แหล่ง shopping
   สินค้าจากร้านค้า
Revitox Creme ครีมหน้าเด้ง โบท๊อก
ดูขนาดรูปภาพจริง
ต้นโพธิ์ งานปิดทองและประดับกระจกสี
ดูขนาดรูปภาพจริง
คอนโดสำหรับเช่า 1 ห้องนอน Paradise Ocean View Condominium (พาราไดซ์ โอเชี่ยน วิว คอนโดมิเนียม)
ดูขนาดรูปภาพจริง
Reportpos
ดูขนาดรูปภาพจริง
City Garden Tropicana (ซิตี้ การ์เด้น ทรอปิคานา)
ดูขนาดรูปภาพจริง
เตียงนอนไม้ 6 ฟุต
ดูขนาดรูปภาพจริง
Paradise Ocean View Condominium (พาราไดซ์ โอเชี่ยน วิว คอนโดมิเนียม)
ดูขนาดรูปภาพจริง
แบตเตอรี่สำรอง ELOOP รุ่น E12 ความจุ 11000 mAh ลายไม้ E
ดูขนาดรูปภาพจริง
The Cloud Condominium Pattaya (เดอะ คลาวด์ คอนโดมิเนียม พัทยา)
ดูขนาดรูปภาพจริง
KALOW แกลโล
ดูขนาดรูปภาพจริง
เสื้อเชิ้ตพิมพ์ลาย
ดูขนาดรูปภาพจริง
เทคโนโลยีลดเวลาการขนถ่ายสารเคมีข้นหนืดในกระบวนการสูบส่ง
ดูขนาดรูปภาพจริง
พระขุนแผนพรายกัญญา พรายแม่นิด เนื้อลองพิมพ์ ฝังตะกรุดทองแดง ญาครูจุณฑ์ เสนาสนะวัตร์ป่าเจ้าสัว อุบลฯ
ดูขนาดรูปภาพจริง
กู้เงินด่วนนอกระบบโทร0928689622พี่หนิง
ดูขนาดรูปภาพจริง
โปรแกรมคลินิก , โปรแกรมคลินิค , โปรแกรมบริหารงานคลินิก , โปรแกรมโรงพยาบาล , สถานเสริมความงาม ,CLINIC
ดูขนาดรูปภาพจริง
Emu oil บริสุทธิ์ลดการอักเสบ ลดระคายเคือง บำรุงไม่ทำให้เป็นสิว
ดูขนาดรูปภาพจริง
โปรแกรมใบเสนอราคา, โปรแกรม, ใบเสนอราคา, โปรแกรม ใบเสนอราคา, Program Quotation, Aristo Quotation, Quotation Program, Program, Quotation, Program Quotations, เสนอราคา, โปรแกรมเสนอราคา, การเสนอราคา, ทำใบ
ดูขนาดรูปภาพจริง
ชุดราตรียาวของเด็ก หรูหราสีเขียวแขนจั๊ม (พร้อมส่ง)
ดูขนาดรูปภาพจริง
เอสไรคส์ จำหน่ายปั๊มเติมคลอรีน ปั๊มเติมสารส้ม บำบัดน้ำในสระ
ดูขนาดรูปภาพจริง
Clip Lens Super Wild "Selfie Cam Lens" สีแดง ชมพู ฟ้า ดำ c009
ดูขนาดรูปภาพจริง
Repel Water Korotsuya (Blue Rose)
ดูขนาดรูปภาพจริง
ลำโพงบลูทูธ Wireless Speaker Bluetooth ไร้สาย ปีศาจฮอร์น มินิ สเตอริโอ ขนาดพกพา
ดูขนาดรูปภาพจริง
[โปรโมชั่น 5 โหล] นวดปู่คาด เชียงใหม่
ดูขนาดรูปภาพจริง
มันเส้น
ดูขนาดรูปภาพจริง
RJK Advanced Melasma Serum 3 ml. ป้องกันและลดเลือนปัญหาจากฝ้าแดด ฝ้าตื้น ฝ้าลึก
ดูขนาดรูปภาพจริง
 
เรื่องย่อละคร ตามบทโทรทัศน์
 

สุสานภูเตศวร [ ตอนที่ 1 - 3 ]

 

จำนวนคนเข้าชม : 803 ครั้ง            update : 17/3/2009

   
   
  สุสานภูเตศวร 1

เขต ชายแดนไทย เทิดณรงค์ถือคบไฟอยู่ เขาอยู่ในชุดเดินป่า ขยับหมวก
ชูคบไฟในถ้ำที่มืดสนิท กลางถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่งอกเชื่อมลงมาเป็นเสา มีธารเล็กๆ
ไหลเซาะข้างๆ ถ้ำ เทิดณรงค์มองไปตามลำธารที่ไหลเลียบผนังถ้ำ
เห็นลำธารโค้งเลี้ยวลับไปในความมืด สุดโค้งนั้น มีเจดีย์ฝีมือมนุษย์ ทำด้วยหินกองๆๆ
ขึ้นไป เทิดณรงค์มองภาพถ้ำตรงหน้า เขาสะบัดกระดาษในมือ เอาคบไฟส่อง
เห็นเป็นลายแทงในถ้ำ เทิดณรงค์เงยมองเพื่อเปรียบเทียบกับสภาพความจริง
แล้วมองในกระดาษอีก เทิดณรงค์ชูคบไฟขึ้น เพื่อเทียบกับภูมิประเทศจริงตรงหน้า
กับภาพวาด ที่เป็นเสาหินงอกฯ ลำธาร และเจดีย์ เหมือนภาพตรงหน้าเปี๊ยบ
เทิดณรงค์ยิ้มที่มุมปากน้อยๆ อย่างพอใจ เทิดณรงค์เป็นนักโบราณคดี และเป็นนักผจญภัย
เขากำลังค้นหาวัตถุโบราณอยู่ มีจุฑาเพื่อนสนิทร่วมค้นหาด้วย
เทิดณรงค์แกะรอยลายแทงเข้ามาในถ้ำ




