แหล่ง shopping
   สินค้าจากร้านค้า
คอนโดสำหรับเช่า 2 ห้องนอน Paradise Ocean View Condominium (พาราไดซ์ โอเชี่ยน วิว คอนโดมิเนียม)
ดูขนาดรูปภาพจริง
ขนตาปลอม
ดูขนาดรูปภาพจริง
ครีมบำรุงผิวผสามสมุนไพร ดร.สาโรช ตำหรับพิเศษ (ขนาด 60 กรัม )
ดูขนาดรูปภาพจริง
หมวก
ดูขนาดรูปภาพจริง
แฮนด์ลิฟท์ ราคาถูก
ดูขนาดรูปภาพจริง
ลำโพงบลูทูธ Wireless Speaker Bluetooth ลำโพงเห็ด
ดูขนาดรูปภาพจริง
ฆ่าเชื้อในน้ำ และบำบัดน้ำเสียในโรงแรมและรีสอร์ท
ดูขนาดรูปภาพจริง
สกรีนฟอยด์
ดูขนาดรูปภาพจริง
เครื่องอบผ้า Siemens รุ่น WT47W540BY
ดูขนาดรูปภาพจริง
สบายใจการ์ดเมทัลลิคแถบแม่เหล็ก 0.76
ดูขนาดรูปภาพจริง
Real Hair 4 กล่อง (เรียวแฮร์ เซรั่มปลูกคิ้ว หนวด เครา จอน)
ดูขนาดรูปภาพจริง
City Garden Pratumnak (ซิตี้ การ์เด้น พระตำหนัก)
ดูขนาดรูปภาพจริง
Real Hair 2 กล่อง (เรียวแฮร์ เซรั่มปลูกคิ้ว หนวด เครา จอน)
ดูขนาดรูปภาพจริง
tween cleansing gel เจลล้างหน้าสำหรับคนเป็นสิว
ดูขนาดรูปภาพจริง
Kinesys (คินเนซิส) SPF50 กันแดดสำหรับคนเป็นสิว
ดูขนาดรูปภาพจริง
ฟิล์มกันรอย Smart Phone (รวมรุ่น) update !!! 280959
ดูขนาดรูปภาพจริง
บริษัท เอส ไรคส์ จำหน่ายเครื่องจ่ายสารละลายคลอรีนสารส้มปูนขาวจ่ายน้ำยาล้างตะกรัน
ดูขนาดรูปภาพจริง
บัตรพลาสติกโปร่งแสง การ์ดพีวีซีโปร่งใส โฟโต้การ์ดใส
ดูขนาดรูปภาพจริง
The Cloud Condominium Pattaya (เดอะ คลาวด์ คอนโดมิเนียม พัทยา)
ดูขนาดรูปภาพจริง
ขนมปังกระเทียม
ดูขนาดรูปภาพจริง
ชุดราตรียาวของเด็ก หรูหราสีเขียวแขนจั๊ม (พร้อมส่ง)
ดูขนาดรูปภาพจริง
Reebok เสื้อยืดคอกลมสีม่วงเข้ม ไซส์ S ของมันต้องมี
ดูขนาดรูปภาพจริง
Real Hair : Hair Set 1 Set มี 2 ชิ้น (เรียวแฮร์ : ดูแลปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน)
ดูขนาดรูปภาพจริง
คอนโดสำหรับเช่า 2 ห้องนอน City Garden Pratumnak (ซิตี้ การ์เด้น พระตำหนัก)
ดูขนาดรูปภาพจริง
Real Hair : Hair Set 2 Set มี 4 ชิ้น (เรียวแฮร์ : ดูแลปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน)
ดูขนาดรูปภาพจริง
 
เรื่องย่อละคร ตามบทโทรทัศน์
 

สาปภูษา [ ตอนที่ 1 - 6 ]

 

จำนวนคนเข้าชม : 439 ครั้ง            update : 17/3/2009

   
   
  สาปภูษา 1

รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสียงดนตรีไทยบรรเลง
ที่ห้องโถงพิธีภายในวังเสด็จฯ ท่านชายทัต กำลังยืนยกมือไหว้พระสงฆ์
ซึ่งเดินถือตาละปัดเข้ามาในห้อง แล้วเดินไปที่แท่น ขณะที่ห้องนอนหญิงฉาย
หญิงโฉมเข้ามาสีหน้าตื่นเต้น "เสร็จแล้วยังน้องหญิงฉาย ใกล้จะได้เวลาฤกษ์พิธีแล้ว
เดี๋ยวท่านชายทัดจะรอนาน" หญิงฉายที่กำลังแต่งตัวหันหน้ามายิ้มหวาน
"หญิงห่มผ้าสะพักผืนเดียวก็เสร็จแล้วล่ะค่ะพี่หญิงโฉม"
หญิงฉายหยิบผ้าห่มไหมปักทองลายดอกลั่นทมที่ใหม่มากขึ้นมาดูอย่างชื่นชม
หญิงฉายกำลังจะหยิบใส่ หญิงโฉมห้ามเอาไว้ "พี่ว่าเธออย่าห่มผ้าผืนนี้เลยนะหญิง
พี่รู้สึกใจคอไม่ดียังไงบอกมิถูก" " ไม่มีอะไรดอกค่ะพี่หญิงโฉม
คนทำเขาอุตส่าห์ตั้งใจทำให้หญิงใช้ในวันแต่งงานโดยเฉพาะ
ถ้าเขารู้ว่าหญิงไม่ใช้เขาจะเสียใจได้นะคะพี่หญิงโฉม
แล้วหญิงก็มิเคยเห็นผ้าห่มไหมปักทองห่มผืนใดจะงามเท่าผืนนี้เลยนะคะ"




หญิงฉายคลายผ้าไหมปักทองออกแล้วนำมาพาดไหล่ตัวเอง มีนางจวงคอยช่วยเหลือ
ในขณะที่หญิงโฉมมีสีหน้าไม่สบายใจ ณ โถงพิธีภายในวังเสด็จฯ เสด็จในกรม หญิงโฉม
หญิงทิพย์ และคู่บ่าวสาว ท่านชายทัดกับหญิงฉายประนมมือฟังพระสวดมนต์
ท่านชายทัดมองหญิงฉายด้วยความรัก หญิงฉายสบตาแล้วหลบตาเขินอาย แล้วทัน
ใดนั้นที่โต๊ะหมู่บูชาพระ จู่ๆ เกิดมีลมพัดอย่างแรง เทียนคู่เปลวไฟดับทันที บ่าว
สาวประนมมืออยู่ไม่คิดอะไร ดอกแดงของผ้าห่มไหมปักทองมีอาการบิดเบี้ยว
หญิงฉายคนเดียวที่ประนมมืออยู่ สะดุ้งตาเหลือก
เลิกประนมมือเสมือนมีคนมาบีบคอจากด้านหลัง หญิงฉายพยายามแกะมือที่บีบคอตัวเอง
ท่านชายทัดตกใจถามพร้อมเขย่าแขน "เป็นอะไรไป หญิงฉาย" เสด็จ ในกรม หญิงโฉม
หญิงทิพย์และคนอื่นพากันตกใจ พระหยุดสวด ต่างหันมองมาที่หญิงฉายเป็นตาเดียว
หญิงฉายลุกยืนตาเหลือก พยายามแกะมือฝีที่บีบคอออก ท่านชายทัดลุกยืนตาม
"เป็นอะไรบอกพี่สิ น้องหญิงฉาย" อำนาจ
ผีสั่งหญิงฉายใช้มือผลักท่านชายทัดกระเด็นออกห่าง
แล้วหญิงฉายพยายามแกะมือผีที่บีบคอ
แต่หญิงฉายถูกอำนาจผีลากไปทางประตูทางออกอย่างเร็ว
หญิงฉายตาเหลือกหันไปมองว่าใครบีบ แล้วก็เห็นผีตกใจ ร้องกรี๊ด วิ่งออกประตู
ท่านชายทัดตกใจร้องเรียก ท่านชายทัด หญิงโฉม หญิงทิพย์ พ่อแม่ชายทัดและหญิงฉาย
จะวิ่งออกไปที่ประตู ประตูปิดใส่หน้าดังปัง ทุกคนตกใจ แล้วพยายามเปิดออกประตู
ท่านชายทัดจึงวิ่งไปอีกประตู ประตูปิดใส่อีก
สุดท้ายประตูบานที่หญิงฉายออกไปเปิดออกเอง ท่านชายทัด หญิงโฉม หญิงทิพย์
พ่อแม่ชายทัดและหญิงฉาย วิ่งออกไปทางเดียวกับหญิงฉาย เสด็จในกรมตกใจเกิดอะไรขึ้น
หญิงฉายวิ่งกรีดร้องเข้ามาแล้วพยายามแกะผ้าห่มไหมปักทองออกจากตัว "สีเกด
อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันกลัวแล้ว" หญิงฉายดิ้นและกรีดร้อง
แล้วหญิงฉายก็พลัดตกลงไปในน้ำ หญิงฉายพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำอย่างอ่อนแรง
"ช่วย ด้วย" เห็นมือขาวซีดของเจ้าสีเกด ยื่นมาบีบคอหญิงฉายแน่น
หญิงฉายตาเบิกโพลงแล้วพยายามดิ้น แต่มือของเจ้าสีเกดก็ยิ่งบีบให้แน่นขึ้น
ท่านชายทัดวิ่งตามหาหญิงฉายอย่างร้อนใจ หญิงโฉมและคนอื่นๆ วิ่งตามหลังมาด้วย
"หญิงฉายอยู่ไหน! หญิงฉาย!" หญิง ฉายตะกุยตะกายอย่างทุรนทุราย
ถูกอำนาจผีลากไปกลางคลองนอนคว่ำหน้า ดิ้นทุรนทุราย
ท่านชายทัดวิ่งมาถึงริมสระน้ำแล้วหยุดชะงัก มองไปที่สระน้ำ
เห็นร่างหญิงฉายที่ยังห่มไหมปักทองเอาไว้นอนคว่ำหน้าอยู่เหนือผิวน้ำ
ท่านชายทัดตกใจมาก "หญิงฉาย!" ท่าน ชายทัดกระโดดลงไปในน้ำทันที
แล้วว่ายน้ำไปคว้าร่างของหญิงฉายเอาไว้และพยายามจะลากขึ้นฝั่ง
แต่ท่านชายทัดก็รู้สึกหนักจนไม่สามารถลากขึ้นไปได้ เจ้าสีเกดโผล่ขึ้นจากน้ำ
