แหล่ง shopping
   สินค้าจากร้านค้า
เอสไรคส์ จำหน่ายปั๊มเติมคลอรีน ปั๊มเติมสารส้ม บำบัดน้ำในสระ
ดูขนาดรูปภาพจริง
Car Camera "Magic Tech" G-30
ดูขนาดรูปภาพจริง
เลนส์เสริมมือถือ รุ่น HPLQ-035 พร้อมไฟแฟลช Flash Light 3 in 1 Camera Lens
ดูขนาดรูปภาพจริง
Reportpos
ดูขนาดรูปภาพจริง
test123
ดูขนาดรูปภาพจริง
Real Hair 1 กล่อง (เรียวแฮร์ เซรั่มปลูกคิ้ว หนวด เครา จอน)
ดูขนาดรูปภาพจริง
ตู้จดหมายสแตนเลส
ดูขนาดรูปภาพจริง
แอร์ SHAPR PR24
ดูขนาดรูปภาพจริง
Lifeford อายไลเนอร์ Lifeford Paris Eyeliner Hi-Precise Eye Pen
ดูขนาดรูปภาพจริง
[โปรโมชั่น 5 โหล] นวดปู่คาด เชียงใหม่
ดูขนาดรูปภาพจริง
tween hab-5 ครีมบำรุงสำหรับคนเป็นสิว หน้ามัน ผิวแพ้ง่าย
ดูขนาดรูปภาพจริง
บัตรพลาสติกโปร่งแสง การ์ดพีวีซีโปร่งใส โฟโต้การ์ดใส
ดูขนาดรูปภาพจริง
ใครที่กำลังมองหางายอยู่ มาถูกทางแล้วค่ะ โทรเข้ามาเลยค่ะ เรามีงานให้ทำแน่นอน
ดูขนาดรูปภาพจริง
ขนมกล้วยอบเนย
ดูขนาดรูปภาพจริง
CI&SI-1531 เสื้อแขนสั้น มิกกี้ Chanel สีดำ/สีแดง
ดูขนาดรูปภาพจริง
โปรโมชั่น ROCKZ X Ceramic (3in1) แม่แพท ณปภา-น้องเรสซิ่ง สเปรย์เคลือบฟิล์มแก้ว
ดูขนาดรูปภาพจริง
โปรแกรมร้านอาหาร บน android, โปรแกรมร้านอาหาร บน Smart Phone, โปรแกรมร้านอาหาร บน iPad, โปรแกรมร้านอาหาร บน iPhone, โปรแกรมร้านอาหาร รองรับ PDA, โปรแกรมร้านอาหาร รองรับ Android, โปรแกรมขายอาหารออนไลน
ดูขนาดรูปภาพจริง
LG เครื่องซักผ้าฝาบน ขนาด 12 KG.
ดูขนาดรูปภาพจริง
เครื่องสแกนลายนิ้วมือ ZK U260-C
ดูขนาดรูปภาพจริง
สบายใจการ์ดเมทัลลิคแถบแม่เหล็ก 0.76
ดูขนาดรูปภาพจริง
คอนโดสำหรับเช่า 1 ห้องนอน The Cloud Condominium Pattaya (เดอะ คลาวด์ คอนโดมิเนียม พัทยา)
ดูขนาดรูปภาพจริง
วาล์วกันเคมีย้อนกลับ อินเจ็คชั่นวาล์วทนเคมี ใช้กับปั๊มติ๊ก ปั๊มโดสเคมี
ดูขนาดรูปภาพจริง
ตุ๊กตาอัดเสียง Doraemon 10 นิ้ว
ดูขนาดรูปภาพจริง
เลนส์เสริมมือถือ รุ่น HPLQ-025 คลิปเลนส์ 0.6X Wide-angle 15X Macro-lens
ดูขนาดรูปภาพจริง
คอนโดสำหรับเช่า 1 ห้องนอน City Garden Tropicana (ซิตี้ การ์เด้น ทรอปิคานา)
ดูขนาดรูปภาพจริง
 
เรื่องย่อละคร ตามบทโทรทัศน์
 

สุสานภูเตศวร [ ตอนที่ 10 - 15 ]

 

จำนวนคนเข้าชม : 521 ครั้ง            update : 17/3/2009

   
   
  สุสานภูเตศวร 10

"เดี๋ยวนะ พรานแก้ว อาจารย์จุฑาเขาทำตารางเปรียบเทียบตัวอักขระอโฆราลัยเท่าที่ได้มาจากเอกสาร
ทั้งหมดของดีเต้อร์ ชมิดต์ กับอักขระภาษาสันสกฤต กับภาษาขอมไว้ เอ
ไฟล์นั่นมันชื่ออะไรหว่า อือ น่าจะอันนี้นะ" ทันใด หน้าไฟล์นั้นเปิดขึ้น
เป็นตารางเทียบ เทิดณรงค์ก้มลง อ่านแผ่นศิลา โดยวิธีเอานิ้วไล่ไปทีละตัว
แล้วเงยเทียบกับภาพในจอตรงหน้า แล้วจดไป พลางหันมาแปลเป็นไทยพลาง
ให้พรานแก้วฟังด้วย "เออ อักขระตัวนี้ก็มี ตัวนี้ก็มี มีเกือบหมด ตัวข้า ทหาร
กอบกู้ อโฆราลัย ตัวข้า ผู้ใช้มีด แทง หัวใจ นางงาม ใจอสัตย์ อ๋อ
นี่มันเปรียบเหมือนลายเซ็นต์ของบุคคลสำคัญของใครคนหนึ่งเลยนะ พรานแก้ว" "ลายเซ็น
หรืออาจเป็นว่า คำพวกนี้เป็นคำจารึกหรือยันต์เพื่อควบคุมอะไรบางอย่าง

"เขาระบุคุณสมบัติของตัวเขาเองเอาไว้ว่า ตัวข้า
ทหารผู้กอบกู้อโฆราลัย ตัวข้า ผู้แทงหัวใจนางงามใจอสัตย์ โห มีนางงามใจอสัตย์ด้วย"
บรรยากาศในห้องเหมือนสว่างจ้าขึ้นอีก เทิดณรงค์รีบอ่านต่อ " ข้า สังหาร ราชา
แห่งราชา ข้า พิชิต ทระ ราชย์ โอ ข้าผู้สังหารราชาแห่งราชา ข้าคือผู้พิชิตทรราชย์
ฆุม ฆุมคืออะไร อันนี้แปลไม่ได้ ทั้งหมด มีแค่นี้ครับ"
แสงเหมือนสว่างอาบห้องกว่าเดิม แล้วกลับเป็นปกติ ศิลานั้นดูเป็นศิลาจารึกธรรมดาๆ
"พรานแก้ว นี่พรานแก้วไปได้อะไรมา รู้ตัวไหมครับ" "ผมถึงต้องมาหาคุณไง คุณเทิด"
พรานแก้วยิ้ม
หารู้ไม่ว่าตนเองกับเทิดณรงค์ได้ปลุกวิญญาณของกาฬจักรใฟ้ฟื้นขึ้นมาอย่างเต็มตัว นิล
พัตรากลับถึงบ้าน นภศูลรีบถามว่าหายไปไหนมาทั้งคืน
นิลพัตราโยนความผิดไปให้เทิดณรงค์ว่า โดนขู่
แต่นภศูลบอกว่าเวลานั้นเทิดณรงค์อยู่กับเขา และถามว่าสร้อยมาอยู่ที่เธอได้อย่างไร
"พ่อคะ ก็นี่ไงล่ะคะ หลักฐาน เทิดณรงค์กับเพื่อนมาเล่นละครหลอกพ่อแล้วล่ะ
สร้อยก็อยู่ที่เขานั่นแหละ แล้วที่หนูใส่อยู่นี่ก็เสื้อเขา หนูไปอยู่กับเขาทั้งคืน
เพื่อแลกกับสร้อยเส้นนี้ เอากลับมาให้พ่อนี่แหละค่ะ" นภศูลมึนสุดๆ
และบอกว่าคนอย่างเทิดณรงค์กับจุฑาไม่โกหกเขาแน่ๆ
นิลพัตรแกล้งน้ำตาคลอที่พ่อไม่เชื่อ
นภศูลถามต่อว่าทำไมทั้งสองต้องลงทุนทำอะไรซับซ้อนขนาดนี้ด้วย
นิลพัตรยังกล่าวหาเทิดต่ออีก ยศวดีเข้ามาแล้วบอกว่ายังไงก็ไม่เชื่อ
ทำให้ทั้งคู่มีเรื่องกันอีก นิลพัตราตบยศวดีไม่ยั้ง นภศูลตะลึง ระหว่าง
ที่นิลพัตรากำลังเล่นงานยศวดีอยู่ กระแตมาถึงยศวดีรีบวิ่งมาหลบหลังกระแต
กระแตถามเพื่อนรักว่าผีอะไรเข้าสิง แต่นิลพัตรบอกว่าเธอแค่สั่งสอน "สั่งสอนเหรอ
แกทำยศซี่เลือดตกยางออกขนาดนี้ ยังเรียกว่าสั่งสอนอีกเหรอ" "ถ้ายังมีลมหายใจอยู่
ก็ต้องเรียกว่าสั่งสอน ถูกแล้ว" "แล้วที่แกขับรถจะชนฉันน่ะ
จะสั่งสอนฉันเรื่องอะไรหา" " ฮู้ กระแต ไร้สาระน่า แต่งเรื่องโกหกคุณพ่ออีกคนแล้ว
แย่ๆๆ ฮ้าว ว้า แย่จัง ง่วงซะละ เมื่อคืนไม่ได้นอนทั้งคืนเลยนี่นา
พัตรไปนอนก่อนนะคะ ทุกคน" นิลพัตรเดินเชิดผ่านทุกคนขึ้นไปชั้นบน กระแต นภศูลอึ้ง
ยศวดีร้องไห้กระซิกๆ ด้าน
พรานแก้วกับเทิดณรงค์ก็ยังคุยกันเรื่องศิลาหน้าตาสนใจมากมาย
ทั้งสองยังคงหาความหมายของคำว่า ฆุม
แล้วพรานแก้วก็บอกว่าเขาเห็นศิลาจารึกมีรังสีที่แรงมาก เป็นรังสีสีเหลืองทอง
เกือบเหมือนรังสีที่แผ่ออกมาจากองค์พระพุทธรูปที่มีเทวดาพิทักษ์รักษาอยู่ "อะไรนะ
เทวดา รักษาพระพุทธรูปเหรอ" " อ้าว คุณเทิด เสียแรงเป็นนักโบราณคดีซะเปล่า
คุณไม่เคยทราบเหรอครับ ว่าพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มากๆ เนี่ย
มักจะมีเทวดาพิทักษ์รักษาอยู่ บางองค์ที่ดังๆ นะครับ โห พอมองไป
มีเทวดาล้อมรอบอยู่เป็นสิบๆ" เทิดณรงค์มองหน้าแปลกๆ "เอ้อ ก็ ผมมองไม่เห็นเทวดานี่"
" แสดงว่า บุคคลที่เป็นคนจารึก หรือบัญชาให้ลูกน้องจารึกศิลานี้ เมื่อยังเป็นคนอยู่
ต้องเป็นผู้มีฤทธิ์เดชมาก แล้วพอตายไปแล้ว ฤทธิ์เดชนี้ก็คงเพิ่มขึ้น
อาจจะกลายเป็นเทพไป" "คือผมไม่สนใจเรื่องไสย ศาสตร์นะ พรานแก้ว
ผมน่ะสนใจเรื่องราวของเมืองนี้มากกว่านะครับ พรานแก้วไปได้ศิลานี่มาจากไหน
ไม่ใช่ซื้อต่อใครมา หรือได้มาจากคนอื่นใช่ไหมครับ" เทิดณรงค์โอบพรานแก้วพลาง
คุยพลาง พาเดินออกไปจากห้อง คุยต่อกันไป เทิดณรงค์ชวนพรานแก้วไปหาจุฑา
แต่พอออกจากบ้านมาก็เห็นรถของนิลพัตร เขาจึงชวนพรานแก้วนำรถไปคืนที่บ้านนภศูล
ระหว่างนั้นตำรวจมาหานิลพัตร และเชิญเธอไปสอบปากคำที่โรงพัก
เทิดณรงค์มาถึงและรับรู้เรื่องจากยศวดีก็รีบตามไป "อาจารย์ครับ เกิดอะไรขึ้นครับ"
นิลพัตราโผเข้าไปกอดทันที "เทิด! เทิดขา" เทิดณรงค์กอดไว้ "พัตร ทำไมตำรวจจับคุณ
ต้องมีใครกลั่นแกล้งอะไรคุณแน่ๆ" "ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่อยู่ๆ คุณตำรวจพวกเนี้ย
เขาก็อยากรู้ว่าเมื่อเช้าพัตรทำอะไรอยู่ที่ไหน เทิด เทิดช่วยตอบแทนพัตรทีสิ"
เทิดณรงค์มองทุกคน "เอ้อ เมื่อเช้าเหรอ คือ" "คือ ตอน 6 โมง
พัตรยังอยู่บนเตียงกับเทิดอยู่เลย แล้วคงไม่ต้องบอกต่อนะว่าเราทำอะไรกัน"
นภศูลกับกระแตช็อก คิดว่านิลพัตรเป็นบ้าแน่ พวกตำรวจอึ้งๆ นิล
พัตรกอดเทิดณรงค์เอาไว้ ยิ้มเยาะสะใจอยู่ในหน้า แต่อยู่ๆ เธอก็เบิกตาโพลง ผงะ
ถอยออกมาจากเทิดณรงค์ พรานแก้วสัมผัสถึงพลังลึกลับบางอย่างในตัวนิลพัตรได้เช่นกัน
ทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างรู้ในกันและกัน นภศูลดีใจ "พรานแก้ว มาได้ไงเนี่ย"
"สวัสดีครับท่านนายพัน พอดีผมมีธุระต้องมาพบคุณเทิดน่ะครับ สวัสดีครับคุณ
ผมควรจะเรียกคุณว่าคุณพัตร หรืออะไรดี" นิล พัตรตาเบิกโตร้าย
พรานแก้วจ้องหน้านิลพัตร แล้วสายตาหลุบต่ำลง มองไปที่คอซึ่งมีผ้าพันคอปิดอยู่
นิลพัตรกระชับขยับผ้าพันคออย่างเนียนๆ ทันที "มีอะไรหรือเปล่าพรานแก้ว" "คุณเทิด
ท่านนายพันครับ ผมขออนุญาตนะครับ" "เรื่องอะไร" พราน แก้วจ้องนิลพัตรเขม็ง
ทั้งสองสู้กันด้วยสายตา ทันใดเกิดลมพัดแรงภายในโรงพัก กระดาษเอกสารปลิวว่อน
ไฟสว่างวูบวาบ ทุกคนแตกตื่น พรานแก้วขมุบขมิบปากท่องคาถา นิลพัตรจ้องสู้ ไม่ยอมแพ้
พรานแก้วล้วงลงไปในย่าม ตำรวจบางคนขยับ ชักปืนออกมา จะป้องกัน ปรากฏว่า
พรานแก้วหยิบข้าวสารเสกขึ้นมากำในมือ บริกรรมคาถาใส่ แล้วซัดออกไปใส่นิลพัตร
พวกตำรวจตกใจ โดดหลบกันงงๆ นิลพัตรกระโดดหลบขึ้นมาบนโต๊ะทำงาน
พรานแก้วตามซัดอีกกำใส่ นิลพัตร กระโดดจากโต๊ะนั้นข้ามไปอีกโต๊ะ พยายามหนี
ทุกอย่างกระเจิง พวกตำรวจอลหม่าน แต่ในที่สุด พรานแก้วก็ตามซัดไม่เลิกรา
จนนิลพัตรโดนข้าวสารเข้าเต็มหน้า ร้องกรี๊ด "ตำรวจ ช่วยด้วยๆๆ
ทำไมให้คนบ้ามารังแกฉัน กรี๊ดๆ" ตำรวจ อึ้งเข้าจับตัวพรานแก้วไว้
พรานแก้วถูกจับแขนตรึง แต่ไม่หยุดท่องคาถาถี่รัวขึ้น นิลพัตรถอยๆๆ ไปจนมุม หันมา
จะสู้ ดวงตาเปลี่ยนเป็นตาปีศาจ พลังรุนแรงพุ่งออกมาจากสร้อยตรีพักตราสูรที่คอ
จนทำให้ผ้าพันคอปลิวหลุดกระจาย สร้อยตรีพักตราสูรเปล่งประกายรุนแรง
เทิดณรงค์เห็นว่านิลพัตรสวมสร้อยตรีพักตราสูรไว้ แปลกใจ ทันใดพรานแก้ว
เบิกตากว้างขึ้น บริกรรมคาถาไม่หยุด รุนแรงขึ้น ใช้กำลังแรงกว่าปกติ
สะบัดตำรวจกระเด็นไป แล้วถอดสร้อยตัวเองออกมา ที่มีหลวงพ่อสารพัดเกจิดัง
เป็นพวงใหญ่หนักอึ้งออกมา พลางกระโดดข้ามโต๊ะ แล้วเข้าไป คล้องคอนิลพัตรทันที
นิลพัตรตากลับ หลังพิงกำแพง ตัวแข็งเหมือนเยซูโดนตรึงกางเขนก็ไม่ปาน
พรานแก้วเป่าเพี้ยงสุดท้ายแล้วคว้าสร้อยตรีแน่น ตั้งใจถอดออกจากคอนิลพัตร
นิลพัตรสลบร่วงลงไปกองทันที ทุกอย่างสงบ ทุกคนช็อก ไม่เชื่อสายตา พวกตำรวจมึน นภศูล
เทิดณรงค์ มองหน้ากัน อึ้ง แล้วนภศูล ผลักพรานแก้วกระเจิงไป
รีบแหวกวงล้อมเข้าไปประคองลูกสาวไว้ในอ้อมกอด ขณะที่นภศูลปฐมพยาบาลลูกสาว
พรานแก้วก็เข้ามาดูสร้อยจากเทิดณรงค์ และกล่าวว่า "ไอ้ยักษ์3หน้านี่ไง
ที่บงการให้คุณพัตรทำในสิ่งที่มันต้องการ
มันควบคุมจิตใจและร่างกายของคุณพัตรไว้ได้หมด" "เป็นไปได้เหรอครับ พรานแก้ว
ผมก็เคยสวมนะ ไม่เห็นมีผลอะไรกับผมเลยนี่" "คุณรู้ได้ยังไงว่าไม่มี
คุณอาจไม่รู้ตัวก็ได้ แต่อันนี้ผมก็ไม่รู้นะ รู้อย่างเดียว ว่าสร้อยนี่มันแรงจริงๆ"
"แปลว่า มันมีอาถรรพณ์อะไรซักอย่างหรือครับ" " ผมคิดว่า
มันเป็นอะไรที่น่ากลัวกว่าคำว่าอาถรรพ์อีก มันส่งพลังมืดออกมา พลังสีดำ
ความเกลียดชัง อิจฉาริษยา โกหกหลอกลวง ตัณหาราคะ อำนาจชั่วช้า ผมเดาว่า
เหตุการณ์เมื่อเช้าที่บ้านคุณเทิด ที่คุณเกือบเอาชีวิตไม่รอด
ต้องเกี่ยวกับอำนาจของมันแน่ๆ" พรานแก้วส่งสร้อยคืนให้ เทิดณรงค์รับคืน สีหน้ารำลึก
"ที่จริง ผมได้มันมาอย่างเหลือเชื่อที่สุด แต่ผมนึกว่า
มันจะทำให้เราได้ค้นพบอะไรดีๆ ซะอีก" เมื่อนิลพัตราฟื้นขึ้นมา
เธอก็ได้แต่มองสิ่งรอบข้างอย่างแปลกใจ และยิ่งงวยงงเมื่อถูกมัดจนแน่นหนา
เธอขอร้องให้กระแตแก้มัด "ฉันปล่อยเธอไม่ได้หรอกพัตร เธอ
อาจทำร้ายคนอื่นได้ตลอดเวลา" กระแตกล่าวเศร้าๆ "ฉันเหรอ ไปทำร้ายใคร เป็นไปไม่ได้"
"เธอจำอะไรไม่ได้อีกแล้วเหรอพัตร โธ่ พัตร เธอเป็นอะไรกันแน่" กระแตร้องไห้ออกมา
ทรุดนั่งลงข้างๆ นิลพัตรางุนงง ไม่เข้าใจ ทาง ตำรวจให้เทิดณรงค์
กับนภศูลไปดูหลักฐานที่นิลพัตราฆ่าคนร้ายตาย
ซึ่งเป็นกล้องมือถือของคนร้ายที่เห็นว่านิลพัตรากำลังจะฆ่าเพื่อนตายอย่าง สยดสยอง
ทำให้ทั้งสองตะลึงงังไปทีเดียว นภศูลกลุ้มใจมาก
เขามาคุยกับนิลพัตราที่ถูกพามาพักที่โรงพยาบาล เพื่อความมั่นใจ "พ่อคะ
พ่อช่วยพัตรด้วย" "พัตร พ่อกำลังหาทางช่วยลูกอยู่ ลูกอดทนหน่อยนะ"
นภศูลลูบหน้าตาลูก นิล พัตราซึมๆ มีฤทธิ์ยาทำให้ง่วงๆ งงๆ "พัตรทำอะไรผิดคะพ่อ
ทำไมหมอต้องจับพัตรมัด ทำไมต้องมีตำรวจมาคุม ทำไมคะ
ทำกันยังกับพัตรไปฆ่าใครตายยังงั้นแหละ" "พัตร ลูก"
"อย่างน้อยพ่อก็บอกให้พัตรรู้หน่อยได้มั้ยคะ ว่าพัตรไปทำอะไรไว้" "พ่อ พ่อคิดว่า
พัตรยังไม่ต้องรู้จะดีกว่านะ" " พัตรเป็นหมอ พัตรรู้ว่าคนไข้ที่ต้องถูกจับอย่างนี้
ต้องมีอาการรุนแรงระดับไหน ขอพบคุณหมอที่ดูแลพัตรหน่อยสิคะ พัตรอยากคุยกับเขา
พัตรเป็นอะไร พัตรทำอะไร ทำไมไม่มีใครยอมพูดอะไรเลย" นภศูลเห็นสภาพลูกแล้วเจ็บปวด
สงสารจับใจ นภศูลลูบผม "อย่าคิดมากนะลูก หมอเขาอยากให้ลูกพักน่ะ แล้วพรุ่งนี้
จะมีคนมาคุยกับลูกเอง นะลูกนะ" นภศูลร้องไห้ออกมา ไม่อยากให้ลูกเห็น รีบหันหลัง
เดินออกไป นิลพัตรามองตาม เสียใจ ตกใจที่เห็นพ่อร้องไห้ ร้องไห้ออกมาบ้าง
อัคคีรู้เรื่องนิลพัตราถูกจับ จึงให้มะแตนายมาช่วยพาเธอหนี
นิลพัตราถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ " อยากจะรู้ใช่ไหม ได้
ฉันจะเล่าความจริงให้เธอฟัง เธอได้รับอำนาจจากตรีพักตราสูร สร้อยเส้นนั้นไง
เมื่อไหร่ที่เธอกับมันพบกัน มันจะครอบครองเธอ เพราะมันเป็นของเธอ
มันจะทำให้เธอมีอำนาจ เธอจะได้เป็นนิรันดร ได้ครองรักกับราชันย์แห่งราชาตลอดกาล"
"คุณบ้าไปแล้ว ฉันไม่ได้บ้า แต่คุณตังหาก ที่บ้า" นิลพัตรหันกลับจะหนี
มะตานายตาแทบถลน ลากนิลพัตราไปอย่างเร็ว โดยนิลพัตราตัวปลิว ไม่มีแรงจะต่อต้าน
มะแตนายลากนิลพัตรามาที่ระเบียงโรงพยาบาลบนชั้นที่สูง นิลพัตราดิ้นสะบัดจนหลุด
"ช่วยด้วยๆๆ" มะ แตนายผวาเข้ามา ดันไปจนกดติดกับขอบราวระเบียง "นี่
เธอจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ ตรีพักตราสูรไม่ได้ย้ำเตือน
ให้เธอรำลึกถึงสิ่งที่เธอเคยมีเคยเป็น ความรักอมตะ ที่ชายผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง
ทำทุกอย่างเพื่อเธอ" นิลพัตรามองมะแตนาย สยองถอยกรูด "คุณเภรี
คุณพยายามจะทำให้ฉันกลัว จนกลายเป็นบ้าไปจริงๆ แล้วนะ" หมอคนหนึ่งเดินมา
ได้ยินเสียง รีบย่องมาดู มะแตนายโมโห ตะโกนใส่หน้า
"เมื่อนิลพัตรหลอมรวมกับตรีพักตราสูร นางจะต้องกลับมาเป็นของข้า
นี่คือคำสาปขององค์ภูเตศวร" "ภูเตศวร นิลพัตร" นิลพัตราเหมือนตื่นจากหลับชะงักไป
"ใช่ ภูเตศวร นิลพัตร ทั้งสองเคยครอบครองอโฆราลัยร่วมกัน อย่างมีความสุข"
หมอเห็นนิลพัตรากำลังพูดจา ทำกิริยาต่างๆ อยู่คนเดียว นิลพัตราพยายามนึก
แล้วร้าวไปหมดทั้งหัว กุมหัว ทรุดลงนั่ง "ภูเตศวร นิลพัตร ภูเตศวร นิลพัตร"
นิลพัตราปิดหน้า หมอรีบย่องกลับไป ตั้งใจจะไปเรียกคนมาช่วยกัน มะ แตนายกล่าวต่อว่า
"แต่คุณหมอยังมีทางเลือกนะ คุณหมอเลือกที่จะไม่กลับไปก็ได้
ถ้าคุณหมอทำลายชีวิตเสียในภพนี้ คำสาปภูเตศวรก็จะสุดสิ้น" มะแตนายประคองให้ลุกขึ้น
"ดูสิ ตึกนี่สูงแค่ไหน ถ้าคุณหมอกระโดดลงไป
ความยุ่งยากเดือดร้อนของคนรอบข้างของคุณหมอ ก็จะจบสิ้นลง" นิลพัตราเงยพูดคนเดียว
"คุณอยากให้ฉันฆ่าตัวตาย" "มันคือทางเลือก มา ฉันจะช่วยให้คุณหมอพ้นทุกข์เอง" มะ
แตนายประคองให้นิลพัตราปีนขึ้นมานั่งบนขอบระเบียง หมอย่องกลับมา พร้อมบุรุษพยาบาล 2
นาย สิ่งที่พวกหมอเห็น คือนิลพัตราที่หลับตาตัวแข็ง กำลังยืนบนขอบระเบียง
กำลังจะทิ้งตัวเอนลงไป ทุกคนเข้าชาร์จด้วยวิธีที่ฝึกมาแล้ว
เข้ารวบตัวนิลพัตราไว้ได้