และได้ค้นพบกริชโลหิต เทิดณรงค์โยนกริชให้จุฑารับแทบไม่ทัน "นี่เหรอวะ กริชโลหิต
มันโลหิตตรงไหน" จุฑา เก็บกริชใส่ย่าม
ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตว่าที่หินก้อนนั้นเกิดเรืองแสงสีเขียวอมทองขึ้นมาจาก
บาตรพระวาบๆๆ ทั้งสองหันหลังกลับ
แต่ทันใดมีกลุ่มพลังวิญญาณสีดำจำนวนมากพุ่งผ่านหลังเขาไป เกิดเป็นลมแรงๆ
ปะทะแผ่นหลัง จนหมวกปลิว เทิดณรงค์ชะงัก จุฑาทำท่าขนลุกขนพอง เทิดณรงค์
ก้มลงเก็บหมวกขึ้นมาใส่แล้วเห็นอะไรเรืองรองที่ปลายตา หันกลับไปมอง
หินก้อนที่วางอยู่ในบาตรบนแท่นเรืองแสง จนส่องสว่างถึงเพดานถ้ำ เทิดณรงค์ตะลึงงัน
ขยับจะเดินกลับไป จุฑาดึงเสื้อไว้ "อย่า รีบไปกันเหอะ สาธุ ผมขอโทษครับ
ที่ว่าพวกท่านด้อยเทคโนโลยี" เทิด ณรงค์ปลดมือจุฑาออก เข้าไป
ค่อยๆหยิบก้อนหินนั้นขึ้นมาดูอย่างเต็มตา หินนั้นเปล่งแสงเหมือนมีประจุอะไรภายใน
แมงมุมตัวเดิมไต่มาที่ไหล่จุฑาเหล่มองดูหินก้อนนั้นเหมือนกัน
จุฑาเห็นหันมองรีบปัดแมงมุมออก เทิดณรงค์จ้องเขม็งสังเกตดูหิน "ข้างใน
มีอะไรบางอย่าง" "หา จริงเหรอวะ?" เทิดณรงค์เงื้อก้อนหินขึ้น "นั่นแกจะทำอะไร?"
เทิด ณรงค์ทุ่มก้อนหินลงบนแท่นหิน ที่พื้นเห็นก้อนหิน แตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ราวกับแก้วผลึก เปล่งแสงจ้าจนเทิดณรงค์กับจุฑาต้องยกมือกันหน้า
และแล้วสร้อยตรีพักตราสูรก็หลุดออกมาจากซากหิน วางวูบวาบอยู่บนแท่นหิน
เทิดณรงค์กับจุฑามองตะลึงงัน ก่อนที่แสงที่สร้อยจะหายไป เทิดณรงค์ค่อยๆ
เอื้อมมือไปหยิบสร้อยขึ้นมา ทันทีที่เทิดณรงค์สัมผัสกับสร้อย ถ้ำก็สั่นไหว
เทิดณรงค์กับจุฑาตกใจหันมองไปทั่วถ้ำ ภายในสุสานภูเตศวร
ที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังของเมืองอโฆราลัย
ภายในสุสานที่อับทึบเต็มไปด้วยใยแมงมุมและเถาวัลย์ที่ห้องระโยงระยาง มีแสงเป็นลำ
ลอดช่องหินมาเป็นลำๆ แคบๆ เป็นเส้นๆ แสง กลางสุสานมีโลงศพ 2
โลงของภูเตศวรและนิลพัตรที่วางอยู่คู่กัน มีฝุ่นและยักไย่ปกคลุมหนาทึบ โลง
ศพของภูเตศวรที่สั่นไหวไปทั้งโลงศพ พร้อมเสียงโหยหวนของปีศาจ
ทันใดนั้นฝาโลงระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ปรากฏหมอกควันจางๆ
ลอยออกจากโลงออกมาปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ก่อนที่จะปรากฏมือผุกร่อนจนเหลือแต่โครงกระดูกโผล่ขึ้นจับขอบโลงพร้อมเสียง
หายใจของปีศาจ "นิลพัตร นิลพัตร เจ้าอยู่ที่ไหน" โครงกระดูกที่ทรงเครื่องครบครัน
โดยเครื่องทรง เครื่องประดับส่วนที่เป็นหินและโลหะยังอยู่ ลุกออกมา "นิลพัตร
นิลพัตร ข้ากลับมาแล้ว นิลพัตร ยอดรักของข้า สุดที่รักของข้า"
หัวกะโหลกยกมือตัวเองมาดู เห็นว่าเป็นโครงกระดูก ผงะ ช็อค ก้มดูตัวทั้งตัว และอึ้ง
ชงัก แล้วแหงนเงยขึ้น ร้องโหยหวน เสียงกู่ก้อง "ไม่จริง ไม่ ไม่!!" ณ
หมู่บ้านลึกแห่งหนึ่ง ลมพัดปั่นป่วนเหมือนมีพายุไต้ฝุ่น ข้าวของปลิวว่อนหมู่บ้าน
ชาวบ้านที่กำลังประกอบกิจต่างๆ อยู่พากันตกใจ รีบอุ้มลูกหลานเข้าบ้าน
ก่อนทุกสิ่งทุกอย่างจะหยุดนิ่งไป กาฬจักรในร่าง
ทหารเหี้ยมในชุดทหารองครักษ์โบราณพร้อมดาบประจำตัวกวาดตาขวางมองไปทั่ว
รับรู้ถึงการหลุดจากสุสานของวิญญาณภูเตศวร
ดวงตาของกาฬจักรแดงกล่ำอย่างปีศาจโกรธแค้น "ภูเตศวร วิญญาณเจ้าเป็นอิสระแล้ว
แต่อย่าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าได้พบนาง ข้าจะตามล่าเจ้า
ข้าจะทำลายเจ้าทั้งสองให้สิ้นสูญ" แล้วเดินผ่านหมู่บ้านผ่านป่าอีกด้านออกไป
เมื่อกาฬจักรผ่านไปแล้ว ทุกอย่างที่หยุดนิ่ง ทั้งคน สัตว์
สิ่งของกลับมาโกลาหลเหมือนเดิม ภาย ในถ้ำยังคงสั่นไหว จุฑาวิ่งตามเทิดไปตามทางในถ้ำ
หลบเลี่ยงซากดินซากหินที่หล่นลงมาใส่
ทิดณรงค์กับจุฑาวิ่งกระหืดกระหอบทะลุหลุดออกมาถึงผาปากถ้ำได้ ทั้งสองหยุดยืนหอบ
"ตามที่ฉันศึกษามาประเทศไทยมีแนวโน้มจะเกิดแผ่นไหวมากขึ้นตามแนวตะเข็บชายแดน
แฮ่กๆๆๆ" "แต่มันไม่น่าจะบังเอิญมาไหวเอาตอนนี้ แฮ่กๆๆๆ" จุฑาควักกริชออกมา
"หรือว่าเป็นเพราะค่ายกลพิทักษ์กริชโลหิต โอ้
เทคโนโลยี่ภูมิปัญญาชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"
เทิดณรงค์ควักสร้อยตรีพักตราสูรออกมา หน้าเครียด
"หรือว่าวิญญาณกระดูกผีบรรพบุรุษในถ้ำโกรธ ที่เราค้นพบสร้อยเส้นนี้?" จุฑา
ชะงักมองสร้อย "เฮ้ย แกเอาติดมาด้วยเหรอ ไอ้สร้อยที่ส่องแสงได้เนี่ย
มันไม่น่าไว้ใจนะเว้ย แล้วมันศิลปะอะไรวะ ไม่ใช่ขอม ไม่ใช่จาม
ไม่ใช่กระทั่งทวาราวดี" จุฑาจะคว้าสร้อย แต่เทิดณรงค์หัวเราะขยับมือหลบ "อย่ายุ่ง
คิดจะแย่งผลงานทางวิชาการกันรึไง" "โธ่ ไอ้งก อยากดัง
อยากได้ชื่อว่าค้นพบศิลปะใหม่ๆ อยากได้ผลงาน อยากมีชื่อปรากฏในตำรารึไงวะ" "ถูก!!
ฉันจะเอาของพวกนี้ไปไว้ในพิพิธภัณฑ์โว๊ย" เทิด ณรงค์คว้าถุงผ้าเล็กๆ
จากในเป้ออกมาหย่อนสร้อยลงเก็บ จุฑาทำเป็นฟึดฟัดขึ้นจมูกก่อนหัน
ไปตะโกนโหวกเหวกกับลูกหาบที่อยู่ด้านล่างของหน้าผา
ลูกหาบสองคนยืนแหงนหน้ามองทั้งคู่
ลูกหาบคนหนึ่งเอาไฟแช็กมาจ่อที่ปลายเชือกที่ห้อยลงไปถึงข้างล่าง
ที่ต่ำลึกลงไปเท่าตึก 4 ชั้น "โยนสร้อยเส้นนั้นลงมา
ไม่อย่างนั้นพวกนายก็อยู่บนนั้นไปจนตาย" "พวกแกทำอย่างงี้ได้ไงวะ
ค่าแรงพวกเราก็จ่ายให้เกินคุ้ม" "หุบปากเถอะนาย รีบส่งสร้อยมา ส่งมาเร็วๆ
ถ้าไม่อยากตายเป็นอาหารค้างคาวอยูบนนั้น" จุฑามองพวกค้างคาวที่เกาะเต็มผนังหน้าถ้ำ
"เทิด ฉันเกลียดค้างคาว" ลูกหาบยื่นคบไฟเข้ามาจ่อที่ปลายเชือกเพื่อขู่อีก "เฮ้ย
อย่า พ่อมหาจำเริญ พ่อรูปหล่อ ไงดีวะ" "มันอยากได้ก็ให้มันไป" เทิด ณรงค์ควักเป้
หยิบถุงสร้อยมา กระเดาะๆ ในมือ แล้วโยนลงไปให้ลูกหาบ จุฑาอ้าปากค้าง
ลูกหาบคว้าถุงสร้อยที่โยนลงไปไว้ได้ ก่อนจะหัวเราะหันไปจ่อคบไฟติดที่เชือก
แล้วลูกหาบก็ทิ้งคบไฟรีบวิ่งไป ไฟลามวิ่งมาตามเชือกรวดเร็ว "อ้าวเฮ้ย! กลับมาก่อน
ได้ของไปแล้วทำไมไม่ทำตามที่พูดวะ ไอ้พวกไม่มีสัจจะ
ฉันขอแช่งให้พวกแกตายเพราะถูกข่มขืนแล้วทนพิษบาดแผลไม่ไหว" จุฑา
พยายามเป่าเพื่อดับไฟ เทิดณรงค์เหล่มองเพื่อนอย่างอ่อนใจพลางครุ่นคิดหาวิธี
ทันใดนั้นเมื่อเทิดณรงค์มองจุฑาทางด้านหลังก็คิดออก
เทิดณรงค์วิ่งเข้ามาคว้าหมวกของจุฑาแล้วกระโดดจับเชือกรูดตัวลงไป "สุดยอด
