจะทำได้
 ที่บ้านปรีชญา คุณยายรณีจะเดินไปทางครัว ทาวิธเดินกะเผลกเข้าบ้านมาร้องเรียกคุณยายรณี ยกมือไหว้แล้วถามหาปรีชญา ยายรณีบอกว่าออกไปข้างนอกแล้วถามว่ามีอะไรหรือเปล่า
 "คือ เมื่อวานกลับจากที่วัดผมกับปั๋มยังไม่ได้คุยกันเลย มีเรื่องขนาดนี้ปั๋มน่าจะอภัยให้ผมแล้ว คุณยายว่ามั้ยครับ"
 "เรื่องแบบนี้ มันทำใจยากนะพ่อวิธ"
 "คุณยายก็คิดว่าผมผิดและควรจะออกไปจากชีวิตปั๋มหรือครับ" คุณยายณีนิ่งไม่ตอบ
 "โธ่! คุณยาย ผมเข็ดแล้วจริงๆ นะครับต่อไปผมจะไม่เจ้าชู้แล้ว คุณยายช่วยผมหน่อยนะครับ"
 คุณยายรณีมองหน้าทาวิธที่ลงทุนอ้อนวอน สัญญิงสัญญาแล้วนึกเห็นใจทาวิธอยู่เหมือนกัน
 ห้องทำงานปรีชญา ปรีชญาเปิดประตูเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะ มีเสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น
 ปรีชญาอนุญาตให้เข้ามา นุชเดินเข้ามาในห้องเอาช่อกุหลาบแดงเสียบการ์ดมายื่นให้ ปรีชญารับมาอย่างงงๆ กล่าวขอบใจ นุชส่งช่อดอกไม้ให้แล้วเดินออกไป ปรีชญาเปิดการ์ดออกดู
 "ปั๋ม ผมสำนึกผิดแล้ว ผมสัญญาว่าจะไม่ทำอีก"ปรีชญาอ่านการ์ดจบเริ่มใจอ่อนนิดๆ
 ที่บ้านปรีชญา ทาวิธนั่งอ่านหนังสือกฎหมายอยู่ระเบียงหลังบ้าน คุณยายรณีกำลังแกะสลักผักอยู่ที่โต๊ะกลม มีธงกับมะลิยืนดูอยู่ใกล้ๆ ปรีชญาเดินกลับเข้ามาจากข้างนอก
 "กลับมาแล้วค่ะคุณยาย ทำอะไรกันอยู่เหรอค่ะ" ปรีชญาชะงักที่เห็นทาวิธ ทาวิธยิ้มให้ปรีชญา ธงกับมะลิแอบแซว ปรีชญามองธงกับมะลิค้อนๆ แล้วเดินขึ้นบันไดไป ทาวิธยิ้มที่ปรีชญาไม่ไล่คุณยายรณีพยักหน้าให้กำลังใจ ทาวิธใจชื้นขึ้น มีความหวังว่าปรีชญาจะกลับมาคืนดีด้วย
 ตอนเย็นวันเดียวกันทุกคนกำลังทานมื้อเย็นกันอยู่ เห็นทาวิธเอาใจแกะปลาทูทอดให้คุณยายรณีและให้ปรีชญา ปรีชญาก้มหน้าก้มตากินไม่ว่าอะไรแต่ก็ไม่คุยด้วย ทาวิธมีความหวังมากขึ้น
 ที่ทำงาน ปรีชญากำลังตรวจดูผ้าอยู่ เสียงข้อความมือถือดังขึ้น ปรีชญาเปิดอ่านข้อความ
 "ผมจะไม่เจ้าชู้อีกแล้ว ต่อไปนี้จะมีคุณเพียงคนเดียว ผมสัญญา" ปรีชญาเห็นข้อความ ถอนใจ ครุ่นคิด เริ่มใจอ่อนทีละน้อย
 ที่บริษัทพชร ไหมพิม พชร และทีมงานกำลังนั่งประชุมกันอยู่ ผ่านเวลาพักเที่ยง ทีมงานออกไปกินข้าวกัน พชรกำลังนั่งง่วนกับงานที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ไหมพิมนั่งที่โต๊ะกลางห้องกำลังเปิดหนังสือเกี่ยวกับเรื่องผ้าโบราณหาข้อมูลบางอย่างอยู่ เมื่อเจอไหมพิมรีบลุกเอามาให้พชรดู
 "คุณพัดค่ะ ไหมเจอข้อมูลที่คุณให้หาแล้วค่ะ อยู่ในเล่มนี้นะค่ะ ไหมคั่นหน้าเอาไว้ให้แล้ว" ไหมพิมเอาหนังสือวางบนโต๊ะทำงาน พชรพูดโดยไม่มองทำเป็นยุ่งกับงานหน้าจอคอมพิวเตอร์
 "ผมกำลังยุ่ง คุณไหมช่วยเปิดหน้านั้นให้ทีครับ ผมจะใช้เลย" ไหมพิมเปิดหนังสือให้พชรแล้วเดินเอาหนังสือเข้าไปวางให้ใกล้ๆ พชรแกล้งหันมาจะหยิบหนังสือแต่กลับดึงไหมพิมไปนั่งตักแทนจริงๆ แล้วไม่ได้ยุ่งสักนิด จะแกล้งให้ไหมพิมเข้ามาใกล้ๆ มากกว่า
 "นี่แน่ะ โดนหลอกเลย"
 "บ้าจริงคุณพัดเนี่ย นี่ที่ทำงานนะแล้วคุณก็เป็นเจ้านายด้วยปล่อยนะ เดี๋ยวน้องๆ มาเห็นเข้า"
 "เค้าพักเที่ยง อีกนานกว่าจะกลับ" ไหมพิมแกล้งดุ
 "เอ้า ปล่อยก็ได้ แต่ต้อง" พชรหอมแก้มหนึ่งฟอด ไหมพิมเขินอาย
 "คุณพัดน่ะ" ไหมพิมตีต้นแขนพชรพร้อมกับลุกขึ้นยืน พชรลุกตามมาจับมือไหมพิม
 "คุณไหม เวลานี้ผมมีความสุขจริงๆ บางทีก็ต้องขอบคุณเรื่องของเจ้าสีเกดที่ทำให้ผมกับคุณได้รู้จัก ได้ใกล้ชิดกัน"
 "ชีวิตของเจ้าสีเกด ทำให้ไหมรู้สึกโชคดีที่รักกับคนไม่เจ้าชู้อย่างคุณ คุณเป็นคนดีที่หาได้ยากจริงๆ ค่ะคุณพัด" ทั้งสองยิ้มให้กัน ใกล้ชิดกัน บรรยากาศแห่งความรัก
 ที่บ้านปรีชญา คุณยายรณี ทาวิธ พนักงานร้านเวดดิ้งทั้งสามคนนั่งอยู่ คุณยายรณีดูอัลบั้มรูปชุดแต่งงานของปรีชญากับทาวิธอยู่ ปรีชญาเดินกลับเข้ามา จะเดินขึ้นไปชั้นบน ทาวิธหันไปเห็น
 "คุณปั๋มมาพอดีเลยครับ" ปรีชญาหันมาเห็นมองงงๆ พนักงานยกมือไหว้ ปรีชญารับไหว้งงๆ
 "คุณเกตุ จำได้ไหม" ปรีชญานึกขึ้นได้
 "บริษัทรับจัดงานแต่งงาน" ยายรณีบอกให้ปรีชญานั่งก่อน
 "เห็นคุณสองคนหายไปไม่ยอมไปรับรูปที่สั่งอัดไว้ เลยเอามาให้นี่ค่ะ" พนักงานเอาอัลบั้มรูปส่งให้ปรีชญา
 ปรีชญารับเอาอัลบั้มรูปมาเปิดดูแล้วสะท้อนใจ เพราะล้วนแต่เป็นภาพถ่ายเพื่อใช้ในงานแต่งงาน ทาวิธเองก็เศร้าไม่ต่างกัน ปรีชญามองหน้าทาวิธ
 "คุณเกตุครับ เรามีปัญหานิดหน่อยก็เลยคิดว่าจะยกเลิกการแต่งงานน่ะครับ" พนักงานยิ้มแห้ง
 "แต่คุณสองคนจ่ายเงินมัดจำเรามาแล้ว จะยกเลิกไม่เสียดายหรือค่ะ" ทาวิธอ้ำๆ อึ้งๆ
 "ที่จริงเลื่อนไปก่อนดีไหมค่ะ คิดดูกันอีกที จะได้ไม่ต้องเสียเงินมัดจำไปฟรีๆ"
 "เลื่อนไปหรือครับ"
 "ค่ะ ลองไปคิดดูนะค่ะ แล้วยังไงโทรหาได้ทุกเวลาค่ะ เกตุขอตัวกลับก่อนนะคะ ลาค่ะคุณยาย"
 พนักงานลาทุกคนแล้วเดินกลับออกไป ปรีชญาเครียดไม่รู้จะทำอย่างไรดี
 ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน คุณยายรณีกับปรีชญาทั้งสองเดินไปคุยไป ปรีชญาถามว่าควรทำยังไง
 "มีวิธีคิดง่ายๆ นะลูก หนูตัดใจจากพ่อวิธได้มั้ย แต่ถ้าหนูยังรักเค้าอยู่ตัดใจจากเค้าไม่ได้จริงๆ ก็แต่งไปเถอะ ปั๋มกับพ่อวิธมีบุพเพสันนิวาสต่อกันมา ที่หนูไหมเคยพูดไว้ไง เรื่องที่จะตัดใจจากกันนั้นคงยากจริงๆ ถ้าเป็นแบบนี้ก็แต่งกันซะ แต่ถ้ามันไปกันไม่รอดก็หย่า ไม่เห็นเป็นอะไร"
 "ไม่น่าเชื่อ คุณยายพูดและคิดเหมือนผู้หญิงสมัยนี้ได้ยังไง"
 "เกิดมาเป็นผู้หญิงสมัยยายไม่ดีหรอก ดูอย่างเจ้าสีเกดสิ ไม่มีความรู้ ไม่มีอำนาจ ไม่มีแม้แต่โอกาส ผู้หญิงสมัยก่อนเป็นพลเมืองชั้นสองของสังคมจริงๆ นะ"
 "เฮ้อ! คุณยายพูดถูก อยู่อย่างนี้ปั๋มอึดอัดจริงๆ เห็นหน้าเขาก็สงสาร ตัดใจไม่ลง แต่ครั้นจะคบต่อก็กลัวอีก" ปรีชญาครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดี ก็ตัดสินใจได้ขึ้นมา
 "ตกลงค่ะ ปั๋มจะเดินหน้าเป็นไงเป็นกัน ปั๋มยังมีคุณยาย มีครอบครัวอยู่นี่นา จะไปกลัวอะไร"
 ปรีชญาตัดสินใจเด็ดขาด แต่ก็มองเห็นธงกับมะลิแอบดูอยู่มุมหนึ่งซึ่งกำลังตีมือ ดีใจกันยกใหญ่ ยายรณีเรียกเสียงเข้มดุ ต่อว่าเรื่องที่มาแอบฟังแล้วดุอีกว่าไม่ยอมทำงานทำการ
 "นี่ก็งานค่ะคุณยาย งานสืบข่าวให้คุณวิธค่ะ" ธงหันไปเห็นทาวิธเดินกระเพลกลงบันไดหน้าตึกมาพอดี ธงรีบวิ่งไปหาทาวิธ
 "คุณวิธครับ คุณปั๋มตัดสินใจแต่งงานกับคุณแล้วครับ"
 "จริงๆ ค่ะ มะลิคอนเฟิร์ม ชัวร์ไม่มั่วนิ่มค่ะ"
 "ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามคุณปั๋มเองเลยครับ ไปเร็วครับ" ธงเสริมอีก
 ทาวิธยิ้มดีใจมองหน้าปรีชญารีบเดินเข้าไปหา คุณยายรณีปลีกตัวมาอยู่กับธงและมะลิ ปล่อยให้ทั้งสองคนได้คุยปรับความเข้าใจกัน
 "ที่ธงกับมะลิพูดจริงหรือปั๋ม"
 "แต่วิธต้องทำตามสัญญาให้ได้นะคะ"
 "ภาพที่เห็นคุณร้องไห้ในวันนั้นกับเรื่องของเจ้าสีเกด เปลี่ยนชีวิตผมจริงๆ ผมคงไม่เอาแต่ใจคิดแต่ความต้องการของตนเองอีกแล้ว เข็ดจริงๆ" ปรีชญาพยักหน้ายิ้มให้ทาวิธ ทาวิธดีใจเข้าไปจับมือปรีชญามาแนบแก้ม
 "ผมดีใจ ดีใจที่สุดเลย!" คนอื่นๆ พลอยดีใจมีความสุขไปด้วย คุณยายรณียิ้มโล่งอกที่ปรีชญากับทาวิธเข้าใจกันได้ซะที ปรีชญากับทาวิธยิ้มให้กันอย่างมีความสุข
 ที่ห้องทำงาน ประตูห้องปรีชญาเปิดอยู่ ไหมพิมเดินเข้ามาสีหน้าดีใจตื่นเต้น
 "จริงหรือค่ะ ที่คุณปั๋มตอบตกลงแต่งงานกับคุณวิธแล้ว"
 "จริงครับ" พชรยืนยัน ไหมพิมยิ้มดีใจ
 "คุณพัดรู้มั้ยค่ะ ความรู้สึกผิด หมดออกไปจากในหัวไหมทันทีเลยค่ะ"
 "คู่เค้าจะแต่งงานกันแล้ว ต่อไปก็เป็นคู่เราบ้าง เอ! หรือว่าจะจัดในวันเดียวกันเลย ดีมั้ยครับ"
 "บ้าจริงคุณนี่" พชรหัวเราะชอบใจ
 ไหมพิมเขินอาย เหมือนใครคนหนึ่งแอบมองทั้งคู่อยู่หน้าประตูห้องห่างออกไป ไหมพิมเอะใจหันขวับไปมอง แต่ไม่พบอะไร ดูลึกลับ ไหมพิมเดินออกมานอกห้องอย่างเร็วมองหา พชรตามออกมาถามว่ามีอะไร
 "เปล่าค่ะ ไหมนึกว่าพี่นุชกลับมาแล้วซะอีก" ไหมพิมรู้สึกใจคอไม่ดีแต่คิดว่าตัวเองคงตาฝาดไป
00000000000000
 ที่บ้าน ไหมพิมเพิ่งสวดมนต์ก่อนนอนเสร็จ แล้วหันมาคลี่ผ้าห่มเตรียมจะนอน
 "ต่อไปนี้ เราจะได้นอนหลับโดยไม่ต้องกังวลอะไรเสียที เฮ้อ" ไหมพิมลุกขึ้นปิดไฟ แล้วล้มตัวลงนอนห่มผ้าอย่างมีความสุข แต่มีเสียงการเดินของใครบางคนจากตู้เสื้อผ้ามุ่งไปยังที่ไหมพิมนอน
 ทาวิธกลับคอนโด เดินมาตามทางจนถึงหน้าประตู ก้มหน้าก้มตาล้วงกระเป๋ากางเกงจะหยิบคีย์การ์ดออกมาเปิดประตู พอเงยขึ้นมารู้สึกมีเงาคนมืดๆ เดินผ่านหลังพาดอยู่ที่ฝาผนังแต่พอหันไปมองก็ไม่พบใคร เลยหันกลับมาจะเปิดประตูก็ต้องชะงัก ทาวิธปลายตาไปเห็นอะไรบางอย่าง ทาวิธหันไปมองเต็มตา เห็นห้องข้างๆ ที่หน้าห้องมีจานอาหารที่ทานแล้ววางอยู่ ทาวิธแปลกใจว่าห้องข้างๆ มีคนมาอยู่แล้วหรือ แล้วคิดว่าตัวเองคิดมาก เปิดประตูเข้าห้องของตัวเองไป
 ที่ร้าน ไหมพิมกำลังยืนจัดผ้าเพื่อเอาไว้โชว์อยู่ ทันใดก็มีคนเข้ามาทักไหมพิมที่หันหลังจัดผ้าอยู่
 "ขอดูผ้าผืนนี้หน่อยค่ะ" ไหมพิมตกใจเห็นเป็นเจ้าสีเกด หันขวับมามองทันทีก็กลายเป็นลูกค้าสาวคนหนึ่งยืนเรียกอยู่ ไม่ใช่สีเกด
 "ผืนนี้น่ะค่ะ" ไหมพิมยังยืนนิ่งตกใจไม่หาย
 "ทำไมค่ะ ผืนนี้ไม่ขายเหรอค่ะ"
 "อ๋อ! เปล่าค่ะ เชิญเลยค่ะ" ลูกค้าสาวหยิบจับผ้าเอาขึ้นมาดูลาย ไหมพิมรู้สึกกลัวผี ขึ้นมาอีกแล้วมองรอบๆ ตัว หวาดๆ
 ที่ร้านอาหาร คอนโดทาวิธ พนักงานเดินถือถาดอาหารแล้ววางที่เคาน์เตอร์ สั่งให้ช้วนไปส่งที่ห้องผู้กองทาวิธ ช้วนหันมาพยักหน้า มีคนเดินเข้ามาที่ถาดอาหาร มือขาวซีดมือหนึ่งเทผงยานอนหลับจากห่อกระดาษลงในถ้วยแกงจืด แล้วเอาช้อนคนให้เข้ากัน เด็กเสริฟเก็บโต๊ะเสร็จก็เดินมายกถาดอาหารออกไปเพื่อเอาไปให้ทาวิธที่กำลังนั่งอ่านหนังสือกฎหมายอยู่
 "ทำไมช้าจัง" เด็กเสริฟเดินถือถาดอาหารเข้ามาในห้องวางไว้บนโต๊ะ ทาวิธหยิบเงินส่งให้แล้วนั่งกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยเพราะหิว
 ที่บ้าน ไหมพิมนอนหลับ มีเสียงการเดินมุ่งหน้าเข้าไปหาไหมพิม ไหมพิมที่หลับแล้ว จู่ๆ ก็ลืมตาที่แข็งกร้าวขึ้นมา แล้วดวงตาก็เป็นสีแดง ไหมพิมลุกขึ้นนั่งยิ้มร้ายเป็นเสียงหัวเราะของสีเกด
 ส่วนทาวิธเข้านอนแล้ว แต่ที่หน้าประตูห้องนอนของทาวิธที่ถูกปิดอยู่ แล้วประตูก็ถูกเปิดออก เห็นทาวิธนอนหลับอยู่บนเตียงมีห่มผ้าคลุมตัว ใครบางคนเดินมุ่งเข้าไปหาทาวิธแล้วมุดเข้าไปในผ้าห่ม! ก่อนที่จะโผล่ออกมาเห็นเป็นไหมพิมในชุดนอน!  กำลังนอนเบียดทาวิธที่หลับสนิทเป็นตาย ไหมพิมยิ้มร้าย เรียกทาวิธ ทาวิธแค่รับคำหือๆ แต่ไม่ตื่นเพราะฤทธิ์ยานอนหลับ
 "ฤทธิ์ยานอนหลับทำงานได้ดีจริงๆ" ไหมพิมหยิบมือถือตัวเองขึ้นมา แล้วเริ่มถ่ายรูปตอนนอนกับทาวิธ หน้าแนบหน้าบนเตียงในชุดนอนทั้งคู่ ไหมพิมยิ้มยั่วยวนให้กล้องบนมือถือ
 ที่ห้องทำงานปรีชญา ปรีชญากำลังนั่งทำงานอยู่กับมณีกัญญา มีเสียงเคาะประตูห้อง ปรีชญาอนุญาตให้เข้ามา นุชถือซองที่ปิดผนึกอย่างดีเอาเข้ามายื่นให้ปรีชญา
 "คุณปั๋มค่ะ มีคนเอาของมาให้ค่ะ"
 "ขอบใจจ๊ะ" ปรีชญารับซองมามองงงๆ นุชเดินกลับออกไป
 มณีกัญญาที่กำลังดูแฟ้มงานอยู่ไม่ได้สนใจ ปรีชญาฉีกซองออกดู เห็นเป็นรูปทาวิธนอนแนบหน้ากับไหมพิมบนเตียงในชุดนอน ปรีชญามือไม้สั่นอ่านข้อความที่แนบมาด้วยซึ่งเป็นลายมือไหมพิม
 "คุณวิธกับไหมชอบที่สุดตอนที่พวกคุณโง่งมงาย แต่งเรื่องผีบ้าๆ นิดเดียว พวกคุณก็เชื่อกันหมดมีใครโง่เหมือนพวกคุณอีกมั้ยเนี่ย"
 ปรีชญาเสียใจ ช็อก ร้องไห้โฮ! ปล่อยเอกสารและรูปร่วงกราวลงกับพื้น มณีกัญญาที่นั่งทำงานห่างออกไป ตกใจรีบเข้ามารับปรีชญาไว้แทบไม่ทัน เพราะร้องไห้จนยืนแทบไม่อยู่ มณีกัญญาประคองปรีชญาให้นั่งที่เก้าอี้
 "ยัยปั๋มเป็นอะไรไป" มณีกัญญาก้มลงเก็บรูปที่ร่วงอยู่กับพื้นขึ้นมาดู
 "รูปคุณวิธกับไหมพิม ลงวันที่ เมื่อคืนนี้ อ๊าย! อีงูเห่า เอาอีกแล้วเหรอเนี่ย" ปรีชญาเซเป็นลมหมดสติไป มณีกัญญาร้องเรียกปรีชญาแล้วรีบหยิบยามาให้พร้อมกับตะโกนเรียกนุช นุชเปิดประตูห้องทำงานเข้ามา มณีกัญญาสั่งให้ไปเอายาหอม
 ที่บริษัทพชร พชรกำลังประชุมอยู่กับทีมงาน ทันใดมือถือของพชรดังขึ้น พชรลุกไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองรับสาย พชรฟังปลายสายตกใจ
 "อะไรนะ โอเค พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหล่ะ" พชรวิ่งออกจากไปทันที ลูกน้องต่างงงเพราะอาการของพชรดูตกใจมาก
 ที่บ้านปรีชญา ปรีชญากลับมาถึงบ้านแล้วนั่งร้องไห้อยู่บนเตียง พชรวิ่งเข้ามาในห้องนอนของปรีชญา พชรถาม
 "รูปอยู่ไหน ขอพี่ดูหน่อยสิ" ปรีชญาหยิบซองรูปส่งให้พชร พชรรับรูปมาดูอย่างพินิจพิจารณาไม่อยากเชื่อกับภาพที่เห็น ปรีชญายังร้องไห้คร่ำครวญอยู่
 "เป็นไปได้ยังไง"
 "พี่พัดอย่าบอกเรื่องนี้ให้คุณยายรู้นะค่ะ" พชรพยักหน้ารับคำ แล้วก็นึกถึงแทนไทขึ้นมาจึงโทรศัพท์หาแทนไททันที
 "คุณแทนไทครับเกิดเรื่องใหญ่แล้ว คุณไหมเธอเป็นอีกแล้วครับ" แทนไทตกใจมากเช่นกัน ภุมรีที่นั่งอ่านนิตยสารอยู่หยุดสนใจฟังทันที
 "คุณพัดหมายความว่า คุณไหมพิมยังโดนผีตนนั้นสิงอยู่งั้นหรือครับ"
 "ผมคิดว่าอย่างนั้นครับ ผีตัวนั้นหลอกเราเขาไม่ได้ไปไหน ยังวนเวียนอยู่รอบตัวเรา มันเกิดขึ้นได้ยังไง ผมงง! ไปหมดแล้ว" แทนไทเกิดนิมิตขึ้นมาในหัวสมอง จนต้องลดโทรศัพท์ลงแล้วหลับตาทำสมาธิ มองเห็นมีดในมือของไหมพิม
 "มีด มีบางอย่างเกี่ยวกับมีด!"