จบตอน10


สุสานภูเตศวร 11

หมอ และบุรุษพยาบาลช่วยกันนำตัวนิลพัตรามามัดไว้ที่เตียงอีกครั้ง
เธอพยายามอธิบายให้ทุกคนฟังว่าเภรีจะให้เธอฆ่าตัวตาย และบอกว่าเภรีให้เธอเลือก
หมอถามว่าเลือกอะไร "เลือก ที่จะต้องไปอยู่กับใคร ที่ไหนสักแห่ง ที่มันน่ากลัวมาก
กับเลือก ที่จะทำให้ทุกอย่างจบลง ด้วยการๆ" "กระโดดลงไปข้างล่าง" "ค่ะ
แต่ดิฉันไม่ได้อยากโดดลงไปเองนะคะ คุณหมอ คุณเภรีเป็นคนทำให้ชั้นขึ้นไปอยู่บนนั้น"
หมอยิ้ม "คุณเภรี นี่ ใครครับ" "คุณเภรี เป็นเลขาของคุณอัคคี
เขาปลอมตัวเป็นนางพยาบาล" "อ๋อ คุณเภรีนี่เอง คุณเภรีนี่ปลอมตัวเก่งนะครับ"
หมอเอาใจสุดๆ นิล พัตรามองไป ที่ปลายเตียง มะแตนายยืนอยู่ในชุดนางพยาบาลเช่นเคย
นิลพัตราชี้ให้ทุกคนดูเภรี แต่หมอเห็นเป็นพยาบาลคนหนึ่งเลยเอ่อออไปกับเธอ
นิลพัตราเริ่มดิ้นอีก "ทุกคน ระวังนะคะ เขาอาจจะมีอาวุธก็ได้ เขาไม่ใช่คนธรรมดาค่ะ
เขาอาจเป็นอันตรายกับใครๆ ได้นะคะ ระวังค่ะ อย่าเข้าไปใกล้" ทุกคนสบตา ให้สัญญาณกัน
หมอค่อยๆ เข้ามาหานิลพัตราเนียนๆ "ครับ พวกเราจะระวัง" มะแตนายยิ้ม
เข้ามาจับปลายเท้านิลพัตรา เธอร้องกรี๊ด "คุณเภรีๆ ฉันกลัวๆ แล้ว อย่าๆ" หมอ
ช่วยไล่ แล้วบอกว่าเภรีไปแล้ว นิลพัตรายังยืนยันว่าเภรียังอยู่ หมอฉีดยาให้
และบอกให้เธอนอนพัก พอตื่นขึ้นทุกอย่างจะดีขึ้น มะแตนายในชุดโบราณ
ยืนมองนิลพัตราหลับอย่างผิดหวัง อัคคีช่วยนิลพัตรา
ให้พ้นความผิดด้วยการทำให้ภาพในคลิปวีดีโอกลายเป็นหญิงแก่ ซึ่งไม่มีใครรู้จัก
ซ้ำยังทำให้หลักฐานในที่เกิดเหตุเปลี่ยนไป
สร้างความแปลกใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมาก
ส่วนนภศูลขอบคุณอัคคีที่ช่วยลูกสาวเขาไว้ อัคคีอ้างว่าเขาแค่เล่นกลนิดๆ หน่อย
เทิดณรงค์เห็นว่าเรื่องราววุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้น สาเหตุมาจากสร้อยตรีพักตราสูร
เขาและพรานแก้วคิดจะนำกลับไปยังเมืองอโฆราลัย " แต่คุณเทิดอย่าลืมว่า
ถ้าเคยมีอาณาจักรอโฆราลัยเมื่อประมาณ5พันปีก่อนจริง
สภาพภูมิศาสตร์โลกตอนนั้นกับตอนนี้ มันน่าจะเป็นคนละเรื่อง" "ถูก
แม้แต่แม่น้ำเจ้าพระยา หรือแม่น้ำนครชัยศรี เพียงเวลาไม่ถึงร้อยปี
ยังเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม แม้แต่ฝั่งทะเล ยังเปลี่ยนไปมากมายในไม่กี่ร้อยปีด้วยซ้ำ
พรานแก้วคงเคยได้ยิน เรื่องที่กรุงเทพฯ เคยเป็นใต้ทะเล" "เอาเป็นว่า
ที่ที่คุณเทิดเจอสร้อย มันอยู่ปลายน้ำลงไปมาก ส่วนที่ผมพบศิลา
มันน่าจะอยู่ต้นน้ำมากกว่า แล้วก็น่าจะใกล้ไอ้เมืองอโฆราลัยเนี่ยมากกว่าด้วย"
"ผมเดาว่ามัน ต้องอยู่สูงขึ้นไปจากประเทศไทย แต่ผมว่าไม่ใช่แถบลาว
แต่อาจสูงเข้าไปในพม่า หรือผ่าเข้าไปถึงยูนาน สิบสองปันนาเลยก็ได้ อย่าลืม
ว่าเมื่อห้าพันปีก่อน ไม่ว่า พม่า ไทย ลาวก็ยังไม่มีตัวตนกันเลยด้วยซ้ำ"
"แต่รัศมีที่เราต้องค้นหา บางทีมันอาจจะกว้างไกลเป็นร้อยตารางกิโลเมตรก็ได้นะครับ"
เทิดณรงค์ถึงกับอึ้งไป ก่อนที่ลุกนั่ง แววตาของนักสู้กลับคืนมาอีกครั้ง
"คนที่เสี่ยงที่สุดคือคนที่ไม่ยอมเสี่ยงอะไรเลย ถ้ามันจะทำให้พัตรหาย
ผมพร้อมที่จะเสี่ยงทุกอย่าง" เทิดณรงค์พูดอย่างมุ่งมั่น พรานแก้วลุกขึ้นมานั่งบ้าง
พยักหน้าเอาไงเอากัน เทิด ณรงค์ชวรพรานแก้วขับรถมุ่งหน้าไปจ.กาญจนบุรี
โดยไม่เห็นว่ากาฬจักรนั่นตามด้วยเพราะศิลาและสร้อยอยู่กับทั้งคู่
เขาหวังจะนำมันกลับไปยังอโฆราลัย ทั้งสองพากันไปชวนสาเข้าป่าดำด้วยกัน สาตัวคนเดียว
เมื่อนายชวนก็รับปาก ทางด้านอัคคีก็รับรู้ได้กาฬจักร
สามารถนำสร้อยตรีพักตราสูรมาจากเทิดณรงค์ได้แล้ว
ทำให้เขาโกรธมากที่กาฬจักรกำลังจะนำตรีพักตราสูรคืนสู่อโฆราลัย
มะแตนายได้ยินอึ้งหน้าถอดสี "ถ้าอย่างนั้น พระวรกายของพระองค์จักดับสลาย พระองค์"
"กว่าข้าจะได้คืนชีพมาในภพภูมินี้ช่างยาวนานนับอนันตกาล
ข้าจะไม่ยอมกลับไปสู่ความมืดมิดอีกต่อไป ทาสของข้า เจ้าจงไปขัดขวางมัน" "แต่
พลังข้ามิอาจต้านทานกาฬจักรได้" "จงทำทุกวิธี ข้าจะต้องพานางไปสู่อโฆราลัยก่อนมัน"
มะ แตนายอึ้งน้ำตาคลอ "ชีวิตของพระองค์กำลังจะดับสลาย ปล่อยนางไปก่อนเถิดเพคะ
ไปกับข้า หากพระองค์กับข้าร่วมมือกัน อีกทั้งพลังตรีพักตราสูรหนุนช่วย
เราจักทำลายกาฬจักรได้แน่นอน" "หากข้าไปโดยปราศจากนาง มันจะมีประโยชน์อันใดเล่า
จงทำตามบัญชาข้าด้วยชีวิตของเจ้า" มะแตนายทรุดเข่าลงน้ำตาไหลพราก
ลมพัดผ่านร่างมะแตนายไป นางเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าอัคคีหายไปจากตรงนั้นแล้ว
มะแตนายน้ำตาอาบหน้า "ทรงเสี่ยงกับการดับสลาย เพื่อนางได้
ข้าก็ยอมเสี่ยงเพื่อพระองค์ได้เหมือนกัน!!" อัคคี ลักพาตัวนิลพัตราออกจากโรงพยาบาล
ทำให้เหล่าบุรุษพยาบาลและรปภ.ที่ช่วยกันขัดขวาง แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของอัคคีได้
ทำให้รปภ. สองนายเสียชีวิต อัคคีพานิลพัตรามาส่งให้นภศูล
และปั้นเรื่องโกหกว่านิลพัตราโดนเทิดณรงค์กับพรานแก้วทำของใส่นิลพัตรา
ต้องพาไปรักษาที่อโฆราลัย นภศูลกับกระแตหลงเชื่อ ยศวดีไปเที่ยวที่ผับ
และระบายเรื่องนิลพัตราให้เพื่อนฟัง ชีวินที่เผอิญมาเที่ยวเหมือนกันได้ยินเข้าพอดี
จึงสั่งให้เจ้ยโทรตามพรานดำให้มาพบเขาด่วน
มะแตนายล่วงรู้ด้วยพลังจิตว่ากาฬจักรจะนำสร้อยคืนสู่อโฆราลัย เธอจึงรีบมาขัดขวางไว้
กาฬจักรยิ้มออกมา "โอ้ แม่นางดอกบัวทอง" มะแตนายชี้หน้า "เจ้า เจ้าทรราชย์อโฆราลัย"
"ทรราชย์รึ หึ ภูเตศวรต่างหากที่ทรราชย์
ข้าจะไม่ยอมให้ความวิบัตินั้นกลับคืนสู่พิภพนี้เป็นอันขาด"
"หยุดล่วงเกินองค์ราชันย์! ไม่อย่างนั้นข้าจะตัดลิ้นเจ้า" "หึ
เจ้ากับพระองค์ช่างเหมือนกันเสียกระไร
รักโดยปราศจากปัญญาจนทำให้ดวงตาของเจ้าต้องมืดบอด" "ไยจะเป็นเยี่ยงเจ้า
ฆ่าได้แม้นางที่รัก และสหายร่วมตาย" " สหายร่วมตาย
ภูเตศวรเห็นข้าเป็นสหายร่วมตายด้วยหรือ แล้วพระองค์เห็นเจ้าเป็นอะไร
ข้าทาสร่วมตายที่สนิทเสน่หาหรือไร" กาฬจักรหัวเราะเยาะ "หยุดปาก !!
มอบตรีพักตราสูรมา!" "ข้ารอเวลานี้มาแสนนาน
เวลาที่จะได้เห็นร่างของภูเตศวรต้องดับสลายไปชั่วกาล แล้วใยข้าต้องให้เจ้า นังทาส!"
มะแตนายร้องออกมาอย่างโกรธจัดก่อนจะพุ่งเข้าหากาฬจักรทันที
ทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง แล้วในที่สุดกาฬจักรก็จับมะแตนายขังไว้ในกระจก "ปล่อย
ปล่อยข้า" "ข้าตั้งใจจะปล่อยเจ้าให้เป็นอิสระจากความชั่วช้าอยู่แล้ว" กาฬจักร
ฟาดดาบลงไปที่กระจก เพล้ง! เสียงกรีดร้องของมะแตนายดังโหยหวน
ถุงผ้าตรีพักตราสูรตกลงกับพื้น กาฬจักรก้มลงเก็บขึ้นมาเหน็บไว้ที่เอวดั่งเดิม
ก่อนจะเห็นกาฬจักรเดินผ่านเศษกระจกที่แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เกลื่อนบริเวณ
ที่เศษกระจกชิ้นนึงมีเพียงส่วนที่เป็นเพียงตาข้างเดียวของมะแตนาย
ใบหน้าของมะแตนายกำลังได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส "พระองค์ช่วยข้าด้วย" เทิด
ณรงค์กับพรานแก้วช่วยกันตามหาสร้อย แต่ก็ไม่พบ
ทั้งสองจึงตัดสินใจกลับมาตั้งหลักที่บ้าน ทำให้เจอจุฑาที่มาด่อมๆ มองๆ
อยู่เพราะอยากปรับความเข้าใจกับเพื่อน เทิดณรงค์พอเจอหน้าก็เก๊กจนพรานแก้วเตือนว่า
"นี่คุณสองคนจะคืนดีกันก็ รีบๆดีเถอะครับ ไม่ต้องลีลากันมากมายหรอก สามัคคีคือพลัง
เราถอยไปไม่ได้อีกแล้วนะคุณ กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน" "จุฑา
ฉันขอโทษที่เข้าใจว่าแกเป็นคนเอาสร้อยไป ฉันรู้แล้ว ว่า เรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไง"
"ไม่เป็นไร ไอ้เทิด เพื่อน กูรักมึงหวะ" สองคนจับมือ ดีกัน พรานแก้วผลักให้กอดกัน
และร่วมกอดด้วย เทิดณรงค์เล่าทุกอย่างให้จุฑาฟัง ทำให้จุฑาเอะใจขึ้นมาว่า "แต่เอ
แต่ฉันอยากรู้ว่ะถ้าสร้อยหน้ายักษ์มันอันตรธานหายไป
แล้วตอนนี้หมอพัตรเขาจะเป็นยังไงวะ" เทิดณรงค์ถึงชะงักฉุกคิดขึ้นมาทันที ทั้ง
สามรีบตรงไปที่โรงพยาบาล ถึงรู้ว่านิลพัตราถูกลักพาตัวออกจากโรงพยาบาลไป
ก็ตรงไปที่บ้านนภศูล ทำให้รู้จากยศวดีว่าพวกนภศูล
กระแตพานิลพัตราไปเมืองอโฆราลัยจบตอน11
สุสานภูเตศวร 12 เช้า
วันต่อมาพวกนภศูลก็เดินทางมาถึงป่า โดยมีชีวิน เจ้ยและพรานดำตามมาด้วย
จากนั้นไม่นานนิลพัตราก็ตื่นขึ้นมา และก็พบว่าตัวเธออยู่ท่ามกลางป่าเขาก็ตกใจมาก