คิดได้ไงวะเพื่อน" เทิด ณรงค์ใช้เท้าถีบๆ ผนังหน้าผาเป็นระยะๆ ลงไป
จนลงมาถึงที่พื้นอย่างปลอดภัย แล้วจุฑาก็อ้าปากค้างเมื่อเห็นเทิดณรงค์กำลังกระทืบๆ
ดับไฟที่หมวกของตนอยู่ "เฮ้ย! หมวกแกก็มีทำไมไม่ใช้หมวกตัวเองวะ"
เทิดณรงค์หยิบหมวกขึ้นมาเป่าดับไฟอีกปู๊ด "ฉันดับไฟเชือกแล้ว ลงมาได้"
จุฑาไม่รู้จะด่ายังไง ได้แต่ยืนเสียดายหมวก เวลา ถัดมา
ลูกหาบก็นำสร้อยโบราณมาให้ชีวิต
นักธุรกิจที่ชอบเข้าป่าล่าสัตว์และล่าสมบัติเป็นชีวิตจิตใจ
ขณะที่ชีวิตกำลังจะบชื่นชมสร้อยนั้น ปรากฏว่ากลายเป็นแมงมุมวิ่งออกมาจากถุง ชีวิน
แค้นมาก ที่ถูกเทิดณรงค์ต้มซะเปื่อย เขาจึงยกพลไปถล่ม
และเมื่อไปถึงพวกชีวินก็ยิงเทิดณรงค์กับจุฑาที่กำลังเตรียมตัวจะขับเรือกลับ
อย่างไม่ยั้ง ทำให้ทั้งสองไม่ทันตั้งตัว ทำให้สร้อยโบราณในมือหลุดตกน้ำไป "ไอ้เทิด
วันนี้ไม่ยูก็ไอต้องตายกันไปข้าง" เทิดณรงค์ตะโกนตอบ "ไอ้ชีวิน ไอ้ขี้ขลาด
แน่จริงออกมาเจอกันตัว ตัวสิวะ" "ไอ้เทิด เงาหัวไม่มีแล้วยังมามุกอีก เฮ้ย!
ใครระเบิดสมองไอ้สองตัวนั่นได้ มารับรางวัลจากฉัน ยิง" ชีวิน
กับพวกลูกหาบต่างระดมยิงใส่เรือของเทิดณรงค์ไม่ยั้ง
เทิดณรงค์นับหนึ่งถึงสามในใจแล้วลุกขึ้นยิงตั๊บๆๆๆ ทำเอาพวกชีวินหลบเข้าที่กำบัง
เทิดณรงค์วิ่งแล้วกระโจนไป กลิ้งเถือกไถลตัวเข้าไปหาจุฑา เห็นจุฑานอนมึนอยู่
มีเลือดออกเต็มแขนจุฑา "ไอ้จุฑา แกถูกยิง!" จุฑาหันมาดูร้องลั่นทันที "อ๊าก เลือด
เลือด" "ใจเย็นๆ เว้ย ไกลหัวใจ" เทิด ณรงค์โยนปืนให้เพื่อน จุฑารับปืนมาช่วยยิง
จากนั้นก็รีบสตาร์เรือและขับหนีไปอย่างรวดเร็ว เทิดณรงค์ตรงไปโรงพยาบาล
โชคดีที่ระหว่างทางเห็นเต็นท์ของแทพย์อาสากำลังรักษาชาวบ้านอยู่ที่ริมแม่ น้ำพอดี
เทิดณรงค์รีบพาจุฑาเดินเข้าไปหา "หมอครับ หมอ เพื่อนผมบาดเจ็บ
ช่วยสงเคราะห์หน่อยครับ" "เป็นอะไรมาคะ?" "ถูกยิงครับ เอ่อ" นิลพัตราถอดหูฟังหันมา
แล้วอึ้งมองเทิดณรงค์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ขณะที่เทิดณรงค์เองก็ตะลึงเช่นเดียวกัน
"นิลพัตรา!" ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ออกจากปากนิลพัตรา นอกจากสีหน้าที่ตกตะลึงค่อยๆ
เปลี่ยนเป็นบึ้งเจ็บลึก นิลพัตรา อดีตคนรักของเทิดณรงค์
แล้วภาพงานวันหมั้นระหว่างเธอกับเขาก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดทันที พันเอกนภศูล
นายทหารนอกราชการ ผู้รักและหลงใหลในการสะสมของเก่าเป็นชีวิตจิตใจ
และเป็นพ่อของนิลพัตรากล่าวด้วยความยินดีว่า "
ตลอดเวลาที่เธอเดินทางไปค้นคว้าตามไซด์งานโบราณคดีกับฉัน เธอเป็นคนเอาจริงเอาจัง
มีความรับผิดชอบเป็นเยี่ยม ฉันขอฝากยายนิลให้เธอดูแลต่อไป
ยายนิลยังเพิ่งเรียนปีสี่ยังเด็ก ฉันจึงขอให้เธอทั้ง 2 หมั้นหมายกันไว้
เป็นคู่หมั้นกันไปก่อน รอวันที่ยายนิลเรียนจบออกมาเป็นแพทย์หญิงเต็มตัวเมื่อไหร่
ฉันถึงจะอนุญาตให้เธอได้แต่งงานกัน" นิลพัตรากับเทิดณรงค์สบตากัน หวานชื่น
นิลพัตราอายๆ "เอาล่ะ เวลานี้ก็ถึงเวลาตามฤกษ์ยามของเราแล้ว เทิดณรงค์
สวมแหวนให้น้องสิ แล้วทั้งสองจะได้เป็นคู่หมั้นกันอย่างสมบูรณ์ซะที" อาจารย์
ของเทิดณรงค์ส่งพานให้ เทิดณรงค์เอากล่องแหวนบนพานมาเปิด หยิบแหวนเพชรเม็ดกลางๆ
ออกมา หันมา นิลพัตราอายๆ ส่งมืออันเรียวงามให้ เทิดณรงค์จับมือมา
แล้วกำลังจะสวมแหวน ทันใด ลุงนักโบราณคดีแก่ ในชุดซาฟารีสีกากี
วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ในมือมีแผนที่หนังเก่าคร่ำ "ผู้พันนพศูล คุณเทิดณรงค์
ผมพบแล้ว ผมพบแล้ว" ทุกคนหันมา ตกใจ "ลุงฟั่น" " แผนที่ ซ่อนเทวรูปพระนารายณ์
น่าจะก่อนยุคนครวัดซะอีก อยู่ ที่ ผมรู้แล้ว ว่า ว่ามันอยู่ที่
ในป่าเขตประเทศไทยเรานี่เอง ในป่าลึก จังหวัดสุรินทร์ เราต้องไปหาให้เจอ
ก่อนไอ้พวกนายทุน จะเอาไปขายให้ไอ้พวกต่างชาติ อ้าว กำลังทำอะไรกันอยู่เหรอครับ"
เทิดณรงค์วางแหวนลงลุกพรวด วิ่งเข้าไป คว้าแผนที่มาดู นภศูลเรียก "เทิดณรงค์"
เทิดณรงค์ชูแผนที่ ตาเป็นประกาย "ผู้พันครับ จริงๆ ด้วย แผนที่
ที่ผมเคยบอกท่านไงครับ" "เอ่อ เทิดคะ" นิลพัตราเตือนสติอีกครั้ง แต่
เทิดณรงค์หยุดไม่อยู่แล้ว "จริงของลุงฝั้นนะครับ เราช้าไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
ข้อมูลเรื่องนี้ มีคนขายข้อมูลนี้ไปทางอินเตอร์เน็ตแล้ว แล้วมีคนซื้อไปแล้ว
แล้วผมก็ได้ยินมาว่าไอ้ชีวินมันก็รู้แล้วด้วย ไป ลุง" เทิดณรงค์ลากลุงฟั่นไป
"เดี๋ยว เทิด" เทิดณรงค์ไม่มองใคร ลากลุงออกไปขึ้นรถตน จุฑาวิ่งตาม โดดเปิดรถ
ไปด้วย กระแต นิลพัตรา นภศูล และคนอื่นพากันวิ่งตามออกมาหน้าบ้าน เหวอกัน
ยศวดีเอ่ยลอยๆ "ตายละ ญาติฉัน กลายเป็นหม้ายขันหมากจริงๆ ดัวย" นิลพัตราหน้าซีดขาว
นายพันมาประคองไว้ พอสิ้นภาพนึกคิดของเทิดณรงค์
เขาก็รีบตั้งสติและคิดพาจุฑาไปหาหมอที่อื่น เพราะไม่กล้าสู้หน้า
ทำให้นลพัตราถึงกับโมโหขึ้นมา "ดี หนีไปเลย คนอย่างคุณ ทำได้แค่วิ่งหนี
ตลอดชีวิตนั่นแหละ" เทิดณรงค์ชะงักกึก หันมามองหน้านิลพัตราอย่างหนักใจ
ในใจรู้สึกผิดแต่ไม่รู้จะเถียงอะไร "แต่หนีไปคนเดียว ทิ้งจุฑาเอาไว้
ฉันจะรักษาเขาเอง" นิลพัตราดึงแขนจุฑาเดิน จุฑารีบตาม "คุณหมอเป็นคนดี
มีเหตุผลมากเลยครับผม" เทิดณรงค์รั้งแขนจุฑาอีกข้างเอาไว้ "จุฑามันเพื่อนผม
ผมช่วยมันได้ ไม่ต้องเดือดร้อนคุณหรอก" นิลพัตราดึงจุฑาไว้ "ไปไม่ได้!
เขาเสียเลือดขนาดนี้ ฉันไม่ยอมให้เขาไปไหนแน่ๆ"
"แต่คุณเกลียดพวกนักล่าสมบัติไม่ใช่เหรอ
ผมไม่อยากให้คุณทำอะไรที่มันฝืนความรู้สึกของคุณ" เทิดณรงค์ดึงจุฑาไป
นิลพัตราดึงจุฑามา
"ฉันมีวุฒิภาวะและก็จรรยาบรรณพอที่จะไม่ใช้ความรู้สึกส่วนตัวทำอะไรเหมือนใครบางคน"
เทิดณรงค์ดึงจุฑาอีก
"เก็บจรรยาบรรณกับคำพูดเชือดเฉือนของคุณไว้ใช้กับคนไข้คนอื่นเถอะ
เผื่อมันจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น ไปจุฑา!" "ไปไม่ได้!" จุฑาโวยขึ้น "เว้ย! เอ้า
เอามีดมาแทงฉันให้ตายๆ ไปเลยเหอะ
ฉันขอพลีชีพเพื่อลบล้างความแค้นในอดีตของพวกนายสองคน" "มีเรื่องอะไรกันเหรอพัตร?"
กระแตเดินเข้ามาในเต็นท์ จุฑาหันไปมองดีใจ "เฮ้ย ความแค้นในอดีตของฉันก็มาว่ะ"