แต่มือยังบีบคอหญิงฉายอยู่ เจ้าสีเกดโผล่ขึ้นมาประจันหน้ากับท่านชายทัด
แต่ชายทัดจะมองไม่เห็นสีเกด เจ้าสีเกดมองท่านชายทัดอย่างเคียดแค้น
บนฝั่งหญิงโฉมกับคนอื่นๆ
วิ่งกรูกันเข้ามาแล้วตกใจกับภาพที่เห็นหญิงฉายหมดลมหายใจตาย
ท่านชายทัดใช้ความพยายามลากตัวหญิงฉายขึ้นมา แต่ก็ทำไม่ได้ แล้วจู่ๆ
ท่านชายทัดก็สามารถลากร่างของหญิงมาได้อย่างง่ายดาย
ท่านชายทัดลากร่างของหญิงฉายมาบนฝั่งอย่างทุลักทุเล
หญิงโฉมร้องไห้โฮและเข้าไปหาหญิงฉาย ท่านชายทัดเขย่าร่างของหญิงฉาย "ฟื้นสิหญิงฉาย"
หญิง ฉายแน่นิ่ง ท่านชายทัดเอานิ้วอังที่จมูกของหญิงฉาย
พอแน่ใจว่าหญิงฉายไร้ลมหายใจแล้ว
ท่านชายทัดก็กอดร่างของหญิงฉายเอาไว้และร้องไห้โฮอย่างสิ้นอาย "ไม่จริง!" รัชกาล
ที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในวังแห่งหนึ่ง ท่านชายใหญ่ซึ่งหน้าเหมือนท่านชายทัด
เข้าพิธีแต่งงานกับหญิงจันทร์จรัสเลขา
และหญิงจันทร์จรัสเลขาได้ใช้ผ้าห่มไหมปักทองผืนเดียวกับที่หญิงฉายใส่ ภาย
ในงานขณะที่ผู้ใหญ่พากันรดน้ำสังข์ให้บ่าวสาว
แขกในงานก็เอ่ยถึงผ้าห่มไหมปักทองที่เคยมีคนใส่ในวันแต่งงานแล้วเจ้าสาวก็ สิ้นใจตาย
ทันใดนั้นหญิงจันทร์จรัสเลขา
ซึ่งกำลังรับคำอวยพรของผู้ใหญ่อยู่ก็เห็นผ้าห่มไหมปักทองบิดเบี้ยว แล้วมีเลือดไหล
เธอตกใจที่เห็นผีเจ้าสีเกด ร้องกรี๊ดลั่นวิ่งหนีเข้าห้องไป
กว่าท่านชายใหญ่จะเปิดประตูได้ก็เข้าไปพบหญิงจันทร์จรัสเลขาแขวนคอตาย
กับขื่อกลางห้อง ท่านชายใหญ่อุ้มร่างหญิงจันทร์จรัสเลขาลงมากอดร้องไห้โฮ รัชกาลที่
7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จในกรมฯ นั่งอยู่ รตานั่งมองอยู่ข้างๆ ด้วย "
เธอแน่ใจรึว่าจะขอผ้าห่มไหมปักทองผืนนี้ไปใช้ในวันแต่งงานของเธอ
เธอก็รู้มิใช่รึอารีย์ว่าเคยเกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่ใช้ผ้าผืนนี้บ้าง"
หม่อมอารีย์ดูเป็นผู้หญิงมั่นใจในตัวเองนั่งดูผ้าห่มไหมปักทองอย่างหลงใหล "
ดิฉันมิเชื่อดอกเจ้าค่ะ
ว่าผ้าห่มไหมปักทองงดงามผืนนี้จะทำให้ท่านทวดฉายกับท่านย่าจันทร์ตาย
ดิฉันว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญเสียมากกว่า เสด็จฯกรุณาประทานให้ดิฉันเถอะนะเจ้าค่ะ"
"เอ้า! ถ้าหล่อนอยากได้มากก็เอาไปเถอะ
เพราะผ้าผืนนี้มันเป็นสิทธิ์ของเธอกับแม่รตาที่เป็นญาติรุ่นหลานของหญิง
จันทร์อยู่แล้ว มันขึ้นอยู่ที่ว่าแม่รตาจะยอมยกให้เธอแต่เพียงผู้เดียวหรือไม่
ว่าอย่างไรเล่าแม่รตา" "ดิฉันมิขัดข้องอะไรดอกเจ้าค่ะ"
หม่อมอารีย์ยิ้มดีใจแล้วลูบผ้าอย่างหลงใหล
"ขอบใจนะรตารับรองว่าพอฉันใช้ผ้าห่มไหมปักทองผืนนี้ห่มแล้ว
ท่านายนพต้องมองฉันเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด" วัน งานแต่งงานของหม่อมอารีย์
ท่านชายนพที่มีใบหน้าเหมือนท่านชายทัด
ขณะที่ฟังพระสวดก็เกิดลมพัดแรงวูบนทำให้เทียนดับ และดอกแดงของผ้าห่มไหมปักทอง
ลอยเข้าประทมทะหน้าผากหม่อมอารีย์ จนหม่อมอารีย์ผละกระตุก ตากร้าว
ยืนขึ้นพร้อมหัวเราะลั่น ทุกคนในงานตกใจ ท่านชายนพลุกยืน "อารีย์ เป็นอะไรไป"
ท่านชายนพเข้าไปจับ แต่หม่อมอารีย์สะบัด หม่อมอารีย์ผลักท่านชายนพกระเด็นชี้หน้า
"ท่านมันเลวแล้วก็เจ้าชู้ยิ่งนัก" "อารีย์พูดอะไร นี่ฉันนพนะ เรากำลังจะแต่งงานกัน"
"แต่งงาน รักมันมากอย่างนั้นรึ" หม่อมอารีย์หัวเราะ ท่านชายนพเข้าไปจับแขน "อารีย์"
หม่อมอารีย์หัวเราะเสียงแหลมแล้วสะบัดท่านชายนพออก
แล้วหม่อมอารีย์ก็วิ่งไปที่หน้าต่าง หม่อมอารีย์กระโดดลงไปทันที ทุกคนตกใจสุดขีด
"อารีย์อย่า!" มีเสียงดังหล่นตุ๊บ! ท่านชายนพและทุกคนกรูไปที่หน้าต่าง
เห็นร่างของหม่อมอารีย์นอนตายจมกองเลือดอยู่บนพื้น
ท่านชายนพร้องไห้และตะโกนสุดเสียง "อารีย์!" วันใหม่ ทุกคนอยู่ในชุดดำ
รตาและข้าหลวงคนอื่นๆ ร้องไห้กระซิกๆ เสียใจที่หม่อมอารีย์ตาย เสด็จในกรมฯ
ถือผ้าห่มไหมปักทองเอาไว้ในมือ "ไม่น่าเลยแม่อารีย์
ฉันเตือนแล้วก็ไม่ฟังว่าอย่าห่มผ้าต้องสาปผืนนี้ แม่รตา"
รตาตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก "เจ้าคะ"
"หล่อนเอาผ้าต้องสาปผืนนี้ไปเก็บไว้ให้มิดชิด
อย่าให้ใครได้สังเวยชีวิตเพราะผ้าผืนนี้อีก" "เจ้าค่ะเสด็จ"
รตารับผ้าห่มไหมปักทองจากเสด็จในกรมฯ รตาเดินเข้ามาในห้อง
และนำผ้าห่มไหมปักทองวางลงไปในหีบเหล็ก เสร็จแล้วก็ปิดฝาลงและใส่กุญแจ เจ้า
สีเกดยืนหน้าเหี้ยมอยู่ที่มุมหนึ่ง "ด้วยผ้าผืนนี้ ฉันตามพวกแกมาทุกชาติภพ
ไม่ว่าพวกแกจะไปเกิดเป็นใคร ในดินแดนใด ฉันก็จะตามหาพวกแกจนเจออีก
ไม่มีใครขัดขวางฉันได้ ไม่มีทาง"
เจ้าสีเกดหัวเราะร่าอย่างน่ากลัว0000000000000000000 กรุงเทพมหานคร
ปรีชญาเจ้าของร้านไหมปักทอง ไปร่วมงานรับปริญญาของไหมพิม
หญิงสาวที่อยู่กับป้าตั้งแต่พ่อแม่ของเธอเสียชีวิต
"ขอความยินดีกับบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้วยนะจ๊ะ" "ขอบคุณค่ะ
ไหมดีใจจังเลยค่ะ ที่คุณปั๋มมา" "ไม่มาไม่ได้หรอกจ้ะ เอ้อ
แล้วนี่ไหมได้งานที่ไหนรึยังล่ะ" "ยังเลยค่ะ แต่ไหมก็อยากจะทำงานเกี่ยวกับเรื่องผ้า
อย่างที่ไหมเรียนมาน่ะค่ะ" "ตอนนี้ที่ร้านฉันขาดคนพอดี
งั้นไหมมาทำงานกับฉันที่ร้านไหมปักทองดีไหม" ไหมพิมดีใจ "จริงเหรอคะ" "จริงสิจ๊ะ
อาทิตย์หน้าไหมเริ่มงานเลยได้มั้ย" ไหม พิมยิ้มดีใจแล้วไหว้ปรีชญาอย่างนอบน้อม
"ได้ค่ะ ไหมขอบคุณ คุณปั๋มมากนะคะที่เมตตาไหม
ไหมสัญญาค่ะว่าจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้คุณปั๋มผิดหวังเลยค่ะ"
ปรีชญายิ้มเอ็นดูให้ไหมพิม ไหมพิมสีหน้ามีความสุขมาก ไหม
พิมกลับไปบอกผ้าอย่างดีใจที่เธอได้งานแล้ว และบอกว่าเธอจะส่งเงินมาให้ป้าทุกเดือน
ทางด้านปรีชญากลับถึงบ้านก็พบทาวิธ นายตำรวจหนุ่มคู่หมั้นของเธอนั่งคุยกับรณี
ยายของเธออยู่ "จะมาทำไมไม่โทรมาบอกก่อนละคะวิธ ปั๋มจะได้รีบกลับ"
"เพราะผมรู้นี่ครับว่าปั๋มไม่เถลไถลไปไหนอยู่แล้ว
แล้วอีกอย่างผมตั้งใจมาทานขนมฝีมือชาววังของคุณยายด้วย" รณีเอาขนมวางบนโต๊ะ