"นี่ นี่ พัตรไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลเหรอ" "พัตร ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วนะลูกนะ
เรากำลังจะพาลูกไปรักษาให้หายนะลูก" "รักษา รักษาอะไร แล้วที่นี่มันที่ไหน"
"เราอยู่ในป่าจ้ะ พัตร ป่าแถวๆ ชายแดน" "ในป่า ไม่เอานะ ไม่ เราต้องรีบกลับไป พ่อคะ
กระแต ไปกันเถอะ" นิลพัตรารีบลากทั้งสองออกไปจากเต๊นท์อย่างสุดกำลัง นภศูล
พยายามอธิบายให้ลูกสาวฟัง
นิลพัตราก็อ่อนลงและถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าตอนเธอหลับไป
ทำอะไรใครร้ายแรงมากใช่ไหม กระแตรีบบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน
"เข้าใจผิดว่าไงล่ะ" " ไม่มีอะไรจริงๆ แต่เป็นเพราะพัตรจำอะไรไม่ได้นี่ไง
เขาถึงเอาเข้าไปไว้ในโรงพยาบาล ทีนี้
พอคุณอากับคุณอัคคีตัดสินใจจะเดินทางไปค้นหาเมืองอโฆราลัยกัน ก็เลย
ตัดสินใจพาพัตรมาด้วย" "อโฆราลัย" นิลพัตราชะงักงงสุดๆ "เรา
จะไปอโฆราลัยกับคุณอัคคี" "ใช่ ทำไม มีอะไรเหรอ" "แล้วเทิดล่ะ" "คือ
ฉันก็ไม่รู้รายละเอียดหรอกนะ แต่ประมาณว่า คุณพ่อเธอ กับเทิด แตกหักกันไปแล้ว เพราะ
ขัดใจกันบางอย่างอ่ะนะ" "จริงเหรอ" นิลพัตรามองงงๆ " แต่เธอไม่ต้องไปถามอะไรคุณอานะ
คุณอาคงไม่อยากพูดถึง แล้วแถวๆ นี้ ก็ไม่มีใครอยากได้ยินชื่อเทิดอีกแล้วด้วย
เข้าใจไหม" กระแตกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง นิลพัตราอึ้ง
อัคคีเห็นนิลพัตราปวดตรงหัวใจบ่อยๆ ก็แปลกใจ จึงถามว่าเธอเจ็บตรงไหน " อ๋อ
ไม่เป็นไรค่ะ โรคเก่าน่ะค่ะ นั่งนานๆ แล้วเป็นต้องเจ็บ เป็นตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว
นั่งอ่านหนังสือดึกๆ เวลาสอบแล้วต้องคอยเอาพวกยาคลายกล้ามเนื้อมานวดเรื่อย"
อัคคีวางมือทาบลงมา "ตรงนี้เหรอครับ" นิลพัตราหันมายิ้ม "ใช่ค่ะ
ด้านหลังของหัวใจพอดี" กระแต หัวเราะ "คุณอัคคีเคยได้ยินมั้ยคะ. เพลงแทงข้างหลัง
ทะลุถึงหัวใจ แต่ของพัตร สงสัยจะโดนแทงตรงหัวใจ แล้วทะลุข้างหลัง
เพราะกล้ามเนื้อเขาตรงนั้นมันเหมือนเป็นแผลข้างในเลยค่ะ มันเป็นพังผืด ยึด
แล้วก็เจ็บอยู่เรื่อย" อัคคีตะลึง ผงะ นิลพัตรายิ้มๆ เขินๆ "เหมือนคนแก่เลยนะคะ
ปวดหลัง ที่จริงมันหายไปนานแล้วนะคะ แต่นี่คงกลับมาเจ็บใหม่
เพราะนั่งรถทั้งวันน่ะค่ะ" อัคคีอึ้งๆ นึกถึงอดีต เขากำลังนอนทอดกาย
มีนิลพัตรที่สวมสร้อยตรีพักตราสูรเด่น กำลังเล้าโลมอยู่
"กาฬจักรจะปลิดชีพตนเป็นราชพลีจริงๆ หรือ"
ภูเตศวรพลิกตัวมาประคองร่างนิลพัตรให้นอนลงข้างๆ "โธ่ พระองค์ ตายด้วยน้ำมือตัวเอง
ดีกว่าตายด้วยน้ำมือเพชฌฆาตนะเพคะ" "ข้าร่วมรบ
ร่วมเป็นร่วมตายกับกาฬจักรมาหลายครั้ง มันไม่ใช่คนที่ยอมจำนนต่อผู้ใด"
"ยกเว้นพระองค์ กับข้า" นิลพัตรลุกขึ้นมาด้วยสีหน้ามั่นใจ "บางที
เราอาจควรรีบกลับคำตัดสิน" "พระองค์" "ส่งมันไป ประจำหัวเมืองไกล
หรือให้ไปเสาะหาแผ่นดินใหม่ แถบริมมหาสมุทรไกลโพ้น" "พระองค์คิดว่า
เหตุใดกาฬจักรจึงสมควรตาย พระองค์คิดว่า
เป็นเพราะความผิดที่รบพ่ายแพ้เช่นนั้นหรือเพคะ" "อ้าว
ก็นั่นคือโทษที่มันได้กระทำลงไป" "เปล่าเลย ภูเตศวร กาฬจักร สมควรตาย
เพราะข้าไม่อาจมองสบตามันได้อีก" "ว่ากระไรนะ" "
นี่พระองค์ไม่เคยสังเกตเห็นเลยหรือเพคะ ทุกครั้ง ที่เข้าเฝ้า หรือทุกครั้ง
ที่ต้องเผชิญหน้ากัน กาฬจักรจะมองข้า ด้วยสายตารักและหลงใหลไม่เสื่อมคลาย"
ภูเตศวรอึ้ง "บังอาจ" " นั่นสิเพคะ บังอาจมาก มันมองข้าราวกับว่า
อยากจะทบทวนความหลังทั้งหมดกับข้า หามีความยำเกรงพระองค์ไม่ สิ่งนี้ต่างหาก
ที่ทำให้ข้าต้องการกำจัดกาฬจักรไป บางที มันอาจจะหาทาง ทำบางสิ่ง
ที่อาจเป็นภัยต่อพระองค์ได้ อย่าลืมสิเพคะ ว่ามันคือผู้นำทัพของอโฆราลัย
ทหารใหญ่น้อยทุกหมู่เหล่า ล้วนอยู่ใต้บัญชาแห่งกาฬจักรทั้งสิ้น"
ภูเตศวรดึงร่างนิลพัตรมากอด "โอ้ ยอดดวงใจของข้า ข้าเข้าใจกระจ่างแล้ว"
"หม่อมฉันจะไม่ยอมให้อะไรมาระคายพระบาทของพระองค์ได้แม้แต่น้อยเพคะ"
มีเสียงประตูเปิด ภูเตศวรลุกไปคว้ามีด เตรียมพร้อม มะแตนายเข้ามาคุกเข่า
"นางดอกบัวทอง มีสิ่งใดรีบบอกมา" "กาฬจักร ขอเข้าเฝ้า เพื่อกราบบังคมทูลลา
เป็นครั้งสุดท้ายเพคะ" ภูเตศวรออกไปพบกาฬจักร พร้อมสั่งให้ทหารถอยออกไป
รวมทั้งมะแตนาย แต่นางไม่ยอมไป ภูเตศวรต้องไล่นางไป "เพื่อนรักของข้า"
กาฬจักรยิ้มขมขื่น "มิบังอาจ" "หรือเจ้าลืมเลือนไปแล้ว
ว่าเราเคยเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเยี่ยงไร" "หากจะมีผู้ใดลืมเลือนเรื่องนั้น
คงจะมิใช่ข้าพระองค์เป็นแน่" "กาฬจักร ข้าไม่เคยคิดเลย ว่าเราสองคน
จักต้องมีวันนี้" กาฬจักรมองหน้าเต็มตา "ข้าก็เป็นเช่นกัน"
"เพราะผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นหรือ ที่ทำให้เจ้าไม่ยอมเป็นเพื่อนข้าอีก" "
เพราะผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นหรือ" กาฬจักรหัวเราะออกมา "อา ใช่สิ
องค์ภูเตศวรแห่งข้า ไม่น่าเลย ผู้หญิงคนเดียวเท่านั้น
ก็อาจทำให้มหาอาณาจักรล่มสลายได้ ข้าเคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มามากมาย แต่ไม่นึก
ว่าจะได้มาเห็นด้วยตาตน" "ผู้หญิง ก็เป็นประดุจทรัพย์
เมื่อทรัพย์นั้นควรคู่กับผู้ใด ก็ย่อมต้องตกเป็นสมบัติของผู้นั้น
นี่มิใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรเลย สำหรับเพื่อนตายที่รักกันยิ่งนัก สำหรับเจ้า
บ้านเรือน ที่ดิน ข้าทาสมากมาย ข้าย่อมยกให้เจ้าได้เสมอ โดยไม่เคยเสียดายสักครั้ง"
"ข้าเอง แม้แต่ชีวิต ก็ยกให้พระองค์ได้เสมอ" "โอ้ กาฬจักร แต่บัดนี้ ข้ามองเห็น
ว่าเจ้ากำลังต้องการชีวิตข้า" " ราชันย์แห่งราชา พระองค์ช่างเต็มไปด้วยภาพมายา
หรือไปฟังวาจายุยงของผู้ใดมา ข้ามาบังคมลาท่าน ด้วยสองมือเปล่าแท้ๆ ท่านยังกล่าวหา
ว่าข้าต้องการชีวิตท่าน" "ข้ามองเห็นด้วยตาข้า
เนื่องเพราะข้าเคยเห็นเจ้าสังหารศัตรูมามากมาย ทำไมข้าจะมองไม่ออก
ว่ายามเจ้ากำลังจะลงมือฆ่า เจ้ามีอาการเยี่ยงไร" "มีคำกล่าวของชาวบ้าน ว่านั่งพูด
หรือจะสู้นอนพูด ยามนี้ ข้ายืนพูด คงมิสู้นาง ยามที่เป่าหูพระองค์" ภูเตศวรโกรธ
"กาฬจักร" "ทุกสิ่งที่พระองค์กำลังประสบอยู่ณ.ยามนี้ ข้าล้วนเคยผ่านมาก่อนทั้งสิ้น
ไหนเลย ข้าจะไม่เข้าใจ" "เป็นความจริงดังที่นางกล่าว เจ้ามันชั่วช้า"
ภูเตศวรโยนมีดทิ้งไปไกล แล้วโดดเข้าหากาฬจักรด้วยมือเปล่าเช่นกัน ทั้ง สองสู้กัน
ฝีมือเท่าเทียม ผลัดกันรุกรับ ผลัดกันเจ็บ จังหวะที่ภูเตศวรเพลี่ยงพล้ำ
กาฬจักรได้ขึ้นข้างบน และกำลังบีบคอภูเตศวรอยู่ ขณะนั้นเองนิลพัตรเก็บมีดขึ้นมา
และคิดจะแทงกาฬจักร แต่กลับถูกกาฬจักรแย่งมีดไปได้ ภูเตศวรรีบเข้าแทรกกลาง
ผลักนิลพัตรออกไป "นิลพัตร เจ้าหนีไป" กาฬจักรหันมา รังสีแห่งการฆ่าฟันแผดกล้า
แววตาเหี้ยม " ภูเตศวร ข้ามิได้คิดฆ่าเจ้าเพื่อตัวเอง แต่ท่านกับนาง
กระทำต่อแผ่นดินนี้และราษฎรมามากเกินไปแล้ว หากข้ายอมตายอีกคน
อโฆราลัยจะเป็นเช่นไร" นิลพัตรถอยๆๆ หันไปตะโกน "ช่วยด้วยๆๆ กาฬจักรเป็นกบฏ
จะสังหารพระราชา ช่วยด้วยๆๆ" กาฬจักรมองไป กลัวว่าจะมีคนมาช่วยแล้วจะยิ่งลำบาก
"ข้าจำเป็นต้องจบเรื่องราวยุ่งยากทั้งหมดณ.บัดนี้" กาฬจักร
โดดเข้าสู้ภูเตศวรแบบแลกชีวิตแล้ว กระชากเสาโคมไต้ในมือภูเตศวรจนหลุดโยนไป
ภูเตศวรถูกแรงเหวี่ยงกระเด็นไป หลังกระแทกผนัง
กาฬจักรพุ่งตัวหมายแทงภูเตศวรให้เต็มมีด นิลพัตรร้องลั่น "อย่า" ก่อน
ที่มีดในมือกาฬจักรจะถึงอกภูเตศวร นิลพัตรโดดเข้ามาแทรกกลางเพื่อบังภูเตศวรไว้
มีดในมือกาฬจักร เสียบผ่านหัวใจนิลพัตร ผ่านร่างนิลพัตร ทะลุหลังไปแทงทะลุถึงอก
ภูเตศวรที่แนบชิดหลังนิลพัตรอยู่ กาฬจักรตะลึง ภูเตศวรกอดร่างนางไว้ "นิลพัตร เจ้า"
"ภูเตศวร พระองค์ ทรงปลอดภัยใช่ไหมเพคะ" นิลพัตรขาดใจตาย กาฬจักร ปล่อยมีด ถอยออกมา
มอง น้ำตาเต็มตา ภูเตศวรกอดนิลพัตรแน่น มองกาฬจักรแบบไม่เชื่อสายตา แล้วกอดนิลพัตร
ค่อยๆ ทรุดล้มลงไปด้วยกัน อัคคี ได้พบกับวิญญาณเร่ร่อนสองตน จึงพามาเป็นพวกด้วย
หวังใช้เป็นเครื่องมือในการกำจัดพวกชีวิน เขาตั้งชื่อให้ว่าปองกับเกิด
และพามาแนะนำกับทุกคนว่าเป็นคนของเขา มาช่วยคุ้มกัน
ชีวินกับเจ้ยไม่ค่อยพอใจนัก