 ที่ห้องไหมพิม ไหมพิมยิ้มร้ายมองมีดขนาดใหญ่ในมือ รอการมาของคนที่จะมาหาทาวิธ กะจะฆ่าให้ตายหมดทุกคนที่จะมาหาตน
 "บุญกุศลที่พวกเจ้าอุทิศให้ข้า ทำให้ข้ามีความสุขก็จริง แต่แค่นั้นคิดรึว่าข้าจะจากไปง่ายๆ ความแค้นนับร้อยปีของข้ามันฝังแน่น มิมีวันลบเลือนได้ดอก นอกเสียจากว่า"
 ไหมพิมมองมีดในมือ ค่อยๆ ลูบแววตาโหดเหี้ยมอำมหิต
 ที่บ้านปรีชญา พชรที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับแทนไท ถามถึงมีด
 "ใช่! ผมใจไม่ดีเลย พวกคุณยังอยู่กันเรียบร้อยดีนะครับ" พชรหันไปถามปรีชญา
 "ปั๋ม ณีล่ะ ยัยณีหายไปไหน"
 "ไปคอนโดวิธค่ะ ณีจะไปเอาเรื่องวิธกับไหมพิม" พชรตกใจมาก รีบพูดกับแทนไท
 "แย่แล้วครับ ยัยณีไปหาคุณไหม แค่นี้ก่อนนะครับ"
 "นี่หมายความว่ายังไงค่ะ พี่พัดยังเชื่ออีกหรือว่าไหมพิมโดนสิง วิญญาณเจ้าสีเกดไปสู่สุคติแล้วไม่ใช่หรือค่ะ"
 "ปั๋ม พี่ต้องไปช่วยยัยณีก่อน แล้วเดี๋ยวเราค่อยคุยกัน" พูดจบพชรรีบวิ่งออกจากห้องไปทันที ปรีชญายังคงงุนงง
 ส่วนแทนไทหน้าเครียด ภุมรีสงสัย
 "แปลก ทำไมคุณไหมถึงยังถูกสิงอยู่อีกนะ"
 "ต้องเป็นเพราะผ้าส่วนที่ขาดหายไป! การที่เราทำลายผ้าไม่ครบผืนวิญญาณจึงยังไม่ไปสู่สุคติต้องเป็นเพราะเหตุนี้แน่ๆ" แทนไทมุ่งมั่นว่าต้องใช่แน่ๆ
 ที่คอนโด มณีกัญญาเดินมาด้วยสีหน้าโกรธแค้น พอมาถึงหน้าห้องของทาวิธ มณีกัญญากดกริ่งหน้าห้องพร้อมกับตะโกนเรียก
 "คุณวิธ คุณวิธเปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ คุณวิธ คุณวิธ"
 ทาวิธที่ยังคงนอนห่มผ้าหลับอยู่ข้างในห้องนอนด้วยฤทธิ์ยานอนหลับ ไม่ได้ยินเสียงกริ่งและเสียงเรียกของมณีกัญญา มณีกัญญายังตะโกนเรียกทาวิธอยู่
 "คุณวิธ ณีรู้นะว่าคุณนอนกกนังไหมพิมอยู่ในห้อง เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ" ไหมพิมเดินออกมาจากทางห้องของตนเอง เดินมามองมณีกัญญา
 "นังไหมพิม แกอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย คุณวิธอยู่ในห้องแกใช่มั้ย"
 "อยากรู้ก็เข้ามาดูเองสิ" มณีกัญญาเดินลุยเข้าไปในห้องของไหมพิม แล้วมองไปที่ห้องนอนเห็นบนเตียงว่างเปล่าไม่มีทาวิธ
 "คุณวิธอยู่ไหน" ไหมพิมยิ้มกวนๆ
 "ก็ต้องอยู่ห้องเขาสิ"
 "นังไหมพิม แกแต่งเรื่องผี! มาหลอกพวกเรา เห็นเราเป็นตัวตลกหรือไง"
 "ตัวตลกรึ! ดีเกินไป ข้าเห็นพวกเจ้าเป็นไอ้พวกโง่ต่างหาก" มณีกัญญาโกรธจัด
 "เจ้าเจอข้าทำร้ายเกือบตายยังมิเข็ด ปล่อยให้อำนาจโทสะหลอกล่อเจ้าจนมาติดกับ ถามจริงๆ มิกลัวข้าฆ่าเจ้าหรือไง" มณีกัญญานึกขึ้นได้ว่าไหมพิมมีเรี่ยวแรงมาก รีบหาทางหนีทีไล่
 "ทาวิธและปรีชญาทุกข์ทรมานเพราะใจเจ็บปวดก็เหมาะดีแล้ว แต่อย่างเจ้านี่มันต้องตายสถานเดียว"
 ไหมพิมหยิบมีดจากเคาท์เตอร์ครัวแล้วยกขึ้นเดินย่างสามขุมมาหามณีกัญญา มณีกัญญาเห็นเข้าก็ตกใจเดินถอยหนีให้ห่างมีดไว้
 "นังไหมพิม แกอย่าทำอะไรฉันนะ ช่วยด้วย ช่วยด้วย" มณีกัญญากลัวตาย พยายามร้องเรียกขอความช่วยเหลือ
 ด้านทาวิธที่นอนหลับอยู่ก็งัวเงียตื่นขึ้นมา รู้สึกหนักๆ ที่หัวเพราะฤทธิ์ของยา มองดูนาฬิกาที่โต๊ะหัวเตียงด้วยอาการงงๆ
 "บ่ายโมงกว่าแล้ว เรานอนนานขนาดนี้เชียวหรือเนี่ย"
 ด้านไหมพิมเงื้อมีดแล้วจ่วงแทงลงมาทางซ้ายทีขวาที มณีกัญญาหลบไปมาได้หวุดหวิด แล้วคว้าแจกันแถวๆ นั้นขึ้นมาฟาดลงไปบนหัวของไหมพิม ไหมพิมทรุดฮวบลง มีดหลุดจากมือทันที มณีกัญญาวิ่งไปพยายามจะเปิดประตู ปากก็ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ
 ทาวิธที่รู้สึกหนักหัว จะมาเปิดตู้เย็นหาน้ำกิน ทันใดก็ได้ยินเสียงจึงรีบวิ่งกระเผลกออกจากห้องไปทันที ตามเสียงขอความช่วยเหลือ
 ไหมพิมลุกขึ้นมาได้มึนหัวเล็กน้อย จับดูที่หัวมีแผลหัวแตก
 "นังหญิงโฉม" ไหมพิมจะวิ่งไปหยิบมีด มณีกัญญารีบวิ่งมาจะหยิบมีดเช่นกัน ทั้งสองยื้อมีดกันไปมา ไม่มีใครยอมใคร
 "วันนี้! ตายเป็นตาย ไม่ว่าแกจะเป็นผีหรือเป็นคน ฉันก็ไม่กลัวแกหรอก"
 ทาวิธทุบประตูห้อง แล้วนึกขึ้นได้รีบวิ่งกลับไปที่ห้องตัวเองจะไปเอาคีย์การ์ดมาเปิดประตู
 มณีกัญญากับไหมพิม ทั้งสองยังคงยื้อมีดกันไปมา แรงของไหมพิมเยอะกว่าหักข้อมือมณีกัญญาให้ปลายมีดคมปลาบหันไปที่ท้องของมณีกัญญา มณีกัญญาตกใจพยายามออกแรงต้านไว้ด้วยความลำบาก
 ทาวิธเปิดประตูสำเร็จ พุ่งเข้ามาจับข้อมือของไหมพิมไว้
 "หยุดนะไหมพิม หนีไป หนีไปเร็ว" ทาวิธจับข้อมือไหมพิมไว้ มณีกัญญารีบมุดหนีออกไปทันทีคราวนี้ปลายมีดเปลี่ยนทิศทางหันมาหาทาวิธ ไหมพิมดูท่าทางสบายๆ เพราะแรงมากกว่า
 "เมื่อคืนมีข้านอนอยู่ข้างๆ ตลอดคืน อบอุ่นดีรึไม่"
 "นอนข้างๆหรือ" ทาวิธงง
 "คนเจ้าชู้อย่างท่าน มันต้องถูกมีดแทงทะลุหัวใจ ถึงจะสาสม" ไหมพิมเลื่อนมีดขึ้นมา คราวนี้มีดมาจ่อที่หน้าอกทาวิธ ทาวิธต้านแรงไว้ไม่ไหวอีกแล้วแต่ก็พยายามสุดฤทธิ์ มณีกัญญาที่ยืนว้าวุ่นอยู่ไม่รู้จะช่วยทาวิธยังไง ทันใดพชรก็วิ่งมาถึงพอดี
 "พี่พัดช่วยด้วย" พชรตรงเข้ามาจับที่มือของไหมพิมทันที ที่นิ้วพชรยังคงมีแหวนพระอยู่
 ทาวิธรีบถอยหลบออกไป อย่างเกรงกลัว ไหมพิมกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แสบร้อนไปทั่วร่าง ปล่อยมีดหลุดจากมือ ไหมพิมมองหน้าพชรด้วยความโกรธเกลียด แล้วไหมพิมก็เป็นลมสลบไป พชรรีบเข้าไปประคองไหมพิมไว้ แล้วอุ้มไหมพิมไปนอนบนโซฟา มณีกัญญากับทาวิธเดินมาหาพชร
 "บ้าจริง ไหนใครบอกว่าวิญญาณตนนั้นมันไปสู่สุคติแล้วไง เกือบตายกันหมดแล้วรู้ไหมพี่พัด"
 "จะไม่มีใครตายหรอก ถ้าไม่มีคนขาดสติวิ่งมาหาเขา" มณีกัญญาจ๋อยไป
 "ณีแค่โมโหคุณวิธ"
 "นั่นล่ะ บุกเดี่ยวมาเลย คิดได้ไงแทนที่จะโทรหาพี่ ถ้าไม่เลิกนิสัยนี้พี่ว่าเราคงไม่ตายดีหรอก"
 พชรเดินเข้าไปเขย่าตัวไหมพิม ร้องเรียกไหมพิมแล้วหันไปบอกกับมณีกัญญาแล้วก็ทาวิธ
 "ณีกับคุณวิธรีบไปอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ปั๋มฟังเถอะครับ ผมจะพาคุณไหมไปโรงพยาบาลก่อน"
 ทาวิธและมณีกัญญากลับมาที่บ้าน กำลังเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟังแล้ว
 "ผมเหมือนโดนวางยานอนหลับ หลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราว"
 "ตกลง เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเพราะผีเจ้าสีเกดจริงๆ หรือเนี่ย" ปรีชญาถาม
 "ใช่ปั๋ม เหมือนเมื่อคราวที่แล้ว พอพี่พัดจับเขาด้วยมือที่ใส่แหวนพระเขาก็ร้องกรี๊ดลั่นแล้วสลบ"
 ธงกับมะลิที่นั่งเบียดกันอยู่แล้วก็เบียดกันแน่นกว่าเดิม พร้อมกับร้องฮือออกมาพร้อมๆ กัน
 "เอ๊ะ หนวกหูจริงไอ้สองคนนี้นี่" ธงกับมะลิจ๋อยยังกลัวอยู่ผีอยู่แต่ก็กลัวคุณยายรณีด้วย ต่างคนเลยเอามือปิดปากของกันและกัน คุณยายรณีถามถึงไหมพิม
 "พี่พัดพาไปโรงพยาบาลค่ะคุณยาย" คุณยายรณีรู้สึกเป็นห่วงไหมพิม
000000000000000
 ที่โรงพยาบาล พชร แทนไท และภุมรีรออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน เห็นหมอเดินออกมาจากห้องจึงรีบเข้าไปถามว่าไหมพิมเป็นยังไงบ้าง หมอบอกว่ามีไข้สูงต้องรอดูอาการก่อน
 "คุณไหมมีไข้ขึ้นสูง เมื่อคราวที่แล้วไม่ได้ป่วยขนาดนี้นี่ครับคุณแทนไท" พชรถาม
 "วิญญาณของเจ้าสีเกดสะกดดวงจิตไหมพิมรุนแรงกว่าเดิม ร่างกายของไหมพิมรับไม่ไหว"
 "หมายความว่าไงครับ" พชรถาม
 "มนุษย์ถ้าโดนวิญญาณร้ายเข้าสิงหรือโดนคุณไสยมากๆ ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้"ภุมรีตอบ
 "อันตรายถึงชีวิต" พชรวิตกมาก เป็นห่วงไหมพิมสุดๆ
 ในป่า ไหมพิมเดินหาทางออกจากป่าอีกครั้ง เดินมาเจอสีเกดที่คราวนี้ยืนรออยู่แล้ว ไหมพิมเข้าไปจับและผลักด้วยความโกรธ ทะเลาะกันรุนแรง
 "เจ้าสีเกด ท่านทำฉัน ท่านทำฉันอีกแล้ว" เจ้าสีเกดตะโกนกลับใส่ไหมพิม
 "เจ้าต่างหากที่ทำข้า เจ้าปล่อยให้พวกมันทำลายผ้าของข้า"
 "แต่พวกเราทุกคนทำบุญ แผ่เมตตาให้แล้ว ยังจะเอาอะไรกับเราอีก"
 "แค่เศษบุญเล็กน้อย เทียบกับที่มันทำร้ายข้ามิได้ดอก" เจ้าสีเกดออกแรงผลักไหมพิมลงไปกองกับพื้น ไหมพิมร้องไห้โฮต่อว่าสีเกด
 "พวกเขามีเวรมีกรรมกับท่าน แล้วฉันล่ะฉันทำผิดอะไร ไม่ยุติธรรมเลยท่านทำกับฉันได้ยังไง ทั้งที่ฉันเห็นใจท่านขนาดนี้"
 "วันที่มันสามคนพินาศ ข้าจะตอบแทนเจ้า จะเอาเงินเอาเกียรติยศ ข้าให้เจ้าได้ไหมพิม"
 "ไม่ ฉันอยากได้ชีวิตฉันคืน เอาชีวิตฉันคืนมา"
 "ข้าให้เจ้ามิได้ ตราบใดที่ข้ายังแก้แค้นพวกมันมิสำเร็จ ข้าให้เจ้ามิได้จริงๆ ตอนนี้" ไหมพิมได้สติหยุดร้องไห้ พยายามเรียกกำลังใจตนเอง
 "ไหมพิม ต้องเข้มแข็ง ต้องสู้ วิญญาณร้ายจะได้ออกไป เราต้องเข้มแข็ง เข้มแข็ง เข้มแข็งเข้าไว้"
 ที่โรงพยาบาล ไหมพิมนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงคนไข้ ยังไม่ได้สติ ที่เหลือล้อมรอบดูอาการไหมพิมด้วยความเป็นห่วง
 "มีแต่วิธีนี้เท่านั้น ที่จะปกปักรักษาไหมพิมไว้ได้ ขอแหวนพระให้ผมด้วยครับคุณพัด" พชรถอดแหวนพระออกแล้วส่งให้แทนไท
 ภุมรียื่นสร้อยคอให้เพื่อร้อยกับแหวนพระ เพราะไหมพิมใส่แหวนผู้ชายไม่ได้ แทนไทร้อยแหวนพระไว้ในสร้อยคอ พชรจับตัวไหมพิมขึ้น แทนไทใส่สร้อยพระให้ไหมพิม
 ในป่า ฉับพลันนั้นไหมพิมลุกขึ้นยืน สีหน้าเข้มแข็ง มีแสงเรืองเกิดขึ้นที่ตัวไหมพิมเนื่องจากใส่สร้อยแหวนพระแล้ว สีเกดมองอย่างตกใจ สีเกดเกิดอาการที่ตัวเอง มอดไหม้มีควันขึ้นตามร่างกาย รีบถอยออกไป
 "โอ๊ย! ร้อน ร้อน ร้อนเหลือเกิน ไหมพิมเจ้าทำอันใดของเจ้า ไหมพิม" สีเกดหายวับไป
 ที่โรงพยาบาล ไหมพิมสำลักตื่นขึ้นทันที พลังงานในรูปของควันบางอย่างลอยจากปากขณะไอสำลัก ภุมรีชี้ให้ดูควัน
 "แสดงว่าวิญญาณร้ายออกไปจากตัวไหมพิมแล้ว" แทนไทบอก ไหมพิมลืมตาช้าๆ ได้สติ พชรเห็นฟื้นก็ดีใจ ถามว่าเป็นยังไงบ้าง ไหมพิมทำท่าจะลุกขึ้นนั่ง
 "ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องตกใจ" พชรปลอบใจ
 "ไหมพิม เป็นเพราะผ้าที่เราเผาไม่ครบผืนใช่ไหม ผ้าอีกครึ่งหนึ่งยังมีอาถรรพณ์อยู่ใช่ไหม" แทนไทยถาม แต่ไหมพิมงงไม่เข้าใจเรื่องผ้าอีกครึ่งหนึ่ง ภุมรีเอ่ยถามต่อ
 "คุณรู้ไหมค่ะมันอยู่ที่ไหน เจ้าสีเกดเอาผ้าครึ่งหนึ่งไปซ่อนไว้ไหน" ไหมพิมพยายามคิด
 "ไหมนึกไม่ออก นึกไม่ออกจริงๆ ค่ะ" แทนไท ภุมรีและพชรมองหน้ากัน คราวนี้ท่าจะแย่เสียแล้วไหมพิมพยายามนึก
 ที่บ้านปรีชญา แทนไทกับภุมรีมาพบทุกคน เพื่อพูดคุยกันเรื่องการตามหาผ้าอีกครึ่งที่หายไป
 "หมายความว่าผ้าอีกครึ่งหนึ่งที่หายไป เราต้องตามหาให้เจอหรือค่ะ" คุณยายรณีถาม
 "ค่ะคุณยาย เพราะผ้าเป็นที่สิงสถิตวิญญาณของเจ้าสีเกด ตอนแรกเรานึกว่าถ้าเผาซะครึ่งหนึ่งวิญญาณน่าจะหมดแรง แต่นี่ปรากฏว่าไม่ใช่ แสดงว่าผ้าอีกครึ่งหนึ่งต่างหากที่สำคัญที่สุด"
 "มันถึงได้หายไปพร้อมกับไหมพิม เพราะเจ้าสีเกดจงใจเอาไปซ่อนเพื่อไม่ให้เราทำลายมันได้"
 "ในเมื่อไหมพิมไม่รู้เรื่อง แล้วเราจะทำยังไงต่อดีล่ะครับ"
 "เราต้องสืบประวัติของผ้าผืนนี้ ทำไมจำเพาะต้องสำคัญที่ครึ่งนั้นเพียงครึ่งเดียว เราจะรู้แต่เรื่องของเจ้าสีเกดไม่ได้ ต้องรู้เรื่องผ้าด้วย" แทนไทแนะ
 "ปั๋ม ถ้าเราตามแก้วใจมาถาม จะรู้เรื่องไหมนะ" ปรีชญาบอกน่าจะลองดู
 "ผ้าโบราณเป็นของทำมือเฉพาะตน แล้วผ้าที่สวยขนาดนี้จะไม่มีบันทึกไว้บ้างเชียวหรือ" ภุมรีสงสัย แทนไทบอกให้ดู ในหนังสือที่เตรียมไว้ทำพิพิธภัณฑ์ ทุกคนกลุ้มใจกังวลว่าจะไปหาผ้าอีกครึ่งผืนได้ที่ไหน
 ที่ห้องทำงานปรีชญา แก้วใจลงนั่งออกอาการมึนตึงเพราะเห็นหน้ามณีกัญญา
 "คุณนัดฉันมา มีเรื่องอะไรมิทราบ" ปรีชญาบอกมีเรื่องจะรบกวนถาม
 "รบกวนหรือ เฮอะ คนรวยอย่างคุณคิดจะขอความช่วยเหลือคนจนอย่างฉัน มีเงินให้ฉันไหมล่ะ"
 "หนอย นี่แก มันจะมากไปแล้วนะ" มณีกัญญาไม่พอใจ