"ถ้าชอบเอากลับไปทานที่คอนโดก็ได้นะพ่อวิธ ยายทำไว้ตั้งหลายอย่าง" "ไม่ดีกว่าครับ
ขืนเอากลับไปทานที่คอนโดรับรองว่าน้ำหนักขึ้นแน่ๆ
แค่นี้ผมก็อ้วนจนจะวิ่งจับผู้ร้ายไม่ทันอยู่แล้ว" ปรีชญากับรณีหัวเราะกัน
ปั๋มจะลงนั่งทาวิธเอาใจรีบดึงเก้าอี้ให้ แล้วทาวิธก็นึกขึ้นได้ "อ๋อ! ปั๋ม
เดี๋ยวผมจะต้องไปสัมมนาที่เขาใหญ่สองวันนะ" "เหรอคะ ไปป่าช่วงหน้าฝนแบบนี้
วิธต้องดูแลสุขภาพตัวเองดีๆ นะคะ" "ครับผม ปั๋มก็เหมือนกันนะ ดูแลสุขภาพบ้าง
ช่วงนี้ผมเห็นปั๋มทำงานหนักแล้วไม่ค่อยสบายใจเลย" "ไม่ต้องห่วงปั๋มหรอกค่ะ
เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้ที่ร้านมีไหมพิมมาช่วยแล้ว ปั๋มก็คงเบาแรงขึ้นเยอะ"
รณีสีหน้าสงสัย "ไหมพิม นักศึกษาที่ปั๋มเคยเล่าว่าชอบมาดูผ้าที่ร้านบ่อยๆ น่ะเหรอ"
" ค่ะคุณยาย ตอนนี้ไหมพิมเรียนจบแล้ว แถมยังได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้วยนะค่ะ
ปั๋มก็เลยรับเข้าทำงานที่ร้าน คนเก่งๆ นิสัยดีๆ แบบไหมพิมหายาก
ปั๋มไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปหรอกค่ะ" "เอ้า! งั้นก็ไปล้างไม้ล้างมือสิ
จะทานอะไรล่ะเรา" "เอาสลิ่มเหมือนวิธก็ได้ค่ะ" รณีกับทาวิธหัวเราะ
ทาวิธเบือนหน้าไปทางอื่นแล้วยิ้มนัยน์ตาเป็นประกายเพราะนึกถึงไหมพิม
โดยที่ปรีชญากับรณีไม่เห็น ไหม พิมมาทำงานวันแรกเป็นผู้ช่วยนุช
ทาวิธก็ส่งดอกไม้มาต้อนรับแต่ไม่ลงชื่อ ไหมพิมได้แต่แปลกใจว่าใครกัน
นุชบอกให้ไหมพิมเฝ้าร้านแทนเพราะแม่โทรมาบอกว่าพ่อป่วย และพอนุชออกไป
ก็มีชายลึกลับท่าทางเมา เข้ามาบังคับขายผ้า
ไหมพิมบอกว่าเธอไม่ใช่เจ้าของร้านรับซื้อไม่ได้ ชายลึกลับบังคับให้โทรตาม
และคว้าตัวไหมพิมไว้ ไหมพิมดิ้นหนี จนพชรเข้ามาและชกหน้าชายลึกลับอย่างแรงจนล้มลงไป
ไหมพิมสีหน้าตกใจ พชรเข้าไปหาไหมพิม "คุณเป็นอะไรหรือเปล่า"
ไหมพิมส่ายหน้าอย่างตื่นตระหนก แล้วหันไปเห็นว่าชายลึกลับลุกขึ้นมากระโจนเข้าใส่พชร
"ระวัง!" พชรหันขวับไป ชายลึกลับลับชกหน้าพชรอย่างแรง พอพชรเซไป
ชายลึกลับก็วิ่งหนีไป พชร วิ่งตามไป ไหมพิมมองตาพชรด้วยความเป็นห่วง
ไหมพิมเดินไปเดินมามองไปนอกร้าน เป็นห่วงพชร
บังเอิญเหลือบเห็นถุงผ้าของชายลึกลับที่ทำตกอยู่ ไม่ทันที่ไหมพิมจะเปิดดู
พชรก็เดินกลับเข้ามา "เป็นยังไงบ้างคะคุณ" "มันหนีไปได้"
ไหมพิมพยักหน้ารับสีหน้าไม่สบายใจแล้วสังเกตเห็นแผลที่มุมปากของพชร "อุ๊ย!
คุณมีแผลด้วย ฉันขอดูหน่อยสิคะ" ไหมพิมหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับที่ปากของพชร เป็น
ครั้งแรกที่ พชรได้เห็นหน้าไหมพิมอย่างจริงจัง พชรจ้องหน้าไหมพิม
ประทับใจในใบหน้างดงามคมคาย จนไหมพิมสงสัย หยุดมือที่เช็ดแผล พชรหันหน้าหนีเขินอาย
"เอ้อ ขอโทษครับ" ไหมพิมเลยเช็ดแผลต่อไป ไม่สนใจอะไรอีก จนไปโดนบริเวณที่เจ็บปวด
พชรร้องเจ็บ มณีกัญญาเดินเข้ามาในร้านพอดี "เธอทำอะไรพี่ชายฉันน่ะ!"
มณีกัญญาเดินเข้ามาผลักไหมพิมจนไหมพิมเซจะล้ม พชรรีบเข้าไปช่วยประคอง
"ณีทำไมทำแบบนี้ คุณเขายังไม่ได้ทำอะไรพี่สักหน่อย"
"ก็ณีเห็นอยู่กับตาว่ามันทำพี่พัดเจ็บ แล้วทำไมเธอถึงใส่ชุดนี้
นี่อย่าบอกนะว่าปั๋มรับเธอเข้าทำงานแล้ว" "ใช่ค่ะ" ทุกคนหันไปมอง
เห็นปรีชญาเดินเข้ามาในร้าน มณีกัญญารีบเข้าไปหาปรีชญาทันที
"ทำไมจะรับใครเข้ามาทำงาน ถึงไม่ปรึกษากันบ้างเลย
ณีก็เป็นหุ้นส่วนของร้านเหมือนกันนะปั๋ม" "ก็ร้านของเรากำลังขาดคนนี่จ๊ะ
แล้วปั๋มก็เห็นว่าณีเองก็รู้จักไหมพิม ปั๋มก็เลยคิดว่าณีคงจะไม่มีปัญหาอะไร" มณี
กัญญาปรายตามองไหมพิมอย่างไม่ชอบใจ "ก็แค่เคยๆ เห็นหน้าเท่านั้นแหละ
ไม่ได้รู้จักหัวนอนปลายเท้าอะไร แล้วปั๋มจะรับคนก็น่าจะมาปรึกษากันบ้าง
ไม่ใช่ทำอะไรข้ามหน้าข้ามตากันแบบนี้" ไหมพิมหลบตาลงทันที ปรีชญารีบเปลี่ยนเรื่อง
"เอ่อ! ไหมจ๊ะนี่พี่พัดญาติฉันเอง แล้วก็เป็นพี่ชายคุณณีด้วย ยายของพี่พัดกับคุณณี
เป็นพี่สาวยายของฉันน่ะ" ไหมพิมไหว้ "สวัสดีค่ะ" พชรรับไหว้ ปรีชญาพูดกับพชร
"แล้วพี่พัดมาถึงนี่มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ" "พี่ว่าจะมาดูผ้าในร้านปั๋มน่ะ
เผื่อว่าจะได้แรงบันดาลใจไปคิดงานเสนอลูกค้าบ้าง"
แล้วปรีชญาก็สังเกตเห็นแผลที่ปากของพชร "อุ๊ย! นั่นปากพี่พัดไปโดนอะไรมาคะ"
พชรสบตากับไหมพิม ไหมพิมสีหน้าหนักใจ ก่อนจะเล่าให้สองสาวฟัง
มณีกัญญากับปรีชญาตาโตอย่างตกใจ "ตายจริง! แล้วนี่ไหมเป็นอะไรหรือเปล่า"
"ไหมไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ โชคดีที่คุณพัดมาช่วยเอาไว้"
ปรีชญาหันไปเห็นห่อผ้าสีขาวของชายลึกลับ "แล้วนั่นห่ออะไร"
"ของผู้ชายคนนั้นทำหล่นเอาไว้ค่ะ" มณีกัญญามองอย่างสนใจ "ไหน แกะออกดูสิ"
"จะดีเหรอณี" " ไม่เห็นเป็นอะไรเลย
ถ้าผู้ชายคนนั้นบอกว่าตัวเขามีผ้าสวยกว่าผ้าทุกผืนในร้านเรา ณีก็อยากจะเห็นเหมือน
กันว่าคนแบบนั้นจะมีผ้าอะไร ยืนบื้ออะไรอีกล่ะ แกะออกมาดูสิ"
ไหมพิมพยักหน้ารับแล้วแกะห่อผ้าสีขาวดู ทุกคนจับจ้องอย่างสนใจ
แล้วทุกคนก็เห็นว่าผ้าที่อยู่ข้างในคือ "ผ้าไหมปักทองลายดอกลั่นทม"
ผืนงามแต่มีสภาพเก่าแก่บ้างแล้ว ไหมพิม ปรีชญา มณีกัญญาอึ้งตะลึงงัน
"ผ้าไหมปักทองของแท้เลยนะเนี่ย ราคาไม่ใช่น้อยๆ เลย" พชร มีสีหน้าสงสัย
ไหมพิมเลยบอกให้ฟัง "ผ้าห่มไหมปักดิ้นทองของโบราณ ไว้ห่มคล้ายผ้าสไบ
ผู้หญิงโบราณจะทอและปักไว้ใช้ในงานสำคัญของตนเองน่ะค่ะ"
"แปลกนะที่ผ้ามีราคาแบบนี้ไปอยู่ที่ผู้ชายคนนั้นได้ พี่ว่าเราแจ้งความดีกว่า
ผ้าผืนนี้อาจถูกขโมยมาจากที่ไหนก็ได้" " ไม่ค่ะ ณีไม่ยอม
ผ้าไหมปักทองผืนนี้สวยและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ณีเคยเห็นมาเลยนะคะ
แล้วในเมื่อมันตกมาอยู่ที่เรา เราจะยอมปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ ได้ยังไง"
มณีกัญญาม้วนใส่แกนเก็บผ้าแล้วสั่งไหมพิม "เอาไปเก็บไว้ในตู้เซฟหลังร้านสิ"
"ค่ะคุณณี" ไหมพิมถือม้วนผ้าไป คล้อยหลังไหมพิมออกไปปุ๊บ มณีกัญญาก็โพล่งออกมาปั๊บ
"มาทำงานวันแรกก็ได้เรื่องเลย เอาความซวยเข้ามาในร้านเราจริงๆ!"