จบตอน12

สุสานภูเตศวร 13

เทิดณรงค์ จุฑา พรานแก้ว และสา ต่างรีบมุ่งหน้าตามพวกอัคคีไป ยศวดีขอตามไปด้วย และระหว่างทาง จู่ๆ
ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาขวางทางไว้ด้วยสภาพที่บาดเจ็บ
พวกเทิดณรงค์ช่วยทำแผลให้
โดยไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนี้คือมะแตนายปลอมตัวเป็นชาวกะเหรี่ยงมา "มะแตนาย ชื่อแปลกดี
ไปทำอะไรมา ทำไมถึงมีแผลแหวะหวะขนาดนี้" มะแตนายพูดแปร่งๆ เป็นกะเหรี่ยง "เรา
ถูกพวกกองกำลังทหารของรัฐบาลไล่ยิงมา" "แต่แผลเธอ เหมือนกะไปโดนเสือกัดมามากกว่านะ"
เทิดณรงค์ไม่ฟังพรานแก้ว "ทำไมทหารรัฐบาลถึงต้องไล่ยิงเธอ"
"เราเข้าไปหาข่าวในพื้นที่ของรัฐบาล แต่เราพลาด ถูกจับได้
ก็เลยถูกไล่ยิงจนต้องหนีพลัดตกเขา เราเป็นนักรบ กองทัพปลดแอก" "กองทัพปลดแอก
แบบพวกก็อตอาร์มี่น่ะเหรอ ว้าย พี่เทิดระวังค่ะ ระวังจะถูกยัยนี่จับเป็นตัวประกัน"
จุฑาเข้ามามองๆ "ฉันรู้สึกว่าหน้าตาเธอ คุ้นๆ นะ หน้าตายังงี้ เหมือนเคยเห็นมาแล้ว
ที่ไหน" มะแตนายจ้องตอบอย่างมั่นใจว่าจุฑาไม่มีทางจำได้ ไม่กลัวเกรง "เคยเห็น
ในฝันหรือเปล่าครับนาย นางในฝัน" "ม่ายช่ายแล้ว" " ถ้าทำแผลเสร็จแล้ว
ผมว่าเราไปกันต่อเถอะครับ ส่วนเธอ มาทางไหน ก็ควรไปทางนั้น" "อะไรกัน จะไปได้ยังไง
มืดอย่างนี้ พรานแก้ว อย่างน้อยก็น่าจะให้มะแตนายนอนค้างกะพวกเราคืนนี้ก่อน มะแตนาย
เราชื่อมะสานะ จะเรียกมะสาเฉยๆ หรือเรียกพี่มะก็ได้" เทิดณรงค์กล่าวต่อว่า
"เธอจะไปไหน เผื่อพวกชั้นผ่าน จะได้แวะไปส่ง" ยศวดีรีบห้าม "โนค่ะ
เราไม่ผ่านบ้านยัยมะแตนายแน่ ทางไปเมืองอโฆราลัยไม่จำเป็นต้องผ่านหมู่บ้านที่ไหน
จริงมั้ยพรานแก้ว" "จริงครับ" มะแตนายทำตาโต "พวกคุณจะไปเมืองอโฆราลัย"
"เธอรู้จักเมืองอโฆราลัยด้วยเหรอ" พรานแก้วมองหน้าจุฑา ต่างตงิดๆ " ลุงของเรา
ท่านเคยไปที่เมืองนั้น ตอนหนุ่มๆ และก็ชอบเล่าให้เราฟัง เรื่องเหมือนนิทานนานเก่าๆ
คนอื่นบอกว่าไม่มีจริง แต่ลุงบอกว่ามี ลุงบอกว่า เมืองนั้นต้องออกจากเขตพม่าไปอีก
ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ตามแม่น้ำโขงไป" "แม่น้ำโขง แม่น้ำโขงเหรอ" เทิดณรงค์ดีใจ
มะแตนายคว้าแขนเทิดณรงค์หมับ "แต่อย่าไปเลยนะ นาย ไปอโฆราลัย ก็เท่ากับว่า
ไปหาความตาย" ทุก คนผงะ เทิดณรงค์เห็นดีที่จะให้มะแตนายเป็นคนนำทาง
มีเพียงพรานแก้วกับจุฑาที่ไม่ค่อยชอบใจนัก
พรานแก้วรู้สึกได้ว่ามะแตนายไม่ใช่คนธรรมดา คณะของอัคคีมาถึงทางตันของ ชายป่า
ทุกคนต้องปีนเขาขึ้นไปตามคำแนะนำของอัคคี
โดยมีพรานดำอาสาเป็นคนนำทางให้อย่างอวดเก่ง แต่แล้วก็พลาดตกลงไปในหลุมลึก
ซ้ำร้ายคว้าชีวิตกับเจ้ยลงไปด้วย อัคคีมองอย่างเฉยชา
จนนิลพัตราพูดอย่างแปลกใจว่าทำไมไม่ช่วย อัคคีจำต้องช่วยทั้งสามขึ้นมา พราน
แก้วรับรู้ได้ถึงพลังแปลกๆ ที่มีอยู่ในตัวของมะแตนาย
เขาพยายามบอกให้เทิดณรงค์ยกเลิกความคิดที่จะให้มะแตนายเป็นคนนำทาง
แต่เทิดณรงค์กลับคิดว่าจะได้ไม่เป็นการเดินทางแบบสุ่มเสี่ยง
พรานแก้วเตือนว่าจุดหมายของเขาคือตัวนิลพัตราไม่ใช่หรือ เทิดณรงค์ หน้าหงิก
"ก็นิลพัตรา จะไปอโฆราลัยกับไอ้อัคคี
เพราะอาจารย์ผู้พันเชื่อว่าไอ้เศรษฐีโรคจิตเคยไปอโฆราลัยมาแล้ว
แต่ถ้าเราไปถึงก่อนล่ะ ไปดักรอมันอยู่ก่อน ผมอยากเห็นหน้าอาจารย์ผู้พัน กับนิลพัตรา
ตอนที่เห็นพวกเราเป็นผู้ค้นพบอาณาจักรก่อน ผมจะได้หัวเราะใส่หน้าทุกคน" "คุณเทิด
ถ้าคุณต้องการแค่เอาชนะ คุณจะพบกับความพ่ายแพ้" "พรานแก้ว!" เทิดณรงค์ถูกแทงใจดำ
"คุณต้องยอมรับความจริง คุณต้องการคุณนิลพัตรา ไม่ใช่อย่างอื่น" "
ผมไม่ได้ต้องการอะไร มากกว่า ได้เป็นคนค้นพบเมืองอโฆราลัยก่อนใคร สร้อยนั่น
ผมก็เป็นคนเจอก่อน แม้แต่พัตรก็เป็นแฟนผมมาก่อนผมตังหากที่เป็นคนทิ้งเขา
คนอื่นมาทีหลัง มันเป็นใคร โธ่เว้ยผมไม่ยอมหรอก" พรานแก้วส่ายหัว "คุณหลงทางแล้ว
คุณเทิด จิตคุณถึงถูกดึงดูดด้วยพลังลบ พลังชั่วร้าย ของอีมะแตนาย"
"พรานแก้วกลัวเสียหน้าใช่ไหมล่ะ ที่จะมีผู้หญิงคนหนึ่ง มารู้อะไรดีกว่าพรานแก้ว"
สาเข้ามาเมียงๆ "นั่นอ่ะสิ อิจฉาอ่ะสิ ไม่แมนเล้ย คนเรา แก่ก็แก่" ยศ วดีมาอีกทาง
ถือผ้าเช็ดตัวของเทิดณรงค์มา "เลิกๆๆๆ ทะเลาะกันซะที่เถอะค่ะ ยศซี่จะไปว่ายน้ำแล้ว
มาว่ายเป็นเพื่อนยศซี่หน่อย ยศซี่ว่าจะไม่ใส่อะไรเลย ก็เลยไม่ไว้ใจใคร
ต้องให้พี่เทิดไปเป็นเพื่อนเท่านั้น มากะยศซี่เดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
พรานแก้วกล่าวขึ้นว่า "เอางี้ไหม คุณเทิดอยากทำอะไรก็ทำ
ผมจะไปตามหาผู้พันกะลูกสาวท่านคนเดียวก็ได้ ใครจะรู้ คุณเทิดอาจรอด
แต่ผมอาจจะตายก็ได้" ทุกคนอึ้งไป พรานแก้วไป เก็บข้าวของด้วยความไม่พอใจ
ขณะที่มะแตนายกำลังอาบน้ำอยู่ที่แม่น้ำ และเหลือบเห็นจุฑาที่ออกมาเก็บฟืน
เธอคิดหาทางกำจัดจุฑาให้ตาย โดยชวนพลางสะกดจิตให้จุฑาลงไปเล่นน้ำ
แล้วเธอก็แปลงร่างเป็นปีศาจ แพรดำยาวสะบัดออกมาพันตัวจุฑา และลากเขาลงสู่ใต้น้ำ
ด้านเทิดณรงค์และสาเห็นพรานแก้วเตรียมเก็บข้าวของ ก็รีบไปห้ามไว้
บอกว่าเราไปไหนก็ต้องไปด้วยกันสิ พรานแก้วจึงย้อนว่า "
คุณเทิดต้องการให้ผมไปด้วยเพราะอะไร เพราะแค่ผมมีศิลาจารึกก้อนนั้นเท่านั้นใช่ไหม
ก้อนศิลาของผม มันคงสู้คำพูดของผู้หญิงที่คุณเพิ่งเจอมาคืนเดียวไม่ได้หรอกมั้ง"
"พี่เทิด อย่าให้พรานแก้วไปนะ ถ้าเกิดมีผีสางมาหลอก พวกเราก็ตายกันลูกเดียวเลยนะคะ"
" ไม่ต้องกลัวหรอก คุณยศซี่ คุณเทิดเขาก็เป็นคนดีมีวิชาเหมือนกัน"
ว่าแล้วก็กระชากคอเสื้อเทิดณรงค์เปิดออก
แต่กลับพบว่าไม่ได้สวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรเลย "เห็นไหมคุณเทิดเขาไม่พกพระ
พกเครื่องรางอะไรทั้งนั้น พกแต่ความมั่นใจมาอย่างเดียวนี่ไง คนที่เชื่อมั่นในตัวเอง
มีแต่ความประมาท ขอให้คุณโชคดีเหอะ" สาถาม "คุณเทิด แล้ว พระเครื่อง
ตะกรุดอะไรของคุณ หายไปไหนหมด" "ผมฝากไว้ที่จุฑา จุฑาเก็บไว้ที่ในเก๊ะรถ จุฑา
จุฑาอยู่ไหน" เทิดณรงค์นึกถึงจุฑา พลอย ให้ทุกคนมองหาไปด้วย
เพราะจุฑาออกไปหาฟืนนานแล้ว ทุกคนออกตามหา
พอมาถึงริมน้ำก็พบกองฟืนที่จุฑาทำหล่นกระจาย
ทันใดนั้นเสียงมะแตนายก็ดังขอความช่วยเหลือ
บอกว่ามีตัวอะไรไม่รู้สีดำลากจุฑาลงไปใต้น้ำ เธอพยายามช่วยแล้ว แต่ช่วยไม่ได้
พรานแก้วจ้องมะแตนายอย่างรู้ทัน แล้วรีบกระโดดลงไปช่วยจุฑาทันที
เทิดณรงค์กับจุฑารีบตามลงไปด้วย มะแตนายถามยศวดีว่าทำไมไม่ลงไปช่วย
ยศวดีบอกว่าเธอต้องเฝ้าของ แล้วมะแตนายก็แอบเอาผงดำเทลงไปในแม่น้ำ "ไอ้พวกโง่
พวกแกจงฆ่ากันเอง กอดคอกันจมน้ำตาย อยู่ใต้แม่น้ำนี้ให้หมด" มะแตนายยิ้ม เทิด
ณรงค์พบจุฑารีบเข้าไปช่วย จังหวะนั้นสากับพรานแก้วโดนผงดำเข้าครอบงำ
เกิดภาพหลอนเห็นเทิดณรงค์เป็นชายแปลกหน้า และกำลังทำร้ายจุฑา ก็ตรงดิ่งไปทำร้ายเขา
เทิดณรงค์ตกใจรีบถามว่าเป็นอะไร และพูดเตือนสติว่าตัวเองเป็นใคร
ยศวดีหันมาเห็นก็แปลกใจ พรานแก้วเห็น เป็นสากำลังโดนชายแปลกหน้าทำร้าย ก็เข้าไปช่วย
ยศวดีเป็นห่วงว่าทำไมตีกันเอง แล้วเธอก็เหลือบเห็นมะแตนายกำลังเดินหนีไป
พอยศวดีถามก็อ้างว่าจะไปตามคนมาช่วย พอมะแตนายวิ่งหนีไป
เทิดณรงค์กับจุฑาเริ่มจมน้ำไป พรานแก้วกับสาก้หันมาตีกันเอง ยศวดีไม่รู้จะทำยังไง
จึงตัดสินใจหยิบปืนขึ้นมายิงใส่มั่วๆ ลูกปืนดันไปถากหูพรานแก้วเขาจนเลือดไหลออกมา
และเลือดของพรานแก้วที่แกร่งกล้าไปด้วยวิชา ก็สามารถลบล้างผงดำที่แผ่ในน้ำได้
ทันใดนั้นเทิดณรงค์ก็โผล่หัวขึ้นจากน้ำพร้อมจุฑา เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆ
กลับมาเป็นคนเดิมแล้ว ก็ช่วยกันพาจุฑาขึ้นฝั่งมาปฐมพยาบาล
ท่ามกลางความดีใจของยศวดีจบตอน13
สุสานภูเตศวร 14
มะแตนายเข้าใจว่าพวกเทิดณรงค์ตายกันหมด จึงไปรายงานอัคคี เขาดีใจมาก และ
ในคืนนั้นทั้งเทิดณรงค์และนิลพัตราต่างฝันถึงเหตุการณ์เดียวกันคือเทิดณรงค์
ตามหานิลพัตราและตกเขาเสียชีวิต
นิลพัตราตื่นจากฝันด้วยความตื่นตระหนกและร้องเรียกเทิดณรงค์
พอเห็นหน้านภศูลกับกระแต เธอยังเหนื่อยหอบพยายามสูดลมหายใจลึก นภศูลเข้ามาจับมือลูก
"พัตร พัตรฝันไปนะลูก" อัคคีเข้ามาพอดี ในมือถือดอกไม้ป่าหลากหลายพันธุ์ " พ่อคะ
พัตรฝันซ้ำๆอีกแล้ว ฝันเห็นเทิดปีนขึ้นภูเขาตามหาพัตร แล้วเทิดก็ตกลงไป หรือว่า
เทิดจะตามมาเรามาจริงๆ แล้วเทิด เทิดตกเขาตาย" นิลพัตราหันไปเห็นหน้าอัคคีก็อึ้งไป