 "ปรกติฉันไม่ใช่คนงก แต่สำหรับคนอย่างแก ฉันจะเอา" มณีกัญญาลุกขึ้นจะโวย ทาวิธรีบห้าม
 มณีกัญญาค่อยยอมนั่งสงบลง ปรีชญาบอกยินดีจ่ายให้แล้วจึงเอ่ยถาม
 "คือเราอยากรู้เรื่องผ้าของยายคุณน่ะค่ะ คุณยายคุณได้ผ้ามาได้ยังไง"
 "ฉันไม่เคยถาม แต่เหมือนยายจะเคยเล่าว่าได้ประทานมาจากเจ้านายในวัง" มณีกัญญาแขวะว่าขโมยมา แก้วใจจึงไม่พอใจลุกขึ้นบอกจะกลับทันที ปรีชญารีบดักไว้
 "เอ้อ ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ เรื่องนี้สำคัญมาก ช่วยบอกเราหน่อยเถอะนะค่ะคุณแก้วใจ"
 ทาวิธหันไปดุมณีกัญญา เป็นเชิงเตือนว่าควรจะขอโทษแก้วใจ มณีกัญญายอมอ่อนลงขอโทษแก้วใจ แก้วใจแสยะยิ้มมองค้อนมณีกัญญา แต่ก็ยอมอ่อนลงกลับลงนั่งตามเดิม
 "ถ้าอย่างนั้นคุณบอกเราได้ไหม คุณยายตลับเคยอยู่วังไหน จำชื่อเจ้านายพระองค์นั้นได้ไหมค่ะ"
 "รู้สึกจะชื่อเสด็จพระองค์หญิงน้อย วังอะไรน้า วังบ้านสร้างใช่แล้ว วังบ้านสร้างค่ะ"
 ปรีชญาและมณีกัญญาตกใจ ทวนคำแล้วนึกขึ้นได้ ปรีชญาหันมาหามณีกัญญาว่าใช่หรือเปล่า
 "คุณยายรตาเคยอยู่ นี่คุณยายรตาเคยอยู่วังเดียวกับยายตลับงั้นเหรอ"
 "บังเอิญอย่างเหลือเชื่อจริงๆ นะครับ" ทาวิธแปลกใจ
 "ยายตลับบอกว่าเสด็จพระองค์หญิงน้อยประทานผ้าให้ ผ้าสำคัญและสวยแบบนี้ คุณยายรตาที่ถวายงานโดยตรงก็น่าจะรู้จักผ้าผืนนี้นะณี" มณีกัญญานึกถึงอดีต
 "ผ้าผืนนั้นจริงๆ ด้วย ไม่ได้จะให้ผ้าผืนนี้กลับมาทำใครในบ้านนี้ตายอีกไม่ได้ ฉันต้องทำลายมัน" มณีกัญญาบอกกับปรีชญา
 "ปั๋ม คุณยายรตารู้จักผ้าผืนนี้แน่นอน เพราะตอนได้ผ้ามาใหม่ๆ คุณยายเห็นเข้า โวยวายให้เอาผ้านี้ไปทำลาย ท่านถึงขนาดเตรียมจะเผาผ้าด้วยตนเองเลยนะ"
 "โธ่ แล้วทำไมณีเพิ่งมานึกออกล่ะ"
 "ปั๋มก็รู้ คุณยายรตาของณีน่ะ แกหลงๆ ณีก็นึกว่าแกกลัวไปเรื่อยตามประสาคนแก่คิดมาก ก็เลยไม่เคยถามน่ะสิ" แก้วใจจะขอตัวกลับพร้อมกับเรียกร้องเงิน
 ห้องทำงานของปรีชญา ปรีชญาเดินออกมาจากห้องทำงานคุยโทรศัพท์กับพชรเล่าให้ฟังเรื่องคุณยายรตา แล้ววางสายไปเพราะแทนไทโทรศัพท์หาพชร
 ที่บ้านแทนไท แทนไทกำลังคุยโทรศัพท์หน้าเครียด
 "คุณภุมรีเจอข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับผ้าห่มไหมปักทองผืนนั้นแล้ว เราสองคนอยากให้คุณมาที่นี่ มาดูอะไรบางอย่าง"
 "บังเอิญจริง พวกเราอยากพบคุณพอดี เราเจอคนที่รู้เรื่องผ้าเหมือนกัน"
 "งั้นเอาอย่างนี้นะครับ ผมและทุกคนจะพาคุณยายรตาและคุณยายรณีไปพบคุณแทนไทที่บ้าน" แทนไทตอบตกลง
 ที่โรงพยาบาล พชรเดินไปปลุกไหมพิม ไหมพิมตื่นขึ้นมาท่าทางยังอ่อนเพลีย
 "เราเจอคนรู้เรื่องผ้าแล้ว คุณยายรตาของผมเองครับ" ไหมพิมดีใจ
 "ผมจะไปหาพวกเขา คุณอยู่ที่ห้องคนเดียวได้ใช่ไหมครับ" ไหมพิมรับคำ
 "อดทนไว้นะครับคุณไหม สู้ๆ นะ เราต้องชนะผีร้ายตนนั้นจนได้ เหมือนที่ผมเคยบอกไงล่ะ"
 "ความดีต้องชนะความชั่ว ความรักต้องชนะความแค้น ความริษยา"
 "ใช่ครับ ผมจะรีบไปรีบกลับ" พชรหอมแก้มไหมพิมแล้วรีบออกจากห้องไปทันที ไหมพิมมองตามรู้สึกเป็นกังวล
จบ 22

สาปภูษา 23  
 ที่บ้านพชร ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อซักถามคุณยายรตา มณีกัญญาเริ่มก่อน
 "คุณยายค่ะ คุณยายจำผ้าห่มไหมปักทองผืนที่ณีเอาเข้าบ้านเมื่อหลายเดือนก่อนได้มั้ยค่ะ"
 "ผืนไหนล่ะ แกเอามาตั้งเยอะแยะ"
 "ผืนที่คุณยายจะเอาไปเผาไงค่ะ ณีไม่ได้เอาไปทิ้งตามที่คุณยายสั่งหรอกค่ะ"
 คุณยายรตาตกใจมากถึงกับลุกขึ้นยืน โวยวายด่ามณีกัญญาเสียงดัง
 "ตายแล้ว! ยัยณี แกรู้มั้ยผ้าผืนนั้นจะนำความหายนะมาให้แก ตอนนี้ผ้าอยู่ไหนไปเอามาให้ยายยายจะเผามัน"
 "ไม่ต้องตกใจครับคุณยาย ผ้าถูกเผาไปแล้วครับ" พชรบอก
 "คุณพี่ใจเย็นๆ ก่อนนะค่ะ ค่อยๆ เล่าให้เราฟังที ว่าผ้าผืนนี้มีความเป็นมายังไง"
 "เราได้ผ้าผืนนี้มาจากยายตลับ ที่เคยเป็นนางกำนัลอยู่วังบ้านสร้าง คุณยายรู้จักมั้ยค่ะ" ปรีชญาถาม
 คุณยายรตาครุ่นคิด แล้วก็นึกออก
 "ตลับ อ๋อ นังขี้ขโมย มันเป็นคนขโมยผ้าไปจากวัง ผ้าผืนนี้ล่ะแม่รณีที่เขาลือกันให้ทั่ววัง"
 คุณยายรณีถึงกับจับอกด้วยความตกใจมาก "คุณพระช่วย ผืนนี้หรือคะคุณพี่"
 พชรถามคุณยายรณีรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ คุณยายรณีกับคุณยายรตาช่วยกันเล่า
 "จะไม่รู้ได้ยังไง ในเมื่อมันเป็นผ้าที่ตกทอดมาจากต้นตระกูลของเรา"
 "คุณยายรตาถูกส่งไปอยู่ในวังของเสด็จพระองค์หญิงน้อย ส่วนยายเองไปอยู่กับเสด็จพระองค์หญิงใหญ่ แต่เรื่องผ้าต้องคำสาปเขารู้กันหมด เพียง แต่ไม่ค่อยมีใครเห็นตัวผ้าเท่านั้น รวมทั้งยายด้วย" คุณยายรณีบอก
 ทาวิธถามต่อ "ผ้าต้องคำสาป คำสาปอะไรหรือครับ"
 คุณยายรณีตอบ "ที่เขาลือว่าผ้าต้องคำสาป เพราะเจ้าสาวทุกคนที่ห่มผ้านี้ ล้วนมาจากราชสกุลเดียวกัน และที่สำคัญในวันแต่งงานมีอันเป็นไปทุกคน"
 "เจ้าสาวมีอันเป็นไปทุกคนเลยหรือครับ" ทาวิธยังคงสงสัย คุณยายรตาตอบว่าใช่
 "คนแรกในแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง หม่อมเจ้าหญิงฉาย ธิดาเจ้าคุณกลาโหม แต่งงานกับ เอ้อ แต่งกับใครค่ะคุณพี่"คุณยายรณีเล่าแล้วก็ถามคุณยายรตา
 "หม่อมเจ้าชายทัด" แต่จู่ๆ ภุมรีก็พูดขึ้น จนทุกคนงงหันมองหน้า คุณยายรตาตอบทันทีว่าใช่
 "ใช่ ใช่ ท่านชายทัด แล้วทำไมคุณถึงรู้ล่ะค่ะ" ภุมรีเอาหนังสือเล่มหนึ่งมาให้ดูซึ่งถือมาจากบ้าน
 "จากหนังสือเล่มนี้ค่ะคุณยาย มีรูปของหม่อมเจ้าหญิงฉายด้วย แต่ภุมรีหันมองหน้าปรีชญา"
 "แต่อะไรค่ะ" ปรีชญาถาม ภุมรีส่งหนังสือให้ปรีชญา ปรีชญารับหนังสือมา
 "คุณปั๋มเปิดดูหน้าที่ดิฉันคั่นเอาไว้นะค่ะ" ปรีชญาเปิดหนังสือ
 มณีกัญญากับพชรชะโงกดูตาม ไปด้วย เข้าหน้าในรูปภาพ ท่านหญิงฉายถ่ายรูปขณะนั่งห่มผ้าไหมปักทอง ทุกคนอึ้งไปโดยเฉพาะปรีชญา
 "หน้าเหมือนปั๋มเลย" พชรเอ่ยขึ้น
 คุณยายรตาขอดูบ้าง มณีกัญญาส่งหนังสือให้ คุณยายรตาดูแล้วส่งต่อให้คุณยายรณีดู ภุมรีอธิบาย
 "หนังสือเขียนไว้ชัดเจนว่า หม่อมเจ้าหญิงฉายห่มผ้าของเจ้าสีเกด ในวันแต่งงานกับหม่อมเจ้าชายทัด"
 "ไม่ต้องตกใจนะปั๋ม ท่านเป็นต้นตระกูลพวกเรา หน้าเหมือนกันก็เป็นธรรมดา" ยายรณีปลอบปรีชญา
 ปรีชญาหายใจไม่ทั่วท้อง กลัว และเริ่มรู้สึกลึกๆ ว่าตนเองกลับชาติมาเกิด ปรีชญาพูดรำพึงกับตัวเอง
 "หม่อมเจ้าหญิงฉายมีอันเป็นไปในวันแต่งงาน"
 พชรลำดับความ "คุณไหมบอกว่า ท่านชายทัดขอผ้าจากเจ้าสีเกดเอามาให้ท่านหญิงฉายห่มในวันแต่งงานของตน พอเจ้าสีเกดปักผ้าเสร็จก็ผูกคอตายในวันรุ่งขึ้น"
 "ผู้หญิงในภาพไม่ใช่แค่ญาติอย่างที่คุณไหมพิมบอกไว้ หม่อมเจ้าหญิงฉายคืออดีตชาติของคุณ คุณปั๋ม ผีตนนั้นตามอาฆาตทำร้ายพวกคุณมาตั้งแต่ภพชาติที่แล้ว" แทนไทออกความคิดเห็น
 "คุณพระช่วย" คุณยายรตาตกใจ
 "ผมอยากให้คุณสามคน คุณปั๋ม คุณณี และคุณทาวิธลองนั่งสมาธิดู เผื่อว่าบางทีพวกคุณอาจจะเห็นอดีตชาติของตัวเอง" แทนไทแนะนำ
 "ก็ดีเหมือนกันนะ เราอาจจะได้เห็นด้วยว่าเจ้าสีเกดเอาผ้าอีกครึ่งไปซ่อนไว้ที่ไหน ถ้าเราตามผ้าครึ่งที่เหลือเจอ เราก็จะปลดปล่อยวิญญาณเจ้าสีเกดได้อย่างสมบูรณ์"
 แทนไทถามความคิดเห็น ปรีชญาหันมองหน้ามณีกัญญา มองหน้าทาวิธแล้วหันมาตอบกับแทนไทว่าลองดูก็ได้
 ที่บ้านพชร ทั้งหมดย้ายมานั่งในห้องพระ แทนไทนั่งข้างหิ้งพระเป็นประธานการนั่งสมาธิ ทาวิธ มณีกัญญา และปรีชญานั่งอยู่ถัดไป ส่วนคนอื่นๆ นั่งพื้นหรือนั่งเก้าอี้แต่อยู่ห่างไป แทนไทเอ่ย
 "การนั่งสมาธิ ทำให้จิตนิ่ง เราสามารถใช้พลังจิตใต้สำนึกขณะนั้นท่องไปในภพอดีต หรือมองเห็นอนาคตได้"
 "แต่การทำแบบนั้นได้ต้องเป็นคนที่มีญาณปัญญาระดับสูงนะค่ะคุณแทนไท" ภุมรีเสริม
 "ใช่ แต่ในเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ หากสามคนนี้ทำร่วมกัน โดยเอาจิตเมตตาต่อเจ้าสีเกดเป็นที่ตั้ง"
 ภุมรีพยักหน้าเข้าใจ ตั้งใจว่าจะขออโหสิกรรมจากเจ้าสีเกด แทนไทเห็นด้วย
 "ใช่ พวกเขาอาจจะทำได้ อาจจะได้เห็นอดีตชาติของตนเองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าสีเกด"
 ทั้งสามคนดูมีท่าทางกังวล มณีกัญญาถามขึ้น
 "แล้วเราจะเป็นอันตรายอะไรมั้ยค่ะ" แทนไทบอกว่าจะนั่งสมาธิอยู่ด้วย แล้วให้ ภุมรีและคนอื่นเฝ้าดูอาการเอาไว้ ภุมรีให้กำลังใจ
 "เราอัญเชิญพระพุทธคุณมาปกปักรักษาดวงจิตเราทุกคนอยู่ตรงนี้แล้ว อย่ากลัวเลยนะคะ"
 "ขอให้ทุกคนหลับตาแล้วกำหนดดูลมหายใจพองยุบที่อยู่ในท้องของเรา ถ้าอาการพองก็บริกรรมพอง ถ้าเห็นว่ายุบก็ให้บริกรรมว่ายุบ ทำใจให้สบายนะครับ เอาจิตไว้ที่ลมแบบสบายๆ เริ่มเลยนะครับ"
 แทนไทเริ่มให้คำแนะนำเมื่อพูดจบก็หลับตา ทั้งสามเริ่มหลับตาทำสมาธิตามแทนไท คนอื่นๆ คอยมองอยู่อย่างกังวล ปรีชญานั่งสมาธิอยู่ ยังไม่ลืมตา แต่สีหน้าไม่สู้ดีเพราะได้เห็นได้รู้สึกว่าตนเองถูกผีหลอกจนตาย
 ทาวิธก็คิ้วขมวดเพราะได้เห็นตนเองเช่นกันว่าเป็นใครในอดีตทาวิธรู้สึกเจ็บปวดไปด้วยกับท่านชายทัดในอดีตชาติของตน ดวงตาที่อยู่ในสมาธิหลุกหลิกกังวล
 มณีกัญญาขมวดคิ้วเหมือนเห็นอดีตชาติของตนเช่นกัน มณีกัญญาที่เกร็งคอจนไอแค่กๆ เพราะหญิงโฉมในอดีตถูกบีบคอ จนมณีกัญญาต้องลืมตาขึ้นทำให้คนอื่นลืมตาด้วย พชรรีบเข้าไปดูมณีกัญญา ถามว่า เกิดอะไรขึ้น มณีกัญญายังหายใจหอบแฮ่กอยู่
 "เจ้าสีเกด เจ้าสีเกดตามจองเวรจองกรรมกับณีค่ะ"
 "ขาผมทั้งสองข้างมันชาๆ ยังไงก็ไม่รู้" ทาวิธรู้สึกชาขาทั้งสอง
 "ความรู้สึกตอนใกล้ตาย มันชัดมากเลยค่ะ" ปรีชญาบอกความรู้สึก
 "นี่ ตกลงเห็นอดีตของตัวเองได้จริงๆ หรือ" ยายรณีถาม ทั้งสามคนพยักหน้า
 แทนไทปลอบใจ "ทุกคนอดทนไว้นะครับไม่ต้องกลัว นั่นคือภพชาติของคุณในอดีต แต่คุณยายรตาบอกว่ายังมีเจ้าสาวที่ใช้ผ้าผืนนั้นอีกใช่ไหมครับ"
 "ค่ะ อีกหลายสิบปีต่อมา หม่อมเจ้าหญิงจันทร์จรัสเลขาห่มผ้าผืนนั้นในวันแต่งงานกับท่านชายใหญ่" คุณยายรตาบอก
 แทนไทจึงแนะนำให้ทุกกคนลองนั่งสมาธิกันอีกครั้ง ทั้งสามคนสงบสติอารมณ์ หลับตาลง นั่งสมาธิกันอีกครั้ง เหล่าผู้สังเกตการณ์ถอยกลับไปที่เดิม ทั้งสามคนเหมือนเห็นอดีตของตัวเองอีกครั้ง แล้วภาพปรากฏที่หน้าทาวิธคนเดียว สักพักมณีกัญญาร้องไห้เสียงดังออกจากสมาธิ ทำให้คนอื่นๆ ออกจากสมาธิไปด้วย
 "เจ้าสีเกด จ้าสีเกดอยู่กับเราทุกชาติภพ" ทาวิธเสริมอีก
 "ผมพิการทุกชาติเพราะเขาเป็นเจ้ากรรมนายเวร เค้ากลัวว่าผมจะมีผู้หญิงอื่น แม้แต่ชาตินี้ที่ผมโดนผู้ร้ายยิงจนพิการก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คงเป็นฝีมือเขา"
 "เขาฆ่าปั๋มทุกชาติในวันแต่งงานของปั๋มเอง เพราะเขากลัวว่าปั๋มจะได้ครองคู่กับวิธ" ปรีชญาบอกอีก
 ทั้งสามคนมีท่าทางตกใจ ช็อค และเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด คนอื่นตื่นตระหนกในข้อมูลที่ได้รับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พชรหันไปถามยายรตา
 "เจ้าสาวคนสุดท้ายที่ใช้ผ้าห่มไหมปักทองผืนนี้ห่มในวันแต่งงาน คือใครครับคุณยาย"
 "หม่อมอารีย์ หม่อมอารีย์แต่งกับท่านชายนพ" คุณยายรตาตอบ ปรีชญาจึงชวนนั่งสมาธิอีก
 "เรามานั่งสมาธิกันอีกครั้งเถอะนะณี วิธ มันจะได้จบๆ ไป"
 มณีกัญญาและทาวิธจำใจ ในที่สุดก็เริ่มนั่งสมาธิกันอีกครั้งรวมทั้งแทนไทด้วย คุณยายรณีหันไปถามคุณยายรตา
 "งานแต่งของหม่อมอารีย์ คุณพี่ก็ต้องรู้เรื่องเป็นอย่างดีสิค่ะ"
 คุณยายรตาตอบว่าใช่แล้วเริ่มคิดถึงอดีตแล้วเล่าเรื่องให้ฟัง แต่ทาวิธ มณีกัญญา และปรีชญายังหลับตาอยู่ในสมาธิ
 "ฉันเป็นคนเก็บผ้าผืนนั้นลงหีบด้วยตัวเอง วันนั้นนังตลับก็อยู่ด้วย"
 "หมายความว่า ตลับแอบเปิดหีบนั่น แล้วขโมยผ้ามาครอบครองไว้" คุณยายรณีตีความ