ไหมพิมหน้าเจื่อนรีบเดินเข้าไปหลังร้าน ขณะที่ปรีชญากับพชรมองกันอย่างไม่สบายใจ
"ผู้หญิงคนนั้น เขาเคยทำอะไรณีหรือ" "เปล่า" "แล้วไปเกลียดเขาทำไม" "เอ๊ะ
ก็คนพวกนี้ ถ้าไม่ดุไม่ข่ม อีกหน่อยจะใช้งานไม่ได้นะคะ"
"เจ้านายคนอื่นเขาไม่เห็นต้องใช้น้ำเสียงหรือท่าทางแบบนี้เลย ดูปั๋มสิ"
"ณีไม่ชอบไหมพิม ชอบทำท่ารู้มากเรื่องผ้า ทั้งที่ตัวเองค่าเทอมยังแทบไม่มี
นิสัยทะเยอทะยานชอบของสูง" มณีกัญญามองตามอย่างเหยียดหยาม
"เกลียดเพราะเขาอยู่คนละชนชั้นกับเราแค่นั้นหรือ ไม่มีเหตุผลเอาเลย" พชรส่ายหน้า
"ความเกลียดที่ไม่มีเหตุผลนี่ล่ะ มีเหตุผลในตัวของมันเอง" พชรกับปรีชญามองหน้ากัน
เหนื่อยหน่ายใจ ไหมพิมถือผ้าไหมปักทองเข้ามาแล้วเปิดตู้เซฟ
แต่พอกำลังจะเอาเก็บเข้าไป ไหมพิมก็หยุดชะงักแล้วลูบผ้าอย่างชื่นชม
ไหมพิมเอาผ้าไหมปักทองใส่ตู้
แล้วทันทีที่ปิดตู้เซฟก็ปรากฏร่างของเจ้าสีเกดยืนอยู่หลังตู้ โดยที่ไหมพิมไม่เห็น
ไหมพิมเดินออกไป "ไอ้หัวขโมยคนนั้น มันพาฉันมาเจอพวกแกจนได้
เพราะความโลภอยากได้อัฐของมัน ถึงพาฉันมาเจอพวกแก ฮะฮะฮ่า!" หลัง เลิกงาน
ไหมพิมนำผ้าของร้านใส่ถุงห่อผ้าสีขาวของชายลึกลับ เพราะเห็นว่าถุงกำลังพอดี
เธอจะนำผ้าไปซ่อมที่บ้าน ปรึชญาเห็นแล้วรู้สึกไม่ค่อยดี
เพราะเกรงภัยจะมาถึงตัวไหมพิม แล้วจู่ๆ ไฟก็ดับ เจ้าสีเกดหัวเราะเบาๆ
ไหมพิมหันขวับไปตามเสียง เจ้าสีเกดมองไหมพิมอย่างสนใจ ไหมพิมไม่เห็นเจ้าสีเกด
ปรีชญาสังเกตเห็นก็ถามว่ามีอะไร "ไหมได้ยินเสียงคนหัวเราะน่ะค่ะ" ปรีชญาหน้างงๆ
"ใครหัวเราะ" "ไหมคงหูฝาดไปเอง" เจ้าสีเกดแปลกใจที่ไหมพิมได้ยินเสียงหัวเราะของตน
มณีกัญญาตัดบท "กลับบ้านกันเถอะค่ะพี่พัด วันนี้ณีไปเอารถที่ซ่อมไว้ก็ยังไม่เสร็จ
เซ็งจริงๆ เลย" ทุก คนเดินออกไป
ไหมพิมยังหันกลับมามองภายในห้องอีกครั้งแต่ก็ไม่เห็นอะไรเลยเดินออกไป
เจ้าสีเกดมองตามไหมพิมไปอย่างสนใจมากแล้วยิ้มพอใจ "แกได้ยินเสียงของข้าด้วยเหรอ
ไหมพิม"จบ 1
สาปภูษา 2 ปรีชญาโทรหาไหมพิมไม่ติด
เธอเป็นห่วงจึงโทรบอกให้พชรช่วยไปดูที่บ้านให้หน่อย โดยเธอบอกทางให้ ด้าน
ไหมพิมกลับถึงบ้านโดยไม่รู้ว่าชายลึกลับผู้นั้นสะกดรอยตามมาจากร้าน
เพราะต้องการเอาผ้าคืน และระหว่างที่ไหมพิมหลับ
เธอก็ฝันว่าเธออยู่ที่ด้านหน้าเรือนไทยงดงามหลังหนึ่ง
และได้เห็นสีเกดซึ่งสวยงามมากนั่งปักผ้าอยู่อย่างมีความสุข
เจ้าสีเกิดปักผ้าด้วยความรู้สึกว่ากำลังปักไหมไว้งานแต่งของเธอเอง
ไหมพิมเดินเข้ามาใกล้ นั่งลงมองเจ้าสีเกดอย่างชื่นชม " สวยจัง
ไม่เคยเจอใครสวยเหมือนคุณเลย แบบนี้ล่ะมั้ง ผิวขาวเหมือนหยวก จีบและโจงงดงามละเอียด
อืม เกล้าผมแบบนี้
คุณคงเป็นเจ้าหญิงต่างเมืองที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอยู่ในวังหลวง"
ไหมพิมยิ้มแย้มนั่งมองสีเกดอย่างเพลิดเพลิน แล้วหันลงมองผ้า
"เอ๊ะนี่มันผ้าที่ขโมยคนนั้นทำตกไว้นี่นา ใช่จริงๆ ด้วย
นี่เรากำลังฝันถึงเจ้าของผ้าหรือนี่" เจ้าสีเกดหันมายิ้มกับไหมพิม
เพราะเริ่มชอบไหมพิมแล้ว จึงดลบันดาลให้ไหมพิมฝันถึงเหตุของผ้าผืนนี้
"เจ้าได้ยินเสียงข้ารึไหมพิม" "คุณคุยกับไหมหรือคะ" " เราสองคนเหมือนกันมากรู้ไหม
ถูกคนพวกนั้น เกลียดโดยไม่มีเหตุผล คนพวกนั้นดูถูกข่มเหง
เพียงเพราะเราไม่ได้อยู่ชนชั้นเดียวกับเขา เราเหมือนกันรู้ไหม ไหมพิม"
ไหมพิมเริ่มกลัว "คะคุณหมายถึงใครคะ" "เจ้าต้องช่วยข้านะไหมพิม
ช่วยข้าแก้แค้นพวกมัน ช่วยข้านะ" เจ้าสีเกดอ้อนวอนขอร้อง ดวงตาเจ็บปวด ท้อง
ฟ้าที่สดใส กลายเป็นมืดดำคล้ายฝนตั้งเค้า ไหมพิมตกใจ
มองไปรอบข้างที่เมื่อสักครู่แดดเปรี้ยง บัดนี้เปลี่ยนบรรยากาศลงฉับพลันกลายเป็นมืด
ไหมพิมมองไปรอบๆ บ้านเรือนไทยที่สดใส กลายเป็นบ้านเก่าร้างหยากไย่ขึ้น
ท่ามกลางความมืดของรัตติกาล เสียงหมาหอนโหยหวน ไหมพิมตกใจมาก ลุกขึ้นยืน
ลมพัดแรงเข้ามาปะทะตัว "นี่มันอะไรกันนี่" ไหมพิมหันมองเจ้าสีเกดก็ พบว่า
สาวสวยหายไปแล้ว ร่างของเจ้าสีเกดกลายเป็นขาวโพลน ซีดเหมือนซากศพ
เจ้าสีเกดกำลังปักผ้าด้วยความแค้น ปากพึมพำอย่างกราดกรี้ยว ไม่หันหน้ามาเลย "
ข้าขอสาปแช่งด้วยดวงชีวิต ดวงจิต และดวงวิญญาณของข้า ทุกฝีเข็ม ทุกเส้นไหม
ทุกลมหายใจ ความทุกข์ ความเจ็บแค้นใดที่พวกมันทำไว้กับข้า
ขอจงฝังอยู่ในผ้าทรงสะพักผืนนี้
พวกมันจะต้องเจ็บและทรมานมากกว่าที่ข้าเคยเจ็บนับสิบนับร้อยเท่า ทุกฝีเข็ม
ทุกเส้นไหม ทุกลมหายใจ ข้าขอสาปแช่งมันผู้ใดที่ห่มผ้าผืนนี้
พวกมันจะต้องชดใช้สิ่งที่ทำลงไปจนสาสม ข้าขอสาปแช่งพวกมัน
ขอสาปแช่งไปจนชั่วลูกชั่วหลาน ให้พวกมันวิบัติฉิบหาย อย่าได้พบกับความสุขใดอีกเลย"
ผู้หญิงโบราณผู้นั้นหันขวับมาจ้องมองไหม พิมด้วยใบหน้าที่เละเน่าเหมือนซากศพทันที
ไหมพิมถอยห่างด้วยความกลัว แล้วหกล้มร้องกรี๊ด ดังลั่น กรี๊ด
ไหมพิมสะดุ้งตื่นพรวดขึ้น พอรู้ตัวว่าฝันไปก็ถอนใจโล่งอก "ฝันอะไรน่ากลัวจริง"
ไหมพิมเก็บของที่ทำค้างเอาไว้อยู่ แล้ว ทันใดนั้นจู่ๆ ไฟก็ดับพรึ่บ! ไหมพิมสะดุ้ง
ลุกไปเปิดลิ้นชักแล้วควานหาไฟฉาย ระหว่างนั้นก็มีเสียงก๊อกแก๊กดังมาจากด้านหนึ่ง
ไหมพิมขมวดคิ้วแล้วหยิบกระบอกไฟฉายที่หัวเตียงแล้วย่องออกไป
เธอเห็นชายลึกลับกำลังเลื่อยเหล็กดัดก็ตกใจสุดขีดร้องให้คนช่วย ชายลึก
ลับไม่หยุดแต่กลับเลื่อยเหล็กดัดเร็วขึ้นอีก จนเกือบจะเข้ามาได้แล้ว
ไหมพิมหันซ้ายหันขวาทำอะไรไม่ถูก ชายลึกลับเลื่อยเสร็จแล้ว
และกำลังง้างเหล็กดัดเข้ามา ไหมพิมตกใจกลัว
วิ่งไปเปิดประตูจะวิ่งออกไปแล้วไหมพิมก็ชนกับพชรเข้าอย่างจัง
พร้อมกับเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น ไหมพิมตกใจสุดขีดกรีดร้องเสียงดังแล้วเป็นลมสลบไปทันที
"ไหมพิม!" ชาย ลึกลับพอเห็นพชรก็ตกใจจึงหนีออกไป พชรเห็นชายลึกลับจำได้
ตามไปที่หน้าต่าง พชรจะตามแต่ก็เปลี่ยนใจมาดูไหมพิม ไหมพิมนิ่งใบหน้าซีดเผือด
พชรอุ้มเธอไปโรงพยาบาล พร้อมโทรตามปรีชญามาที่โรงพยาบาลด้วย ปรีชญามา ถึง
พชรบอกว่าหมอว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่อยากให้นอนพักก่อนเพื่อรอดูอาการให้แน่ใจ
และเขาก็เชื่อว่าชายลึกลับคนนั้นตั้งใจจะมาเอาผ้าคืน