รีบขยับนั่งให้ดี จับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย "ฝันร้ายจะกลายเป็นดีครับ คุณหมอ
ผมคงไม่ต้องบอกนะ ผู้พันว่าอาการแบบนี้ มันเป็นผลมาจากการเล่นไสยศาสตร์ของใคร"
นภศูลอึ้งไป "มันทำแบบนี้กับยายพัตรลงคอได้ไง" "พ่อหมายถึงใครคะ คุณอัคคีหมายถึงใคร
เทิดเหรอ" อัคคียิ้มเย็น "เขาคนนั้น คงไม่ตามคุณหมอมาจริงๆ หรอก ทางที่ดี
คุณหมอควรทำใจได้แล้ว ว่าจะไม่ได้เห็นหน้าเขาอีก" นิลพัตราลุกขึ้นยืน
เผชิญหน้าอัคคี "คุณ รู้ได้ยังไง" อัคคี หน้าเยาะ "คุณหมอห่วงใยมันซะจริง
ไอ้คนที่มันทำร้ายคุณหมอมาไม่รู้กี่หนต่อกี่หน แต่คนที่รักคุณหมอ
ยอมทำอะไรให้คุณหมอได้ทุกอย่าง คุณหมอกลับไม่เห็นค่า" อัคคีจับมือนิลพัตรามา
เอาดอกไม้ทั้งหมดวางยัดลงให้ ยิ้มอย่างตัดพ้อ แล้วเดินออกไป นิลพัตรามองดอกไม้ในมือ
อึ้งๆ กระแตหันมาหานภศูล "คุณอาคะ
คุณอัคคีเขาบอกรักยัยพัตรแบบไม่เกรงใจใครแบบนี้ทุกวี่ทุกวัน คุณอาไม่ว่าหรือไงคะ"
นภศูลพูดจริงจัง "อาจะว่าอะไร ใครรักลูกอาจริง พิสูจน์ให้อาเห็นจริง
อาก็ต้องยอมรับนับถือน้ำใจเขาสิ" กระแต เริ่มเห็นด้วย "เฮ้อ
ถ้าหนูเจอแบบนี้หนูก็ต้องแพ้ใจเขาสักวันเหมือนกันแหละ พัตร
เราว่าพัตรต้องแยกแยะให้ได้ซะทีแล้วล่ะ รีบลืมคนที่ทำเราเจ็บปวดซ้ำซากซะ
แล้วควรจะหันมารักษาน้ำใจคนที่รักเราจริงบ้าง" นิลพัตรามองดอกไม้ แววตาเศร้าลง
แล้วยอมรับความจริง พราน แก้วรู้ว่าเหตุที่ทำให้ทุกคนทะเลาะกัน มาจากมะแตนาย
แต่สากับเทิดณรงค์ไม่เชื่อ ขณะที่จุฑาก็ยืนยันว่าก่อนที่เขาจะวูบไปในน้ำ
เขาเห็นมะแตนายเป็นคนสุดท้าย
เทิดณรงค์ก็ยังยืนยันว่ามะแตนายคงเห็นว่าพวกเราเป็นบ้าเลยหนีไป
และต่อว่าพรานแก้วที่ชอบโยนความผิดให้มะแตนาย
เขาบอกทุกคนว่ายังไงก็จะไปตามหามะแตนายที่หมู่บ้าน
แล้วให้ลุงของมะแตนายพาไปอโฆราลัยให้เร็วที่สุด
พรานแก้วจึงนำน้ำในแม่น้ำมาบริกรรมคาถาหลวงพ่อปานใส่ และให้ทุกคนล้างหน้า
มะแตนายปรากฏกายขึ้นมาหน้าตาแตกตื่นที่เห็นทุกคนปลอดภัย "พวกมันไม่ตาย อะไรกัน
เป็นไปไม่ได้" เทิดณรงค์ล้างหน้าเสร็จ พรานแก้วเดินมาหา "คุณเทิดครับ
เชื่อผมซักครั้ง เราไปตามหาคุณนิลพัตรากับอาจารย์ผู้พันก่อนเถอะครับ
แล้วถ้าจะไปอโฆราลัย ก็ค่อยไปพร้อมๆ กัน" เทิดณรงค์มองหน้าอึ้งๆ
พรานแก้วพูดเสียงเด็ดขาด "ผมมีวิธี ผมค้นหาคุณนิลพัตราให้คุณได้ ว่าเธออยู่ที่ไหน"
มะแตนายได้ยินถึงกับร้อนรน เซๆ ถดถอยเจ็บใจพรานแก้วที่เก่งกล้า กาฬจักร
เดินมาตามทางในป่า และบังเอิญพบเห็นนิลพัตรากับกระแต
เขาจึงดลใจให้นิลพัตราแยกตัวมาจากกระแต โดยนิลพัตราอาสากลับไปเอาผ้าเช็ดตัวให้กระแต
และระหว่างทางเธอก็มอง
เห็นผีเสื้อแสนสวยที่กาฬจักรสร้างมาเพื่อดลใจเธอให้วิ่งตามผีเสื้อมาเรื่อยๆ
จนถึงถ้ำแห่งหนึ่ง นิลพัตราชื่นชมถ้ำที่วิจิตรอยู่ ทันใดนั้นกาฬจักรก็ปรากฏตัวขึ้น
นิลพัตราตกใจผงะ เสียหลักล้มลงไปร้องสุดเสียง
กาฬจักรมองอากัปกิริยานิลพัตราแล้วรู้สึกเหมือนเห็นนิลพัตรที่กำลังใช้จริตมารยาล่อหลอกให้ตายใจ
"นิลพัตร ข้าไม่นึกเลยว่า" นิล พัตรารีบตะกายลุก "อย่านะ อย่าเข้ามา จะเอาอะไรบอกมา
ฉันจะให้นายทุกอย่างเลย ตอนนี้ฉันไม่มีอะไร แต่เดี๋ยว ฉันกลับไปเอามาให้
อย่าทำอะไรฉันนะ" "หยุดตีหน้าซื่อเสียที นังแพศยา" นิลพัตราผงะ "อ้าว
ทำไมถึงต้องมาด่ากันแบบนี้ด้วยล่ะ" ทัน ใด สร้อยตรีพักตราสูรามีอาการดิ้นรน
หลุดออกมาจากเอวกาฬจักร ตกลงแทบเท้านิลพัตรา นิลพัตราทำท่าจะเก็บ
กาฬจักรยื่นเท้าไปเหยียบสร้อยไว้ มองหน้านิลพัตรา "ตรีพักตราสูร
มันต้องการครอบครองเจ้า หรือเจ้ากันแน่ ที่อยากเป็นผู้ครอบครองมัน" นิล
พัตรามองกาฬจักรเต็มๆ ตา "อ้อ เข้าใจแล้ว คุณก็คงเป็นอีกคนหนึ่ง
ที่เป็นพวกคลั่งไคล้เรื่องเมืองอโฆราลัยนี่เหมือนกันสิ แล้วทำไมสร้อยไปอยู่ที่คุณ
แล้วทำไมคุณทำกับของมีค่าแบบนั้น เห็นแย่งกันจะเป็นจะตายไม่ใช่เหรอ
คุณเป็นพวกใครล่ะ พวกเทิดเหรอ หรือว่า เทิด เทิดตามมา" กาฬจักรก้มเก็บสร้อยมา
กำสร้อยไว้ในมือ บีบไว้แน่น "ด้วยอำนาจแห่งฆุม เจ้ามิอาจแสดงอำนาจต่อหน้าข้าอีก"
กาฬจักรเอาสร้อยพันๆๆ ข้อมือตนไว้จนแน่นหนา แล้วเงยมาจ้องหน้า นิลพัตรากลัวก็กลัว
แต่ก็อยากรู้ความจริง "เทิดตามมาแล้วจริงๆ ใช่ไหม เอ้อ คุณ"
กาฬจักรคว้าข้อมือนิลพัตราจับกระชาก "ไป เจ้าต้องไปกับข้า" "ว้าย มันเรื่องอะไร
ฉันไม่เกี่ยวนะ ปล่อย" นิลพัตราพยายามสะบัด แต่เหมือนติดปลอกเหล็ก
"ข้าจะไม่ยอมให้ภูเตศวรกับเจ้าได้มีชีวิตนิรันดรร่วมกันแน่" นิลพัตราตงิดๆ "ภูเตศวร
คุณหมายถึง กษัตริย์โบราณ ของเมืองอโฆราลัยเหรอ แล้วฉัน ไปเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ
บ้ารึเปล่า" กาฬจักรไม่พูดจาอีก ลากนิลพัตราตัวปลิวหลุนๆ ตามไป นิลพัตรากรี๊ดๆๆ ทาง
ด้านกระแตเห็นว่านิลพัตราหายไปนานจึงรีบกลับมาบอกให้พวกอัคคีรู้
เธอถูกอัคคีต่อว่าทันทีที่ทำให้นิลพัตราหายตัวไป
นภศูลตัดบทก่อนที่เรื่องจะไปกันใหญ่ และบอกให้ช่วยกันตามหาลูกสาวเขาก่อน
พอทุกคนแยกไปแล้ว อัคคีก็สั่งให้เกิดกับปองตามหานิลพัตรา
อัคคีเองรู้สึกสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้น พรานแก้วกลัวว่าเรื่องร้ายๆ
จะเกิดขึ้นกับพวกตนอีก จึงรีบแจกเครื่องลางของขลังให้ทุกคนติดตัวไว้ " คุณเทิด
ตะกรุดพระธุดงค์ของคุณ ต้องติดตัวไว้ ต่อไปนี้ห้ามปล่อยให้ห่างกายเลยเด็ดขาด ผมขอ
คุณจุฑา เอ้า พระเครื่องของคุณ คุณยศซี่ คุณเอาพระองค์นี้ห้อยด่วนเลย แล้วต่อไปนี้
จะทำอะไรให้สำรวมกายใจให้มากกว่านี้หน่อย ทำตัวเป็นกุลสตรีหน่อย
อย่าไปตะเกียกตะกายตามเนื้อตามตัวผู้ชายให้มากนัก" ยศวดีเสียงดุ "บ้า!" สา
กำลังเหม่อๆ มองกองไฟ แล้วรู้สึกตงิดๆ เงยหน้าพ้นกองไฟ แล้วอ้าปากค้าง
เห็นมะแตนายยืนเด่นอยู่ฝั่งตรงข้ามของกองไฟ แสงไฟจับหน้า ดูสวยประหลาด "น้องมะแต"
ทุกคนสะดุ้ง หันไป มะแตนายมองทุกคน หน้าซื่อ "ดีใจจังเลย ทุกคนปลอดภัยดีใช่ไหมจ๊ะ
มะแตนายผ่านมา เห็นแสงไฟ เลยรีบมาดู" "อีผีร้าย มึง ไปนรกเลยไป!"
พรานแก้วลุกมาพร้อมสายสิญจน์ในมือที่ทำเป็นวง แล้วคล้องลงที่คอมะแตนายทันที "ว้าย
พรานแก้ว" มะแตนายทำท่าหน่ายๆ จับสายสิญจน์ขึ้นมาดูโดยไม่ได้ถอดออก
"อะไรของพรานแก้วเนี่ย จะทำบายศรีสู่ขวัญกันหรือไง" พรานแก้วตะลึง ถอย 1 ก้าว
ชี้หน้า "มึง มึงมันไม่ธรรมดา" สา ลุกมาขวางพรานแก้ว "ไม่เอาน่า พรานแก้ว
พรานแก้วแกไม่ค่อยสบายน่ะ ครับ หูฉีกไปหน่อย น้องมะแตนายไปไหนมา
พี่คิดถึงมากเลยอยากดื่มอะไรร้อนๆ มั้ย พี่ชงให้" พรานแก้วผลักสา กระเด็นไป
ควักพระทั้งพวงออกมาจากอกเสื้อ พวงเดิมกับที่ปราบนิลพัตรที่โรงพักมาแล้ว "อีนี่
อย่างมึง ต้องเจอระดับนี้" มะแตนายตาลุกขึ้นมาทันทีด้วยความหวาดกลัว
เทิดณรงค์รีบลุกมากั้นกลาง ยกมือไหว้พรานแก้ว "ผมไหว้ล่ะครับ พรานแก้ว
ผมเคารพรักพรานแก้วเสมอนะครับ แต่ผมอยากให้พรานแก้วใจเย็นๆ
แล้วก็มีเหตุผลกว่านี้หน่อย" " คุณเทิด คุณนั่นแหละ เปิดหูเปิดตาหน่อย
ผมคิดว่าเราออกนอกเส้นทางมาถึงนี่ก็เพราะนังคนนี้ แล้วที่คุณจุฑาเกือบตาย
หรือที่เราแทบฆ่ากันตายในน้ำ ต้องเป็นฝีมือมันแน่ๆ
มันน่าจะมียาสั่งอะไร..ที่ทำให้พวกเราเห็นกันเองเป็นศัตรูได้เหมือนกัน
อีนี่มันมาเพื่อทำร้ายพวกเราแน่ๆ
ถ้าคุณคิดว่าตัวเองมีเหตุผลกว่าผมจะอาศัยให้มันพาไปอโฆราลัยก็เชิญ แต่ผมขอลา"
มะแตนายทำทียอมรับ "ก็ได้ พรานแก้ว เราสารภาพก็ได้ ที่เราเจอกันแต่แรก
เพราะเราได้รับคำสั่งให้มาทำร้ายพวกคุณเทิดณรงค์จริงๆ" ทุกคนผงะ "อะไรนะ ไม่นะ
ไม่จริง อย่าล้อกันเล่นสิครับ น้องมะแต ไม่ต้องประชดพรานแก้วแรงขนาดนี้ก็ได้"
จุฑาไอโขลก "ใคร ใครสั่งให้คุณมาทำร้ายพวกเรา" "คนกรุงเทพฯเหมือนพวกนาย เป็นคนรวย
ให้เงินสนับสนุนพวกเราหลายหมื่นบาท แลกกับให้เรามาทำอะไรก็ได้ ให้พวกนายถอดใจ
กลับไป" "นายอัคคี!" เทิดณรงค์เอ่ยอย่างมั่นใจ พรานแก้วเขม้นมอง ยังไม่อยากจะเชื่อ
" ใช่จ้ะ แต่ว่า ตอนนี้
พวกนายอัคคีก็กำลังวุ่นวายเพราะคนในคณะของนายอัคคีเป็นผู้หญิงไทยเขาโดน
ผู้ร้ายจับตัวไป พวกเขายังไม่รู้เลย ว่าเป็นพวกไหน" ยศวดีเอ่ยถามย้ำ "ผู้หญิงไทย"
มะแตนายมองหยามๆ "ใช่ สวยกว่าคุณนายมากๆ ด้วย ได้ยินว่าเป็นหมอด้วย" ยศวดีแค้น
"ใครจะมาสวยกว่าฉันยะ" "พัตรเหรอ!?" พราน แก้วสวนกลับ "โกหก อีนี่