 "ใช่ เพราะหลังจากนั้นไม่นานนังตลับก็หนีไปแต่งงาน และขโมยของจากในวังไปอีกสองสามชิ้น"
 "อืม เจ้าสาวแต่ละคนนำผ้ามาใช้ ทำให้วิญญาณตามมาพบคนทั้งสาม" ภุมรีเอ่ยถาม
 "บางทีเรื่องที่นายชนะมาทำผ้าตกไว้ในร้าน ก็อาจจะเป็นเพราะเจ้าสีเกดบันดาลให้เป็น จากนั้นชีวิตพวกเราก็วุ่นวาย" พชรเสริม
 คุณยายรณีเริ่มกังวลว่าทำไมยังไม่ออกจากสมาธิกันอีก
 ทาวิธยังคงมองเห็นอดีต จู่ๆ ก็สะดุ้งเฮือก แต่มือจับที่ขาทั้งสองข้างบริเวณเข่ารู้สึกเจ็บปวดมากเหงื่อแตกเต็มหน้าทุกข์ทรมาน เพราะจดจำความเจ็บปวดในอดีตได้ ด้านมณีกัญญาที่หลับตาร้องไห้อยู่ กลายเป็นคนหวาดระแวงกลัวผีไปแล้ว ปากก็พร่ำบ่น
 "ไม่ ไม่ ไม่จริง ฮือ"
 แล้วมณีกัญญาก็ลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว คนอื่นๆ ก็ลืมตาออกจากสมาธิด้วย มณีกัญญาเข้าไปเขย่าแขนปรีชญา
 "ปั๋มช่วยณีด้วย ผีมันหลอกณีจนเป็นบ้า หลอกมาตลอดทุกชาติเลย"
 "มันอะไรกันยัยปั๋ม" คุณยายรณีถาม ปรีชญาสายตาหวาดหวั่น เหงื่อตก
 "พวกเราเห็นกันหมดเลยค่ะ ทั้งสามชาติที่เราเกิดมาเป็นเครือญาติกัน พอได้ผ้ามาเราก็มีอันเป็นไปกันหมดทุกคน" ปรีชญาเล่า
 ทาวิธมีท่าทางช็อค อึ้ง ดวงตาหลุกหลิกเลื่อนลอย
 "คุณวิธ คุณเป็นยังไงบ้าง" พชรถามทาวิธ
 ทาวิธนิ่งจนพชรต้องสะกิด "คุณวิธ"
 "เขาไว้ชีวิตผม แต่ให้ผมอยู่อย่างคนพิการ เขาทำแบบนี้กับเรามาตลอด ทั้งหมดนี้เพราะผมเพราะผมคนเดียว ถ้าผมรักเดียวใจเดียวไม่ทรยศเจ้าสีเกดทุกคนคงไม่ลำบาก เพราะผม เพราะผมคนเดียว"
 "ใจเย็นพ่อวิธ ใจเย็น ไม่มีอะไรแล้วนะ" คุณยายรณีจับหัวทาวิธปลอบ
 "เพราะเราไม่เคยรู้ว่ากรรมเวรมีจริง เราจึงทำร้ายผู้อื่นโดยเห็นแก่ตัวเองเป็นใหญ่ พวกคุณโชคดีที่มีบุญได้เห็น" แทนไทกล่าว
 มณีกัญญายังร้องไห้คร่ำครวญ ทำยังไงก็ไม่ดีขึ้น
 "ไม่จริง เรื่องพวกนี้ไม่จริง พวกคุณเอาณีมาทำอะไรตรงนี้" มณีกัญญาลุกขึ้น
 "ยัยณี ไม่มีอะไรนะ ไม่เป็นไรแล้ว" พชรปลอบมณีกัญญา
 "ไม่จริง ไม่จริง ไม่จริง" มณีกัญญาร้องตะโกนสุดเสียง ในที่สุดทนไม่ไหวเป็นลมไปในอ้อมกอดของพชร
 "ณี ณี" พชรอุ้มมณีกัญญาออกจากห้องพระไป
 คุณยายรตากับคุณยายรณีรีบตามไปดูแล แทนไทมองตามไปรู้สึกเห็นใจ
0000000000000
 ที่บ้านพชร ทาวิธยืนเหม่อตาลอย แหงนมองท้องฟ้าอยู่ชานนอกบ้านยังคงช็อคกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาอยู่
 ห้องรับแขก ปรีชญานั่งอยู่ที่โซฟา แทนไทกับภุมรียืนมองดูทั้งคู่อยู่ พชรเดินลงมาจากชั้นบนเข้ามาในห้อง ภุมรีถามถึงมณีกัญญา
 "คุณณีเป็นยังไงบ้างค่ะ"
 "ฟื้นแล้วครับแต่ยังร้องไห้อยู่ นี่ คุณยายทั้งสองกำลังปลอบอยู่" พชรตอบแล้วหันไปมองที่ทาวิธ
 "คุณวิธเป็นยังไงบ้างครับ"
 "ยืนคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ค่ะ" ภุมรีตอบ
 "คุณณีร้องไห้ตลอดเวลา พูดไม่รู้เรื่อง ส่วนคุณวิธเอาแต่เหม่อลอย ทั้งหมดนี้เป็นอาการทางจิตของคนที่กำลังตกใจ รับไม่ได้กับความจริง" แทนไทไม่สบายใจ
 "เมื้อกี้ผมโทรคุยกับหมอแล้ว เขาบอกว่าให้คนอยู่ด้วยตลอดเวลา แล้วสังเกตอาการสักสองสามวัน อาจจะหายครับ" พชรบอก แทนไทนึกออก
 "เฮ้อ ผมลืมนึกไป สำหรับคนที่จิตอ่อนการได้เห็นได้รับรู้เรื่องพวกนี้โดยไม่ได้เตรียมตัว อาจจะทำให้ช็อค" พชรลงนั่งคุยกับปรีชญา
 "ปั๋มเก่งน่ะ ไม่เป็นอะไรกับเขาเลย" พชรถามปรีชญาที่ดูจะปรกติที่สุด
 "เป็นสิ เห็นตัวเองกำลังจะตายนะพี่พัด"
 "แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม" ปรีชญาสีหน้าโกรธขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อคิดถึงความรู้สึกของตนเองในเวลานี้
 "ปั๋มกำลังคิดว่า ปั๋มก็เหมือนกับไหมพิม เราต่างทำดีกับเจ้าสีเกด แต่ทำไมเราสองคนกลับเป็นคนที่โดนหนักที่สุด ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย"
 "พี่ก็เคยคิดอะไรแบบนี้เหมือนกัน"
 "ปั๋มไม่ได้กลัวบาปกรรม ไม่ได้กลัวผี อย่างณี ไม่ได้รู้สึกผิดอย่างวิธ แต่ปั๋มอยากถามหาความยุติธรรม อยากถามเจ้าสีเกดว่าเขารู้สึกละอายใจกับปั๋มบ้างไหม" ปรีชญารู้สึกเครียด โกรธ
000000000000000000
 ที่โรงพยาบาล ห้องพักของไหมพิม ไหมพิมนอนอยู่บนเตียงหน้ายังซีด มีไข้ ดูอ่อนเพลีย พชรแทนไท และภุมรีมาเยี่ยมไหมพิม
 "คุณวิธกับคุณณีตกใจมากเลยหรือค่ะ"
 "ครับ ตอนนี้ทั้งสองคนย้ายมาอยู่ที่บ้านปั๋ม ณีไม่ยอมลุกจากเตียง ไม่ยอมกินข้าว เอาแต่ร้องไห้ว่าผีจะมาหลอก ส่วนคุณวิธก็มีท่าทางงงๆ เบลอๆ เหมือนคิดอะไรทั้งวัน ใครพูดด้วยก็ไม่พูด" พชรเล่าให้ไหมพิมฟัง
 "การได้เห็นด้วยความรู้สึกของตัวเองมันคงรุนแรงกว่าที่ไหมเล่า ครั้งนี้พวกเขาเลยตกใจมากกว่าเดิม"
 "การพาทุกคนกลับไปอดีต ทำให้รู้ว่าอาถรรพณ์ของผ้ารุนแรงกว่าที่คิด แต่การตามหาผ้าอีกครึ่งหนึ่งก็ไม่คืบหน้า ตอนนี้มีแต่คุณแล้วนะคุณไหมพิม" แทนไทบอกกับไหมพิม
 "เจ้าสีเกดเข้าสิงคุณขณะที่เอาผ้าไปซ่อน ถ้าคุณพยายามคุณอาจจะนึกออกก็ได้ค่ะ" ภุมรีพยายามให้ไหมพิมนึก
 "แต่วันนี้คุณไหมยังมีไข้อยู่เลย ดูเพลียๆ คงยังช่วยไม่ไหวหรอกครับ" พชรยังคงห่วงไหมพิมอยู่
 "ความแค้นของเจ้าสีเกด ทำให้เขามีอำนาจกว่าวิญญาณทั่วไป ตอนนี้เขาโกรธเรามากกว่าทุกครั้ง เพราะเราทำลายผ้าเขา ทุกคนต้องระวังให้ดี"
 ภุมรีบอกให้ทุกคนต้องระวังตัวไว้ แทนไทและภุมรีขยับตัวเตรียมกลับ
 "คุณไหมพิม ตอนนี้เจ้าสีเกดน่าจะอยู่ใกล้ๆ ผ้าของเขา คุณลองคิดดูดีๆนะ" แทนไทยังคงแนะนำไหมพิม
 ไหมพิมพยักหน้า "ค่ะ ไหมจะพยายาม"
 "ผมกลับก่อนล่ะ" ไหมพิมไหว้แทนไทกับภุมรี ทั้งสองรับไหว้
 "ผมจะไปส่งครับ" พชรตามไปส่งทั้งสอง แทนไทเดินไปแล้วนึกขึ้นได้ เดินกลับมา
 "เอ่อ คุณไหมพิม ช่วงนี้คุณใช้กระเป๋าถือใบนี้ตลอดเวลาหรือเปล่า" เป็นกระเป๋าที่ใบที่เคยใส่ผ้าเข้าไปในพงหญ้า
 "ค่ะ"
 "ดีเลย งั้น ผมขอยืมหน่อยนะครับ"
 "ได้ค่ะ" ไหมพิมงงๆ ว่าแทนไทจะเอากระเป๋าไปทำไม
 ที่บ้านปรีชญา ห้องนอนไหมพิม มณีกัญญานอนอยู่บนเตียงมีอาการเหมือนคนป่วย เอาแต่กระซิกๆ ร้องไห้เป็นส่วนใหญ่ โดยมีปรีชญาคอยปลอบโยนอยู่ใกล้ๆ ธงกับมะลิยืนอยู่ห่างออกไป ธงยืนถือแก้วนมอยู่
 "ปั๋ม ฮือ ณีกลัวผีจะมาหลอกณีอีก ฮือ"
 "ณีไม่ต้องกลัวหรอกจ๊ะ มีพวกเราอยู่เป็นเพื่อนแล้ว" ปรีชญาปลอบ
 "คุณณีครับ ถ้าคุณณีไม่ทานข้าว งั้นดื่มนมหน่อยนะครับ" ธงอยากให้ทานอะไรบ้าง
 "ไม่ ฉันไม่กิน นี่ แกสองคนไม่กลัวผีหรือไง"
 "กลัวทำไมค่ะ นี่ผีชะนี ส่วนนี้ก็ผีขนุน" มะลิตอบ ธงและมะลิช่วยกันทำตลกให้มณีกัญญาอารมณ์ดีขึ้น
 "ใช่ๆ ไม่น่ากลัวเลย น่ารักออกจะตาย คอยดูนะฮะ"
 ธงเสริมแล้วแกล้งทำท่าตาเหล่ ดึงหูให้กางมณีกัญญาเห็นเข้าก็ตกใจ กลายเป็นกลัว เอาหมอนเขวี้ยงใส่หน้าธง
 "อี๊ ออกไป"
 "โหย เต็มๆ" ธงโอดครวญ
 "ณี จะไปกลัวธงทำไมกัน" ปรีชญาเตือนสติมณีกัญญา
 "มันอาจจะถูกผีสีเกดเข้าสิงก็ได้นะ ณีกลัว ออกไป" มณีกัญญาไล่ให้ออกไป
 "ไปกันใหญ่แล้ว ณีเอาแต่ร้องไห้กลัวผีกลัวคนแบบนี้ไม่ได้นะ ณีต้องเข้มแข็งหน่อยสิ"
 "ผีมันหลอกณีทุกชาติเลย ผีมันตามณี ตามพวกเรามาทุกชาติ" มณีกัญญาเขย่าแขนปรีชญา
 "รู้แล้วจ๊ะ รู้แล้ว แต่ณีต้องหัดสงบจิตสงบใจบ้างนะ"
 "ณีกลัว ณีกลัวจริงๆ" มณีกัญญาเอาผ้านวมคลุมโปง
 ธงกับมะลิรีบดึงปรีชญาออกมา กระซิบบอกเสียงเบา
 "พาไปหาหมอดีไหมค่ะ เอายามากินสักหน่อย"
 "ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ยานอนหลับ ไม่นอนไม่กินแบบนี้จะไม่สบายเอา แล้วจะบอกเขายังไงดีล่ะถึงจะยอมไป"
 "เดี๋ยวธงจัดให้" ธงเดินไปหามณีกัญญา
 "คุณณีครับ คุณปั๋มจะพาไปหาหมอผี ไปเสกยันต์มากันผีดีไหมครับ" มณีกัญญาได้ยินดังนั้นก็รีบออกมาจากโปงผ้านวม
 "หมอผีช่วยได้หรือ"
 "ช่วยได้จริงๆ ค่ะ หมอผีคนนี้เก่งสุดๆ ไปกับคุณปั๋มสิค่ะ" มะลได้ที
 "คุณณีไปแต่งตัวสิครับ"
 "มาค่ะคุณณี คุณปั๋มไปสตาร์ทรถรอได้เลยค่ะ เดี๋ยวมะลิจะพาคุณณีลงไปเอง"
 มณีกัญญายอมลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ปรีชญารู้สึกกลุ้มใจแล้วเดินออกจากห้องไป ธงตามไปด้วย
 ที่ห้องโถงบ้านปรีชญา ปรีชญาและธงเดินลงบันไดมา
 "ตอนนี้คุณยายไปทำบุญที่วัด เดี๋ยวธงจะบอกให้คุณยายตามไปที่โรงพยาบาลนะครับ" ธงบอก
 "ขอบใจจ๊ะ" แล้วปรีชญาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นทาวิธ
 ทาวิธนั่งเก้าอี้โยกอยู่ มองเพดานดวงตาเหม่อลอย ธงกระซิบ
 "นี่ก็อีกคน ไม่รู้คิดอะไรนักหนา เดี๋ยวหัวก็ระเบิดออกมาหรอก"
 "พาไปด้วยดีกว่า หลอกไปหาหมอทั้งคู่นี่ล่ะ" ปรีชญาเดินไปหาทาวิธ
 "วิธค่ะ ปั๋มกับณีจะออกไปข้างนอกค่ะ" ทาวิธไม่ได้ยิน เพราะเอาแต่เหม่อลอย
 ปรีชญาสะกิด "วิธค่ะ"
 "เอ้า ปั๋ม มีอะไรเหรอ"
 "ปั๋มกับณีจะออกไปข้างนอก วิธช่วยนั่งรถไปเป็นเพื่อนหน่อยสิค่ะ"
 "เหรอ แต่ว่า"
 "นะค่ะ ปั๋มไม่อยากไปกับณีแค่สองคน"
 "ได้ครับได้"
 "ธงขึ้นไปดูสิทำไมคุณณียังไม่ลงมาอีก"
 ปรีชญาไล่ธงให้ไปดูณี ธงวิ่งขึ้นบันไดไปตามมณีกัญญา
 "ไปค่ะวิธ" ทาวิธยอมเดินตามปรีชญาไป
00000000000000
 ที่สวนหย่อมของโรงพยาบาล ไหมพิมนั่งบนรถเข็นท่าทางยังอ่อนเพลีย แต่อยากจะชมสวนเลยให้นางพยาบาลเข็นมาทิ้งไว้สักพักแล้ว
 "พวกคุณปั๋มนั่งสมาธิกัน แล้วรับรู้เรื่องราวในอดีต ถ้าเรามีสมาธิเราอาจจะจำได้ อืม"
 ไหมพิมหลับตาลง ทำสมาธิอยู่สักครู่ก็ลืมตา
 "เฮ้อ ไม่เห็น ไม่เห็นอะไรเลย" พชรเร่งรีบเดินเข้ามาหาไหมพิม
 "คุณไหม ตกใจหมดเลย ดีนะที่พยาบาลบอกผม ว่าคุณให้คนพามานี่ ผมนึกว่า"
 "ไหมมีแหวนพระของคุณแทนไทติดตัวอยู่ เขาเลยทำอะไรไหมไม่ได้" ไหมพิมเริ่มนึกได้ พึมพำเบาๆ กับตัวเอง
 "เอ๊ะ  หรือว่าที่มองไม่เห็นก็เพราะแหวนพระวงนี้" ไหมพิมจับสร้อย
 "คุณว่าอะไรนะครับ"
 ไหมพิมได้ความคิดว่าจะลองถอดสร้อยแหวนพระออก แต่ไม่อยากบอกพชร เลยพูดไปเรื่องอื่น
 "เปล่าค่ะ ไหมแค่อยากออกมาสูดอากาศน่ะค่ะ"
 "เมื่อเช้าคุณวัดไข้ยังมีไข้อยู่เลย เข้าไปข้างในเถอะนะครับ" พชรชวนให้เข้าไปด้านใน
 "ไข้ยังขึ้นสูง กินยายังไงก็ไม่หาย ความดันก็ขึ้นๆ ลงๆ หมอบอกว่าอาการของไหมไม่ค่อยดีใช่ไหมค่ะคุณพัด"
 "ก็ ไม่ถึงขนาดนั้น" พชรอ้ำอึ้ง โกหก
 "อย่าหลอกไหมเลยค่ะ ไหมรู้ตัวเองดี คุณพัดค่ะ ไหมอยากกอดคุณค่ะ" ไหมพิมลุกจากเก้าอี้
 พชรตามใจ พชรกอดไหมพิม ไหมพิมกอดพชรเหมือนจะซึมซับความอบอุ่นไว้ เพราะนี่อาจจะเป็นการกอดครั้งสุดท้ายก็ได้
 "วันนี้คุณดูแปลกๆ นะ" พชรเอะใจ
 ไหมพิมถอนตัวออกมาจากการกอด มองหน้าพชรด้วยความรัก เนื่องจากจะทำอะไรเสี่ยงๆ เลยไม่รู้ว่าจะได้กลับมาไหม เลยพูดอะไรคล้ายสั่งลา
 "ความรักของคุณ ทำให้ไหมเชื่อว่าผู้ชายที่ดียังมีในโลก ความห่วงใยของคุณ ดึงไหมให้ออกจากโลกอันเลวร้ายของเจ้าสีเกด เพราะคุณคนเดียวเลยนะค่ะคุณพัด ทำให้ไหมอยู่มาจนถึงวันนี้"
 "คุณจะพูดอะไรกันแน่ ผมฟังแล้วรู้สึกไม่ดีเลย"
 "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณพัดค่ะไหมอยากนั่งที่นี่สักพัก ช่วยไปเอาเสื้อหนาวมาให้หน่อยได้ไหมค่ะ รู้สึกว่าลมจะแรง"
 "ได้จ๊ะ" พชรเดินออกไปเอาเสื้อหนาว
 "หมอบอกว่าฉันอาจจะตาย แต่ถ้าฉันไม่เสี่ยง ฉันคงไม่มีโอกาสได้รู้ว่าคุณซ่อนผ้าไว้ที่ไหน เจ้าสีเกด"
 ไหมพิมมุ่งมั่น ถอดสร้อยออกมาจากคอของตนเอง ยกมือไหว้แล้วเดินไปวางไว้ที่โต๊ะ ก่อนจะเดินห่างออกมายืนที่มุมหนึ่งแล้วหลับตาลงทำสมาธิ
 ไหมพิมยืนหลับตาอยู่แล้วลืมตาขึ้นจึงพบว่าตนอยู่ในป่าแล้ว  ไหมพิมตกอยู่ในภวังค์คล้ายฝันไปเหมือนที่เคยเกิดขึ้น
 "เรามาถึงที่นี่จนได้ พักหลังเราพบเจ้าสีเกดในฝันตรงนี้เสมอ สถานที่แห่งนี้ต้องมีความหมาย"ไหมพิมดีใจพร้อมกับสงสัย ไหมพิมนึกถึงคำพูดของแทนไท