เพราะเห็นไหมพิมถึงถุงออกจากร้าน วันรุ่งขึ้นปรีชญากับพชรคิดจะแจ้งความ
แต่มณีกัญญาไม่ยอม เพราะเธอชอบผ้าผืนนี้มาก ทั้งคู่จึงคิดปล่อยเรื่องผ้าไปก่อน
เพราะสิ่งที่สำคัญตอนนี้คือความปลอดภัยของไหมพิม ในห้องพักไหมพิมนั่ง
เหม่ออยู่ที่เตียงคนไข้ นึกถึงเหตุการณ์ชายลึกลับ ปรัชญาเปิดประตูห้องเดินนำเข้ามา
โดยมีภาติยะในชุดตำรวจกองปราบฯ เดินตามมาด้วย ไหมพิมยกมือไหว้ "สวัสดีค่ะคุณปั๋ม"
"ไหมจ๊ะ นี่คุณภาติยะรุ่นน้องของคุณวิธจ้ะ คุณคะ นี่ไหมพิมค่ะ"
ภาติยะเห็นหน้าไหมพิมก็หลงรักทันที เขามองไหมพิมตาเป็นประกาย "สวัสดีครับ"
ไหมพิมไหว้ "สวัสดีค่ะ" "คุณวิธเขาให้คุณยะมารับแจ้งความจากไหมเรื่องเมื่อคืนน่ะจ้ะ
ไหมจะได้ไม่ต้องไปที่สถานีตำรวจ" ไหมพิมพยักหน้าเข้าใจ
ปรีชญาหันซ้ายแลขวาถามหาพชรว่ายังไม่มาหรือ ไหมพิมตอบว่ายัง
"เชิญคุณยะตามสบายเลยนะคะ" ภาติยะจ้องไหมพิมอย่างหลงใหลตลอดเวลา
พร้อมหยิบสมุดบันทึกประจำวันขึ้นมาจด ขอทราบชื่อไหมพิม "ไหมพิม พิตรพิบูรณ์ ค่ะ"
"โสด หรือสมรสแล้วครับ" "โสดค่ะ" ภาติยะฟังแล้วพึงพอใจในตัวไหมพิมมาก พชร
มาที่บ้านของไหมพิมเพื่อสำรวจความเสียหาย
แล้วเห็นว่าเหล็กดัดถูกงัดเป็นรูขนาดใหญ่พอที่คนจะเข้าได้
เขารู้สึกกังวลว่าชายลึกลับจะย้อยกลับมาอีก พชรเดินไปที่ห้องนอนของไหมพิม
นั่งพักบนเตียงและมองไปรอบๆ อย่างสำรวจ เขาชื่นชมที่ทุกอย่างไหมพิมทำเองหมด
เขาแอบเอาหมอนมาดมแล้วยิ้มกริ่มเพราะแอบชอบเจ้าของ พชรเดินมาที่โต๊ะทำ งาน
ซึ่งทุกอย่างวางอย่างเป็นระเบียบ ตามประสาผู้หญิงเรียบร้อย ช่างประดิดประดอย
บนโต๊ะมีกองกระเป๋าผ้าแฮนด์เมดหลายใบ มีตารางเวลา บันทึกว่า หนึ่งวันทำอะไรบ้าง
พร้อมกับรูปการ์ตูนตัวหนังสือตัวโตๆ "สู้ๆ เพื่อปริญญา" พชรหยิบสมุดไดอารี่ขึ้นมา
มองซ้ายขวาชักเกรงใจ ว่าใครจะเข้ามาไหม แต่แล้วก็เปิดอ่าน " พ่อขา แม่ขา
หนูเก็บตังค์ค่าเทอมและค่ารับปริญญาได้แล้ว เทอมนี้คงจบเสียที
ชีวิตที่เหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลก เหงาเหลือเกิน หนูบ้าไหมคะ ถ้าจะบอกว่า
หนูรอเวลาที่จะขึ้นไปอยู่บนสวรรค์กับพ่อและแม่ เฮ้อ"
พชรมองไปที่รูปไหมพิมที่ติดอยู่ตรงตารางเวลาประจำวันประดับด้วยการ์ตูน
พชรลูบที่หน้าไหมพิมในรูปนั้น "พ่อแม่คงเสียหมดแล้ว น่าสงสารจริง"
พชรยิ้มให้รูปนั้น มองอย่างสงสารเห็นใจ ร้าน ไหมปักทอง
ปรีชญากำลังก้มหน้าก้มตาทำบัญชีอยู่ ที่ตู้เซฟมีแสงวาบออกมา
ปรีชญารู้สึกแปลกใจจึงเงยหน้าขึ้นมองอย่างเร็วจนทำปากกาตกพื้น
เจ้าสีเกดมองปรีชญาที่กำลังก้มตัวหาปากกาด้วยสายตาเคียดแค้น เจ้าสีเกด
มองไปบนโต๊ะทำงานที่มีที่เสียบบิลปลายแหลมวางอยู่ เจ้าสีเกดยิ้มร้าย
ที่เสียบบิลปลายแหลมเริ่มขยับทีละนิดๆ และลอยขึ้นหันปลายแหลมจะแทงเข้าที่ตัวปรีชญา
แต่ปรีชญาไม่รู้ตัว ทันใดนั้นก็มีเสียงประตูเปิดออก
ทำให้ที่เสียบบิลเลยกลับมาอยู่ที่เดิม "ทำอะไรอยู่ปั๋ม" ปรีชญากับเจ้าสีเกดหันไปมอง
เห็นทาวิธเดินเข้ามา เจ้าสีเกดสีหน้าตื่นตะลึงไม่คาดคิด "ท่านชายทัด!" "อ้าว วิธ
ทำไมไม่บอกว่ากลับจากเขาใหญ่วันนี้" ทาวิธจับมือปรีชญา "ผมจะมาเซอร์ไพร้สปั๋มไง"
เจ้าสีเกดจ้องมองไปที่ทาวิธและปรีชญาที่ยืนคู่กัน "งั้นปั๋มรอวิธ แป๊ปนะคะ
ขอจดอะไรนิดหนึ่ง" "ในที่สุดก็ได้เจอพวกแกพร้อมหน้า
ข้าขอสาบานว่าข้าจะตามจองล้างจองผลาญพวกแกทุกชาติไป"
เจ้าสีเกดมีสีหน้าโกรธแค้นเป็นอย่างยิ่ง!0000000000000000 ที่ โรงพยาบาล
ไหมพิมนอนหลับ เจ้าสีเกดบันดาลให้ไหมพิมฝันถึงอดีต
ซึ่งเป็นเรื่องราวของตนเองซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์อยู่เมืองลาว ที่ลี้ภัยมาอยู่สยาม
บิดาของเจ้าสีเกดชื่อเจ้าจักรา ถูกกล่าวหาว่าเป็นขบถ
แม้ว่าเจ้าติสสะผู้เป็นบิดาจะพยายามช่วยแต่ไม่สำเร็จ
หลังจากเจ้าจักราถูกประหารชีวิต
วังที่เคยอยู่ก็ถูกยึดทำให้เจ้าติสสะต้องพาเจ้าสีเกดและข้าทาสมาอยู่ที่ เรือนไทย
แต่เพราะเรือนไทยหลังเล็กเจ้าติสสะปลดปล่อยให้ทาสไปทำกินเลี้ยงดูตัวเอง
เหลือไว้เท่าที่จำเป็น ครอบครัวของเจ้าสีเกดต้องล่มสลายลงนับแต่บัดนั้น เจ้า
สีเกดกับนางผิวคนรับใช้ที่ดูแลกันมาต้องไปอยู่ในวังของเสด็จฯ
ซึ่งก็ถูกดูถูกจากบรรดาบ่าวไพร่ในวัง โดยเฉพาะจากนางจวงบ่าวของหญิงโฉม
ธิดาท่านเจ้าคุณกลาโหมที่กำลังรุ่งเรื่อง เจ้าสีเกดมีความสามารถทางปัก ผ้า เสด็จฯ
จึงให้สอนหญิงโฉมด้วย หญิงโฉมนั้นไม่ชอบเจ้าสีเกดเพราะทั้งสวย และเก่ง
ทำให้เธอไม่ได้เป็นหนึ่งในวังนี้อีกต่อไป
ตั้งแต่นั้นมาเจ้าสีเกดถูกกลั่นแกล้งจากหญิงโฉมตลอดเวลา
ไหมพิมรู้สึกสงสารเจ้าสีเกดมาก
และนึกแปลกใจไม่น้อยที่หญิงโฉมกับมณีกัญญาหน้าเหมือนกัน ค่ำ
วันนั้นชายลึกลับไปที่ร้าน ต้องการขโมยผ้าคืน โดยงัดประตูหลังร้านเข้าไป
และย่องไปค้นหาผ้าในตู้อย่างลนลาน จู่ๆ ก็มีเสียงหมาหอน
แล้วเจ้าสีเกดก็วูบผ่านด้านหลังชายลึกลับไป ชายลึกลับหันมองอย่างหวาดกลัว
แต่ก็ไม่เห็นใคร เดินตามไปดู ทันใดนั้นก็มีแมวดำกระโดดกระแทกกระจกตรง หน้าชายลึกลับ
เขาสะดุ้งสุดตัวล้มลง
และชะงักเมื่อเหลียวไปมองเห็นวิญญาณเจ้าสีเกดยืนมองมาสีหน้าถมึงทึง "ผะ ผี"
ชายลึกลับจะวิ่งหนีแต่วิญญาณเจ้าสีเกดก็ปรากฏตัวขึ้นดักหน้าไว้
ไม่ว่าจะไปทางไหนเจ้าสีเกดก็ไปดักหน้าไว้
จนชายลึกลับตัดสินใจวิ่งทะลุร่างเจ้าสีเกดไป เจ้าสีเกดมองตามพลางหัวเราะก้อง
เช้าวันรุ่งขึ้นปรีชญารู้ว่าที่ร้านถูกงัด ก็บอกให้ทาวิธรู้
ทาวิธพาตำรวจมาสองนายเพื่อตรวจสอบสถานที่ เก็บรอยนิ้วมือ
ปรีชญาเป็นห่วงความปลอดภัยของไหมพิม เมื่อหมออนุญาตให้กลับบ้านได้
เธอจึงให้พชรรับมาอยู่กับเธอที่บ้านก่อน ซึ่งรณีก็เห็นด้วย
"บ้านคุณปั๋มเหรอคะเนี่ย" ไหมพิมมองรอบๆ อย่างตื่นเต้น "ก็ใช่น่ะสิจ๊ะ คุณยายคะ
นี่ไงคะไหมพิมที่ปั๋มพูดถึง ไหมพิมจ๊ะ นี่คุณยายรณี คุณยายของฉันจ้ะ"
ไหมพิมไหว้อย่างนอบน้อม "สวัสดีค่ะ" "ไหว้พระเถอะจ้ะ" รณีมองไหมพิมอย่างเอ็นดู "ธง
มะลิ พาคุณไหมไปดูห้องพักซิ" ธงกับมะลิขยับเข้าช่วยไหมพิมหิ้วกระเป๋าทันที
ไหมพิมหน้าเหวอ "ฉันจะให้ไหมย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน" ไหมพิมสีหน้าตกใจ