ขณะที่กระแตมองเห็นเทิดณรงค์เป็นคนแรกก็ตกใจ "คุณเทิด!
ฉะฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมเนี่ยะ คุณหายตัวไปตั้ง5ปี อยู่ๆ คุณโผล่มาอยู่นี่ได้ไง?"
นิลพัตรามองเพื่อน "เธอดีใจเหรอที่เจอเขา หึ" "สนใจแต่ไอ้เทิด
สนใจคนเจ็บจะตายบ้างสิครับ" จุฑาว่า "จุฑา เป็นอะไรน่ะ?" "ไม่มีอะไรมากหรอกครับ
ผมกำลังจะพามันไปทำแผลที่อื่นแต่มีบางคนที่ไม่ยอมให้พาไปเพราะอยากเอาชนะผม"
นิลพัตราหันขวับมามองหน้าเทิดณรงค์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"คุณไม่ได้มีความสำคัญอะไร
จนฉันต้องใช้ชีวิตคนมาเป็นเครื่องมือต่อรองเอาชนะคุณหรอก!"
เสียงนิลพัตราดังลั่นเต็นท์จนกระแตต้องดึงไว้ "พัตร!"
นิลพัตรารู้สึกตัวพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเอง กระแตรีบเข้ามาดูจุฑาเอง
"อย่าเถียงกันเลย เดี๋ยวฉันดูจุฑาให้เอง ต๊ายแล้ว แขนเป็นไรเนี่ยะ?"
จุฑาอ้อนสุดฤทธ์ "แขนเป็นฟอ ก็ ขอเป็นแฟนกับแตมาตั้งนานแล้วนะจ้ะ"
กระแตหยิบเข็มฉีดยายักษ์ขึ้นมาขู่ จุฑารีบหุบปากทันที "พัตร เดี๋ยวฉันดูแลตานี่เอง
เธอไปพักก่อนเถอะ นะ ไปซิ" นิล พัตราถอนใจ เดินออกจากเต็นท์ผ่านหน้าเทิดณรงค์ไป
จุฑาส่งสัญญาณให้เทิดณรงค์ตามไปก่อนจะบุ้ยปากทำนองว่าขอโอกาสอยู่กับกระแต สองคน
เทิดณรงค์ทำหน้าเอือม ยืนเก้ๆ กังๆ อย่างลังเล ก่อนตัดสินใจเดินตามนิลพัตราออกไป
นิลพัตรายืนมองท้องน้ำด้วยความสับสน ว้าวุ่นใจ อยู่ๆ
ก็ได้พบกับเทิดณรงค์โดยไม่ทันตั้งตัว ทั้งความรักความแค้นถาโถมใส่เธอจนแทบทนไม่ไหว
อยากจะพุ่งเข้าขย้ำเขาให้แหลกคามือ
ให้สาสมกับความเจ็บปวดที่เขาทิ้งไปโดยที่เธอไม่ได้ทำผิดอะไร นิลพัตรา
สูดหายใจลึกเข้าปอดรวบรวมกำลังใจก่อนจะหันกลับ
แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเทิดณรงค์ยืนอยู่ นิลพัตราเชิดหน้าเดินผ่านเทิดณรงค์
แต่เทิดณรงค์เรียกไว้ "เดี๋ยวก่อนพัตร" นิลพัตรานิ่ง "ห้าปีที่ผ่านมา"
นิลพัตราสวนขึ้น "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น!" "ที่ผมต้องทำอย่างนั้นเพราะ คุณก็รู้
ว่าผมมีเหตุผล" คำพูดนั้นยิ่งทำให้นิลพัตรเจ็บจี๊ดจนหันขวับมา กัดฟันพูดรอดไรฟัน
"เพื่ออุดมการณ์ คุณเลยเลือกที่จะวิ่งหนีไปจากฉันเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น"
"มันจำเป็น" "ถ้าจัดลำดับสิ่งที่สำคัญในชีวิตคุณ ฉันคงอยู่ลำดับสุดท้ายสินะ"
เทิดณรงค์พยายามทำเสียงนิ่งไม่หวั่นไหว "คุณคืออันดับที่หนึ่ง ตอนผมกลับมา ผมอยากจะ
ไปขอโทษคุณ แต่ตอนนั้น คุณเอง ที่บอกว่า" "ฉันเคยรอ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังรอ
แต่รออะไรรู้ไหม รอที่จะได้ยินข่าวว่าคุณได้ตายไปแล้วไง"
เทิดณรงค์ยืนกำหมัดแน่นเห็นว่าเขาต้องใช้ความอดกลั้นแค่ไหนที่ไม่แสดงความรักออกไป
"ถ้าบาปกรรมมีจริง สักวันคุณจะต้องได้รับกรรมที่คุณได้ทำไว้กับฉัน"
นิลพัตราน้ำตาไหลเผาะ เธอปาดน้ำตาแล้วสะบัดหน้าจะหันเดินไป
แต่นิลพัตราหยุดกึกนึกขึ้นได้ หันมาหาเทิดณรงค์ "อ๋อ ฉันมีสิ่งหนึ่ง
ที่ฉันคิดว่าฉันอยากทำมาตลอดห้าปี ถ้าฉันได้เจอคุณอีกครั้ง" นิล
พัตราหันมามองหน้าเขานิ่ง เทิดณรงค์ชะงัก นิลพัตราทำหน้าพริ้มต้องการจะจูบ
เทิดณรงค์ดีใจ หลับตา ยื่นหน้าเข้าหา แต่แล้วนิลพัตราชกเปรี้ยงเต็มหน้า
เทิดณรงค์เซแซ่ด แล้วล้มก้นจำเบ้า เงยหน้ามา ตาช้ำแดงเป็นเบ้า
มองนิลพัตราอย่างตะลึง นิลพัตราสะบัดมือ ลูบกำปั้นเพราะความเจ็บ "หวังว่า
เราคงจะไม่เจอกันอีก ทุกชาติๆ ไป" นิล พัตราเชิดหน้าหันเดินจากไป
แต่พอหันหลังให้เทิดณรงค์ สีหน้าเธอเจ็บปวดทั้งกายใจ
เทิดณรงค์มองตามกัดฟันแน่นแม้จะเจ็บปวดแต่เมื่อเลือกแล้วต้องทำให้ได้
เทิดณรงค์ก้มเก็บหมวกของเขาที่หล่นเพราะแรงชกของนิลพัตราขึ้นมาปัดๆ ยิ้มเยาะตัวเอง
ภายในหมวกที่มีรูปของเขากับนิลพัตราตอนเป็นนิสิตสาวติด อยู่ในหมวก
นี่เองจึงเป็นสาเหตุที่เทิดณรงค์ไม่ยอมใช้หมวกตัวเองรูดเถาวัลย์ลงมา
เทิดณรงค์ยังรักนิลพัตราอยู่แต่ทำปากแข็งนั่นเอง ชีวิตให้ลูกน้องงม
หาสร้อยโบราณที่ตกน้ำจนเจอ และนำมาเก็บไว้ที่พักของเขา
ทำให้เขาต้องเจอกับเรื่องเหลือเชื่อ เมื่อลูกน้องเขาตายอย่างสยดสยอง
ด้วยฝีมือของมะแตนาย ปีศาจสาวนางสนมโบราณที่ต้องการมาทวงสร้อยโบราณคืน
พวกชีวิตจะยิงแต่ก็ไม่โดน จนต้องพากันวิ่งหนี
มะแตนายในชุดนางสนมโบราณสวยแต่แววตาดูน่ากลัวหยิบสร้อยขึ้น "สร้อยตรีพักตราสูร"
เทิด ณรงค์นำกริชไปคืนให้หัวหน้าหมู่บ้านดงสาง
หัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านต่างขอบใจทั้งสองมาก
ระหว่างคุยกันเทิดณรงค์หันไปเห็นหญิงชาวบ้านคนหนึ่งในคอสวมสร้อยตรีพักตรา สูร
จึงวิ่งตามไปด้วยความแปลกใจ โดยที่ไม่รู้ว่าหญิงคนนั้นคือมะแตนายที่ปลอมตัวมา
มะแตนายวิ่งเข้าไป ยังบ้านของผู้เป็นร่างทรงประจำหมู่บ้าน
เทิดณรงค์ตามมาผลักประตูเข้ามาในบ้าน ภายในมีหมอกควันอบอวนจากกำยานลอยฟุ้งไปหมด
แล้วเทิดณรงค์ก็ผงะตกใจเมื่อ อยู่ๆ
ก็มีหญิงสาวในชุดคลุมสีดำแบบคนทรงเจ้าเข้าผีพุ่งจากหมอกควันเข้ามาหาเทิด
ณรงค์พร้อมกับกรีดร้องเสียงดัง
หญิงทรงเจ้าลงไปดิ้นชักทุรนทุรายที่พื้นพร้อมกับกรีดร้อง
เทิดณรงค์ตั้งสติได้ก็รีบเข้ามาประคอง "คุณ เป็นอะไร"
แล้วเทิดณรงค์ก็แปลกใจเมื่อหญิงสาวนางนั่นเอาสร้อยตรีพักตราสูรให้กับเทิดณรงค์
"รับไว้ รับมันไว้ กรี๊ดดดด" "เดี๋ยวก่อนครับ นี่มันอะไรกัน" "คุณเป็นผู้ส่งสาร
เจ้าแห่งความชั่วร้ายกำลังจะมา มันกำลังจะมา ฮ่าๆๆๆ" เทิด ณรงค์ค่อยๆ
ผละหนีหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังนั่งหัวเราะเหมือนคนเสียสติ
g-kมองสร้อยตรีพักตราสูรไม่เข้าใจความหมายที่หญิงสาวพูด แต่ก็เดินถือออกไปจากบ้าน
เมื่อเทิดณรงค์ออกไปแล้ว
หญิงทรงเจ้านั่งไหว้ตัวสั่นงักงกด้วยความกลัวอยู่หน้าแท่นบูชา
แล้วร่างหญิงทรงเจ้าก็กระตุกตาค้างก่อนร่วงลงไปนอนตาย มะแตนายยืนอยู่เบื้องหลัง
ยื่นมือ 2 ข้างมาข้างหน้า ไฟติดพรึ่บขึ้นที่มือทั้งสอง
มะแตนายยื่นมือไปที่ร่างของหญิงทรงเจ้า ไฟติดที่ร่างของหญิงทรงเจ้า
มะแตนายยิ้มยะเยือก คุกเข่าลง สายลมพัดมาแรงจัดจนผ้าและผมมะแตนายปลิวไสว
แหงนเงยขึ้นพูดกับอากาศเบื้องสูง "พระองค์ ทาสของพระองค์รอรับใช้อยู่
ท่านภูเตศวร!"