 "คุณไหมพิม ตอนนี้เจ้าสีเกดน่าจะอยู่ใกล้ๆ ผ้าของเค้า คุณลองคิดดูดีๆ นะ"
 "แปลว่า เจ้าสีเกดอยู่ที่ไหน ผ้าอยู่ที่นั่น" ไหมพิมออกเดินหา
 "งั้น ผ้าต้องอยู่แถวนี้แน่ เราต้องหาอะไรที่บ่งบอกได้ว่าที่นี่คือที่ไหน เพื่อที่จะได้เอาไปบอกคุณแทนไท" ไหมพิมออกเดินหาต่อ
 ที่สวนหย่อมโรงพยาบาล ไหมพิมนอนหมดสติอยู่กับพื้นตรงที่เคยยืนอยู่มาพักหนึ่งแล้ว พยาบาลสองคนวิ่งมาดู
 "เอ้า คุณค่ะ คุณ เป็นอะไรไปค่ะ คุณ คุณ"
 พยาบาลอีกคนรีบเอารถเข็นมารับ ช่วยกันเอาตัวไหมพิมขึ้นรถเข็น แล้วเข็นเข้าไป สร้อยแหวนพระยังคงวางอยู่ที่เดิม ไม่มีใครรู้ว่าไหมพิมได้ถอดทิ้งไว้ ตัวไหมพิมไม่มีสร้อยแหวนพระแล้ว
 ไหมพิมมาอยู่บนเตียงนอนแล้ว ไหมพิมถูกเข็นมาตามทางสวนกับพชรที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมเสื้อหนาว พชรเห็นไหมพิมก็ตกใจ
 "คุณไหม คุณไหมเป็นอะไรไปครับ"
 "ชีพจรอ่อน ความดันต่ำ จะย้ายไปที่ห้องฉุกเฉินค่ะ คุณหมอกำลังมา" พยาบาลตอบ บุรุษพยาบาลเข็นรถไปตามทาง พชรวิ่งตาม
 "คุณไหม คุณไหม"
 ไหมพิมเดินออกมาจากป่า แล้วเข้าไปในป่าช้า คอยมองหาไปเรื่อย ไหมพิมชะงักหยุดเดินมองไปข้างหน้าเห็นเป็นกองดินหญ้าคลุมระเกะระกะห่างกัน ไหมพิมเริ่มกลัว
 "ที่นี่มันป่าช้านี่" ไหมพิมกลัวสุดๆ แต่ก็พยายามตัดใจเดินหาสัญลักษณ์ต่อ
 "ผ้าอาจจะอยู่แถวนี้" แล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับสิ่งของบางอย่างที่หล่นอยู่หน้าเนินดิน ไหมพิมรีบเข้าไปหยิบมาดู ปรากฏว่าเป็นกำไลที่เคยทำหล่นไว้
 "ของเรานี่ ผ้าอาจจะฝังอยู่ตรงนี้ก็ได้"
 ไหมพิมคิด แล้วมองหากิ่งไม้แข็งๆ มาทำเป็นเสียมขุด ตัดใจก้มลงขุดกองดินตรงหน้า แล้วไหมพิมก็ขุดเจอบางอย่างในดินสีขาวๆ เมื่อเห็นว่าเป็นโครงกระดูกช่วงแขน ไหมพิมก็ตกใจ ผงะหงาย ไหมพิมตั้งสติได้จะเข้าไปค้นโครงกระดูกต่อ และแล้วฉับพลันโครงกระดูกลุกขึ้นนั่งพรวด ไหมพิมผงะออก ร้องกรี๊ด
 ที่หน้าห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาล ไหมพิมลืมตาตื่นอย่างเร็ว ทั้งหมดกำลังเข็นรถของไหมพิมไปถึงหน้าห้องฉุกเฉิน พชรเดินตามอยู่ข้างๆ รถเข็น ไหมพิมลืมตาขึ้นแล้วเอามือควานหน้ากากออกจากหน้าเพื่อจะพูดกับพชร พชรเห็นไหมพิมฟื้นก็ดีใจ
 "คุณไหม"
 "คุณพัด คุณพัด" พชรจับมือไหมพิมไว้
 "ผมอยู่นี่ ผมอยู่นี่แล้ว"
 "ป่าช้า มันเป็นป่าช้า" ไหมพิมเสียงอ่อนแรง
 "ป่าช้า ป่าช้าอะไร" พชรงง
 "ที่ซ่อนผ้า เป็นป่าช้า"
 "แล้วมันอยู่ที่ไหน"
 ไหมพิมส่ายหน้า เหนื่อยอ่อนเกินกว่าจะพูดมากกว่านั้น พยาบาลขอตัวพาไหมพิมไปพบหมอ
 "ขอพาคนไข้เข้าไปพบหมอก่อนนะค่ะ ญาติเข้าไม่ได้ค่ะ เชิญรออยู่หน้าห้องค่ะ"
 ไหมพิมพยายามจะส่งเสียงบอกพชร
 "รีบไปบอกคุณแทนไท ไปสิค่ะ"
 ไหมพิมถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉิน พยาบาลปิดประตู พชรตั้งสติ ได้รีบวิ่งออกไปทันที จะไปหาแทนไท
จบ 23

สาปภูษา 24 จบ  
 ปรีชญาขับเข้ามาจอดในโรงพยาบาล มีทาวิธนั่งหน้าคู่เธอ และมณีกัญญานั่งเบาะหลัง ทั้งหมดลงจากรถ
 "หมอผีอยู่นี่หรือ นี่! มันโรงพยาบาลนี่ปั๋ม" มณีกัญญาถามปรีชญา
 "มาเถอะณี มากับปั๋มนะ"
 "แล้วโรงพยาบาลจะมีผีหรือเปล่า"
 ทาวิธถาม "ปั๋มจะพาณีมาหาหมอหรือ"
 "ค่ะ"
 "แล้วผมควรหาด้วยหรือเปล่า"
 ปรีชญาดึงทาวิธออกมาห่างๆ คุยกัน มณีกัญญายังมองไปรอบๆ สีหน้าคล้ายจะร้องไห้! รู้สึกหวาดกลัวตลอดเวลา
 "จิตแพทย์ไม่ได้มีไว้สำหรับคนบ้าอย่างเดียว คนเราถ้าเครียดก็มาหาได้ ถ้าวิธทำใจได้เราไปหาหมอด้วยกัน วิธอาจจะสบายใจขึ้นนะค่ะ"
 ทาวิธถอนใจจำยอม มณีกัญญาเดินมาเกาะปรีชญาแจ
 "ปั๋ม! เราต้องดูดีๆ นะ ผีสีเกดอาจจะสิงอยู่กับคนแถวนี้ก็ได้"
 "ไม่มีหรอกจ๊ะ เจ้าสีเกดไม่ได้อยู่แถวนี้ เชื่อปั๋มนะ ไป"
 ทั้งสามเดินเข้าโรงพยาบาลไป
 ขณะที่บ้านแทนไท สองสามีภรรยานั่งคุยกับพชร
 "คุณไหมพิมบอกว่าที่นั่นเป็นป่าช้างั้นหรือ" แทนไทถาม
 พชรตอบ "ครับ"
 "ป่าช้า แล้วมันเป็นป่าช้าที่ไหนล่ะ"
 "คุณไหมคงรู้แค่นี้น่ะครับ ไม่งั้นคงบอกผมแล้ว"
 แทนไทลุกขึ้นยืนทันที รู้สึกสังหรณ์ใจว่าต้องรีบ
 "ถ้ายังงั้น! คุณภุมรีช่วยไปเอาหนังสือมา ค้นพวกข้อมูลเก่าๆ ดูซิว่าในยุคของเจ้าสีเกดมีป่าช้าที่ไหนที่ใช้ฝังคนในวังบ้าง"
 "ได้ค่ะ"
 แทนไทหยิบกระเป๋าถือของไหมพิมที่เคยได้มาขึ้นมาถือไว้
 "กระเป๋าใบนี้เป็นของที่เจ้าสีเกดใช้ผ่านร่างของไหมพิม ผมจะเข้าห้องพระ นั่งสมาธิ โดยใช้กระเป๋านี้เป็นสื่อกลาง ไปครับ"
 ทุกคนพยักหน้าแล้วลุกแยกย้ายกันไป
 ภุมรีเอาหนังสือกองใหญ่ประมาณ 20 เล่ม วางบนโต๊ะ พชรกับภุมรีลงนั่งค้นหาข้อมูลว่าสมัยนั้นมีป่าช้าที่ไหนบ้าง?
 ที่ห้องพระ แทนไทปักธูป 3 ดอก ลงในกระถางธูป กราบพระพุทธรูปเสร็จก็นั่งลง แทนไทหลับตาแล้วแตะมือไปที่กระเป๋าของไหมพิม
 ห้องตรวจที่โรงพยาบาลมณีกัญญายังมีท่าทางหลุกหลิกระแวงผู้คน มณีกัญญานั่งข้างๆ ปรีชญาคอยจับมือกันตลอดเวลา จิตแพทย์บอกกับมณีกัญญาหลังจากตรวจเสร็จแล้ว
 "อาการที่คุณเป็นอยู่เป็นอาการทางจิต ของคนที่ตกอยู่ในความหวาดกลัว หมอให้ยาไปทานได้ แต่คุณต้องดูแลจิตใจตัวเองควบคู่ไปด้วย"
 "หมอไม่เข้าใจหรอกว่าฉันเห็นอะไรมา"
 "ถ้าคุณกลัว คุณต้องเข้าไปหาให้รู้สาเหตุแล้วยอมรับมัน ไม่ใช่จมปลักกับความรู้สึกกลัวแบบนี้"
 "ปั๋ม ไหนบอกจะพาไปหาหมอผีไงล่ะ"
 "คุณครับ ถ้าคุณไม่ยอมเผชิญหน้ากับสิ่งที่คุณกลัว หวังพึ่งสิ่งต่างๆ สักวันคุณอาจจะประสาทหลอน และอาจจะกลายเป็นบ้าไปจริงๆ"
 มณีกัญญาเริ่มโยเย จะร้องไห้อีก
 "ปั๋ม ฮือ หมอไม่เข้าใจณี เขาช่วยณีไม่ได้หรอก พาณีไปหาพระหาหมอผีอะไรก็ได้นะปั๋มนะ ณีกลัว ณีกลัวจริงๆ ฮือ"
 มณีกัญญาพูดจบก็เข้าไปกอดปรีชญา แล้วมองไปรอบๆ ห้องด้วยความหวาดกลัว ปรีชญากลุ้มไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี
 เวลาเดียวกันนี้ ทาวิธยืนเหม่อลอย ปรีชญาเดินเข้ามาหา
 "มายืนทำไมตรงนี้ล่ะคะวิธ" ทาวิธเหม่อลอยไม่ได้ยินอีกแล้ว
 ปรีชญาสะกิด "วิธค่ะ"
 ทาวิธออกจากพะวัง "ครับ ณีเป็นไงบ้าง"
 "หมอขอให้ณีนอนที่นี่สักคืน เพื่อให้น้ำเกลือแล้วก็ให้ยาคลายเครียด"
 ทาวิธพยักหน้า "วิธเข้าไปพบคุณหมอได้แล้วค่ะ คุณหมอรออยู่"
 ทาวิธหน้าเครียดแล้วเดินตามปรีชญาเข้าไปในห้อง หลังจากหมอคุยกับทาวิธแล้วก็กล่าวว่า
 "คุณและคุณมณีกัญญากำลังช็อค! แต่รับมือความตกใจด้วยวิธีต่างกัน คุณกำลังซึมเศร้าและทอดอาลัยตายอยากกับชีวิต"
 "ผมควรทำยังไงก็บอกมาเถอะครับคุณหมอ"
 "ยาของหมอช่วยอะไรไม่ได้มากนักหรอกนะครับ คุณต้องหัดยอมรับความจริง"
 "ผมรู้สึกผิด ผิดกับเขา ผิดกับทุกคน"
 "เรื่องที่ผ่านมาแล้วเราแก้ไขอะไรไม่ได้ ที่คุณนั่งจมปลักกับความคิดทุกวันนี้ มันไม่ช่วยอะไรเลย"
 ทาวิธค่อยๆ คิดได้ "เหมือนเสียเวลาเปล่า"
 "ใช่! คุณจะทำบุญอุทิศส่วนกุศล จะทำความดี จะทำอะไรก็ได้ เพื่อให้คุณรู้สึกดีขึ้น แต่ต้องให้อภัยตัวเองก่อน ถ้าให้อภัยตัวเองไม่ได้ก็ลุกขึ้นใหม่ไม่ได้" ทาวิธรู้สึกดีขึ้น เริ่มคิดได้
 ปรีชญานั่งรอทาวิธอยู่หน้าห้องจิตแพทย์ คุณยายรณีรีบเดินเข้ามาหา
 "ปั๋ม เป็นยังไงกันบ้างลูก"
 "พยาบาลดูณีให้อยู่ค่ะ ณีจะนอนที่นี่คืนหนึ่ง ส่วนคุณวิธยังคุยอยู่กับคุณหมอค่ะ"
 คุณยายรณีลงนั่งถอนใจ ปรีชญาลงนั่งตาม
 "เฮ้อ! เลยวุ่นวายกันไปหมด เราล่ะไม่เป็นอะไรแน่หรือ"
 "มันบอกไม่ถูกค่ะคุณยาย ปั๋มเห็นใจเจ้าสีเกดแต่ก็สงสารทั้งณีและวิธด้วย"
 ยายรณีจับมือปรีชญาภูมิใจ "คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้"
 "หมายถึงอะไรค่ะ"
 "เจอเรื่องเลวร้ายทั้งสามคน แต่ปั๋มเป็นปรกติที่สุด แม้ว่าเจ้าสีเกดจะอาฆาตจองเวรกับปั๋มแต่ปั๋มก็ยังมีจิตเมตตาต่อเขา ความดีจะปกป้องจิตใจของคนดีให้มีความสุขตลอดเวลา" ปรีชญายิ้มให้คุณยายรณี
 บ้านแทนไท พชรเจออะไรบางอย่างในหนังสือที่ตนอ่าน รีบเอามาให้ภุมรีดู
 "คุณภุมรีครับ อ่านหน้านี้ดูสิครับ"
 พชรยื่นหนังสือให้ภุมรี ภุมรีรับหนังสือมาอ่านอย่างสนใจ
 ส่วนแทนไทนั่งหลับตาทำสมาธิ มือแตะกระเป๋าถือของไหมพิม เขาเห็นไหมพิมเจอมณีกัญญาเข้ามาค้นผ้าในห้องตนตบกันจนผ้าขาด ไหมพิมหนีไปเอาผ้าครึ่งหนึ่งไปด้วย ไหมพิมเดินเข้าไปในพงหญ้า
 ไหมพิมผีสิงเดินอ่อนแรงเพราะถูกแหวนพระมา เดินผ่านต้นไทรเก่าแก่ ไหมพิมเดินเท้าลึกเข้าไปเรื่อยๆ ป่าเริ่มมีต้นไม้มากขึ้น ไหมพิมทรุดลงนั่ง ใช้กิ่งไม้แถวนั้นขุดหลุมแล้วเอาผ้าห่มไหมปักทองครึ่งผืนออกจากกระเป๋า แล้วฝังผ้าลงไป เมื่อเสร็จเรียบร้อยไหมพิมก็ลุกเดินออกไป ไหมพิมทำกำไลข้อมือหล่นไว้โดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว
 ไหมพิมฝังผ้าเสร็จถือกระเป๋าเดินออกมาเรื่อยๆท่าทางอ่อนเพลียมากขึ้น เมื่อถึงริมถนนก็เป็นลมล้มลง จนพลเมืองดีขับรถผ่านมาเห็นเข้าเลยช่วยเหลือ
 แทนไทลืมตาขึ้นทันที เขาได้เห็นภาพที่ต้องการแล้ว แทนไทก้มลงกราบพระสามที แล้วลุกออกจากห้องไป ในกระเป๋าเสื้อแทนไทมีขวดน้ำมนต์ใส่อยู่
 ภุมรีเดินถือหนังสือขึ้นบันไดมา โดยมีพชรตามมาติดๆ เจอกับแทนไทที่เดินออกมาจากห้องพระ ภุมรีรีบเข้าไปบอกกับแทนไท
 "เราเจอข้อมูลบางอย่างแล้วค่ะ"
 "ผมก็เหมือนกัน ผมเห็นเขาฝังผ้าลงในดิน แต่มันเป็นที่ไหนผมไม่รู้"
 "เราสองคนคิดกันว่า เจ้าสีเกดไม่น่าจะรู้จักสถานที่มากนัก และคงไม่กล้าไปไหนไกล เราเลยพยายามหาป่าช้าที่ใกล้วังที่อยู่ของเจ้าสีเกด ซึ่งมีแค่ที่เดียวเท่านั้น"
 "ปัจจุบันวังแห่งนี้ไม่มีแล้ว ป่าช้าที่ว่าก็กลายเป็นพื้นดินรกร้าง ผมหาพิกัดของพื้นที่ได้คร่าวๆ เราอาจต้องใช้เวลา เราลองขับรถวนดู" พชรว่า
 แทนไทกล่าวว่า "คงไม่ต้องนานขนาดนั้น เพราะผมเห็นภาพนั้นแล้ว เราไปดูสถานที่จริงกันเลยดีกว่า ถ้าผมได้เห็นผมจะรู้เองว่าจุดไหน! ไปครับ"
 ทั้งหมดรีบเดินลงบันไดบ้านไป พชรเดินนำ ภุมรี แทนไท ตามหลัง เดินเลี้ยวมาจากทางบันได พชรกดมือถือขณะเดินมาใส่รองเท้า แล้วพูดสายไปด้วย
 "ปั๋มหรือ คุณยายโทรมาบอกว่าอยู่โรงพยาบาลกัน ณีกับคุณวิธเป็นยังไงบ้างล่ะ"
 ปรีชญาคุยโทรศัพท์มือถือกับพชร "ณีได้ห้องพักแล้วค่ะ แล้วทางพี่พัดล่ะค่ะ"
 "พี่กำลังจะออกไปหาผ้ากับคุณแทนไท ปั๋มช่วยไปดูคุณไหมให้พี่หน่อยสิ ตอนพี่ออกมาเขาดูไม่ดีเลย ตอนนี้อยู่ที่ห้องฉุกเฉินนะ"
 "จริงสิ! ปั๋มลืมไปว่าไหมพิมก็อยู่ที่โรงพยาบาลนี้ด้วย ปั๋มจะไปดูให้เดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ"
 "ขอบใจนะ" พชรกดวางสาย แล้วหันมาบอกแทนไทและภุมรีให้ไปรถของตัวเอง
 ทั้งหมดขึ้นรถ พชรขับ แทนไทนั่งหน้าคู่คนขับ ภุมรีนั่งเบาะหลัง พชรขับรถออกไป
000000000000000000
 ปรีชญาเดินมาที่ห้องฉุกเฉิน หมอเดินออกมาจากห้องพอดี  
 "ขอโทษค่ะคุณหมอ ไม่ทราบว่าคนไข้ชื่อไหมพิมเป็นยังไงบ้างค่ะ"
 "ไข้กลับมาขึ้นสูงอีก หมอฉีดยาให้แล้ว ตอนนี้หลับอยู่ หมอจะให้คนไข้อยู่สังเกตอาการสักชั่วโมงสองชั่วโมง ถ้าทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยหมอจะให้กลับห้อง หมอขอตัวก่อนนะ"
 "ขอบคุณค่ะคุณหมอ" หมอพูดเสร็จก็เดินออกไป
 ปรีชญารู้สึกเป็นห่วงไหมพิม มองเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
 พชรขับรถพาแทนไทและภุมรีมาดูที่ถนนแถวชานเมือง ใกล้กับที่ไหมพิมเคยเอาผ้ามาซ่อน ภุมรีดูหนังสือ และดูแผนที่ประกอบจากเครื่องจีพีเอสที่ติดรถหรือในมือถือ
 "ตามพิกัดที่ระบุไว้น่าจะอยู่แถวนี้"
 "ไม่ใช่ภาพที่ผมเห็น ขับต่อไปก่อนครับ" แทนไทว่า พชรขับรถออกตามหาต่อไป
 มณีกัญญาใส่ชุดคนไข้นอนหลับอยู่บนเตียงมีน้ำเกลืออยู่ คุณยายรณีมาช่วยดูแลเฝ้าให้ ปรีชญาเดินกลับเข้ามาในห้อง
 "หลับแล้วหรือค่ะคุณยาย"
 "คงเพราะยาที่หมอให้น่ะ เมื่อกี๊! ก็ร้องไห้โยเยไปอีกรอบ เฮ้อ!"