ปรีชญารีบอธิบายต่อ "คือ ฉันไม่อยากให้ไหมกลับไปอยู่ที่บ้านคนเดียว
ไหมอาจจะไม่ปลอดภัย" "แต่ว่า" พชร ช่วยพูด "อยู่ที่นี่ไปก่อนเถอะครับ
รอให้ทางตำรวจจับตัวผู้ชายคนนั้นได้ก่อนแล้วคุณไหมค่อยกลับไปอยู่ที่บ้านจะ
ดีกว่านะครับ ส่วนเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้เดี๋ยวผมไปขนมาให้เองครับ
คุณไหมไม่ต้องเป็นห่วง" ไหมพิมอึกอักๆ
แต่พอเห็นสายตาบังคับของพชรก็เลยรับคำเสียงอ่อยๆ "ก็ได้ค่ะ" พชรกับปรีชญายิ้มดีใจ
ทาง ด้านมณีกัญญากลับไปบ้าน เธอนำผ้าตาดทองกลับไปด้วย เพราะกลัวว่าจะหาย
รตาซึ่งเป็นยายของเธอนั่งถักนิตติ้งอยู่ในบ้าน เห็นว่าด้านนอกมีลมพัดแรง
ต้นไม้ไหวซู่ราวกับจะมีพายุ รตาเงยหน้ามองไปด้านนอกอย่างตกใจ
แล้วมณีกัญญาก็เดินถือห่อผ้าตาดทองเข้ามา รตานิ่วหน้าอย่างแปลกใจ
"มีอะไรหรือคะคุณยาย" "ยายแปลกใจน่ะจ้ะ ยายนั่งอยู่ตั้งนาน ไม่มีลมสักนิด แต่พอณีมา
ลมกลับพัดแรงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเลย" "สงสัยฝนใกล้จะตกมั๊งคะ
ณีขอตัวก่อนนะคะคุณยาย" รตายิ้มรับ มณีกัญญาเดินออกไป รตามองตาม สังหรณ์พิกล มณี
กัญญาเข้ามาในห้องแล้วคลี่ผ้าตาดทองลายดอกลั่นทมออกมาจากห่อ
แล้วลูบไล้ผ้าอย่างชื่นชมในความงดงาม พอใจแล้วม้วนผ้าเก็บใส่ในตู้
พอเสร็จก็ใช้นิ้วปาดฝุ่นที่ขอบตู้แล้วยกขึ้นดู
มือที่เปื้อนฝุ่นอย่างขยะแขยงแล้วเดินออกไป
มณีกัญญาเดินออกมาจากในห้องแล้วกำลังเดินออกไป
รตาเดินเข้ามาเห็นมณีกัญญาเดินไปหลังไวๆ ก็นิ่วหน้าอย่างแปลกใจ
รตาเปิดประตูห้องเข้ามาแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่เห็นมณีกัญญา
เลยหันจะไปสะดุดตาผ้าห่มไหมปักทองเลยเดินเข้าไปดู "ยายณีได้ผ้าอะไรมาขายอีกล่ะ"
รตาเห็นผ้าตกใจ สีหน้าหวาดกลัว "ผ้าผืนนั้นจริงๆ ด้วย ไม่ได้!
จะให้ผ้าผืนนี้กลับมาทำใครในบ้านนี้ตายอีกไม่ได้ ฉันจะต้องทำลายมัน"
รตาคว้าผ้าตาดทองแล้วพรวดพราดออกไป รตาถือผ้าตาดทองและกล่องไม้ขีดไฟเดินเข้ามา
แล้วคว้ากะละมังซักผ้าที่คว่ำอยู่ให้หงายขึ้น
รตาโยนผ้าลงในกะละมังซักผ้าแล้วจุดไม้ขีดไฟ
"ฉันจะไม่ยอมให้มันกลับมาทำร้ายใครได้อีก!" รตา กำลังโยนไม้ขีดไฟลงไป
ทันใดนั้นก็เกิดลมวูบพัดมา ทำให้ไฟที่ไม้ขีดไฟดับพรึ่บ! รตาชักสีหน้าไม่พอใจ
แล้วรตาก็จะจุดไม้ขีดไฟอีก ที่มือของรตา มีมือซีดๆ ของเจ้าสีเกดมาคว้าข้อมือเอาไว้
รตารู้สึกเจ็บที่ข้อมือ และไม่สามารถจุดไม้ขีดไฟได้ แต่รตาไม่เห็นมือของเจ้าสีเกด
รตาพยายามจะจุดไฟแต่ถูกเจ้าสีเกดเหวี่ยงไป รตาร้องเสียงดัง "โอ๊ย!"
มณีกัญญาเดินเช็ดมือเข้ามาแล้วหันขวับไปทางเสียงรตาอย่างตกใจ รีบวิ่งออกไปดูทันที
มณี กัญญาวิ่งเข้ามาแล้วเห็นรตานั่งหน้าซีดอยู่บนพื้น มณีกัญญาปราดเข้าไปหารตา
ศรีวิ่งเข้ามาจากอีกทาง รตาค่อยๆ ลุกขึ้นมาระบมเจ็บอยู่
มองที่ข้อมือว่าใครจับเหวี่ยงมา "คุณยาย! คุณยายเป็นอะไรไปคะ!"
มณีกัญญาหันไปเห็นผ้าตาดทอง "เอ๊ะ! นี่มันผ้าของณีนี่ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"
มณีกัญญารีบไปหยิบมา "แกเอามันมาให้ยายเดี๋ยวนี้! ยายจะเผามัน!"
รตาจะคว้าผ้าจากมณีกัญญามาเผาอีก มณีกัญญายื้อผ้าเอาไว้ "ไม่ได้นะคะ!
ณีไม่ยอมให้คุณยายเผาผ้าของณีเด็ดขาด! กว่าณีจะได้มาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะคะ"
รตาน้ำเสียงสั่นเทาอย่างหวาดกลัว "แต่ผ้าผืนนี้เป็นผ้าต้องคำสาป ถ้าแกไม่ทำลายมัน
มันจะทำลายแก" " คุณยายอย่าคิดอะไรไร้สาระได้ไหมคะ ผ้าผืนนี้มันก็เป็นแค่ผ้าธรรมดาๆ
มันจะเป็นผ้าต้องคำสาป แล้วมาทำลายณีอย่างที่คุณยายว่าได้ยังไง"
"นี่แกไม่เชื่อยายเรอะ!" "ค่ะ! ณีไม่เชื่อ!
และณีก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายผ้าของณีด้วย!" "ถ้าแกจะไม่ให้ยายยุ่งกับผ้าของแก
แกก็ต้องเอามันออกไปจากบ้านนี้! ห้ามเก็บผ้าผืนนี้เอาไว้ในบ้านเด็ดขาด!
ได้ยินมั๊ย!" มณีกัญญากระแทกเสียงอย่างหงุดหงิด "ก็ได้ๆๆๆ ค่ะ"
มณีกัญญาเดินถือผ้าออกไปทันที รตามองตามผ้าไป สีหน้าวิตกกังวลมากจบตอน 2
สาปภูษา 3 ปรีชญากับพชรนั่งคุยกันอยู่ ปรีชญามีสีหน้าร่าเริง
"ท่าทางปั๋มจะตกกระป๋องแล้วนะคะ ขนาดจะขึ้นไปนอน
คุณยายยังขอให้ไหมพาขึ้นไปแทนปั๋มเลย" พชรยิ้มในหน้าแต่ไม่พูดอะไร
มณีกัญญาเดินเข้ามา ปรีชญาหันไปเห็นมณีกัญญา "อ้าว ณี ไหนว่าจะกลับบ้านไวไง
มาตั้งแต่เมื่อไหร่" "ณีจะเอาผ้าห่มไหมปักทองมาฝากปั๋มเอาไว้น่ะ" ปรีชญาหน้างง
"แล้วทำไมณีถึงไม่เก็บเอาไว้เองล่ะ" " ก็ณีไม่รู้จะเก็บเอาไว้ไหนน่ะสิ
จะเอาไว้ที่บ้าน ณีก็ไม่วางใจ เพราะณีกับพี่พัดก็ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน
แล้วอีกอย่างณีก็มั่นใจว่าปั๋มจะช่วยดูแลผ้าได้ดีกว่าณี"
ปรีชญากับพชรมองหน้ากันอย่างแปลกใจ มณีกัญญาตัดบท
"เอาเป็นว่าณีฝากผ้าห่มไหมปักทองผืนนี้เอาไว้ที่นี่ก็แล้วกัน ขายได้เมื่อไหร่
ค่อยมาเอาไป" ทันใดนั้นก็มีลมพัดกรรโชกขึ้นอย่างรุนแรง ประตูหน้าต่างบานโน้นที
บานนี้ทีให้ปิดเสียงดังปึงปัง ทุกคนสะดุ้งสุดตัว
"สงสัยพายุจะเข้าคัทเอ้าท์บ้านนี้อยู่ที่ไหนเดี๋ยวพี่ดูให้" ปรีชญาตามไปช่วยพชร
ส่วนมณีกัญญาไม่สนใจจะช่วย แต่นั่งลงที่โซฟาแล้วลูบไล้ห่อผ้าตาดทองอย่างเสียดาย
ไม่อยากให้ห่างตัวไปเลย ดวงไฟในห้องรณีที่ไม่มีอะไรผิดปกติเลย
ส่วนไหมพิมก็กำลังห่มผ้าให้รณีที่นอนบนเตียงแล้ว
มณีกัญญายังนั่งดูผ้าตาดทองอยู่อย่างชื่นชม มณีกัญญาดึงผ้าออกจากถุง "ผ้าสวยขนาดนี้
เรื่องอะไรจะเผาทิ้งขายเอาเงินดีกว่า" เจ้าสีเกดกำลังจ้องมองมณีกัญญาอย่างไม่พอใจ
"เจ้าจะขายผ้าของข้ามิได้" ไหมพิมวิ่งเข้ามาแล้วเห็นมณีกัญญา
มณีกัญญาเห็นไหมพิมก็อารมณ์เสียขึ้นมาทันที "เอ๊ะ! เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย!"
เจ้าสีเกดหันขวับไปมองไหมพิม
แล้วทันใดนั้นเจ้าสีเกดก็พุ่งเข้าไปสั่งไหมพิมที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
"บอกมัน! ห้ามขาย!" หน้าไหมพิมกระตุกและตาแข็ง เพราะถูกสะกดแล้ว
"นี่เธอไม่ได้ยินที่ฉันถามหรือไง" ไหมพิมไม่ตอบ แต่จ้องมณีกัญญานิ่ง
แล้วก้มไปมองผ้าตาดทองบนมือมณีกัญญา "ห้ามขายผ้าห่มไหมปักทองเป็นอันขาด!"