สุสานภูเตศวร จบตอน1

สุสานภูเตศวร 2

กาฬจักร รับรู้ถึพลังของสร้อยตรีพักตราสูรที่เทิดณรงค์เก็บรักษาไว้
เขาจึงเข้าสิงร่างคนขับรถบรรทุก และตามไปทวงสร้อยคืน
และทันทีที่พบจุฑาเขาก็เล่นงานจนสลบและยึดปืนไว้ เทิดณรงค์เห็นก็ตกใจ "แก
อย่าทำอะไรเพื่อนฉันนะ แก ต้องการอะไร" "เอาตรีพักตราสูรมาให้ข้า!" "ตรี ตรีอะไรนะ"
เทิดณรงค์ถามอย่างไม่เข้าใจ "ตรี ป๊ะ อา กู๋ อะไรวะ" จุฑางงหนัก "บังอาจ"
กาฬจักรเอาปืนทุบหัวจุฑาเต็มแรง จุฑาสลบไป เทิดณรงค์ร้องลั่น "เฮ้ย อย่า อย่าทำจุฑา
มันอะไรกันวะเนี่ย แกหมายถึงอะไร" กาฬจักรโยนจุฑา ตัวลอยไปตกบนพื้นเหมือนถุงกระสอบ
แล้วเดินตรงเข้ามา "สร้อย เอาสร้อยมา" "นี่ไอ้ชีวินส่งมึงมาปล้นกูงั้นเหรอ"
เทิดณรงค์จ้องปืนใส่ กาฬจักร มองวิธีจับปืนของเทิดณรงค์ แล้วพยายามทำตาม
จ้องปืนใส่เทิดณรงค์บ้าง เทิดณรงค์ทิ้งตัวลงพื้น กลิ้งและยิงใส่ กาฬจักรกระโดดหลบ
ด้วยความเร็วเหนือจริง ลูกปืนไปโดนตัวผนังเป็นรู เทิดณรงค์มองภาพงุนงง กาฬจักร
หันปืนมายิง โดนอกเทิดณรงค์เต็มๆ ตรงตำแหน่งของสร้อยตรีพักตราสูร พอดี เทิดณรงค์
โดนแรงกระสุน กระดอนไถลไปกับพื้น เทิดณรงค์ปืนหลุดกระเด็นลอยไปไกล
กาฬจักรเคลื่อนตัวได้เร็วราวกับหายตัวเข้ามาประชิดใกล้เทิดณรงค์
นั่งคุกเข่าวางปืนลงบนพื้น ก้มลงมา เอียงหน้ามอง นึกว่าเทิดณรงค์ตายแน่ๆ
เทิดณรงค์มองสายตากาฬจักร แล้วมองตาม ก้มเห็นอกเสื้อตน มีควัน และมีแสงเรืองๆ อ่อนๆ
วาบๆ กาฬจักรยื่นมือมา "ตรีพักตราสูร ต้องกลับไปสู่ที่เดิมของมัน" เทิด
ณรงค์หมดปัญญา นอนแอ้งแม้ง มองดูมือกาฬจักรที่เอื้อมมาใกล้อกเสื้อทุกที
แต่แล้วแสงจากสร้อยวาบสว่าง มีแรงผลักมาจากตัวเทิดณรงค์
จนร่างกาฬจักรเซซวนไปสามก้าว กาฬจักรตะลึง เทิดณรงค์ฉวยโอกาสที่ กาฬจักรเสียหลัก
รีบลุก กระโดดไปคว้าปืนกาฬจักร กาฬจักรหันมา เตะปืนในมือเทิดณรงค์กระเด็น พุ่งมา
ยกตัวเทิดณรงค์ขึ้นทุ่มไปกับพื้น เทิดณรงค์ไถลไปอย่างไกลจนจุก
เงยหน้าขึ้นมาอีกทีกาฬจักรหายไปแล้ว เทิดณรงค์มองรอบตัว
ไม่เห็นร่องรอยกาฬจักรอีกเลย เทิดณรงค์วิ่งตามหาไปรอบๆ รถบรรทุก "ไอ้บ้า
ทำไมมันเร็วแบบนี้วะ" เทิด ณรงค์งงๆ แล้วนึกได้ ก้มลงที่อกตน
เห็นเสื้อตรงกระเป๋าที่เป็นรู เอามือลูบๆ แล้วหยิบสร้อยออกมา มองสร้อยที่ดูปกติดี
แล้วรู้สึกเจ็บๆ เปิดเสื้อดู บนผิวหน้าอกเสื้อเทิดณรงค์ ตรงตำแหน่งที่สร้อยกดทับ
มีรอยช้ำเป็นวงตามรอยรูปของสร้อย เทิดณรงค์เอาสร้อยขึ้นมาพนมท่วมหัวขอบคุณ
และรีบไปดูจุฑา เช้าวันต่อมา อัคคี มหาเศรษฐีผู้สะสมของโบราณ
กำลังทุกข์ใจที่เห็นบุพผาเมียรักคบชู้สู่ชายกับทนายของเขา
และกำลังข่มขู่ให้เขายกสมบัติให้เธอ ทั้งที่เขานอนป่วยอยู่ และคิดจะฆ่าเขา
พอดีพ่อบ้านนำตำรวจเข้ามา บุพผาเลยโยนความผิดให้ทนายไป "คุณตำรวจ โอ มาทันเวลาพอดี
จับมันเลยค่ะ ไอ้ทนายใจคดมันกำลังจะโกงคุณอัคคี" "ไม่จริง แกหักหลังฉันเหรอ"
ทนายเอาปืนตบหน้าบุพผาเซไป ตำรวจรีบเข้ามาห้าม ก่อนจะคุมตั้งทั้งสองไว้
ภูเตศวรเห็นว่าอัคคีเป็นนักสะสมของโบราณ จึงเกิดความสนใจขึ้น
จากนั้นก็เดินขึ้นไปบนห้องของอัคคีและเข้าสิงทันที "แก ไอ้ขี้ข้า แกโกหก ไอ้งูเห่า
คุณอัคคีจ้างแกมาตั้งแพง แต่แกยังกล้าแว้งกัดเรา" บุพผาโวยวาย ทันใด
เสียงทรงอำนาจดังมาจากบันได "นางหญิงแพศยา นางงูพิษคือเจ้า" ทุกคนหันไปดู
ร่างอัคคีในชุดนอน แต่หน้าคือหน้าภูเตศวร ดูสง่า มีอำนาจ ยืนเด่นอยู่ ทุกคนช็อค
ไม่เชื่อสายตา "คุณอัคคี คุณ เป็นไปได้ยังไง" "แกนังหญิงชั่วกับไอ้ชายโฉดคู่นั้น
มันสมควรแก่โทษทัณฑ์อย่างสาสม" บุพผากลัว "คุณอัคคี เกิดอะไรขึ้น คุณ
คุณเส้นเลือดในสมองแตก เป็นง่อยมา10 ปีกว่าแล้วนะ" "เช่นนั้นรึ เจ้าจึงสมคบกัน
ทำหนังสือปลอมขึ้นเพื่อปล้นสมบัติของเรา เจ้าพนักงาน จับมัน นางเมียกับชายชู้
เอามันไปจองจำ" อัคคีสั่ง ตำรวจรีบรวบตัวทั้งสองออกไป
ท่ามกลางความแปลกใจของบรรดาตำรวจและพ่อบ้านแม่บ้านที่เห็นอัคคีหายจากอัมพฤกษ์แล้ว
เวลา ต่อมานิลพัตรารู้สึกกังวลใจเรื่องที่ตัวเองฝันเห็นสร้อยโบราณเส้นหนึ่ง
ซ้ำยังเริ่มมีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นกับเธอ
และระหว่างที่เธอกำลังครุ่นคิดอยู่ภายในรถนั้น
เสียงเพลงก็ดังขึ้นทั้งที่วิทยุไม่ได้เปิด "โอ้เจ้าดอก บัวทอง ที่รองบาท เขาขยี้
จนกลีบขาด เกลื่อนวิถี อันความรัก ความงาม ความยินดี แพศยา ย่ำยี จนแหลกลาญ"
นิลพัตราผงะ เงยหน้า มองที่แผงเครื่องเสียงรถ ทุกอย่างยังไม่เปิด นิลพัตราขมวดคิ้ว
"นิลพัตรๆ" นิลพัตราหันขวับไปหลังรถ แต่ไม่มีใคร นิลพัตราสะบัดหัว เงยหน้าขึ้น
แล้วตาค้าง ในกระจก หน้ามะแตนายที่แต่งแบบอดีต จ้องออกมาดุดัน "เตรียมตัวให้ดี
นิลพัตร เจ้ากำลังจะกลับคืนสู่ชีวิต และความรักอันเป็นนิรันดรแล้ว" นิลพัตราตาค้าง
มองกระจกนิ่ง ช็อค นั่งตัวแข็งทื่อ กระแตวิ่งออกมามองหา พอเห็นรถ ดีใจ รีบวิ่งมาหา
"นิลพัตรา นิลพัตรา" นิลพัตรสะดุ้ง กระพริบตา มองดูในกระจกอีก ในกระจกว่างเปล่า
ไม่มีอะไร กระแตวิ่งมาเกาะรถ "พัตร เป็นอะไรอ่ะ" นิลพัตราหันมา เห็นหน้ากระแตดีใจ
รีบพรวดพราดเปิดรถลงมา "เป็นอะไร พัตร" "ฉัน ฉันเป็นอะไรไม่รู้ ฉันหลอนมากเลย กระแต
เอรู้ไหม ว่าฉันเห็นอะไร" "ฉันเห็นใจเธอนะพัตร ถ้าเจอแบบนี้ เป็นใครใครก็มึน"
"กระแต เธอ เธอรู้เหรอ ว่า ฉันเจออะไร" "ทำไมจะไม่รู้ เธอกำลังจะหนีเขาใช่ไหม แต่
เราเป็นหมอนะ เราต้องมีจรรยาแพทย์สิ" นิลพัตรางง "เธอหมายถึงอะไรของเธอ"