 "พี่พัดกำลังไปหาผ้ากับคุณแทนไทค่ะ คุณแทนไทเชื่อว่าถ้าทำลายอาถรรพณ์ของผ้าได้ ทุกคนน่าจะดีขึ้น"
 "บอกตามตรง ยายไม่สบายใจเลย"
 "ทำไมค่ะ"
 "ยายกังวลว่าวิญญาณเจ้าสีเกดยังอยู่ เธออาจจะตามขัดขวางพวกคุณแทนไทหรือทำอะไรขึ้นในช่วงนี้ ตราบใดที่ยายยังไม่เห็นกับตาว่าผ้าอีกครึ่งหนึ่งถูกทำลาย พวกเรายังวางใจไม่ได้หรอก" ปรีชญาชักกังวลไปด้วย
 ในห้องฉุกเฉิน ไหมพิมยังหลับไม่ได้สติ เธอฝันว่าเข้าไปในป่าที่เจอโครงกระดูก ไหมพิมเดินเข้ามามองแล้วก็มองไปรอบๆ
 "เรากลับมาที่นี่อีกทำไมกัน" ไหมพิมตบหน้าตนเอง "ตื่นเสียทีสิไหมพิม ตื่นได้แล้ว"
 "จะรีบตื่นทำไมเล่าไหมพิม" เสียงเจ้าสีเกดดังเข้ามา
 ไหมพิมหันขวับไปมอง "เจ้าสีเกด"
 เจ้าสีเกดยืนประจัญหน้ากับไหมพิม แววตาโกรธ!
 "เจ้าทรยศข้าไปเข้าข้างคนพวกนั้น เจ้าอย่าหวังเลยว่าจะกลับไปใช้ร่างของเจ้าได้อีก"
 เจ้าสีเกดเคลื่อนเข้าหาไหมพิม ไหมพิมถอยหลัง ไหมพิมจะอาแหวนพระมาสู้กับเจ้าสีเกด เธอคลำที่คอแต่หาไม่เจอ ไหมพิมตกใจ! นึกได้ขึ้นได้
 "ตายจริง เราถอดแหวนพระออกไปแล้วนี่"
 ไหมพิมเดินถอยหลังไป พยายามตบหน้าตัวเอง
 "ตื่นสิไหมพิม ตื่น ตื่นเร็ว"
 ไหมพิมตัดสินใจหันหลังจะวิ่งหนีแต่ถูกเจ้าสีเกดสั่งให้ค้างไว้ขยับตัวไม่ได้
 "หยุด!" เจ้าสีเกดเคลื่อนเข้าไปซ้อนที่ตัวไหมพิม ไหมพิมสะดุ้งเฮือก! ตาแดงถูกสิงโดยสบูรณ์
 ในห้องฉุกเฉินไหมพิมลืมตาตื่น ดวงตาเป็นสีแดง ไหมพิมลุกขึ้นนั่ง ยิ้มร้าย!
 "พวกเจ้ามิมีวันเจอผ้าของข้าดอก ไหมพิมข้าจะใช้ร่างของเจ้าทำในสิ่งที่ข้าต้องการ"
 ไหมพิมลุกจากเตียงไปโดยไม่มีใครเห็น และเดินไปตามทางออกไปที่บันไดหนีไฟเพื่อจะขึ้นไปดาดฟ้า โดยที่ไม่มีใครเห็น
 พยาบาลที่เฝ้าไหมพิมเดินกลับมาแล้วพบว่าเตียงว่างเปล่า พยาบาลตกใจ งุนงง รีบวิ่งออกไป
 ไหมพิมที่ถูกสิงอยู่เปิดประตูดาดฟ้าออกมา ไหมพิมไปยืนหมิ่นเหม่อยู่ใกล้กับราวเหล็กด้านล่าง คนข้างล่าง ชาวบ้านที่เดินไปมาชี้ขึ้นมา แล้วเริ่มมามุงดู ร.ป.ภ.รีบวิ่งมาดูแล้วตะโกนบอกกับไหมพิม
 "คุณทำอะไรน่ะ กลับเข้าไป กลับเข้าไป"
 บนดาดฟ้า ไหมพิมยืนนิ่ง ทำเหมือนไม่ได้ยิน ร.ป.ภ.รีบใช้เครื่องวอบอก ร.ป.ภ.ด้านใน
 ไหมพิมยืนอยู่ ร.ป.ภ.อีกคนเปิดประตูดาดฟ้าออกมาหาไหมพิม พยาบาลอีกคนตามออกมาด้วย
 "คุณจะทำอะไร กลับเข้ามานะครับ"
 "ข้าต้องการพบคนชื่อปรีชญา มันอยู่ในโรงพยาบาลนี่แหล่ะ ไปตามมันมาพบข้า มิเช่นนั้นข้าจะกระโดดลงไป"
 "อย่า! นะครับใจเย็นๆ เดี๋ยวคุณพยาบาลคนนี้จะไปตามให้ครับ"
 "ตามคนชื่อทาวิธมาด้วย บอกพวกมันว่า ข้า ไหมพิมต้องการพบ"
 "ปรีชญา ทาวิธ ได้ค่ะได้" พยาบาลรีบวิ่งออกไปเพื่อไปตามหาคนที่ไหมพิมต้องการพบ เหลือร.ป.ภ.คนเดียวเฝ้าไหมพิมอยู่
 "ระหว่างที่รอคุณก็ขยับเข้ามาก่อนสิ คุณยืนตรงนั้นอันตรายนะครับ"
 ไหมพิมยิ้มร้าย! ไม่ยอมขยับไปไหน
 ปรีชญาเดินออกมาจากห้องพอดี พยาบาลตามมาจนรู้เบาะแส รีบวิ่งเข้ามาเรียก
 "คุณค่ะ คุณค่ะ คุณชื่อปรีชญาใช่ไหมค่ะ"
 ปรีชญางงๆ "ใช่ค่ะ"
 "คนไข้ชื่อไหมพิมจะฆ่าตัวตาย เขาอยากพบคุณค่ะ!"
 ปรีชญาตกใจ "ไหมพิม"
 ปรีชญาวิ่งตามพยาบาลไปทันที
 ทาวิธนั่งซึมอยู่มุมหนึ่ง เริ่มคิดได้บ้างแล้วหลังเจอจิตแพทย์ พยาบาลอีกคนได้เบาะแสแล้ว วิ่งมายืนตรงหน้าทาวิธแล้วถาม
 "ขอโทษค่ะ คุณชื่อทาวิธใช่ไหมค่ะ"
 "ครับ"
 "คนไข้ชื่อไหมพิมกำลังจะฆ่าตัวตาย เธออยากพบคุณค่ะ"
 ทาวิธตกใจ "ไหมพิม"
 "ตามดิฉันมาทางนี้ค่ะ"
 ทาวิธวิ่งตามพยาบาลคนนั้นไป
 บนดาดฟ้าไหมพิมยังยืนหมิ่นเหม่ดูน่าอันตราย ร.ป.ภ.คุมอยู่ห่างๆ พยาบาลพาปรีชญาวิ่งเข้ามาถึง
 "ไหม นั่นไหมจะทำอะไรน่ะ"
 "ไหมมีอะไรจะคุยกับคุณเป็นครั้งสุดท้ายค่ะ คุณปั๋ม"
 เจ้าสีเกดหลอกปรีชญาว่าเป็นตัวตนของไหมพิม ปรีชญาจะเดินไปหาไหมพิม พยาบาลรีบดึงมือไว้
 "อย่าค่ะ!"
 "คงไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันจะคุยให้เขาเข้ามา"
 ปรีชญาเดินไปหาไหมพิมที่ราวเหล็ก ทาวิธที่วิ่งตามพยาบาลอีกคนมาถึงพอดี
 "ปั๋ม! อย่าออกไป" ทาวิธห้ามปรีชญาไม่ทันแล้ว
 ปรีชญาเข้าไปถึงตัวไหมพิมแล้ว "ไหมจ๊ะ เข้ามาคุยกันข้างในเถอะนะ"
 ปรีชญายื่นมือออกไปจะดึงไหมพิมเข้ามา แต่กลับถูกไหมพิมดึงออกไปแทน ทาวิธตกใจร้องลั่น! ปรีชญาตกใจมากไม่คิดว่าไหมพิมจะดึงตัวเองออกไป
 "อย่านะไหม"
 ที่ด้านล่างของตึก ชาวบ้านและคนอื่นๆ ที่มุงดูอยู่ต่างพากันหวีดร้อง คุณยายรณีเห็นคนมุงดูอะไรกันวิ่งเข้าไปดู พอรู้เรื่องก็ตกใจมาก
 "คุณพระช่วย! นั่นมันยัยปั๋มกับหนูไหมนี่"
 ไหมพิมกดปรีชญาไว้กับราวเหล็ก ดูน่าอันตราย ไหมพิมกล่าวกับปรีชญาว่า
 "พวกเจ้าทำลายผ้าของข้า เจ้าต้องตายนังหญิงฉาย"
 ทันใดนั้นเกิดเมฆหมอกเข้าบดบังท้องฟ้า ลมพัดแรงขึ้น ทาวิธได้ยินไหมพิมพูดอย่างนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าคือเจ้าสีเกด! ที่สิงร่างของไหมพิมอยู่
 "นั่น! ไม่ใช่ไหมพิม หยุดนะเจ้าสีเกด!"
 ทาวิธตัดสินใจวิ่งเข้าไปหาทันที ไหมพิมตะคอกใส่ ทาวิธชะงัก!
 "อย่าเข้ามานะ! หยุดตรงนั้นแหล่ะ ท่านมีหน้าที่มอง มองให้เต็มตาว่า เวลาที่ร่างของนังนี่มันร่วงลงไปแหลกเหลวที่พื้นข้างล่างน่ะ มันจะเป็นยังไง!"
 "เจ้าสีเกด จุดประสงค์ของท่านตั้งแต่แรกไม่ใช่ทำให้เราเข้าใจผิดกัน แต่ท่านต้องการฆ่าฉัน และทำร้ายทุกคนเหมือนชาติที่ผ่านมา"
 "ฮะฮะฮ่า รู้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว เจ้าต้องตาย จากนั้นข้าจะสิงในร่างนี้ แล้วครองคู่กับทาวิธของเจ้า"
 "แล้วไหมพิมล่ะ"
 "ไหมพิมทรยศข้า คนอ่อนแอเยี่ยงนั้นปล่อยเป็นวิญญาณเร่ร่อนก็ดีแล้วนี่! ฮะฮะฮ่า"
000000000000000
 ป่าริมถนนที่ไหมพิมเคยให้แท็กซี่พามา รถของพชรขับผ่านเข้ามาที่บริเวณนี้ แทนไทเห็นสถานที่แล้วรู้สึกคุ้นตา เลยสั่งให้พชรจอดรถ พชรจอดรถทันที แทนไท ภุมรี พชร ลงมาจากรถ แทนไทมองสถานที่อย่างพินิจพิจารณาแล้วก็จำได้
 "ใช่แล้วครับ ผมเห็นคุณไหมพิมเดินเข้าไปทางนี้แหล่ะครับ"
 "งั้น! ขอผมหยิบไฟฉายกับอุปกรณ์ก่อนครับ"
 พชรเดินไปเปิดท้ายรถหยิบของออกมา แล้วเอาไฟฉายส่งให้ แทนไทรับไฟฉายมาถือไว้ แล้วเดินนำไปตามด้วยภุมรีพชรตามหลังรั้งท้าย แล้วทั้งสามคนก็เดินเข้าไปในป่า ซึ่งเป็นทางเดียวกับที่ไหมพิมเคยไป
 ทั้งสามคนเดินเข้ามาแถวบริเวณต้นไทร แทนไทถือไฟฉายเดินนำเข้ามาหยุดแถวบริเวณต้นไทรแล้วมองว่าจะไปทางไหนต่อ
 "ผ่านเวลานานมากแล้ว แถวนี้ไม่มีเค้ารางของป่าช้าเหลืออยู่เลยนะค่ะ"
 "ต้องเดินลึกเข้าไปอีก ทางนี้ครับ"
 ทั้งสามคนจะออกเดินต่อ จู่ๆ มือถือของพชรก็ดังขึ้น ทั้งหมดเลยหยุดเดินรอพชรคุยมือถือก่อน พชรดูเบอร์โชว์แล้วรีบกดรับสาย
 "ว่าไงครับคุณยาย"
 คุณยายรณีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับพชร "แย่แล้ว! ตาพัด เจ้าสีเกดเข้าสิงร่างหนูไหมพิมกำลังจะฆ่ายัยปั๋ม"
 พชรช็อค! ตกใจ "ฮ้า ครับๆ"
 พชรวางสายโทรศัพท์ และบอกสองสามีภรรยาว่า
 "คุณแทนไทครับ ผีเจ้าสีเกดเข้าสิงคุณไหมได้อีกแล้ว ตอนนี้ทุกคนกำลังอยู่ในอันตรายครับ"
 "ใจเย็นๆ แล้วตั้งสติไว้คุณพัด เราต้องหาผ้านั้นให้เจอ ถ้าเจอผ้าเราก็สะกดวิญญาณเจ้าสีเกดได้ ไปครับ"
 แทนไทถือไฟฉายรีบเดินเร็วๆ นำทุกคนไป เพื่อหาผ้าต่อ
 บนดาดฟ้าตึกทาวิธพยายามเจรจากับเจ้าสีเกด
 "สีเกด ผมอยู่นี่แล้วไง มาแก้แค้นกับผมสิ ปล่อยปั๋มไปซะ ผมขอร้อง"
 เจ้าสีเกดที่อยู่ในร่างของไหมพิมยังสนใจแต่ปรีชญา มองปรีชญาด้วยดวงตาเหี้ยมโหด โกรธแค้น! ปรีชญาไม่กลัวมองเจ้าสีเกดที่อยู่ในร่างของไหมพิมด้วยความโกรธเช่นกัน
 "ขอร้องรึ นังหญิงฉายแกมองลงไปข้างล่างสิ มองดูสิร่างของเจ้ากำลังจะลอยลงไปตรงนั้น"
 ปรีชญาตะโกนกลับสู้ "ฉันไม่กลัวหรอก!"
 "โกหก! มีผู้ใดมิกลัวตายบ้าง!"
 "มีสิ ก็คนที่เห็นความตายของตัวเองมาสามครั้งแล้วไง"
 "หมายความว่าอันใด"
 ทาวิธตอบแทนว่า "เราทุกคนเห็นอดีตชาติของตัวเองหมดแล้ว ต้นเหตุคือผม ผมทรยศความรักของเรา ผมเสียใจ สีเกดผมขอโทษ ปล่อยปั๋มไปเถอะนะ ปั๋มไม่เกี่ยว"
 ปรีชญาบอกต่อว่า "ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่กลัวตาย เพราะต่อให้ฉันตายฉันก็จะมาเกิดใหม่แล้วรักกับวิธอีก ในขณะที่ท่านเป็นได้แค่วิญญาณอาฆาตที่ไม่เคยได้ความรักจากเขา!"
 เจ้าสีเกดโกรธ "นังหญิงฉาย!"
 ฟ้าผ่าเปรี้ยงที่มุมหนึ่งของท้องฟ้า แทนอารมณ์โกรธของเจ้าสีเกด บรรยากาศบนดาดฟ้าดูมืดครึ้มลงพัดแรง ฟ้าวาบๆ อยู่ทั่วไป
 "ความผิดของฉันมีเพียงข้อเดียว คือวิธรักฉันทุกชาติ แต่ไม่เคยรักท่าน ท่านโกรธฉันเพราะเรื่องนี้ ทั้งที่ฉันไม่เคยทำอะไรให้ท่าน!"