มณีกัญญาไม่พอใจ "เธอมีสิทธิอะไรมาสั่งฉันยะ" มณีกัญญามองไหมพิมอย่างดูถูก
"คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ อย่าคิดสะเออะมาสั่งคนอย่างฉันเป็นอันขาด!"
"ถึงฉันจะต่ำต้อยกว่า แต่ฉันก็ไม่ได้มีจิตใจสกปรก ละโมบโลภมาก!
อยากได้ของของคนอื่นมาเป็นของตัวเองเหมือนแก!" มณีกัญญาโมโห "นังไหมพิม!
นี่แกกล้าพูดอย่างงี้กับฉันเรอะ!" มณี กัญญาพุ่งเข้าไปตบไหมพิมอย่างแรง
ไหมพิมหน้าหัน แต่ยังไม่หลุดจากมนต์สะกดของเจ้าสีเกด
ไหมพิมสะบัดหน้ากลับมาจ้องตามณีกัญญาอย่างไม่เกรงกลัว "นี่แกคิดจะลองดีกับฉันใช่ไหม
นังไหมพิม!" มณี กัญญาง้างมือจะตบไหมพิม
ไหมพิมคว้ามือมณีกัญญาเอาไว้แล้วผลักมณีกัญญาไปอย่างแรงจนมณีกัญญากระเด็น
ล้มลงไปชนกับข้าวของล้มระเนระนาด เสียงดังเปรื่องปร่าง "ว๊าย!
นี่แกกล้าทำกับฉันขนาดนี้เลยเรอะ ฮึ! วันนี้ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!" มณี
กัญญาลุกขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าไปบีบคอไหมพิม แล้วบีบคอไหมพิมแน่น
ไหมพิมทำคอแข็งและจ้องหน้ามณีกัญญาอย่างไม่เกรงกลัว
พชรกับปั๋มกลับเข้ามาเห็นมณีกัญญากำลังบีบคอไหมพิมอยู่ "ณีทำอะไรน่ะ!" ทัน
ใดนั้นไหมพิมก็กระตุกแล้วเป็นลมไปทันที
ทรุดลงไปกองกับพื้นพชรวิ่งเข้าไปประคองไว้ในอ้อมกอด
ปรีชญาก็วิ่งเข้ามาดึงมณีกัญญาออกจากร่างของไหมพิม มณีกัญญาโวยวาย "ปล่อยณีนะปั๋ม!
ณีจะจัดการมัน!" พชรเขย่าตัวไหมพิม "คุณไหม คุณไหม" สักครู่ไหมพิมก็ค่อยๆ
รู้สึกตัวขึ้นมา สีหน้างุนงง " เธอนี่มันมารยาจริงๆ เลยนะ
พอมีคนอื่นอยู่ด้วยล่ะทำสำออย แกล้งเป็นลมเป็นแล้ง ทีเมื่อตะกี้แกยังด่าฉันฉอดๆ
อยู่เลยว่าฉันเป็นพวกจิตใจสกปรก เป็นพวกละโมบโลภมากอยากได้ของของคนอื่น!" ไหม
พิมตกใจที่ถูกมณีกัญญาด่าจนจะร้องไห้ "ไหมเปล่านะคะ
เมื่อตะกี้ไหมจำได้ว่าตัวเองเดินลงมาเจอคุณณี แล้วไหมก็ ก็ไม่รู้เรื่องอะไรแล้ว"
มณีกัญญากรี๊ดสุดเสียง "โกหก!" พชรรำคาญ "หยุดสักทีได้ไหมณี!" มณีกัญญาอึ้ง
"พี่ว่าปั๋มพาคุณไหมไปพักก่อนเถอะ" "ค่ะ" ปรีชญาพาไหมพิมออกไป
มณีกัญญามองตามอย่างเจ็บใจ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะพชรยืนขวางหน้าไว้
"ณีจะหาเรื่องคุณไหมไปถึงไหนกัน" "พี่พัดเข้าข้างมันเหรอคะ!
นี่พี่พัดเห็นคนอื่นดีกว่าน้องสาวแท้ๆ ของตัวเอง!" แล้วมณีกัญญาก็เดินปังๆ ออกไป
พชรมองตามแล้วส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ000000000000000 เช้า วันใหม่ ทาวิธมารับปรีชญา
แต่เธอบอกให้ไหมพิมสักครู่ พอทาวิธเห็นไหมพิมก็ตาวาวด้วยความสนใจมานานแล้ว
แต่ปรีชญาไม่ทันเห็น เธอแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน "ไหมจ๊ะ นี่คุณทาวิธจ้ะ"
ไหมพิมไหว้อย่างนอบน้อม "สวัสดีค่ะ" ทา วิธรับไหว้ "ผมเคยเห็นไหมไปที่ร้านอยู่ 2-3
ครั้ง แต่ได้ยินปั๋มพูดถึงมาหลายครั้งแล้วครับ
แต่เพิ่งมีโอกาสได้รู้จักเป็นทางการก็วันนี้เอง" ปรีชญามองนาฬิกาข้อมือ
"ปั๋มว่าเราไปกันดีกว่านะคะ เดี๋ยววิธจะไปถึงที่ทำงานสาย" "เชิญครับ"
ทาวิธเปิดประตูรถให้ปรีชญาอย่างสุภาพบุรุษ ส่วนไหมพิมเดินไปขึ้นด้านหลัง ทา
วิธขึ้นรถแล้วทำทีเป็นปรับกระจกส่องหลัง แต่แท้จริงแล้วปรับเพื่อแอบมองไหมพิม
ไหมพิมสบตากับทาวิธในกระจกส่องหลังเข้าพอดีก็ตกใจ รีบหลบตาทันที
ทาวิธยิ้มเจ้าชู้แล้วขับรถออกไป พชรแวะมาหาปรีชญาตอนบ่าย
และบอกให้รู้ว่าเขาต้องการที่ปรึกษาเรื่องผ้าโบราณ
เพราะกำลังออกแบบพิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณให้ลูกค้า ปรีชญาจึงแนะนำไหมพิมให้มาช่วย
เพราะไหมพิมเก่งเรื่องผ้าโบราณ พชรจึง มีโอกาสใกล้ชิดกับไหมพิมมากขึ้น
ซึ่งทำให้เขารักไหมพิมมากขึ้นด้วย ไหมพิมเองก็มีใจให้พชร แต่ไม่กล้าแสดงความรู้สึก
เพราะรู้ว่าตนมีฐานะต่ำต้อยกว่ามาก เจ้าสีเกดเห็นทาวิธมารับส่งปรีชญาอยู่เสมอ
ก็รู้สึกไม่พอใจพยายามที่จะทำให้ทั้งสองคนแยกจากกันให้ได้ ค่ำ คืนหนึ่ง
ทาวิธส่งปรีชญาแล้วก็ขับรถกลับ ระหว่างทางเขาแวะร้านสะดวกซื้อ
ก็เห็นโจนสองคนเข้ามาปล้น เขาจึงแสดงตัวเป็นตำรวจเพื่อช่วยเหลือ
โดยตัวเขาหลบอยู่ในที่ปลอดภัย เพื่อต่อสู้กับโจร
เจ้าสีเกดได้ผลักทาวิธออกไปในที่โล่ง
ทำให้โจรเห็นแล้วยิงเขาที่หัวเข่าก่อนจะหนีไปได้ ทา วิธถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
ผลจากการถูกยิงทำให้กระดูกสะบ้าหัวเข่าที่ถูกยิงแตกละเอียด ต้องเข้าเฝือกจนหาย
แต่ขาไม่สามารถเดินได้อย่างปกติเหมือนเก่า ปรีชญาสงสารคู่หมั้นมาก
เธอจึงเฝ้าดูแลเขาด้วยความเอาใจใส่ ขณะที่ทาวิธ นอนสลบอยู่
เจ้าสีเกดปรากฏตัวขึ้นข้างเตรียง แล้วจ้องมองชายหนุ่มด้วยความรักปนแค้น
เจ้าสีเกดลูบไล้ร่างกายทาวิธแล้วเอาหน้าไปแนบที่ตัวทาวิธ ผู้เคยเป็นสามีของตน
ด้วยความอาลัย น้ำตานองหน้า "ท่านเคยเป็นลมหายใจ ของข้า เมื่อหายใจเข้า
มันคือลมหายใจแห่งรัก แต่เมื่อหายใจออกมันกลายเป็นพายุแห่งความแค้น
ด้วยลมหายใจเข้าและออกแบบนี้ ที่ทำให้ข้ามีชีวิตอยู่!"