"คนไข้ฉุกเฉินที่เพิ่งมาถึงไง อ้าว ก็ที่เธอแอบมานั่งทำใจอยู่นี่
ก็เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เหรอ" นิลพัตรางงสุดๆ
แต่ก็รีบตั้งสติและเข้าโรงพยาบาลไปทำงาน จังหวะ
เดียวกันนี้เทิดณรงค์พาจุฑามาหาหมอพอดี พยาบาลนำสร้อยที่เทิดณรงค์ทำตกมาคืนให้
เทิดณรงค์รับสร้อยไปแล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นลายสร้อยขยับเปลี่ยนลาย เทิดณรงค์ตกใจ
จุฑาที่นอนเตียงข้างๆ มีพยาบาลอีกคนดูแล ทำความสะอาดแผลที่หัว หันมามองอย่างแปลกใจ
"มีอะไรวะ?" "สร้อย สร้อยมัน" เทิดณรงค์จะเล่า แต่หยุดปาก ไม่แน่ใจ "มันทำไม"
"เปล่า" เทิดณรงค์เพ่งสร้อย คิดหนัก เพราะสร้อยดูปกติดี เทิดณรงค์มองๆ แล้วตัดสินใจ
เอาสร้อยคล้องคอตนเองไว้ "แกน่ะ โชคดี ได้พี่หน้ายักษ์บนสร้อย
คุ้มครองแกจากกระสุนได้ แต่ฉันสิ สมองบวมรึเปล่าไม่รู้"
จุฑาชะงักเพราะเห็นนิลพัตรากับกระแตเดินเข้ามาในห้องพอดี กระแตถือฟิล์มเอ็กซเรย์
"เย้ย! ภาพหลอน สมองของฉันมันต้องเล่นตลกแน่ๆ" เทิดณรงค์หันไป ตะลึงเห็นนิลพัตรา
รีบเก็บสร้อยเข้าในเสื้อทันที นิลพัตราชะงัก ยืนตั้งสติ " คุณจุฑา
ผลเอ็กซเรย์สมองคุณ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะคะ แต่ถ้าจะให้ดี
คุณควรพักดูอาการอีกซักวันสองวัน ไม่ทราบว่าคุณไปโดนอะไรมาอีกเนี่ย" กระแตว่า
"โดนผู้ร้ายแก๊งค์เดิมแหละครับ มันตีเอา มันตามมาปล้นผม กระแตครับ คุณต้องดูแลผมนะ
ถ้าสมองผมมันจะถูกทำลาย หน้าคุณ จะได้เป็นใบหน้าสุดท้าย
ที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป" เทิดณรงค์รีบลุกจะลงจากเตียง
"แต่ของผมคงไม่เป็นไรหรอกคุณพยาบาล แค่มีรอยฟกช้ำ ทายาหม่อง เดี๋ยวก็หาย"
สร้อยตรีพักตราสูรลายเริ่มเปลี่ยน เพราะอยู่ใกล้นิลพัตรา นิลพัตราสะบัดหน้า
เดินไปหาพยาบาล "คนไข้โดนอะไรมาคะคุณพยาบาล?" "คุณคนนี้ ชื่อ เทิดณรงค์ โดนยิงค่ะ
คุณหมอ" นิลพัตราตกใจหน้าซีด "โดนยิง" "แต่ไม่เข้าค่ะ คุณหมอ พอดี
มีของแข็งป้องกันลูกกระสุนไว้ เลยแค่ฟกช้ำ" นิลพัตราได้สติ รีบทำเป็นสะใจ "แหม
ไม่น่าเลยนะ เสียดายจัง สงสัย แรงแช่งของฉันมันไม่มากพอ" "อะไรนะคะ" " อ๋อ
เปล่าหรอก คือฉันคิดว่า น่าจะแจ้งตำรวจดีกว่า ฉันสงสัย ว่าสองคนนี่ไม่ใช่คนดี
น่าจะเป็นคนร้าย เที่ยวปล้นจี้คนอื่นเขามามากกว่า" เทิด ณรงค์ตอบด้วยความปากไว
"เกินปาย คุณหมอจ๋า ผมมันก็แค่โจรปล้นใจ ขโมยหัวใจคุณหมอมาดูเล่นสนุกๆ แค่นี้เอง
แหม ทำเป็นแค้นฝังหุ่นไปได้" พยาบาลทั้งสองงงๆ แล้วสบตากัน แล้วหัวเราะคิกๆ
สร้อยเริ่มเปล่งแสงออกมา "คุณ!" นิลพัตราหันเดินหนีออกไป
แสงที่ออกมาจากสร้อยหายวับไป รับรู้การไปของนิลพัตรา กระแตค้อนเทิดณรงค์ขวับ
ค้อนจุฑาด้วย แล้วรีบตามไป "ทำไมพูดอย่างงั้นวะไอ้เทิด?" เทิดณรงค์รู้สึกผิด
หน้าซีด "ฉันไม่ได้ตั้งใจ ปากมันไวไปหน่อยเอง" เทิดณรงค์ตบปากตัวเอง จุฑามอง ระอา
มะแตนายมาหาอัคคีที่คฤหาสน์ หวังจะมารับใช้ภูเตศวร นางมาพร้อมกับเสียงเพลง
"โอ้เจ้าดอก บัวทอง ที่รองบาท เขาขยี้ จนกลีบขาด เกลื่อนวิถี อันความรัก ความงาม
ความยินดี แพศยา ย่ำยี จนแหลกลาญ" "มะแตนาย พอทีๆ ข้าไม่ต้องการฟัง"
สิ้นคำพูดของอัคคี ประตูบ้านโดนลมพัดเปิดผางออก พลิ้วผ้าดำล่องลอยเข้ามาเป็นเกลียว
"ดวงตานาง คือไฟ ประลัยกัลป์ลมหายใจ นางนั้น ช่างหอมหวานปากช่างพรอด ออดอ้อน
วอนดวงมาลย์ แต่ใจพาล ดังงูพิษ ปลิดชีพเรา" อัคคีปิดหู "มะแตนาย จงหยุด
หยุดขับเพลงของนาง" อัคคียืนเด่น ลมพัดเข้ามาจนทุกอย่างปลิวว่อน แต่แสงไฟไม่ยอมดับ
ผ้าดำปลิวมาแทบเท้าอัคคีแล้วรวมตัวเป็นร่างมะแตนาย หมอบราบ มะแตนายเงยหน้ามา
แววตาปวดร้าว "ข้าแต่ภูเตศวร ข้ามิอาจต้านทานพระองค์ แม้ข้าจะปวดร้าว
เพราะความลุ่มหลงของพระองค์ที่มีต่อนางแพศยา" "มะแตนาย นางผู้ซื่อสัตย์ต่อข้า"
อัคคีมองนางทาสผู้ซื่อสัตย์ด้วยดวงตาสุดแสนดีใจ มะแตนายเงยหน้ามองอัคคีด้วยน้ำตา
โผกอดขาร่ำไห้ " แต่ความซื่อสัตย์ไม่เคยมีความหมาย
พระองค์ไม่เคยให้ความรักตอบแทนข้าเลยแต่ข้าก็พร้อมรับใช้พระองค์ตลอดไม่ว่า เวลาจะ
ผ่านไปสักกี่พันปี เอาสิเพคะ บัญชามาเลย บัญชามา ให้ข้าทำทุกสิ่งทุกอย่าง
เพื่อทำให้พระองค์ได้ตัวนางงูพิษนางนั้น ให้มันกลับมาทำร้ายพระองค์อีก" อัคคีถอนใจ
ก้มลงเชยคางมะแตนายขึ้น "มะแตนาย วาจาช่างร้ายกาจเชือดเฉือนนัก เจ้าก็รู้
ว่าข้าจะมีชีวิตหรือหมดลมหายใจไป ก็เพราะนางผู้นั้นผู้เดียว" "ข้ารู้ ข้าเข้าใจ
ข้าพร้อมที่ทุกข์ พร้อมที่จะบาดเจ็บ เพื่อพิสูจน์ความรักของข้าที่มีต่อพระองค์"
"ข้าจะจดจำความจงรักภักดีของเจ้าไว้มะแตนาย" อัคคี ยิ้มอย่างพอใจ
ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมะแตนาย มะแตนายหลับตาซึมซับความสุขไว้อย่างสุดซึ้ง
แล้วอัคคีก็ผละออกมา นั่งลงที่เก้าอี้ สีหน้าเปลี่ยนมาจริงจังพูดทรงอำนาจ
"นิลพัตรมาเกิด ใหม่หลายต่อหลายชาติ ขณะที่วิญญาณข้าถูกจองจำ บัดนี้
ข้าตามมาอยู่ในภพภูมิเดียวกันกับนาง และได้ร่างมนุษย์ที่เหมาะสมแล้ว ข้าต้องพบนาง
รักนาง ทำให้นางรัก แล้วนำตัวนางกลับไปที่อาณาจักรของเรา
ที่ซึ่งเราจะครองรักกันชั่วนิรันดร แล้วสร้อยตรีพักตราสูรเล่า" "อยู่ที่ผู้นำสาร
และขณะนี้ ผู้นำสารได้พบนางอันเป็นที่รักของท่านแล้ว อีกไม่นาน
มันคงมอบสร้อยให้กับนาง" มะแตนายกล่าวแววตาชิงชัง อัคคีขมวดคิ้ว "ไม่นาน
แล้วมันเมื่อไหร่เล่า" มะแตนายเจ็บใจ น้ำตาไหล เบือนหน้าหนี