 "มิจริง ท่านชายทัดรักข้า เขารักข้า เจ้าต่างหากมาแย่งไป"
 "ท่านไม่เบื่อหรือ จองเวรจองกรรมต่อกันไม่จบสิ้น ยิ่งท่านทำพวกเราวิธก็ยิ่งเกลียดท่าน เขาจะหันไปรักท่านได้ยังไง ในเมื่อท่านร้ายกาจขนาดนี้"
 "สีเกดหยุดเถอะ ปล่อยปั๋มซะ ปลดปล่อยพวกเราทุกคนออกไปเถอะ แล้วคุณจะฆ่าผม ทำให้ผมพิการ ทำอะไรก็ได้ ผมจะทำเพื่อคุณทุกอย่าง"
 เจ้าสีเกดในร่างของไหมพิมร้องไห้! "ทำทุกอย่าง ยกเว้นรักสีเกด ยกเว้นรักสีเกดใช่รึไม่"
 "ผมเป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นคนเจ้าชู้ ผมรู้สึกผิดกับตัวเองจนให้อภัยตัวเองไม่ได้อีกแล้ว"
 ทาวิธเดินเข้าไปหาเจ้าสีเกดในร่างของไหมพิม ไม่กลัวตายอีกต่อไป ตัดสินใจแล้วตายเป็นตาย เจ้าสีเกดร้องบอก
 "ถอยออกไป อย่าเข้ามา"
 ทาวิธเข้าไปที่ริมรั้วเหล็กยืนหมิ่นเหม่อีกคน ทาวิธมองไหมพิมแน่วแน่
 "ทันทีที่ร่างของปั๋มตกลงไป ผมจะกระโดดตามปั๋มลงไปทันที ถ้าปั๋มตาย ผมก็จะตายตามเขา!"
 ไหมพิมมองทาวิธเสียใจมาก ร้องไห้! ออกมาหนักกว่าเดิม
 "ท่านยอมตายตามมันไป ทำไมท่านถึงรักมันมากมายเพียงนี้ มันมีอันใดดีกว่าสีเกด มันมีอันใดดีกว่าข้า ฮือ"
 ทาวิธมองเจ้าสีเกดในร่างของไหมพิม รู้สึกสงสารเจ้าสีเกดเช่นกัน
 เวลานั้นในป่าช้าเก่า พวกพชร แทนไทและภุมรีกึ่งวิ่งกึ่งเดิน แทนไทถือไฟฉายนำทุกคนเข้ามาเจอป่าช้าเก่าที่แทนไทเคยเห็นในนิมิตว่าไหมพิมเอาผ้ามาฝังไว้ แทนไทเจอกำไลที่ไหมพิมเคยทำตกไว้ เขาหยิบกำไลขึ้นมาดู
 "กำไล ตรงนี้แหล่ะ! ที่ผมเห็นในนิมิต ขุดเลยคุณพัด"
 พชรและแทนไทเริ่มขุดหาผ้า ขุดไปสักพักก็เจอ
 "เจอแล้วครับคุณแทนไท ผ้าอีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย"
 แทนไทยิ้มดีใจ! ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ
 บนดาดฟ้าตึก ทาวิธยังคงพยายามเจรจาต่อไป
 "เรื่องความรัก ผมบังคับตัวเองไม่ได้ แต่สีเกด ผมเข้าใจแล้วผมติดหนี้คุณ ความเจ็บปวดนับร้อยปีของคุณ คุณมาเอาชีวิตของผมไปเลย มาเอาไปสิ ผมจะชดใช้ให้!"
 "ไม่นะวิธ ถอยออกไป ถอยออกไปสิ" ปรีชญาร้องลั่น
 ไหมพิมร้องไห้ต่อไป คร่ำครวญเจ็บปวด
 "พวกเจ้ามิรู้ดอกว่าข้าเจ็บปวดมากเพียงใด ที่เฝ้ามองดูพวกเจ้ารักกัน มีแต่การเห็นเจ้าทุกข์ทรมานเท่านั้น ที่ชดใช้ให้ข้าได้ ท่านชายทัด ท่านจงดู ดูนังหญิงฉายมันตายไปต่อหน้าต่อตาท่านอีกหน"
 ไหมพิมพูดจบก็ออกแรงผลักปรีชญาร่วงลงไปจากดาดฟ้าทันที ทาวิธช็อค! ตะโกนลั่น "ปั๋ม"
 ด้านล่าง คุณยายรณีและทุกคนที่มุงดูร้องกรี๊ด! ยายรณีตกใจมาก "ปั๋ม!"
 ที่บนดาดฟ้าตึก ไหมพิมเงยหน้าขึ้นหัวเราะร่า จู่ๆ ฟ้าผ่าเปรี้ยง! ลงมาที่ข้างๆ ร่างของไหมพิม แสงจากฟ้าผ่าวาบเข้าที่หน้าของไหมพิม ไหมพิมหมดสติ ร่วงลงทันที
 ที่ในป่าช้าเก่า แทนไทนั่นเองที่ทำให้ไหมพิมสลบ แทนไทหยิบขวดน้ำมนต์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วหลับตา ประนมมือ บริกรรมคาถา แล้วเทน้ำมนต์ใส่ผ้าจนหมดขวดบริเวณดอกแดง ผ้าผืนนั้นมีควันลอยกรุ่น
 "นี่คือน้ำมนต์ที่ปลุกเสกโดยพระอริยะผู้ทรงความบริสุทธิ์ สิ่งนี้จะกำกับความโหดร้ายของเจ้าสีเกดได้!"
 บนดาดฟ้าตึก ทาวิธพุ่งเข้าไปดูปรีชญา คิดว่าตกไปตายแล้ว แต่ปรากฏว่าปรีชญาไม่ตายเพราะมือทั้งสองข้างของปรีชญาจับราวเหล็กเอาไว้ เท้าห้อยต่องแต่ ทาวิธเห็นว่าปรีชญายังไม่ตายก็ดีใจ
 "ปั๋มๆ จับมือผม จับมือผมไว้"
 ทาวิธดึงปรีชญาขึ้นมา ปรีชญารอดปลอดภัย ทั้งสองกอดกันแน่นดีใจที่ไม่ตาย ร.ป.ภ.และพยาบาลรีบเข้าไปจับตัวไหมพิมที่สลบหมดสติ สิ้นฤทธิ์ไปแล้ว ทาวิธกับปรีชญากอดกันร้องไห้! ด้วยความปิติ
 ที่ป่าช้าเก่า แทนไทหยิบผ้าผืนนั้นขึ้นมาแล้วเอาสายสิญจน์ผูกผ้านั้นเอาไว้ แทนไทหันมองหน้าทุกคนแล้วอธิบาย
 "โดนน้ำมนต์แล้ว ผูกอีกชั้นด้วยสายสิญจน์ จบสิ้นกันเสียทีอาถรรพณ์ของผ้าต้องคำสาป!" พชรถอนใจโล่งอก
 หน้าห้องฉุกเฉิน ทาวิธ ปรีชญาและคุณยายรณีอยู่รอดูอาการของไหมพิม พชรรีบเดินเข้ามา แทนไทกับภุมรีตามมาด้วย
 "ปั๋ม เป็นยังไงบ้าง"
 ปรีชญาเห็นพชรก็โผเข้ากอด ปรีชญายังตกใจอยู่ "พี่พัด"
 "เราสองคนไม่เป็นอะไรแล้ว"
 "หนูไหมยังอยู่ในห้องฉุกเฉินเลยลูก" ยายรณีบอก
 หมอเดินออกมาจากในห้องฉุกเฉินพอดี พชรรีบเข้าไปถาม
 "คุณหมอครับ คุณไหมพิมเป็นยังไงบ้างครับ"
 "ปลอดภัยแล้วครับ ตอนนี้มีไข้นิดหน่อย แต่ความดันก็ปรกติแล้ว เดี๋ยวพอคนไข้ตื่น พยาบาลจะพาเธอไปพักที่ห้องตามเดิมนะครับ หมอขอตัวก่อนนะครับ"
 พชรไหว้ "ขอบคุณครับคุณหมอ"
 หมอรับไหว้แล้วเดินออกไป
 "โล่งอก! ไปทีนะตาพัด"
 ทุกคนรู้สึกโล่งอกว่าเรื่องร้ายๆ คงผ่านพ้นไปแล้ว พยาบาลคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน แล้วเดินมาหาพชรเพื่อเอาของมาให้
 "คุณค่ะ แม่บ้านพบสร้อยเส้นนี้อยู่ที่สวน ดิฉันจำได้ว่าเป็นของคุณไหมพิมค่ะ"
 "ขอบคุณครับ" พยาบาลให้ของกับพชรแล้วก็เดินออกไป
 "เป็นเพราะสร้อยถูกถอดออกนี่เอง"
 "ต่อไปนี้คงหมดเคราะห์หมดโศกกันเสียทีน่ะหลานๆ"
 ทุกคนโล่งอกไป ทาวิธกับปรีชญายิ้มให้กัน
 เวลาผ่านไปสักหนึ่งสัปดาห์ ดอกไม้ในสวนของบ้าน มณีกัญญาดูกลายเป็นคนเพี้ยนๆ หลงๆ นั่งเล่นกับธงและมะลิยังมีแววความหวาดกลัว หวาดระแวงนั่นนี่ แต่ไม่ร้องไห้ฟูมฟายแล้ว คุณยายรตานั่งพักผ่อนดูแลหลานห่างออกไป มะลิเอาดอกไม้มาให้มณีกัญญาดู
 "ดอกไม้สวยไหมค่ะคุณณี"
 "สวยจ๊ะ สวยจังเลย"
 "ธงว่าคุณณีไปเดินเล่น ดูผีเสื้อตรงนั้นดีกว่า"
 มณีกัญญาได้ยินคำว่าผี! ก็กลัวขึ้นมาทันที
 "ดูผีเสื้อ ดูผีเสื้อก็ดูผีนะสิ ไม่เอาฉันกลัว ฉันกลัว"
 "ผีเสื้อไม่ใช่ผี ผีเสื้อเป็นแมลงครับคุณณี"
 "ไม่จริง! ผีเสื้อก็ผีสีเกดนั่นแหละ มันจะมาหลอกฉัน" มณีกัญญาเริ่มกลัวลนลานขึ้นมา
 "ดูสิค่ะคุณใส่พระแล้ว ผีจะมาหลอกคุณณีได้ยังไง"
 มณีกัญญามองหา "ผีสีเกด ผีสีเกดอยู่แถวนี้หรือเปล่า"
 "ผีถูกไล่ไปแล้วจริงๆ ครับ ไม่มีแล้ว"
 มณีกัญญายังหวาดๆ มองไปรอบๆ คุณยายรตาสงสารมณีกัญญาจับใจจนแทบร้องไห้ คุณยายรตาเดินเข้ามากอดมณีกัญญา
 "โธ่! ยัยณี"
 "คุณยายช่วยณีด้วย"
 มณีกัญญากอดคุณยายรตาแน่น กลัวผี!
 พชรยืนที่ริมหน้าต่างมองออกไปนอกบ้าน เหมือนพชรมองดูมณีกัญญา เขาหันกลับเดินเข้ามาในห้อง พชรหน้าเศร้าบอกกับทุกคน  
 "อาการของยัยณี หมอบอกว่าคงต้องใช้เวลาสักหน่อย"
 แทนไทรู้สึกผิด "ผมไม่น่าใจร้อนเลย ไม่น่าให้คุณณีได้เห็นอดีตชาติของตัวเอง"
 ยายรณีกล่าวว่า "มันเป็นเวรกรรมที่ต้องชดใช้ ไม่เกี่ยวกับคุณหรอกค่ะ ยัยณีอยู่กับอารมณ์ร้ายของตัวเองมานาน คนพวกนี้แข็งนอกอ่อนใน ถึงเวลาที่ถูกกระทำบ้าง ก็รับไม่ได้"
 ทุกคนมองไปที่ผ้าที่วางอยู่บนพานกลางโต๊ะเห็นดอกแดงเด่นชัด มีสายสิญจน์เส้นหนึ่งผูกมัดผ้าไว้
 "คุณแทนไทค่ะ ผ้าถูกสะกดแต่ยังไม่ได้ถูกเผา แบบนี้วิญญาณของเจ้าสีเกดจะยังอยู่หรือเปล่าค่ะ" ไหมพิมถาม
 "ยังอยู่ครับ แต่ไม่มีอำนาจที่จะทำร้ายใคร น้ำพระพุทธมนต์และสายสิญจน์ ได้กำกับอาถรรพณ์ของผ้าไว้แล้ว"
 พชรเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย "ผมสงสัยจริงๆ ผ้าส่วนที่เหลือนี่มันต่างกับผืนที่เราเผาไปแล้วยังไง ทำไมเผาไปตั้งครึ่งถึงไม่มีผลอะไรทั้งที่เป็นผืนเดียวกัน"
ไหมพิมเลยอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ  
 "สิ่งที่ต่างกันคือดอกที่มีเกษรสีแดง ตรงนั้นค่ะ ทั้งผืนมีเพียงดอกเดียว"
 ภุมรีมองดูผ้าแล้วคิดตามหันมองหน้ากันกับแทนไท
 "เกษรสีแดงดอกเดียว เอ่อ คุณปั๋มค่ะไหนๆ ผ้าก็ขาดแล้ว ขออนุญาต เลาะตรงที่เป็นดอกสีแดงออกมาดูหน่อยนะคะ"
 ปรีชญามองหน้าคุณยายรณีเป็นเชิงถาม คุณยายรณีพยักหน้า ปรีชญาหันไปบอกภุมรี ภุมรีหยิบที่เลาะผ้าออกมาจากกระเป๋าถือของตน ภุมรีจัดการเลาะผ้าออก ทุกคนผงะหงาย! ปิดจมูกเพราะกลิ่นที่เหม็นรุนแรง แล้วทุกคนก็เห็นว่าข้างในมีดินสีดำและเส้นผมอยู่ ทุกคนอึ้ง!
 "กลิ่นอะไรเหม็นอย่างกับซากศพ"
 "มีดินและเส้นผมซ่อนอยู่ข้างใต้ดอกนี้" พชรจะใช้นิ้วเขี่ย
 แทนไทรีบห้าม "อย่าครับคุณพัดอย่าแตะต้อง ผ้าผืนนี้มีการทำคุณไสยอย่างที่คิดไว้จริงๆ"
 "มิน่า! อาถรรพณ์ถึงแรงนัก ว่าแต่ใครเป็นคนทำ แล้วทำไม"
 "ข้าทำเอง" ทุกคนหันไปมองทางเสียงก็เห็นเจ้าสีเกด
 เจ้าสีเกดยืนร้องไห้มองทุกคนอยู่ ทุกคนตกใจมาก ขนลุก ผงะหนี
 "เจ้าสีเกด" ไหมพิมเรียก
 เจ้าสีเกดพูดทั้งน้ำตา "พวกเจ้าอยากรู้กันมิใช่รึ ว่าเหตุใดข้าถึงทำเยี่ยงนี้ คืนนั้นเป็นคืนสุดท้ายของชีวิต ข้าจำได้มิลืม มันเป็นวันที่ท่านปู่สิ้นลมหายใจ"
 ณ เรือนสีเกด ศาลาชั้นบนกลางบ้าน เจ้าสีเกดน้ำตารินร้องไห้อยู่ข้างๆ ผ้าที่ปักไปเยอะแล้ว เจ้าสีเกดร้องไห้ที่ท่านปู่เสียแล้ว
 "คนที่นั่งอยู่ในเรือนคือซากศพที่หัวใจแหลกเหลว หญิงกำพร้าผู้อาภัพถูกเขาต้อนมาเป็นเชลยในแดนอื่น เป็นถึงเจ้าหญิงแต่กลับถูกเขาไล่เยี่ยงสุนัข ข้ามีความดี แต่มิสามารถรักษาความดีไว้ได้ ข้ามีความงาม แต่กลับกลายเป็นดอกไม้ให้เขาเด็ดดมแล้วทิ้งขว้าง หญิงสาวที่มีความรักเป็นลมหายใจ เมื่อถูกรักทรยศชีวิตก็อับปาง! ความสุขเหือดแห้งไปพร้อมกับชายคนเดียวในชีวิต ชายผู้เป็นเสมือนดวงตะวันเพียงดวงเดียว ชายที่กำหนดสุขและทุกข์ของสีเกด และชายคนนั้นกำลังจะแต่งงานไปกับศัตรู! ชีวิตรุ่งโรจน์ที่เกิดอย่างสูงศักดิ์กำลังจะตายอย่างไร้ญาติในลานประหาร! ถ้าเป็นพวกเจ้าพวกเจ้าจะทำเยี่ยงไร!"
 เจ้าสีเกดน้ำตานองหน้า นางเปลี่ยนความเศร้าเป็นความแค้น หันไปมองผ้าข้างตัวที่ปักเกือบเสร็จแล้ว
 "หญิงโฉดและชายชั่วคู่นั้นมันอยากได้ผ้าของข้า ได้สิ ได้เลย ข้าจะปักมันให้เสร็จสิ้นเสียในคืนนี้"
 เจ้าสีเกดตัดสินใจวิ่งลงเรือนไป มีผ้าเช็ดหน้าไปด้วย
 เจ้าสีเกดกำลังขุดหาดินจากป่าช้าเอาใส่ผ้าเช็ดหน้า แล้วก็วิ่งกลับเรือน เจ้าสีเกดดูบ้าคลั่งดวงตาร้าย ลมพัดแรงรอบตัว
 "ข้าวิ่งไปในยามราตรี คืนที่ชีวิตข้ามืดเสียยิ่งกว่าความมืดรอบตัว! ลูกที่อยู่ในท้องผู้ใดจะเลี้ยงได้ดีกว่าตัวข้า พ่อใจร้ายกับพี่น้องใจอำมหิตสองคนนั่น ข้ามิมีวันให้ลูกของข้าไปทุกข์ทรมานกับพวกมันเด็ดขาด!"
 บรรยากาศน่ากลัว ลมแรง เมฆหมอกทะมึน มีฟ้าวาบๆ เป็นระยะ เจ้าสีเกดดวงตาถมึงทึงวิ่งกลับมาจากป่าช้า กลับมาลงมานั่งแล้วลงวางห่อผ้าใส่ดินป่าช้าไว้ข้างๆ ตัว แล้วก็เริ่มปักผ้าต่อ
 "ข้าขอสาปแช่งด้วยดวงชีวิต ดวงจิต และดวงวิญญาณของข้า ทุกฝีเข็ม ทุกเส้นไหม ทุกลมหายใจ ความทุกข์ ความเจ็บแค้นใดที่พวกมันทำไว้กับข้า ขอจงฝังอยู่ในผ้าห่มไหมปักทองผืนนี้ พวกมันจะต้องเจ็บและทรมานยิ่งกว่าที่ข้าเคยเจ็บนับสิบนับร้อยเท่า ทุกฝีเข็ม ทุกเส้นไหม ทุกลมหายใจ ข้าขอสาปแช่งพวกมันผู้ใดที่ได้ห่มผ้าผืนนี้จะต้องชดใช้สิ่งที่ทำลงไปจนสาสม ข้าขอสาปแช่งพวกมันไปจนชั่วลูกชั่วหลาน ให้พวกมันวิบัติพินาศ อย่าได้พบกับความสุขใดอีกเลย"
 เจ้าสีเกดเอากระดาษสาห่อดินป่าช้ากับเส้นผมของตัวเองยัดใส่ลงไปใต้ดอกไม้ดอกหนึ่ง ปากก็พึมพำสาปแช่ง แล้วปักต่อที่ดอกไม้นั้น เมื่อดอกแดงเสร็จ เจ้าสีเกดใช้เข็มทิ่มนิ้วตัวเองแล้วหยดเลือดลงไปในดอกไม้ดอกนั้น จนมันกลายเป็นสีแดง
 เจ้าสีเกดหัวเราะร่า ดอกแดงนั้นบิดเบี้ยว เต็มไปด้วยคำสาปแช่งอัดแน่นอยู่ เจ้าสีเกดมุ่งมั่นปักผ้าต่อไปในส่วนอื่น  
 เช้าวันใหม่ พระอาทิตย์เคลื่อนคล้อยขึ้น เจ้าสีเกดยังนั่งปักผ้าต่อไป ปากยังคงสาปแช่งยาวนานตลอดคืน
 "ทุกฝีเข็ม ทุกเส้นไหม ทุกลมหายใจ ข้าขอสาปแช่งพวกมันผู้ใดที่ได้ห่มผ้าผืนนี้จะต้องชดใช้สิ่งที่ทำลงไปจนสาสม ข้าขอสาปแช่งพวกมันไปจนชั่วลูกชั่วหลาน ให้พวกมันวิบัติพินาศ อย่าได้พบกับความสุขใดอีกเลย"
 เจ้าสีเกดปักจนเสร็จสมบูรณ์แล้วมองดูผ้าทั้งผืน
 "ผ้าผืนสุดท้ายขอข้าสำเร็จแล้ว ผ้าที่บรรจุความรักและความแค้นของข้า ผ้าที่จะติดตามจองล้างจองผลาญมันทุกชาติไป!"