มึงต้องเป็นผีแน่ๆ คุณเทิด มันรู้ใจพวกเราทุกอย่าง ทีแรก เราร้อนใจเรื่องอโฆราลัย
มันก็เอาเรื่องอโฆราลัยมาล่อ ตอนนี้มันรู้ว่าพวกเรามุ่งเข็มไปที่คุณนิลพัตรา
มันก็พลิกเอาตรงนี้มาใช้เป็นเงื่อนไขได้ทันที" จุฑามองมะแตนาย "เออ จริง แปลก
แปลกมากๆ เธอทำได้ไง" "เปล่านะ ตอนแรกเราโกหก เรายอมรับ
แต่ตอนนี้เราพูดความจริงแล้ว ถ้านายไม่เชื่อนะ นายดู เนี่ย เป็นของๆ
ผู้หญิงไทยคนนั้น เราได้มา" เทิดณรงค์กระชากผ้ามาจากมือมะแตนายทันที "พัตร
นี่ของพัตรจริงๆ พรานแก้ว" ทุกคนเงียบกริบ อึ้งสนิท มะแตนายนั่งจิบเครื่องดื่ม
มีสาคอยเอาใจ ปรนนิบัติพัดวี เทิดณรงค์มองผ้าเช็ดหน้ากลัดกลุ้มร้อนใจ "
ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ เก่า หลายปีแล้ว ผมซื้อให้พัตร พัตรบอกว่า
ผ้าเช็ดหน้าเป็นของที่เขาห้ามให้กัน เพราะมันจะทำให้ต้องเสียน้ำตา
แล้วก็ต้องโกรธกันในที่สุด" พรานแก้วถามมะแตนาย "แล้วแกเอามาให้พวกเราทำไม
แกรู้ใช่ไหม ว่าถ้าคุณเทิดรู้เรื่องนี้ จะต้องไปไหนไม่รอด ต้องตกเป็นเหยื่อของแก"
"เหยื่อไรกัน พรานแก้ว ก็นายอัคคีบอกเราแต่แรก ว่าพวกนายเทิด ตามคณะของคุณอัคคีมา
เพราะจะมาแย่งชิงตัวผู้หญิงคนนี้" "แล้วเธอทำไมต้องรีบมาบอกเราด้วย หรือว่า
เป็นแผนอะไรอีก" จุฑาจ้องมะแตนาย "ก็ นายเทิดดีกับเรา เราก็เลยสงสาร
เพราะถ้าคุณหมอคนสวยเป็นอะไรไป แล้วคุณเทิดไม่ได้รับรู้ เราก็จะเสียใจแทนไปด้วย" "
จุฑา พรานแก้ว ผมไม่สน ว่าใครจะมีแผนอะไร แต่ผมต้องไปตามหาพัตร มะแตนาย
แล้วเธอรู้ไหม ว่าใครเอาตัวพัตรไป
เป็นพวกกองโจรเรียกค่าไถ่หรือจับตัวประกันอะไรหรือเปล่า" "พี่เทิด
พี่เทิดมีปืนมีระเบิดอะไรจะไปสู้กะพวกผู้ร้ายมันเหรอคะ นายอัคคีเขามีเงิน มีอิทธิพล
ก็ให้พวกเขาไปช่วยพี่พัตรเองสิคะ พี่พัตรได้รับอันตรายเพราะมากับคุณอัคคี
คุณอัคคีก็ต้องรับผิดชอบสิ ไม่ใช่พวกเรา" ยศวดีว่า "พรานแก้ว ถ้าพรานแก้วช่วย
เราต้องเจอพัตรสิ ใช่ไหมครับ" สารีบพูดต่อ "จริง ผมจะช่วยด้วย
น้องมะแตนายก็จะช่วยด้วย นะจ๊ะๆๆ" มะ แตนายยิ้มเยาะๆ "เราน่ะ ไม่เก่งกาจอะไร
ไม่มีปัญญาช่วยใครหรอก แต่ถ้าพรานแก้วเก่งนัก มีอิทธิฤทธิ์นัก
เรื่องตามหาคนในป่าแบบนี้ มันไม่ยากเกินกำลังพ่อมดหมอผีแบบพรานแก้วหรอกมั้ง
ใช่ไหมจ๊ะ" ทุกคนมองพรานแก้วอย่างคาดหวัง พรานแก้วจ้องหน้ามะแตแค้นๆ มะแตนายมอง
ท้าทาย พราน ดำนั่งสมาธิเพ่งกระแสจิตหานิลพัตรา
ถึงกับเหงื่อแตกตกใจกลัวกลับภาพที่เห็น และบอกพวกชีวินว่านิลพัตราถูกจับตัวไป
อยู่ไม่ไกลจากพวกเรา แต่ถูกอำพรางตัวเอาไว้ ทำให้มองไม่เห็น
ชีวินไม่เชื่อเท่าไหร่นัก ทำให้พรานดำน้อยใจ
กาฬจักรจับตัวนิลพัตราไว้ในถ้ำอย่างไม่ปรานีปราศรัย ทำให้เธอเหนื่อยจนแทบหมดสติ
สิ้นแรงแล้วล้มลงในที่สุด "นี่ มันที่ไหนกัน จะพาฉันไปไหน ไม่ได้ไปหาเทิดหรอกเหรอ"
"เทิด เทิด เทิด เจ้าเอ่ยแต่นามนี้ไม่ขาดปาก มันคือผู้ใดกัน" "เทิดณรงค์
คุณไม่รู้จักเหรอ คนที่เป็นเจ้าของสร้อยไง" "ในหัวเจ้าคงมีแต่นามบุรุษมากมาย
แต่ละภพชาติที่ผ่านไป ไม่แน่ว่าอาจมีเป็นร้อยพันคนไม่ซ้ำ"
นิลพัตรามองหน้าความคิดวาบขึ้นมา "พูดจาแปลกนี่ คุณรู้ไหม ว่าคุณพูดจาเหมือนกับ"
"เหมือนใครอีกล่ะ" " คุณเภรี เลขาของคุณอัคคี ตัวคุณอัคคีเอง ก็เคย ใช้สำนวนพิลึกๆ
แบบนี้บ่อยๆ หรือว่าฉันรู้แล้ว คุณไม่ใช่พวกเทิด คุณเป็นศัตรูกัน
พวกคุณกำลังแก่งแย่งที่จะไปเมืองอโฆราลัยกัน เพื่อสมบัติโบราณ
หรือการค้นพบเป็นคนแรก" "อัคคี หรือเจ้าหมายถึงภูเตศวร มันใช้นามนี้ในกาลนี้หรือไร"
"พวกคุณเป็นเชื้อเจ้าพลัดถิ่นมาจากไหน มาจากรัฐอิสระแถวนี้ล่ะสิ" "พูดจาไม่รู้ภาษา
รำคาญนัก ข้าจะฆ่าเจ้าเสียตรงนี้ แล้วเอาศพไปคืนไอ้อัคคีของเจ้าก็แล้วกัน"
กาฬจักรชักดาบออกมา นิล พัตราถอยไปชนผนังถ้ำ "อะไรกันเนี่ย
ฉันไม่เคยทำอะไรให้คุณซักหน่อย เราไม่เคยรู้จักกันเลย พวกคุณโกรธแค้นกัน
แล้วทำไมมาใช้ฉันเป็นเหยื่ออย่างน้อยคุณก็น่าจะนึกถึงความผิดชอบชั่วดี
กลัวบาปกลัวกรรมบ้างสิ" "บาปกรรม นิลพัตรกล้าอ้างถึงบาปกรรม เฮอะ" นิล
พัตราชะงักฉงน "นิลพัตรเหรอ คุณเรียกฉันแบบนี้หลายทีแล้ว เหมือนคุณอัคคี
คุณเภรีด้วย พวกคุณเป็นใคร มีปัญหาอะไรกัน
แล้วทำไมต้องมาเอาฉันเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยล่ะ นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันแน่" นิล
พัตราร้องไห้ออกมาเสียงดังเหมือนเด็กๆ อย่างสิ้นหวัง กาฬจักรชะงัก เอียงคอมอง
งงเพราะอาการของนิลพัตราที่ดูเป็นธรรมชาติ ซื่อๆ ไร้พิษสง
กาฬจักรแยกตัวไปนอนคิดอย่างหนักว่าจะทำยังไงกับนิลพัตราดี กาฬจักรเผลอ หลับไป
นิลพัตราจึงคิดหลบหนี โดยเธอค่อยๆ หยิบดาบของกาฬจักรขึ้นมา และหวังฆ่าเขาให้ตาย
แต่เธอก็ใจไม่กล้าพอ เข่าอ่อนร้องไห้สะอื้นอย่างหมดหนทาง
หารู้ไม่ว่านี้คือการลองใจของกาฬจักร ที่แอบมองนิลพัตราที่ไร้พิษสง ดูบอบบาง
และนุ่มนิ่มน่าสมเพชเวทนา
ทำให้เขาหวนคิดถึงความหลังเมื่อครั้งได้เจอนิลพัตรในอดีตครั้งแรก กาฬจักร
ซ้อมดาบอยู่ และรู้สึกว่ามีคนแอบมอง เขาจึงร้องถาม พอเห็นหน้านิลพัตร
กาฬจักรตะลึงกับความสวยของหญิงสาวแปลกหน้าผู้นี้
แล้วกาฬจักรก็รวบรวมสติรีบผละออกจากนิลพัตรทันที "เจ้า เป็นสตรี
แล้วไปทำอะไรที่เขตทหาร เขตทหารถูกสงวนไว้สำหรับบุรุษ มิใช่ที่ของสตรีเยี่ยงเจ้า"
นิลพัตรก้มหน้า กล้าๆ กลัวๆ "ข้า ข้าได้ยินมาว่า แม่ทัพแห่งอโฆราลัยมีฝีมือ
เป็นเลิศ ข้าจึงต้องการเห็นด้วยตา ของข้าเอง" "เจ้ารู้หรือไม่ การกระทำของเจ้า
ถือเป็นความผิด" "ผิดที่ข้าอยากเห็นท่านน่ะหรือ" กาฬจักรอึ้งๆ ตอบไม่ถูก
แต่ต้องแสร้งทำเป็นเข้มใส่ " เจ้าไม่เข้าใจ การรบ มิใช่แค่มีพละกำลัง
หรือมีฝีมือทางอาวุธ มันต้องอาศัยความมุ่งมั่นของจิตใจ
สตรีเยี่ยงเจ้าจะทำให้เหล่าทหารเสียสมาธิ นั่นคือเหตุผลว่าทำไม
สตรีถึงถูกหวงห้ามมิให้เข้าไปในเขตทหาร" นิลพัตรหัวเราะขำๆ
"พวกทหารกลัวสตรีหรอกหรือ แม่ทัพใหญ่อย่างท่านกาฬจักรกลัวข้าด้วยเช่นกันหรือ" นิล
พัตรมองกาฬจักรด้วยแววตาซื่อใส ราวลูกกวาง
ที่ทำเอากาฬจักรต้องรีบเบือนหน้าหลบสายตานั้นทันที นิลพัตรวิ่งหนีไป
กาฬจักรมองตามเริ่มหลงใหล กาลต่อมา กาฬจักรกำลังแช่ตัวผ่อนคลายอยู่ในบ่อน้ำร้อน
เขาหลับตาผ่อนคลาย สักพัก มีดอกไม้สีแดงจัด หล่นมาตรงหน้ากาฬจักรสามสี่ดอก
กาฬจักรลืมตา มองดอกไม้สีแดงตรงหน้า แปลกใจ หันเงยมองขึ้นไป นิลพัตรยืนอยู่ "เจ้า
เสื้อผ้าข้า เจ้า" นิลพัตรถือชุดของกาฬจักรอยู่ หัวเราะคิกคักๆ
"คืนชุดให้ข้าเดี๋ยวนี้!" "หากปรารถนา
แล้วใยแม่ทัพใหญ่ไม่ขึ้นมาเอาไปด้วยตัวท่านเองล่ะ" "ข้าสั่งให้เอาชุดมาคืนข้า"
"ท่านออกคำสั่งกับข้ามิได้ ข้าเป็นแค่สตรี มิใช่ทหาร ลืมไปแล้วเหรอ
หากท่านเปลี่ยนจากคำสั่ง เป็นร้องขอ ข้าอาจจะยอมคืนให้ก็ได้" "เจ้า" "
ถึงข้าจะไม่เชี่ยวชาญการต่อสู้เยี่ยงบุรุษ แต่ท่านควรจะทราบว่า สตรีเช่นข้า
ทำอะไรได้มากกว่าการปรุงอาหารเท่านั้น อยากให้ทหารใต้บัญชาของท่าน
มาเห็นท่านเวลานี้เสียจริง แม่ทัพใหญ่ เสียท่าให้แก่สตรีที่ไร้ดาบในมือ"
กาฬจักรทำอะไรไม่ได้ วักน้ำใส่นิลพัตร "ว้าย" กาฬจักร
ลุกขึ้นยืนให้นิลพัตรเห็นสรีระทั้งร่างกาย
เผื่อว่าความเป็นหญิงจะทำให้นิลพัตรเกิดความอายแล้วหนีไป แต่ผิดคาด
นิลพัตรยืนยิ้มน้อยๆ ยืนมองร่างกายอันกำยำของกาฬจักรโดยไม่ขัดเขินสายตาหยาดเยิ้ม
ปลื้มในตัวกาฬจักร กาฬจักรนิ่ง ผิดคาด เริ่มชอบความใจกล้าของหญิงผู้นี้
ช่างเหมาะกับแม่ทัพอย่างเขา กาฬจักรวักน้ำใส่อีก นิลพัตรวิ่งหนี หัวเราะคิกคัก
เห็นเป็นเรื่องสนุก กาฬจักรวักน้ำใส่รัวๆ "ท่านไล่ข้า แสดงว่าไม่ปรารถนาชุดคืน
ถ้าเช่นนั้น ข้าจะไม่อยู่รบกวนเวลาพักผ่อนของท่านแล้ว" นิลพัตรแกล้งเดินจากไป
"เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน" กาฬจักรเรียกไว้ แต่นิลพัตรไม่หยุด
กาฬจักรได้แต่มองตามนิลพัตรไป แล้วก็ยิ้มออกมา กาฬจักร
เข้าเฝ้าภูเตศวรเพื่อหารือเรื่องบ้านเมือง
แต่กาฬจักรกลับเอาแต่เหม่อมองดอกไม้สีแดงในมือ
ทำให้ภูเตศวรแปลกใจถามว่าเหตุใดไม่สนใจฟัง กาฬจักรอึกอัก
มะแตนายเห็นจึงบอกภูเตศวรว่าเรื่องผู้หญิงแน่แท้ ภูเตศวรจึงยินดีกับกาฬจักรด้วย
กาฬจักรมองนิลพัตราที่นอนขดตัวอยู่ด้วยความหนาว เขาเอาหนังสัตว์มาห่มให้
แล้วนั่งกอดเข่า มองหน้าอยู่ตรงนั้น ซึมเซาไป