สุสานภูเตศวร จบตอน 2

สุสานภูเตศวร 3

เทิด ณรงค์พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับสร้อยตรีพักตราสูร แต่ก็ไม่พบ
เขาจึงตัดสินใจรวบรวมความกล้วไปหานภศูลที่บ้าน
นภศูลเอาไม้ตะพดโบราณไล่ตีหัวเทิดณรงค์ เทิดณรงค์ขยับเบี่ยงหัวหลบ คว้าไว้ทัน
"กลับมาทำไม บ้านนี้ไม่ต้อนรับแก" เทิดณรงค์วางไม้ "ผมทราบครับ
แต่ไม้ตะพดของจารย์เนี่ย ถ้ามันโดนกะบาลผมก็ไม่เป็นไรหรอก
แต่ถ้าไปโดนของรักของหวงพวกนี้ของอาจารย์เข้า?" "ฉันก็จะเอาเรื่องแกน่ะสิ
โทษฐานบุกรุก" เทิด ณรงค์เข้ามาตรงหน้า แล้วนั่งลงกราบเท้านภศูล "ผมขอโทษ
ที่ได้ทำผิดต่ออาจารย์ แต่จารย์คงเข้าใจนะครับ ว่าผมมีเหตุผลสมควร ที่จะต้อง
รีบไปในวันนั้น" นภศูลเมินหน้า "เรื่องนั้นน่ะฉันเข้าใจ แต่ ถ้าคนอื่นเขาไม่เข้าใจ
เขาก็ไม่ผิด แกสิผิด ที่หลังจากนั้น แกไม่คิดจะทำอะไรเพื่อแก้ปัญหาเลย
แล้วนี่มาทำไม เพิ่งสำนึกได้เหรอ" เทิดณรงค์ฝืนยิ้ม "เอ่อคือ ที่ผมมา ก็เพราะ
ผมมีของอย่างหนึ่งมาให้อาจารย์ดูครับ!" ทันใดนั้นเกิดลมพัดวูบวาบ
จนหน้าต่างบ้านปิดเข้ามาพร้อมกันโครม นภศูลกับเทิดณรงค์สะดุ้ง
ขณะเดียวกันนิลพัตรากำลังพักผ่อนอยู่ข้างบน เหลอืบเห็นยศวดีกำลังแอบยอ่งออกไปเที่ยว
เธอจึงรีบออกมาเตือนด้วยความหวังดี "นี่มันดึกแล้วนะ ยังจะออกไปเที่ยวอีกเหรอ?"
ยศวดีหันขวับมา "ใครจะอยู่บ้าน จมปลักอยู่แต่อดีตอย่างพี่ล่ะ แม่หม้ายขันหมาก"
"ยศวดี!" " ยศซี่เตือนพี่แล้ว ว่าอย่างพี่ไม่เหมาะกับคุณเทิดหรอก
พี่ก็ยังดื้อคบเขาอยู่ได้ แล้วเป็นไง พอเขาเบื่อ
เขาถึงได้ชิ่งหนีพี่ไปหน้าตาเฉยแบบนี้ อย่างคุณเทิด
มันต้องอย่างยศซี่ถึงจะเอาเขาอยู่หมัด" "อย่างเธอ แบบควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้านะเหรอ?"
ยศวดีฉุน "เอ๊ะ บอกกี่ทีแล้วว่าอย่ามายุ่งเรื่องส่วนตัวยศซี่"
"ฉันเตือนเธอในฐานะพี่นะ หัดฟังกันบ้างสิ" "หึ ก็แค่ลูกพี่ลูกน้อง
ไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันมาซะหน่อยอย่าเว่อร์ไปหน่อยเลยน่า"
นิลพัตรถอนหายใจไม่อยากทะเลาะด้วยจึงเลี่ยงเดินไป ยศวดีแค่นยิ้มสะใจ ที่ห้องรับแขก
นภศูลกำลังเพ่งพินิจพิเคราะห์สร้อยตรีฯที่อยู่ในมือ
โดยใช้แว่นขยายและโคมไฟพิเศษส่อง ช่วยด้วย " อืม เรื่องอักขระ และลักษณะศิลปะ
น่าจะเก่ากว่ายุคประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่เคยมีหลักฐานในโลก อย่างที่แกตั้งสมมุติฐาน
ฉันเห็นด้วย ไม่ใช่ฟูนัน ไม่ใช่ศรีวิชัย ไม่ใช่แม้กระทั่งของฝั่งอินเดีย
หรือแม้แต่จามหรือขอม" "ตอนที่ผมได้ สร้อยเส้นนี้มา ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก
แต่พอมาเห็นสร้อยมันขยับเปลี่ยนลายได้เองนี่สิครับจารย์
ผมเลยคิดว่าสร้อยเส้นนี้ต้องไม่ใช่สร้อยธรรมดาๆ" "ห๊า!
มันเปลี่ยนลายได้เองด้วยเหรอ" "ผมเห็นกับตาครับ" " มหัศจรรย์มาก! สมบัติโบราณพวกนี้
มีอยู่ไม่น้อยที่เกี่ยวข้องกับคำสาปของผู้ที่เคยครอบครองมัน
เธอเองก็เคยเจอเรื่องนี้มาหลายครั้งไม่ใช่เรอะ" เทิดณรงค์พยักหน้า
"แปลว่าอาจารย์พอจะช่วยหาที่มาที่ไปของสร้อยเส้นนี้ให้ผมได้หรือเปล่าเนี่ย งง"
"ฉันไม่ได้เจออะไรที่ท้าทายแบบนี้มานานแล้ว ให้ฉันเก็บสร้อยไว้ศึกษาสักพัก
เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา" "เอ่อ จะดีเหรอครับ?"
"ฉันไม่ฮุบสมบัติแกหรอกน่าไอ้เทิด" "เอ่อ ผมไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น จารย์ คือ
อย่าให้" เทิดณรงค์กลัวนิลพัตรารู้ ระหว่างนั้นเสียงยศวดีดังขึ้นแหลมสูง "พี่เทิด!"
นภศูล หันไปมอง เบิกตากว้าง ยศวดีรีบวิ่งเข้ามาเกาะแขนเทิดทันที
พลางร้องเรียกนิลพัตรา
เทิดณรงค์รีบขอตัวกลับเพราะไม่อยากให้นิลพัตรารู้เรื่องสร้อยที่เขาได้มา และ
ทันทีที่เขาถึงบ้านก็ตะลึงเมื่อเห็นกาฬจักรกำลังมองหมวกของเขาที่ภายในมีรูป
เขากับนิลพัตราเมื่อครั้งยังรักกันอยู่ กาฬจักรกำลังดูอย่างสนใจ "เฮ้ย!
แกอีกแล้วเหรอ" กาฬจักร ตวัดฝักดาบรูดไปกับตัวดาบตีไปที่ปืน
โดยที่มือยังจับอยู่ที่ด้ามดาบอยู่ ปืนกระเด็นไป ฝักดาบกลับเข้าที่เดิม
เทิดณรงค์ถีบใส่อกกาฬจักร กาฬจักรผงะ เทิดณรงค์รีบถลาไปที่ผนังตะปบสวิชต์ไฟ
ไฟในห้องสว่างขึ้น ในห้องว่างเปล่า เทิดณรงค์งง กาฬจักรหายไปอย่างรวดเร็ว
เทิดณรงค์นึกถึงจุฑากำลังจะกลับไปช่วย "จุฑา!"
กาฬจักรกลับยืนทมึนถึงประชิดตัวเขาซะแล้ว "เฮ้ย!"
กาฬจักรยื่นมือข้างเดียวมาบีบคอเทิดณรงค์ เทิดณรงค์โดนยกตัวขึ้น ขาลอยจากพื้น
"เอาสร้อยมา" มือกาฬจักรแข็งดุจหิน เทิดณรงค์หายใจแทบไม่ออก "ใครสั่งแกมา
ไอ้ชีวินใช่ไหม?" "เอาสร้อยคืนมาให้ข้า" กาฬจักรบีบคอเทิดแรงขึ้นไปอีก "อ็อก!
สร้อยเส้นนั้นเป็นของแกเหรอ" "สร้อยเส้นนั้น
ไม่ใช่ของที่ผู้ใดจะเอาไปครอบครองได้ทั้งนั้นเอาสร้อยมาให้ข้า
แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!" "จะฆ่าฉันเหรอ ถึงฆ่าไปแกก็ไม่มีทางได้สร้อยไปหรอก
ตอนนี้สร้อยไม่ได้อยู่ที่นี่" กาฬจักรสยอง "แกให้สร้อยกับนางแล้ว" "นาง นางไหน?
แกพูดถึงอะไร" "ข้าจะตามขัดขวางนาง!" กาฬจักร
เหวี่ยงเทิดณรงค์ลอยไปอัดกับกำแพงอีกด้านราวกับกระดาษ เทิดณรงค์หล่นลงมากองกับพื้น
เจ็บตัวงอ กาฬจักรกระโดด ชนหน้าต่างแตกกระจาย เทิดณรงค์วิ่งไปที่หน้าต่าง มองลงไป
กาฬจักรกระโดดลงไปที่พื้นแล้ววิ่งหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว กาฬจักร
ดูรูปอันหวานชื่นของเทิดณรงค์กับนิลพัตราที่ได้มา ก็นึกถึงอดีตอันแสนเจ็บปวดของเขา
เมื่อเห็นนิลพัตราถูกตนแทงอก ตรงหัวใจ ขณะที่อยู่ในอ้อมกอดของภูเตศวร “นางแพศยา
เจ้ามีตัวตนอยู่ณ.ชาติภพนี้จริงหรือนี่” เช้า วันใหม่ เทิดณรงค์กราบพระ