 เจ้าสีเกดวางผ้าไว้ แล้วเดินไปทางห้องนอนของตัวเอง นำผ้ามาผูกคอ เจ้าสีเกดยืนบนเก้าอี้ มือลูบท้องที่โต
 "ลูกแม่ ไปกับแม่นะ เจ้าเป็นของแม่ เจ้าต้องไปกับแม่ กายนี้มิจำเป็น ลมหายใจก็มิจำเป็น ที่เหลือคือวิญญาณที่หล่อเลี้ยงอยู่ด้วยความรักและความอาฆาต ชีวิตอมตะจะเป็นของข้าด้วยสองสิ่งนี้ ความรักและความอาฆาต ฮะฮะฮ่า ฮะฮะฮ่า ฮะฮะฮ่า"
 เจ้าสีเกดสวมคอตนเองลงไปในผ้าขาวม้าแล้วใช้เท้าถีบตั่งทิ้งไป ขาที่ดิ้นๆ อยู่ชะงักหยุดลง!
00000000000000
 ในบ้านพชร เจ้าสีเกดร้องไห้น้ำตานองหน้า จบการเล่าเรื่องให้ฟัง แทนไทพูด
 "เจ้าสีเกด ถ้าท่านยังตัดใจไม่ได้ เมื่อพวกเราเผาผ้าที่เหลือ วิญญาณของท่านก็จะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน เพราะไม่มีที่สิงสถิต ท่านอยากเป็นอย่างนั้นหรือ"
 ทาวิธกล่าวต่อ "สีเกด มณีกัญญาไม่สบายอยู่ข้างนอกนั่น เขาไม่ต่างอะไรจากคนบ้า เขากำลังรับกรรมของเขา"
 เจ้าสีเกดมองทาวิธด้วยความรักและน้อยใจ
 "แล้วท่านล่ะ เมื่อข้ากลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน ท่านคงมีความสุขและกลับไปแต่งงานกับหญิงฉาย"
 "ชีวิตผมไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว ผมรู้สึกผิดกับคุณกับณีและปั๋มมาก ผมคงแต่งงานกับปั๋มไม่ได้อีก"
 ทุกคนตกใจมาก ยายรณีอึ้ง "พ่อวิธ!"
 ปรีชญาอึ้งชั่วครู่แล้วเข้าใจทาวิธ พยักหน้ายอมรับ
 "ปั๋มเข้าใจวิธค่ะ เราคงมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขไม่ได้หรอกสีเกด ทุกคนกำลังรับกรรมของตนเอง ความพลัดพราก ชีวิตที่เป็นทุกข์เหมือนที่คุณได้รับ"
 ทาวิธกล่าวต่อ "ใช่! มันเป็นกงกรรมกงเกวียน สีเกด หลังจากเราเผาผ้าแล้ว ไปสู่สุคติเสียเถอะนะ อโหสิกรรมให้เราด้วย อย่าเป็นวิญญาณเร่ร่อนเพราะพวกเราอีกเลย"
 "อโหสิกรรมให้เราสามคนด้วยเถอะ ฉันอโหสิกรรมให้คุณแล้ว ทุกอย่างระหว่างเรา อย่าให้มันสืบเนื่องต่อไปอีกเลยนะ"
 เจ้าสีเกดร้องไห้! ออกมา "มิมีความแค้น และมิมีความรัก จบสิ้นทุกอย่าง เช่นนั้นรึ"
 ทาวิธเดินไปหาเจ้าสีเกด คุกเข่าลงตรงหน้าแล้วเข้าไปกอดเจ้าสีเกด
 "ผมมีความรักให้คุณนะสีเกด ความรักที่ต่างไปจากที่รักปั๋ม นับจากวันนี้ไป ความรักนั้นจะเป็นของคุณคนเดียว ของคุณตลอดเวลา"
 "ความรักแบบใด"
 ทาวิธกอดกระชับใกล้ขึ้นแล้วกระซิบข้างหูสีเกด ทุกคนมองว่าทาวิธกระซิบอะไร เจ้าสีเกดร้องไห้โฮ! สวมกอดทาวิธแน่น ทั้งสองกอดกัน ทุกคนงงว่าเกิดอะไรขึ้น ทาวิธไปพูดอะไร
 เมื่อทาวิธปล่อยอ้อมกอด ร่างเจ้าสีเกดค่อยๆ จางหายไป เจ้าสีเกดมองทาวิธสีหน้ามีความสุข ทาวิธหันมาพูดกับทุกคน
 "ต่อไปนี้ สีเกดจะไม่มาให้พวกเราเห็นอีกแล้ว นี่เป็นครั้งสุดท้าย"
 ทุกคนโล่งใจ ทาวิธมีความสุขในใจ
 วันใหม่ บรรยากาศสงบสุขในวัด ไหมพิม พชร ปรีชญา มณีกัญญา แทนไท ภุมรีและรณีนั่งอยู่ด้วยกันบนศาลา รอการมาของพระสงฆ์ที่จะมาสวดบังสุกุล ผ้าผืนนั้นอยู่บนถาดขนาดใหญ่ตรงกลาง เตรียมจะเผา มีสายสิญจน์จน์โยงไปให้พระสงฆ์จับสวด
 มณีกัญญา ท่าทางยังเอ๋อๆ หลงๆ แต่ไม่ร้องไห้แล้ว กระซิบถามปรีชญา หลังมองไปรอบๆ ไม่พบใครบางคน
 "คุณวิธ คุณวิธไปไหนละปั๋ม"
 "เราเรียกเขาว่าคุณวิธไม่ได้แล้วจ๊ะ"
 "อ้าว! ทำไมล่ะ" ปรีชญาชี้ให้มณีกัญญาดู
 พระสงฆ์หลายรูป ถือตาลปัตรทุกรูป เดินขึ้นมาและไปนั่งบนตั่ง ทุกคนพนมมือไหว้ พระสงฆ์รูปสุดท้ายคือพระทาวิธ ที่บวชได้พักหนึ่งแล้ว โกนผมอยู่ในผ้าเหลือง เมื่อพระสงฆ์นั่งประจำที่แล้ว ทุกคนกราบพระ 3 ครั้ง แทนไทบอกทุกคน
 "เราจะเริ่มทำพิธีบังสุกุลให้แก่เจ้าสีเกดและบรรดาเจ้ากรรมนายเวรของเราทั้งหลาย ขอให้ทุกคนตั้งใจน้อมจิตเป็นสมาธิ"
 พระสงฆ์เริ่มสวดบังสุกุลแล้ว พระทาวิธเดินลงมาเป็นผู้จุดไฟเผาผ้าอีกครึ่งที่เหลือด้วยตะเกียงเล็กๆ ที่เตรียมไว้แล้ว เสียงสวดพระดังก้องไปเรื่อยๆ ปรีชญาบอกทุกคนขณะมองเปลวไฟทุกคนประนมมืออยู่
 "เมื่อครั้งก่อน ปั๋มเห็นสีเกดแต่ครั้งนี้ไม่เห็น"
 มณีกัญญาถาม "ผีไปแล้ว ผีไปแล้วใช่ไหมคุณยาย"
 "ใช่จ๊ะ ณีไม่เห็นเขาเหมือนครั้งก่อนแล้วใช่ไหม เขาคงไปแล้วล่ะ ทำใจให้สบายนะลูก" ยายรณีปลอบ
 พระสวดจนจบ กองผ้ากลายเป็นขี้เถ้าแล้ว
 พระสงฆ์องค์อื่นกลับกุฎิไปแล้วเหลือพระทาวิธรูปเดียว แทนไทถามพระทาวิธ
 "ท่านพูดอะไรกับเจ้าสีเกดในวันนั้นครับ"
 "อาตมาบอกเธอว่า แม้อาตมาจะมีความรักให้เธอแบบที่เธอต้องการไม่ได้ แต่อาตมาจะรักเธอด้วยความเมตตา ความรักด้วยเมตตาบริสุทธิ์ไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นรักที่ยาวนานกว่ารักใดๆ ถูกต้องไหมโยม"
 "ถูกต้องครับ"
 "ท่านยังบอกสีเกดอย่างอื่น มันคืออะไรคะ" ปรีชญาถาม
 พระทาวิธเล่าเรื่องความลับของตน เมื่อครั้งที่เขากระซิบกับเจ้าสีเกดสองคน แล้วทำให้เจ้าสีเกดร้องไห้โฮ
 "ผมจะบวชตลอดชีวิต บวชให้คุณ สีเกด"
 พระทาวิธบอกทุกคน "อาตมาบอกสีเกดว่า หากวิญญาณของเธอต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน ขอให้ติดตามมาอยู่กับอาตมาเพื่อทำบุญร่วมกัน อาตมากับเธอจะได้อยู่ด้วยกันบนเส้นทางแห่งความรักและเมตตาที่บริสุทธิ์จริงๆ ไม่ใช่ความแค้นเหมือนเมื่อก่อน"
 "มิน่าเจ้าสีเกดถึงร้องไห้ขนาดนั้น"
 "ท่านสมเป็นลูกผู้ชาย เราทุกคนขออนุโมทนาด้วยจริงๆ ค่ะ" ยายรณีกล่าวอย่างซาบซึ้งใจ
 ทุกคนยกมือไหว้พระทาวิธ เจ้าสีเกดอยู่ตรงนั้นประนมมืออยู่ ด้านหลังทุกคน  พระทาวิธหันไปเห็นเข้าพยักหน้ายิ้มให้
 เจ้าสีเกดในชุดสวยงาม สีขาว หน้าตาผ่องใส สดชื่น ก้มลงกราบพระทาวิธหน้าตาแช่มชื่น พระทาวิธยิ้มให้แทนไทหันไปมองตาม ไม่เห็นอะไร พระทาวิธเห็นคนเดียว ตรงที่นั่งนั้น แต่พอเดาได้
 "ใช่เธอไหมครับท่าน"
 พระทาวิธพยักหน้า "เธอฝากอาตมาบอกขอโทษไหมพิมด้วย"
 "เจ้าสีเกดบอกอย่างนั้นหรือคะ"
 พระทาวิธพยักหน้าอีก "เธอจะไม่ตามรบกวนใครๆ อีกแล้ว ไม่ต้องห่วงนะทุกคน"
 มณีกัญญาดีใจปรบมือเหมือนเด็กๆ "ดีใจจัง ผีไม่หลอก ผีไม่หลอกแล้ว"
 "ใช่จ๊ะ ไม่หลอกใครอีกแล้ว ผีไปแล้ว เราทุกคนจะกลับไปอยู่กันอย่างมีความสุขเหมือนเดิม ณีต้องกินยา ต้องรีบหายไวไวนะ"
 มณีกัญญาพยักหน้ากอดปรีชญา
 "ท่านช่วยบอกเจ้าสีเกดเขาด้วยนะค่ะ ว่าไหมก็อโหสิกรรมให้เธอแล้ว"
 "เธอได้ยินแล้วล่ะ"
 พระทาวิธมองไปที่เจ้าสีเกด เจ้าสีเกดลุกขึ้นยืนแล้วประนมมือ มองมาทางพระทาวิธร่างกายของเธอ กลายเป็นเม็ดๆ สีทองระยิบระยับลอยขึ้นสู่เบื้องบนหายวับไป
 "มีอะไรครับท่าน"
 "เจ้าสีเกดไปแล้วโยม"
 "วิญญาณที่หมดห่วงจะจากไปอยู่ภพภูมิอื่นที่เหมาะสมไม่ต้องกลายเป็น วิญญาณเร่ร่อน ผลบุญที่ท่านบวชให้คงส่งผลให้สีเกดทำใจได้แล้วค่ะ" พระทาวิธยิ้มมีความสุขอย่างแท้จริง
 1 ปีผ่านไป ที่บ้านหลังเล็กในสวนของบ้านแทนไท ถูกจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณขนาดเล็ก จัดสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และวันนี้เป็นวันเปิดงาน บรรยากาศสบายๆ ในสวนถูกตกแต่งไว้ต้อนรับแขกเช่นเดียวกับด้านใน
 ที่หน้าประตู ภุมรียืนกล่าวเปิดงาน อยู่บนโพเดียมเล็กๆ  
 "ผู้หญิงเกือบทุกยุคสมัย ทุกมุมโลก มักมีชีวิตที่เหมือนๆ กัน ผูกพันกับความรักและครอบครัว ผ้าโบราณไม่ใช่แค่ของเก่ามีราคา แต่คือการจดบันทึกประวัติศาสตร์แห่งยุคสมัย และยังเป็นสมุดบันทึกไว้เก็บเรื่องราวความรักและครอบครัวของผู้หญิงในอดีตเอาไว้ด้วย ดิฉันขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนในการสร้างพิพิธภัณฑ์เล็กๆ แห่งนี้ และหวังว่าทุกท่านจะเห็นคุณค่าของผ้าโบราณ ช่วยกันอนุรักษ์เอาไว้ซึ่งภูมิปัญญาของคนไทยค่ะ"
 ทุกคนปรบมือ ภุมรีเดินมาสมทบกับแทนไท ทั้งสองคนตัดริบบิ้นหน้าประตูทางเข้า นักข่าวถ่ายรูป ทุกคนปรบมือ
 ไหมพิม ฐานะวิทยากรผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ผ้าแห่งนี้  ยืนอธิบายผ้าต่างๆ ที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม ให้นักข่าวชม
 "ผ้าพวกนี้ทำมือทีละชิ้น แต่ละชิ้นจะทำขึ้นด้วยเทคนิควิธีของแต่ละท้องถิ่น ลวดลายต่างๆ ยังบ่งบอกสภาพสังคมของยุคสมัยของแต่ละยุคด้วยนะค่ะ"
 นักข่าวและแขกเหรื่อตั้งใจฟังอย่างดี พร้อมดูผ้าไปด้วย
 ในสวนหลังพิพิธภัณฑ์ ไหมพิมเสร็จงานเดินออกมาสมทบกันคนอื่นๆ ที่นั่งเล่น ดื่มเครื่องดื่ม คุยกันอยู่ที่โต๊ะในสวน
 พชรถาม "เหนื่อยมั้ยจ๊ะ"
 "งานวิทยากรของพิพิธภัณฑ์ผ้า เป็นงานในฝันของไหมเลย จะเหนื่อยได้ยังไงคะ"
 แทนไทกล่าวต่อ "อีกหน่อยผมจะเปิดให้นักเรียน - นักศึกษาเข้าชมฟรี เราทำงานหาเงินจากคนอื่นมาเยอะแล้ว ขอตอบแทนให้สังคมบ้างเถอะ"
 "เมื่อก่อนดิฉันหวงมากเลยนะคะผ้าพวกนี้ แต่มาคิดอีกทีเก็บไว้ก็ตายไปกับตัว เอาไว้ให้คนรุ่นหลังดูยังจะดีเสียกว่าค่ะ"
 "เป็นไงณี ณีเองก็มีความรู้เรื่องผ้าเยอะแยะ วันไหนเราสองคนมาช่วยกันเป็นวิทยากรบ้างดีไหม" ปรีชญาชวน
 "ก็ได้ แต่ปั๋มกับไหมต้องมาด้วยกันนะ ไม่งั้นไม่เอาหรอก"
 มณีกัญญามีท่าทางกลัวผีหลงเหลืออยู่ แต่ดูเป็นคนปรกติแล้ว
 "แล้วสองคนนี่เป็นอะไร แต่งตัวบ้าๆ บอๆ ฉันล่ะอายเขาจริงๆ"
 ธงกับมะลิแต่งตัวเวอร์เหมือนบ้านนอกเข้ากรุง และยังมีสร้อยพระ ห้อยพระเป็นพวงขนาดใหญ่
 "โธ่ คุณณีครับ เมื่อคราวที่แล้วผ้าผืนเดียวยังวุ่นวายเกือบตาย นี่มากันทั้งโขยงเป็นสิบๆ ผืน ก็ต้องเตรียมรับมือกันหน่อยสิครับ"
 "ของมะลิน่ะพระเครื่องล้วนๆ แต่ของธงมีแอบห้อยปลักขิกมาด้วยค่ะ"
 ธงสะบัดสะบิ้ง "คุณณีไม่ต้องกลัวนะครับ มาบรรยายเด็กที่นี่เมื่อไหร่ ธงจะจัดมาให้สักพวงสองพวง ผีที่ไหนก็ไม่กล้าแตะ"
 "บ้า! เขาจะได้นึกว่าฉันเป็นหมอผี เข้ามาขอหวยกันน่ะสิ"
 ทุกคนหัวเราะกันครืน แช่มชื่น
 ไหมพิมเดินแยกออกมาห่างไป ชมนกชมไม้ มองไปรอบๆ พชรตามมาสมทบ ทั้งสองคุยกัน
 "ตอนเปิดงานคุณภุมรีพูดดีจังนะค่ะ ชีวิตผู้หญิงทุกยุคสมัยเหมือนกัน จะมีสุขหรือทุกข์ ขึ้นอยู่กับความรักและครอบครัว ขึ้นอยู่กับผู้ชาย"
 "เหมือนเจ้าสีเกด ถ้าเพียงแต่เธอพบรักกับผู้ชายที่รู้จักหยุดตัวเอง ไม่เอาแต่ปรนเปรอตัณหาและความอยากของตัวเอง รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา เจ้าสีเกดคงไม่ต้องเป็นแบบนี้"
 "ไหมโชคดีจริงๆ ที่ทำบุญร่วมกันมากับผู้ชายอย่างคุณ"
 "ผมก็โชคดี ที่เจ้าสีเกดมอบคุณมาให้ผม"
 พชรจูบหน้าผากของไหมพิม มองกันด้วยความรัก พวกของธงและมะลิร้องวี้ดวิ้ว มาจากข้างหลัง
 "นี่! คนแถวนี้น่ะสนิทๆ กันก็จริง แต่ไม่อายคนก็อายผีสางเทวดากันบ้างนะคร๊าบบ"
 ไหมพิมกับพชรหัวเราะ เดินกลับมาพูดคุยกับคนอื่นๆ  
จบบริบูรณ์

เครดิต : www.oknation.net/blog/lakorn
   
 
ความคิดเห็น


.: ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณาบันทึกความคิดเห็นของคุณลงบนแบบฟอร์มข้างล่างนี้ ขอบคุณค่ะ :.

ละครปัจจุบันตอนล่าสุด
(ตอนอื่น ๆ)
ตอนที่ 21 - 24 (จบ)
ละครที่ฉายอยู่ปัจจุบัน
จามอง ยอดหญิงผู้พิทักษ์แผ่นดิน (3)
ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน (15)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
* ชื่อ :  
   
อีเมล์ :  
   
* รายละเอียด  
 

ใส่ข้อมูลได้อีก ตัวอักษร
 
* ใส่ค่าตามภาพ  
 
 
 
SABUYJAISHOP ผู้ให้บริการทางการตลาดออนไลน์ สำหรับร้านค้าหรือผู้ประกอบการ ที่ต้องการนำเสนอสินค้า โฆษณา ประชาสัมพันธ์ร้านค้า หรือสินค้าในร้าน โดยเรามีเครื่องมือที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดร้านค้า โฆษณาสินค้า และระบบการสั่งซื้อสินค้าไว้พร้อมสรรพแล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการช่องทางในการทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์