จบตอน14

สุสานภูเตศวร 15

เทิดณรงค์จะไปช่วยนิลพัตราให้ได้ แม้พรานแก้วกับสาจะห้ามปรามไว้ก็ไม่ฟัง
ทำให้พรานแก้วตัดสินใจไปกับเทิดณรงค์
แต่ทั้งคู่ก็ไม่รู้ว่ากาฬจักรพานิลพัตราไปซ่อนไว้ที่ไหน
พรานแก้วจึงนั่งสมาธิเพ่งเตโชกสิณเพื่อหาที่อยู่
โดยใช้ผ้าเช็ดหน้าของนิลพัตราเป็นสิ่งนำพาดวงจิตของเขาไปหาเธอ และใน นิมิต
พรานแก้วเห็นนิลพัตรากำลังนั่งอยู่หน้ากองไฟภายในถ้ำแห่งหนึ่ง
โดยมีกาฬจักรนั่งฝั่งตรงข้าม กำลังใช้อำนาจของตนบันดาลให้เปลวไฟลุกโชนขึ้น
นิลพัตราแปลกใจว่าเขาทำได้อย่าง กาฬจักรตอบว่า เขาทำได้อีกหลายอย่างที่เธอไม่รู้
ทำให้นิลพัตราแปลกใจว่าเขาเป็นใครกันแน่ กาฬจักรหันมองนิลพัตรา
พยายามจ้องมองเข้าไปถึงจิตใจของเธอ "เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือแสร้งจำข้าไม่ได้"
นิลพัตราชะงักไปเพราะเห็นแววตาของกาฬจักรที่เริ่มโกรธ
กาฬจักรเห็นความกลัวของนิลพัตราก็ได้สติหันไปหยิบเครือกล้วยป่าโยนให้นิลพัตรา นิล
พัตรามองเครือกล้วย เอื้อมมือมาหยิบด้วยความหิว
ก่อนจะจ้องมองกาฬจักรที่กำลังนั่งดูกองไฟ นิลพัตราปอกกล้วย
แต่ใช้มือปลิดหักเป็นชิ้นพอคำ เอาใส่ปากกินทีละคำ เธอเคี้ยวตุ้ยๆ
แล้วเหลือบตามองดูกาฬจักร กาฬจักรก็กำลังมองตนอยู่เช่นกัน นิลพัตราอึ้งๆ
เริ่มระวังกิริยา กินช้าลงนิด กาฬจักรสบตานิลพัตราแล้วต้องเมินไป นิลพัตราอึ้งๆ
แล้วเกิดจิตเมตตา เด็ดกล้วย1ผล แล้วทำท่าจะโยนให้กาฬจักร
แต่แล้วก็ต้องชะงักเพราะเห็นปลายดาบตวัดมาจ่อที่คอ "จะทำอะไร" "เอ่อ
ฉันเห็นคุณไม่ทานอะไรเลย คุณเองก็คงจะหิวเหมือนกัน"
กาฬจักรเห็นความอาทรห่วงใยของนิลพัตราก็เก็บดาบ หลบตานิลพัตราอีก
"อย่าทำอย่างนี้อีก ครั้งหน้าข้าอาจยั้งดาบไม่ทัน"
นิลพัตราชะงักดึงมือที่ถือกล้วยกลับ เอามาปอกกินเอง ทั้งสองต่างเงียบไม่พูดไม่จา
"ทำไมคุณคิดจะฆ่าฉัน" ที่แค้มป์เทิดณรงค์ พรานแก้วมองจ้องเทียน
พูดออกมาด้วยเสียงนิลพัตรา เทิดณรงค์มองตะลึงงันผงะ "อะไรนะ ใครจะฆ่าคุณ พัตร"
พรานแก้วยังนั่งเพ่งเทียนก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงของกาฬจักร
"เจ้าคือจุดเริ่มต้นแห่งความชั่วร้ายทั้งปวง"
เทิดณรงค์ชะงักด้วยความสงสัยกับความหมายของคำพูดที่ผ่านพรานแก้วออกมา
นิลพัตราพูดต่อ "ฉันบอกคุณแล้วไง ว่าฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยทั้งนั้น" "ดวงจิตเจ้า
มิใช่ดวงเดิมหรือไร" พรานแก้วพูดต่อด้วยเสียงกาฬจักร "จิตที่มากจริตมารยา
ข้าไม่เคยลืม" เทิดณรงค์แตกตื่น กระเถิบยื่นหน้าเข้ามาดูหน้าพรานแก้วจนใกล้
แต่ไม่กล้าแตะต้อง กาฬจักรพูดต่อเนื่องไป "ข้าไม่เคยลืม ว่าเจ้าทำอันใดไว้บ้าง
กับพวกเรา กับ" ระหว่าง นั้นกาฬจักรสัมผัสได้ถึงพลังจิตของพรานแก้ว กาฬจักรผงะ
หยุดพูดทันที ลุกพรวดขึ้นยืน มองไปรอบๆ นิลพัตราไม่เข้าใจว่ากาฬจักรเป็นอะไร "อะไร
มีใครมาเหรอ" นิลพัตราพลอยมองรอบๆ ไปด้วย "เงียบ!" กาฬจักรตวาดเสียงดัง
จนทำให้นิลพัตราชะงักไป กาฬจักร มองไปรอบๆ เพื่อค้นหาแหล่งที่มาของพลัง
จนผัสสะของกาฬจักรมาหยุดที่นิลพัตรา กาฬจักรจ้องมองนิลพัตราค่อยๆ เดินเข้ามา
นิลพัตรากลัว ถอยหนี "อย่า คุณจะทำอะไร" กาฬจักรเข้ามามองหน้านิลพัตราจนใกล้
จับตัวนิลพัตราตรึงไว้กับถ้ำ ยื่นหน้ามาจนใกล้จับหน้านิลพัตราให้เงยขึ้น
สบตาตนใกล้ๆ ทัน ใดนั้นกาฬจักรจ้องลึกไปในตานิลพัตรา มีเงาสะท้อนใบหน้าพรานแก้ว
ที่จ้องมองตอบมาอย่างตื่นตะลึง กาฬจักรสัมผัสถึงโยงใยบางอย่าง ที่เชื่อมนิลพัตรา
กับกองไฟ ในเปลวไฟ กาฬจักรก็เห็นหน้าพรานแก้ว จ้องมองมา กาฬจักรคำรามใส่พรานแก้ว
ที่อยู่ในกองไฟ แล้วหันไป คำรามใส่พรานแก้วที่อยู่ในเงาตาของนิลพัตรา
"เจ้าเป็นใคร!" นิลพัต ราตกใจ กรี๊ด สลบไป กาฬจักรปล่อยตัวนิลพัตราร่วงทรุดฮวบลงไป
นิลพัตราหมดสติไปเลย กาฬจักรหันมาหากองไฟ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้
จ้องมองจิตของพรานแก้วด้วยความโกรธ แล้วพรานแก้วสะดุ้งเฮือก และดิ้นทุรนทุราย
เทิดณรงค์ตกใจรีบเข้ามาดูพลางร้องเรียก พรานแก้วไม่ตอบ แต่มีอาการถดถอย ปัดป้อง
ยกมือแขนกันต่างๆ โดยที่ดวงตายังล็อคตรึงอยู่ที่เทียน
เทิดณรงค์มองไปที่เทียนตรงหน้า มองตัวพรานแก้ว จะจับตัวพรานแก้วก็ไม่กล้า
ไม่รู้จะทำไง กาฬจักรยื่นมือ มา จับเปลวไฟออกมา1ดวง คือดวงจิตพรานแก้ว
ที่แทนค่าด้วยเปลวไฟ แบบดวงวิญญาณที่ล่องลอย กาฬจักรกำกุมเปลวไฟนั้นไว้แน่น
คาดคั้นจิตของพรานแก้ว นิลพัตราสลบอยู่ "เจ้าคือมนุษย์สามัญ
แต่ไฉนมีฌานสูงส่งถึงขั้นนี้ได้"
เปลวไฟแห่งจิตของพรานแก้วยังดิ้นทุรนทุรายอยู่ในเงื้อมมือของกาฬจักร
"ภูเตศวรส่งเจ้ามาหรือไร ดี! ข้าจะกลืนกินจิตของเจ้า" กาฬจักร
กำมือเข้ามาใกล้ดวงตาตน ทันใดนั้นเองอยู่ๆ จิตของพรานแก้วก็เริ่มจางลง
ก่อนจะดับวูบจากมือของกาฬจักรไป กาฬจักรมองไปรอบๆ เพื่อจับสัญญาณของจิต
แต่มันได้หายไปโดยสิ้นเชิง กาฬจักรคำรามลั่นด้วยความโมโห กาฬจักรพานิล
พัตราไปวางไว้ที่แผ่นหิน เช้าวันต่อมาเธอถึงฟื้นได้สติ
แล้วพบว่าตัวเธออยู่ในถ้ำที่มืดมิดเพียงลำพังก็หรีดร้องออกมาด้วยความหวาด กลัว
กาฬจักรได้ยินก็รีบเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง "เจ้าหวาดหวั่นสิ่งใดแน่
หวาดหวั่นเพราะต้องอยู่คนเดียว หรือเพราะมีข้า" นิลพัตราถอยกรูด กลัวๆ "คุณ คุณ
ทำให้ฉันกลัว เมื่อคืนนี้ คุณ ทำท่าเหมือนกับ" กาฬจักรมองนิ่งไป
"เหมือนกับจะสังหารเจ้างั้นหรือ" นิลพัตราส่ายหน้า สยอง บีบตัวลีบกับผนัง "คุณเป็น
เป็น ใครกันแน่" กาฬจักรมองอย่างซื่อๆ "แล้วเจ้าล่ะ เจ้าเป็นใครกัน" นิล
พัตราเครียด ร้องไห้ออกมา "ฉันเป็นอะไร ฉันชื่อนิลพัตรา ไกรรณชิต
เป็นศัลยแพทย์หมอผ่าตัดน่ะ รู้จักไหม ฉันไม่เคยทำร้ายใครเลยนะ มีแต่ช่วยชีวิตคน
พ่อฉันชื่อนภศูล อายุเยอะแล้ว ป่วยด้วย ถ้าฉันเป็นอะไรไป แล้วพ่อจะทำยังไง
ขอร้องล่ะ คุณปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันจะบอกพ่อให้กลับบ้าน ไม่ไปอโฆราลัยอะไรของคุณอีก
สงสารฉันกับพ่อเถอะนะ ฉันจะไม่เกลียดโกรธ อาฆาตอะไรคุณเลย สงสารฉันเถอะ นะ นะ"
นิลพัตรานั่งลงพนมมือร้องไห้ตัวสั่น กาฬจักร มองนิ่งงัน
นิลพัตราร้องไห้เงยขึ้นมามองอย่างน่าสงสารจริงๆ พลันเขาก็นึกถึงอดีต
ขณะที่นิลพัตรกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นที่แท่นบูชาหน้าหลุมศพบิดา
ซึ่งเป็นนักปราชญ์ของนครอโฆราลัย สหายรักที่คบหากันมานาน
นิลพัตรสะดุ้งหันมาเห็นห่อผ้าก็ถามว่าจะเอาไปไหน คนรับใช้อึ้งๆ กาฬจักรเดินเข้ามา
ยืนมองแบบหนักใจ "เจ้าจะนั่งเฝ้าสุสานอยู่ตลอดทั้งวันไม่ได้หรอกนะ นิลพัตร
ไว้วันพรุ่งค่อยมาหาพ่อเจ้าใหม่ก็แล้วกัน. นิลพัตรมองหน้า โกรธๆ น้ำตาเต็มตา
ลุกขึ้นมา "ข้าไม่มีพ่ออีกแล้ว ท่านเห็นเป็นเรื่องขบขันหรือไร. กาฬจักรอึ้ง "อ้าว
ก็ เจ้า" "พ่อข้าก็คือสหายท่าน พ่อตายไป แต่ท่านหาหลั่งน้ำตาแม้แต่น้อย
กลับมาเย้ยหยันข้าอีก" กาฬจักร จริงจัง "อภัยให้ข้า หากข้าทำให้เจ้าเข้าใจเช่นนั้น
พ่อเจ้ายังอยู่ในใจข้าเสมอ น้ำตาของผู้อยู่ข้างหลัง จักทำให้ผู้ตายห่วงหน้าพะวงหลัง
ไม่อาจไปเฝ้าเทพเจ้าแห่งฟากฟ้าได้" นิลพัตรลูบๆๆ หน้า ป้ายน้ำตา "ข้า
อยากให้พ่อไปสู่ฟากฟ้า" กาฬจักรยิ้มออกมา "ดีแล้ว เจ้าต้องทำตัวให้ดี ให้พ่อวางใจ
ว่าเจ้าเก่งกล้า พอที่จะดำเนินชีวิตอย่างผู้ใหญ่ได้แล้ว" "แน่ล่ะ ข้าโตแล้ว
ข้าเก่งกล้าพอ" "ข้าเชื่อ เช่นนั้นจะไปกันได้แล้วหรือไม่" "ไปสู่เคหะแห่งท่าน"
"นั่นก็เป็นคำของพ่อเจ้าสั่งเสียไว้" นิลพัตรเชิดหน้า "ได้ ข้าจะรับใช้ท่าน
จะเป็นคนรับใช้ที่ดี ยิ่งกว่าพวกนั้นอีก" กาฬจักรเลิกคิ้ว ทึ่ง ปนขำๆนิดๆ
หลังจากนั้นกาฬจักรยังนึกถึงครั้งแรกที่นิลพัตรได้เข้าเฝ้าภูเตศวร
ขณะที่พระองค์เสด็จไปเสวยพระกายาหารเมื้อค่ำที่ริมทะเลสาบ ท่านแม่ทัพ
ท่านช่างคิดเรื่องพักผ่อนหาความสำราญได้น่าสนุกสนานยิ่ง อาหารค่ำริมทะเลสาป
มะแตนายตามมา "ต้องขอบคุณท่านกาฬจักร..เพราะระยะนี้ องค์ราชันย์ทรงงานหนักเหลือเกิน
จนแทบจะลืมยิ้มสรวลไปเสียแล้ว" ภูเตศวรโอบบ่ามะแตนาย "เจ้าช่างใส่ความข้า
นางดอกบัวรองบาท ข้าก็ยิ้มกับเจ้าอยู่ทุกวัน" ทุกคนหัวเราะกัน
และพากันเดินมาที่ริมน้ำ " ที่จริง นิลพัตรเป็นผู้กำหนดการเลี้ยงถวายครั้งนี้
นางว่า ท่านปราชญ์เฒ่า ผู้ล่วงลับ ชอบมาพักแรม ในยามที่ต้องการความสงบ
ขบคิดการงานที่นี่" "ท่านปราชญ์เฒ่าผู้ล่วงลับทรงปัญญายิ่งนัก
บุตรสาวของท่านก็น่าจะได้ความฉลาดล้ำมาไม่น้อย"
"นางคงคิดถึงท่านพ่อของนางอยู่มากกระมัง หวังว่าท่านคงจะทำหน้าที่ผู้คุ้มครองที่ดี
แล้วนางไปไหนเสียเล่า" "เอ นางคือผู้ปรุงอาหารจากปลาในทะเลสาบนี้เองอยู่เมื่อครู่
แล้วตอนนี้" ทัน ใด มีเสียงน้ำซู่ซ่าจ๋อมแจ๋มผสมเสียงหัวเราะเริงร่า ทุกคนหันไป
นิลพัตรวิ่งเล่นขึ้นมาจากหว่างกอต้นกกในน้ำ มีหญิงรับใช้ตามมา เล่นกันสนุกสนาน
"เก่งจริงก็จับข้าให้ได้สิ เก่งจริงก็ตามมา" นิล
พัตรอยู่ในชุดที่เป็นผ้าขาวลินินผูกพันๆ เดรปๆ แนบตัว อุ้มทรวงอกไว้แบบชุดราตรีลึกๆ
และสั้นเสมอต้นขาซึ่งเปียกชุ่ม มีดอกไม้ป่าร้อยพันไว้ตามผม ตามแขน
ขณะที่หญิงคนใช้อยู่ในชุดคนใช้ดำๆ ไม่น่าสนใจอะไร กาฬจักรตกใจ นิลพัตรหัวเราะริกรี้
ตามผิวพรรณมีหยดน้ำเกาะ มะแตนายอึ้งๆ นิดๆ แต่ก็ขำๆ ภูเตศวรมอง ตะลึงงัน
นิลพัตรเห็นทุกคน ทำท่าตกใจสุดขีด แล้วในที่สุด ก็ทรุดลงนั่งหมอบกับพื้น
กราบแล้วเงยขึ้นมา ในท่าที่ยั่วยวนในที ทำหน้าละห้อยแบบหยาดเยิ้มมาก "องค์ราชันย์
ได้โปรดอภัยในความโง่เขลาเบาปัญญาด้วย ข้านึกว่า จะเสด็จเมื่อตะวันตกดินแล้ว" "เอ้อ
พระองค์ นิลพัตรยังเยาว์ มิรู้การควร บ่อยครั้ง ที่ชอบเล่นสนุกคะนองจนไม่รู้กาละ
ได้โปรด เมตตาด้วย" ภูเตศวรยิ้ม "นิลพัตร เจ้าลุกขึ้นเถิด ไหน นี่หรือ
บุตรีท่านปราชญ์เฒ่า" นิลพัตรลุกด้วยท่าสวยงาม เบียดตัวอิงกาฬจักร
แต่ไม่ปิดบังสรีระเลย กลับออกแนวโชว์ๆ ด้วยซ้ำ "พ่อเคยสั่งสอนเสมอ ว่าให้หม่อมฉัน
จงรักภักดีต่อพระองค์ มอบกายถวายชีพเพคะ" มะ แตนายมอง ชักตงิดๆ นิลพัตรปรายตา
มองยิ้มไปยังมะแตนายอย่างท้าทาย แล้วหันมา ยิ้มหวานให้กาฬจักร
กาฬจักรรีบโอบไว้อย่างภูมิใจ ภูเตศวรกับนิลพัตร ที่เริ่มมีสายตาต่อกัน
กาฬจักรสลัดความคิดเรื่อง ราวในอดีตทิ้งไป
แล้วจ้องหน้านิลพัตราที่นั่งพนมมืออยู่ตรงหน้า น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความสับสน
ก่อนจะเมินหน้าหนี้ "ถ้า ถ้า สมมุติว่า ฉัน
เคยไปทำอะไรให้คุณโกรธเคืองตั้งแต่เมื่อไหร่ โดยที่ไม่รู้ตัว ไม่ตั้งใจ
ฉันก็ยินดีจะชดใช้ให้ทั้งหมด" "เช่นนั้นหรือ แล้วเจ้าจะชดใช้อย่างไร"
นิลพัตราละล่ำละลัก "คุณจะคิดเป็นค่าเสียหายอะไรก็บอกมาเลย แต่บอกหน่อย
ว่ามันคือเรื่องอะไร ฉันอยากรู้" "นิลพัตรา เรื่องนั้น เจ้าไม่อาจคาดคิดได้หรอก" "
หรือว่า เป็นเรื่องระหว่างคุณ กับคุณอัคคี ฉันก็คิดว่า
ฉันจะขอร้องให้คุณอัคคียอมตกลงกับคุณดีๆ นะคะ ฉันจะพยายามช่วยพูดอย่างดีที่สุด"
"พอเถอะ นิลพัตรา เจ้าคือบุคคลใหม่ ในกาลเวลาใหม่ ในชีวิตใหม่
เรื่องราวทั้งหมดมันบสิ้นไปนานนักหนาแล้ว เจ้าเอง ก็สูญสิ้นความทรงจำไปหมดแล้ว"
กาฬจักรเข้ามาชิดตัว ประคองหน้านิลพัตรา นิลพัตราชะงัก ยืนตัวแข็ง กลัวสุดๆ
มองหน้ากาฬจักรอย่างหมดแรง กาฬจักร แววตาเศร้า "เจ้าเป็นมนุษย์ที่ไม่มีเขี้ยวเล็บ
ไม่มีทางสู้เลย เจ้ามีร่างกายที่เปราะบาง อ่อนแอ
และจิตใจที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น แต่ก็ยังกรุณาต่อผู้อื่น
เจ้าตกเป็นเหยื่อที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง" นิลพัตรางง ชีวินคิดจะออกตามหานิลพัตรา
เพือหวังจะจับตัวเธอมาเรียกค่าไถ่
พรานดำจึงได้ใช้มนต์ดำเรียกเหล่าภูตผีออกมาถามว่ากาฬจักรพานิลพัตราไปซ่อน ที่ใด
แต่สิ่งที่ปรากฎต่อสายตาชีวิตและพรานดำกลับเป็นวิญญาณของเกิดกับปองที่ไป
เกิดเป็นอสูร เพราะกรรมชั่วของตน
อสูรร้ายทั้งคู่ตรงเข้าทำร้ายชีวินหวังจะฉีกเนื้อเขากินด้วยความหิวโหย ขณะ
ที่อัคคีใช้อำนาจของเขาค้นหานิลพัตราที่ถูกกาฬจักรพาตัวไป เมื่อรู้ว่าเป็นที่ใด
ก็รีบมาปรากฏตัวต่อหน้าชีวินและห้ามอสูรร้ายทั้งสองไม่ให้ทำร้ายชีวิน
ก่อนจะสั่งให้พวกมันตามไปช่วยนิลพัตราจากกาฬจักรพร้อมกับเขา พรานแก้ว
เล่าสิ่งที่ตนพบเห็นในนิมิตให้เทิดณรงค์ฟัง
จากนั้นก็เตรียมตัวออกเดินทางไปช่วยนิลพัตราในถ้ำ โดยมีสาตามไปด้วย
พอทั้งหมดไปถึงเชิงเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำก็มืดค่ำพอดี
เทิดณรงค์จึงได้ส่งอาวุธและเครื่องมือต่างๆ ให้พรานแก้วกับสา แล้วบอกทั้งคู่ว่า
"เราต้องแยกย้ายกันแล้วล่ะครับ เวลานี้เราอยู่ตรงนี้ เราลองตีวงกัน
แบ่งเป็นสามทิศทางแบบนี้ แล้วลองหากันไปอีก เอาเป็นว่าภายในคืนนี้ ถ้ายังไม่พบ
พรุ่งนี้เช้าก็กลับมาเจอกันที่เดิมตรงนี้ แต่ถ้ามีอะไรหรือใครพบปากทางเข้าถ้ำ
ให้ส่งสัญญาณกันด้วยพลุ ของผม สีเขียว ของสาสีแดง ของพรานแก้วสีเหลืองนะ"
จากนั้นก็แยกย้ายกันออกหาปากทางเข้า ถ้ำ สาพบปากทางเข้าถ้ำก่อน
แต่ก็ต้องตกตะลึงกับฝูงค้างคาวที่บินออกหากิน จนเกิดหกล้มเป็นแผลเลือดซึมออกมา
อสูรเกิดและปองได้กลิ่นคาวเลือดของสาก็รีบตามกลิ่นมาด้วยความโหย
และไม่สนใจฟังคำสั่งของอัคคี สาเห็นอสูรจะเข้ามาทำร้าย
จึงได้จุดพลุเรียกพรานแก้วและเทิดณรงค์ทันที เทิดณรงค์กับพรานแก้วเห็น
สัญญาณก็รีบตามหาสาทันที ระหว่างทางเทิดณรงค์วิ่งด้วยความเร่งรีบ
ทำให้เหยียบก้อนหินพลิกลื่นเสียหลักร่วงลงไปในโพรงหัวกระแทกหินงอก
เขากลิ้งสลบไปอยู่ที่ริมลำธารภายในถ้ำ ร่างของเทิดณรงค์ไม่ไหวติง
หัวคิ้วมีรอยฉีกแตก เลือดไหลลงสู่ใบหน้าเป็นสาย