แล้วหันไปเปิดหีบแอนที้คที่ดูน่าสนใจใบหนึ่ง ในนั้น
มีสร้อยตะกรุดรูปร่างแปลกตาวางอยู่บนผ้ากำมะหยี่เก่าๆ สีเข้ม
เทิดณรงค์หยิบตะกรุดขึ้นมา พลังสว่างขาว เรืองรอง เทิดณรงค์ไหว้มองตะกรุดในมือ
เขานึกถึงเมื่ออดีตตอนที่พบพระธุดงค์ในป่า พระธุดงค์ส่งพระให้เทิดณรงค์
เขาไหว้และรับของมา ไหว้อีกยกจบหัว "เอาไว้คุ้มครองตัว โยมเทิด" "ตะกรุด โห
ท่าทางจะขลังน่าดูเลยครับ เก่าเชียว" "เก่าสิ มวลสารข้างใน
คือเศษจีวรของพระอรหันต์ที่มีฤทธิ์ 5 รูปในยุคพุทธกาล" เทิดณรงค์พนมมือ "โห
ขอโทษครับ หลวงตา คือ แบบว่า หลวงตาไปได้มาจากไหนครับ หรือว่าหลวงตาทำเองกะมือ" "
เดี๋ยวโดนแพ่นกบาลแยก อาตมาได้มาจากศรีลังกา เป็นของที่ทำมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศก
มีอยู่เพียงชิ้นเดียวในโลก เอาเถอะ โยมลองเอาไปพิสูจน์ดู ทำงานแบบนี้
ต้องเจออาถรรพณ์ต่างๆ มากมาย มันต้องเล่นของกันบ้าง
โยมมันไปไหนมาไหนตัวเปล่าเล่าเปลือยเกินไป" "ก็ ผมถือว่า คนดีผีคุ้มนี่ครับ"
"ผีสางเทวดาในโลกนี้ ที่ชั่วก็มี ที่ดีก็มาก พกพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณไว้
ดีกว่าอะไรทั้งหมด โยม" อัคคี กลัวว่ากาฬจักรจะพบนิลพัตรา และจะทำให้เสียแผนของเขา
จึงจัดงานแข่งโปโลการกุศลขึ้นมา และมอบรายได้ให้กับโรงพยาบาลของนิลพัตรา
เพื่อหวังได้เจอและตี สนิทกับเธอ
ซึ่งภายในงานก็มีเหล่านักสะสมของเก่ามาร่วมงานมากมาย
ก่อนจะให้มะแตนายแต่งตัวเป็นสาวเปรี้ยว ชื่อว่าเภรี เลขาของอัคคี
พอมะแตนายเห็นนิลพัตราก็รีบเดินเข้าไปหา "นี่หรือ นิลพัตร นางแพศยา
ข้าอยากจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ" มะ แตนายปรับสีหน้า เป็นยิ้มย่องผ่องใส
แล้วเดินเฉียดเข้าไปเพื่อดูหน้าชัดๆ นิลพัตรากำลังยกแก้วจะดื่ม
มะแตนายแกล้งเดินเข้ามาเบียด เครื่องดื่มหก แต่นิลพัตราถอยตัวหลบทัน
จึงโดนเสื้อผ้าแค่นิดหน่อยฝอยๆ นิลพัตรามองหน้ามะแตนาย "ว้าย" มะแตนายถอยออกมานิด
แล้วจับตัวนิลพัตราสบตา "ตายแล้ว นี่ คุณ ระวังตัวบ้างสิ
คุณทำไวน์ฉันหกหมดแล้วนะคะ" นิลพัตรางง รู้สึกว่าตนต่างหากที่ถูกชน "จริงเหรอคะ"
ทั้งสองสบตากัน นิลพัตราแววตาซื่อใส ยิ้มให้อย่างรับผิดเฉยเลย "ขอโทษนะคะ เอ้อ คือ
ดิฉัน ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ" มะแตนายมองเหมือนจะสแกนรายละเอียด
และสะบัดมือที่นิลพัตราจับ ถอยออกมามองแบบหยั่งเชิง "หึๆๆ
ไม่ต้องมาเสแสร้งแกล้งทำหรอก" นิลพัตรางงงัน "อะไรนะคะ" "ตะกี๊เธอก็รู้
ว่าฉันตังหาก ที่เป็นคนเข้ามาชนเธอ" นิลพัตรางงมากขึ้น "อ้าว" มะ แตนายหัวเราะเบาๆ
"เธอนี่ ไม่ผิดจากเดิมเลยนะ เชี่ยวชาญชำนาญนัก กับการทำเป็นคนดี ทำให้คนหลงรัก
หลงปลาบปลื้มชื่นชม แล้วพอใครๆ ไว้วางใจ เธอก็ใช้ความรัก ความเชื่อใจ เป็นอาวุธ
ประหารเขาอย่างเลือดเย็น" นิลพัตราหน้าซีด มองมะแตนายเหมือนเสียสติรึเปล่า "คุณคะ
คือ คุณคงเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ เราไม่เคยพบกันมาก่อนในชีวิตเลยนะคะ" "ในชีวิตนี้
หรือชีวิตไหน ฉันก็ไม่มีวันลืมเธอ" "แต่ว่า
ดิฉันไม่เคยยุ่งเกี่ยวอะไรกับคุณเลยนะคะ" "ไม่เคยเหรอ ช่างกล้าพูด เธอคือผู้ทำลาย
เธอทำให้ทุกอย่างพินาศวอดวาย ล่มสลาย" นิล พัตราพยายามตั้งสติ ไม่โกรธตอบ "เอ้อ
ดิฉันว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะค่ะ ดิฉันอาจจะดูเหมือนใคร
ที่เคยทำร้ายคุณหรือเปล่า ดิฉันชื่อนิลพัตรา เป็นหมอผ่าตัดค่ะ" "นิล พัตร"
"นิลพัตราค่ะ คุณไม่สบายหรือเปล่าคะ" มะแตนายมองสบตา เริ่มตระหนัก
ว่านิลพัตราเป็นอีกบุคคลหนึ่ง ที่แตกต่างไปจากนิลพัตรอย่างสิ้นเชิง สีหน้า
แววตาเริ่มสงบลง "เออ คุณคือ คุณหมอนิลพัตรา ใช่ไหมคะ" "ค่ะ" "ขอโทษนะคะ
สงสัยฉันจะดื่อไวน์มากไปหน่อย ดิฉัน ชื่อเภรีค่ะ เป็นเลขาของคุณอัคคี" " อ๋อ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ดิฉันต้องขอบพระคุณมาก ที่คุณอัคคีจัดงานนี้ขึ้น
แต่ดิฉันไม่เคยพบท่านเลย ทราบว่า ท่านอายุมากแล้ว แต่กลับหายดีได้" มะแตนายหัวเราะ
"คนมีอายุหรือคะ คนมีอายุ ฮะๆๆๆ" นิลพัตราเอ๋อไป "เอ๊ะ หรือว่า ดิฉันเข้าใจผิดคะ
ดิฉันทราบมา ว่าท่าน 60 กว่าแล้ว" "ท่านมีอายุ มากกว่าที่คุณจะคาดเดาได้เสียอีก"
นิลพัตรางงๆ "เหรอคะ มากกว่า 60 เยอะเลยหรือคะ แต่หายจากโรคนี้ได้
ก็ยิ่งน่าทึ่งเข้าไปใหญ่นะคะ" "แล้วคุณจะได้เห็น" มะ แตนายมองไปในสนาม
นักกีฬากำลังเล่นโปโลกัน มะแตนายเพ่งกระแสจิตให้ลูกบอลโปโลลอยไประเบิดใส่หน้าอัคคี
ที่ยืนอยู่ที่เต็นท์หนึ่ง
คนรีบไปตามนิลพัตรามาดูอาการให้อัคคี

สุสานภูเตศวร จบตอน3

เครดิต : www.oknation.net/blog/lakorn

   
 
ความคิดเห็น


.: ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณาบันทึกความคิดเห็นของคุณลงบนแบบฟอร์มข้างล่างนี้ ขอบคุณค่ะ :.

ละครปัจจุบันตอนล่าสุด
(ตอนอื่น ๆ)
ตอนที่ 1 - 3
ละครที่ฉายอยู่ปัจจุบัน
จามอง ยอดหญิงผู้พิทักษ์แผ่นดิน (3)
ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน (15)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
* ชื่อ :  
   
อีเมล์ :  
   
* รายละเอียด  
 

ใส่ข้อมูลได้อีก ตัวอักษร
 
* ใส่ค่าตามภาพ  
 
 
 
SABUYJAISHOP ผู้ให้บริการทางการตลาดออนไลน์ สำหรับร้านค้าหรือผู้ประกอบการ ที่ต้องการนำเสนอสินค้า โฆษณา ประชาสัมพันธ์ร้านค้า หรือสินค้าในร้าน โดยเรามีเครื่องมือที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดร้านค้า โฆษณาสินค้า และระบบการสั่งซื้อสินค้าไว้พร้อมสรรพแล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการช่องทางในการทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์