จบตอน15

เครดิต : www.oknation.net/blog/lakorn

   
 
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3

bjt
xushengda66@gamil.com

off-white clothing

polo ralph lauren

pittsburgh steelers jerseys

ultra boost

pandora jewelry

nike blazer pas cher

oakland raiders jerseys

michael kors outlet

pandora charms

cheap jordan shoes

kate spade

adidas yeezy shoes

converse shoes

polo ralph lauren outlet online

fitflops outlet sale

michael kors outlet clearance

giuseppe zanotti outlet

coach canada

pandora charms sale clearance

michael kors outlet

christian louboutin outlet

ugg pas cher

nike air max 2017

michael kors handbags

gucci handbags

gymshark

coach outlet store

cincinnati reds jersey

kate spade outlet store

adidas superstar

kate spade handbags

coach outlet

yeezy boost

pandora jewelry

michael kors outlet store

coach outlet

pandora jewelry

canada goose jackets

ultra boost

fivefingers shoes

soccer jerseys

vans shoes

ugg boots

michael kors outlet

coach outlet

moncler outlet

toms shoes

columbia outlet

hermes birkin

jimmy choo

mcm outlet

ed hardy clothing

kate spade outlet online

nike air max

canada goose jackets

michael kors outlet clearance

ugg outlet

kendra scott bracelet

prada outlet store

coach outlet online

malone souliers

true religion outlet

coach outlet

pandora outlet

kate spade outlet

coach outlet

fjallraven outlet

fred perry polo shirts

jordan retro

toms

pandora charms sale clearance

vans shoes

polo outlet

chelsea jerseys

air max 2017

michael kors outlet

adidas nmd

coach outlet

maui jim sunglasses

fjallraven kanken

coach factory outlet

rolex watches outlet

ecco shoes

ugg outlet

nike air max outlet

polo ralph lauren outlet

air force 1

coach outlet

polo outlet

nike shoes

canada goose jackets

st louis cardinals jerseys

coach outlet

cheap jordansQQQ

adidas shoes

mcm store

oakley sunglasses

juicy couture outlet

jordan shoes

christian louboutin

nike outlet

nike store

maui jim sunglasses

nike tn pas cher

แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 6/3/2019 9:52:05 AM
ความคิดเห็นที่ 2

qqq
chenyueqin1997@gmail.com

tory burch outlet

oakley sunglasses outlet

lacoste polo shirts

swarovski crystal

kate spade handbags

nba jerseys

yeezy 350 boost

nike react shoes

supra shoes

cheap jordans

nike tessen

fitflops sale clearance

moncler jackets

canada goose outlet

adidas shoes

louis vuitton outlet

canada goose outlet

pandora outlet

mlb jerseys

converse outlet store

canada goose

ralph lauren

nike free 4.0

cheap mlb jerseys

nike outlet

ugg boots

oakley sunglasses

fitflops

coach outlet store

hermes bags

timberland outlet

cartier outlet

air max 97

nike outlet

hermes handbags

fitflops sale

cheap ray ban sunglasses

coach factory outlet

coach outlet

ralph lauren

ugg outlet

christian louboutin outlet

coach outlet store

michael kors outlet online

florida marlins jerseys

pandora

moncler jackets

milwaukee brewers jerseys

canada goose sale

adidas campus

jordan shoes

canada goose outlet

pandora jewelry

coach factory outlet

longchamp outlet

jimmy choo

pandora jewelry

adidas shoes

adidas yeezy

supreme clothing

converse all star

nike air max zero

cheap nike air max

mulberry outlet

valentino shoes

nike air more money

supreme clothing

cheap nba jerseys

birkenstock sandals

canada goose outlet

ugg boots

michael kors outlet clearance

coach outlet

michael kors outlet online

houston astros jerseys

arizona diamondbacks jerseys

jordan retro 11

dr martens

canada goose sale

polo outlet

oakland athletics jerseys

michael kors outlet

nfl jerseys wholesale

coach factory outlet

kate spade bags

coach outlet online

ralph lauren outlet

ysl handbags

chicago white sox jerseys

timberland boots

red bottom shoes

discount oakley sunglasses

christian louboutin shoes

coach outlet store

fred perry polo

kate spade outlet

tiffany and co

cheap oakley sunglasses

jordan shoes

coach outlet

air jordan shoes

180804yueqin

แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 8/4/2018 8:25:39 AM
ความคิดเห็นที่ 1

eafsd

20180714xiaoke

cheap jordans

michael kors outlet store

mbt shoes outlet

coach factory outlet

cheap jordan shoes

kevin durant shoes

ugg boots on sale

jordan 32

ralph lauren

ugg boots outlet

nike trainers

bcbg dresses

coach outlet online

air jordan shoes

michael kors outlet clearance

canada goose

cheap jordan shoes

coach outlet online

canada goose outlet online

bulgari jewelry

pandora outlet

pandora outlet

air jordan shoes

uggs outlet

true religion outlet store

moncler outlet

pandora jewelry

nfl jerseys

cheap jordan shoes

armani exchange

dsquared2 jeans

fitflops shoes

canada goose jackets

coach factory outlet online

coach factory outlet

michael kors outlet clearance

coach outlet store online

michael kors outlet clearance

pandora outlet

polo ralph lauren shirts

nba jerseys wholesale

air jordan shoes

oakley sunglasses wholesale

canada goose outlet store

jerseys wholesale

coach factory outlet

coach factory outlet

uggs outlet online

coach outlet store

air jordan retro

tory burch sandals

jimmy choo shoes

ralph lauren polo shirts

pandora outlet

denver broncos jersey

canada goose outlet

chloe sunglassess

pandora jewelry outlet

polo ralph lauren outlet

ray-ban sunglasses

tory burch outlet store

kate spade handbags

kate spade

polo ralph lauren outlet

mlb jerseys wholesale

nike nba jerseys

coach outlet store online

bape clothing

jordan shoes

canada goose outlet store

michael kors outlet online

swarovski crystal

canada goose outlet online

cheap ugg boots

jordan shoes

michael kors handbags

canada goose jackets clearance

nhl jerseys wholesale

ugg boots clearance

coach factory outlet

cheap uggs

light up shoes

michael kors outlet online

supreme shirts

karen millen dresses

broncos jerseys

ralph lauren polo

cheap air jordans

harry winston jewelry

chrome hearts sunglasses

polo ralph lauren outlet online

ray ban sunglasses outlet

canada goose jackets

true religion jeans sale

uggs canada

tory burch outlet online

michael kors uk

canada goose outlet store

canada goose jackets

coach outlet store online

pandora jewelry

polo ralph lauren factory store

gentle monster sunglasses

49ers jerseys

canada goose jackets for women

air max 90

ray ban sunglasses sale

canada goose outlet

kate spade new york

ralph lauren polo outlet

kate spade outlet online

moncler coats

uggs outlet online

michael kors outlet clearance

polo ralph lauren outlet

oakley sunglasses wholesale

a bathing ape

coach factory outlet

basketball jerseys

polo ralph lauren

belstaff jackets

swarovski jewellery

houston texans jersey

kate spade handbags

fingerlings monkey

michael kors outlet clearance

pandora jewelry

diesel jeans

coach outlet store online

ugg outlet online

oakley sunglasses wholesale

uggs outlet

cheap jordan shoes

pandora jewelry

coach factory outlet

canada goose outlet online

coach outlet store online

jordan shoes

cheap jordan shoes

adidas outlet store

michael kors outlet online

jordan shoes

michael kors outlet clearance

burberry outlet stores

kate spade

ralph lauren polo

ray ban sunglasses outlet

ugg outlet store

canada goose uk

ralph lauren factory store

air max 2018

canada goose

nike outlet online

ugg boots

ray ban outlet

coach factory outlet

pandora jewelry

cheap air jordans

barbour mens jackets

ugg outlet

polo ralph lauren outlet online

supreme clothing

coach outlet online

coach outlet store online

air more uptempo

isabel marant outlet

michael kors outlet clearance

michael kors outlet online

longchamp pliage

canada goose jackets sale

ralph lauren shirts

michael kors outlet clearance

canada goose coats

coach outlet

polo pas cher

calvin klein jeans

michael kors outlet clearance

michael kors outlet clearance

canada goose jackets outlet

cheap ray ban sunglasses

coach outlet store online

ugg boots outlet

ralph lauren outlet online

kate spade handbags

แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 7/14/2018 8:16:06 AM
  page 1 of 1
ละครปัจจุบันตอนล่าสุด
(ตอนอื่น ๆ)
ตอนที่ 10 - 15
ละครที่ฉายอยู่ปัจจุบัน
จามอง ยอดหญิงผู้พิทักษ์แผ่นดิน (3)
ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน (15)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
* ชื่อ :  
   
อีเมล์ :  
   
* รายละเอียด  
 

ใส่ข้อมูลได้อีก ตัวอักษร
 
* ใส่ค่าตามภาพ  
 
 
 
SABUYJAISHOP ผู้ให้บริการทางการตลาดออนไลน์ สำหรับร้านค้าหรือผู้ประกอบการ ที่ต้องการนำเสนอสินค้า โฆษณา ประชาสัมพันธ์ร้านค้า หรือสินค้าในร้าน โดยเรามีเครื่องมือที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดร้านค้า โฆษณาสินค้า และระบบการสั่งซื้อสินค้าไว้พร้อมสรรพแล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการช่องทางในการทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์