เจ้าสีเกดเปลี่ยนเป็นอารมณ์แค้น ลุกขึ้นทันทีจ้องหน้าทาวิธ "ทั้งหมดนี่
เพราะท่านบังคับให้ข้าทำนะชายทัด" ในอดีตนั้น ท่านชายทัด
ซึ่งเป้ฯข้าราชการกรมพระตำรวจได้พบกับเจ้าสีเกดในฐานะหลานสาวเจ้าติสสะ
ก็พอใจในความสวยของนางมาก จึงพยายามตามจีบ
และเมื่อรู้ว่าเจ้าสีเกดมีความสามารถในการปักผ้ามากจนเป็นคนโปรดของเสด็จฯ
จึงขอให้เจ้าสีเกดสอนหญิงทิพย์น้องสาวของตนเรียนปักผ้าด้วย
ทำให้ท่านชายทัดมีโอกาสใกล้ชิดกับเจ้าสีเกด ช่วงเวลานั้นท่านชายทัดได้
พบหญิงโฉมด้วย แล้วจีบหญิงโฉมอีกคน ประสาผู้ชายเจ้าชู้
เจ้าสีเกดรู้ว่าท่านชายทัดเจ้าชู้ แต่เพราะหลงรักเขาจึงไม่อาจตัดใจได้
ท่านชายทัดพบเจ้าสีเกดกับหญิงโฉมพร้อมๆ กันต่อหน้าเสด็จ และพูดให้เสด็จฯ
รู้ว่าเขาสนใจทั้งสองสาว แต่ชอบเจ้าสีเกดมากกว่า
เจ้าสีเกดบันดาลให้ไหมพิมฝันถึงเรื่องนี้ จนรู้เรื่องที่เกิดขึ้น
ไหมพิมพูดขึ้นมาอย่างแปลกใจ "ท่านชายเลือกเธอ ท่านชายไม่ได้เลือกหญิงโฉมสักหน่อย
ดีจังเลย" เจ้า สีเกดหันมา หน้าเศร้า "เวลานั้น หัวใจข้าพองโตและมีความสุขมาก
แต่เจ้ารู้ไหมความรักของชายเหมือนน้ำค้าง
เวลาเกิดขึ้นมันมากมายเหมือนดื่มกินได้ไม่มีวันหมด แต่พอรุ่งเช้า
กลับแห้งเหือดหายไป ในเวลาอันสั้น" "หมายความว่าเธอสองคนไม่ได้แต่งงานกันหรือ
เรื่องเป็นยังไงต่อล่ะ" ไหมพิมอยากรู้มาก " ท่านชายโปรดเธอนะไหมพิม ชายทัดชอบเธอ
ฉันจะใช้ความเจ้าชู้ของชายทัดให้เป็นประโยชน์
เธอต้องช่วยฉันแก้แค้นคนพวกนี้นะไหมพิม ช่วยฉันนะ!" "ฉันเนี่ยนะ" ไหมพิมงง "
วิญญาณของฉันติดตามผ้าผืนนั้นมาทุกชาติเพื่อทำลายล้างพวกมัน ไอ้ขโมยนั่น
มันพาฉันมาที่นี่ แต่เธอคือคนที่จะช่วยฉัน ช่วยฉันนะไหมพิม" เจ้าสีเกดจับมือไหมพิม
ไหมพิมสะบัด เดินถอยแล้วตบหน้าตนเอง "ตื่น ตื่นเสียที ไหมพิม ตื่น" พชร
รับสร้างพิพิธภัณฑ์โบราณให้ คือแทนไทกับภุมรี สองสามีภรรยาที่ร่ำรวยมาก
แทนไทเล่าให้พชรฟังว่าเขาชอบสะสมประเภทวัตถุสิ่งของเครื่องใช้
ส่วนภรรยาของเขาชอบสะสมผ้าโบราณอย่างเดียว ซึ่งพชรสามารถคุยกับภุมรีได้อย่างถูกคอ
เพราะเขาความรู้จากไหมพิมมาเกี่ยวกับเรื่องผ้าโบราณมาพอสมควร ทางด้านทา
วิธเมื่อรู้ว่าตัวเองเดินไม่ได้เหมือนเดิม ก็กลายเป็นคนโมโหง่าย รณีเห็นก็นึกสงสาร
บอกให้ปรีชญาพาทาวิธมาพักที่บ้าน เพื่อจะได้ดูแลได้สะดวก
เพราะทาวิธพักที่คอนโดลำพังไม่มีญาติที่ไหน ปรีชญาเห็นด้วย
เพราะเธออยากทำหน้าที่คู่หมั้นให้ดีที่สุด มณีกัญญาลากปรีชญามายืนพูดใกล้ๆ
กับหน้าต่าง "ปั๋มคิดยังไงถึงพาคุณวิธมาอยู่ที่นี่" "ก็วิธเขาไม่มีใคร
เขามาพักที่นี่ปั๋มจะได้คอยช่วยดูแลเขาได้อย่างใกล้ชิดไง"
"แต่ถ้าใครรู้เข้าว่าปั๋มพาคู่หมั้นมาอยู่บ้านเดียวกันทั้งๆ ที่ยังไม่แต่งงาน
เขาจะนินทาเอาได้นะปั๋ม" " ปั๋มไม่สนใจคำพูดใครหรอกณี ปั๋มรู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไร
ปั๋มขอแค่คนใกล้ชิดปั๋มเข้าใจปั๋มก็พอ ณีมีเรื่องจะคุยกับปั๋มแค่นี้ใช่ไหม
งั้นปั๋มขอกลับไปดูแลวิธก่อนนะ" ปรีชญาเดินออกไป มณีกัญญามองตามอย่างหงุดหงิด "ฮึ!
เชิญโง่ไปคนเดียวเถอะ ณีจะไม่ยอมเสียคุณวิธให้นังไหมพิมแน่ๆ"
มณีกัญญากำลังจะเดินออกไป จู่ๆ ก็มีมือขาวๆ ซีดๆ ยื่นมาจิกผมของมณีกัญญาไว้อย่างแรง
"โอ๊ย!" มณีกัญญาหันขวับไปมอง จึงเห็นว่าผมของมณีกัญญาถูกกิ่งไม้เกี่ยว
มณีกัญญาแกะผมออกจากกิ่งไม้พัลวัน
ภาพสะท้อนจากกระจกตู้เห็นเจ้าสีเกดจ้องมองมณีกัญญาด้วยสายตาไม่พอใจ!
"ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ภพชาติ สันดานของเจ้าก็ยังเลวดังเดิม"

สาปภูษา จบ 3


สาปภูษา 4 ทางด้านไหมพิมก็ยังคงได้รับรู้เรื่องราวของเจ้าสีเกด
ผ่านความฝันอยู่เสมอ
เธอรู้ว่าท่านชายทัดพยายามพูดเกลี้ยกล่อมเจ้าสีเกดให้ไว้วางใจตัวเอง
ว่าจะจัดพิธีแต่งงานด้วยอย่างใหญ่โต กระทั่วเจ้าสีเกดยอมเป็นเมียเขา แต่
เมื่อท่านชายทัดได้เจ้าสีเกดเป็นเมียแล้ว กลดับไม่หยุดอยู่แค่นั้น
เพราะเมื่อได้พบหญิงฉายน้องของหญิงโฉมก็เกิดความสนใจขึ้นมาอีก
ท่านชายทัดแวะมาทานอาหารกับเสด็จฯ
และชวนคุยเพราะกำลังสนใจหญิงฉายมาก "หญิงฉายน้องสาวหญิงโฉมเขาไม่เคยมาเรียนปักผ้ากับเสด็จหรือเพคะ" "
หญิงฉายน่ะหรือ รายนั้นเขาชอบอ่านเขียน เรียนตำราครบทุกเล่มตั้งแต่อายุยังน้อย
เห็นพ่อแม่เขาเปรยว่า หาครูผู้หญิงทั้งวังมาสอนให้ไม่มีแล้ว
เขาเด่นเรื่องสติปัญญาเกินหน้าผู้หญิงด้วยกัน" "มิน่า ถึงรู้เรื่องกฎหมายต่างๆ
ดีนัก แบบนี้หากเกิดเป็นชายคงช่วยราชการได้ไม่น้อย
แต่งามเหมือนอาทิตย์ทรงกลดแบบนั้น เป็นชายก็เสียดายอีก" เสด็จฯ ชักเอะใจ
เลยถามท่านชายทัด "เรื่องมีตาไว้มองหญิงงาม ชายทัดหลานน้าไม่เคยพลาด
ไหนลองเปรียบเทียบความงามของหญิงฉายกับคนอื่นสิ" " กับคนอื่น อืม
ที่จริงกระหม่อมก็รู้จักหญิงงามไม่กี่คน
หญิงโฉมเป็นหญิงที่ทำให้ชายเพลิดเพลินได้มากที่สุด ยามรักใคร
หล่อนคงตายแทนชายคนนั้นได้ แต่ไฟรักที่ออกมาจากหญิงโฉม กระหม่อมว่ามากเกินไป
อาจจะเผาแม้กระทั่งผัวของหล่อน" ท่านชายทัดชื่นชมหญิงแต่ละคนดวงตาเพ้อฝัน
เสด็จฯ หัวเราะ "เพราะนิสัยใจร้อนใช่ไหม สีเกดล่ะ" " สีเกด
คนนี้งามที่สุด อยู่ใกล้เมื่อใด เหมือนอยู่ในสายน้ำเย็น แต่สายน้ำนั้นล้ำลึก
น้ำใจอันเด็ดเดี่ยว
รุนแรงของสีเกดบางครั้งทำให้กระหม่อมกลัว" "งั้นหญิงฉาย" "หญิงฉาย
งามน่าทึ่ง แต่ที่น่าทึ่งยิ่งกว่า กลับเป็นหัวใจที่ประเสริฐ
หม่อมราชวงศ์ที่เข้าไปปกป้องได้แม้แต่ทาส
ใครอยู่ใกล้ก็พลอยอบอุ่นใจเหมือนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่" "ไฟ
น้ำและต้นไม้ใหญ่งั้นรึ แบบนี้ถ้าให้เลือก คงเลือกยาก" เสด็จ
เริ่มกลุ้มใจกับนิสัยเจ้าชู้ของชายทัด คงจะนำความเจ็บปวดมาให้ผู้หญิงอีกหลายคน
แต่ไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะเป็นความคิดปรกติของผู้ชายทุกคนในยุคสมัยนั้น
ท่านชายทัดถามซื่อๆ เพราะไม่คิดว่าผิดตรงไหน "ต้องเลือกด้วยหรือเพคะ
กระหม่อมมีวังใหญ่โต มีอำนาจบารมี ที่จะดูแลผู้หญิงทุกคนให้เป็นสุขได้
ผู้หญิงทุกคนน่าจะโชคดี ที่ได้อยู่ใต้ความปกครองของกระหม่อม
หรือกระหม่อมเข้าใจผิด" "ไม่เลย ท่านชายคิดเหมือนชายทุกคนในวังนี้
และต่อให้วันเวลาเปลี่ยนไปในอนาคต ผู้ชายส่วนใหญ่ก็คงคิดเหมือนท่านชาย
ท่านชายมีตาไว้มองผู้หญิงเหมือนไฟ เหมือนน้ำ เหมือนร่มไม้ แต่ท่านชายคงลืมไป
ผู้หญิงไม่ใช่อะไรอื่น ล้วนเป็น คน
มีหัวจิตหัวใจเหมือนผู้ชายนี่ล่ะ" ท่านชายทัดงุนงง ไม่เข้าใจนัก เสด็จฯ
ชักกลุ้ม ไหมพิมนั่งกลุ้มนอนไม่หลับอยู่บนเตียง เจ้าสีเกดนั่งข้างๆ
พูดกับไหมพิม " คนที่แต่งงานกับชายทัดคือหญิงฉายไม่ใช่ข้า
หญิงฉายคือศัตรูหัวใจตัวจริงของข้า เขาทั้งสองตามติดมาแต่งงานกันทุกชาติภพ
เมื่อเขามาเกิดเป็นชายใหญ่และหญิงจันทร์ ข้าก็ตามไปอีก
แม้เมื่อเกิดเป็นชายนพและหม่อมอารีย์ ข้าก็ยังตามไป หรือแม้กระทั่งชาตินี้
เขาก็ยังรักกันและแน่นอน เขาจะมีข้าตามขัดขวางอีกเหมือนทุกๆ ชาติ ไหมพิม
เจ้าต้องช่วยข้า และบัดนี้ก็ได้เวลานั้นแล้ว
ฮึ่ม!" ไหมพิมลงไปทานน้ำและเจอกับทาวิธที่ ออกมาทานน้ำเหมือนกัน
เธอจึงอาสาเอาน้ำไปให้ ทาวิธที่แอบชอบไหมพิมอยู่แล้วแสดงความเจ้าชู้กับไหมพิม
จนไหมพิมตกจะวิ่งหนี แต่เจ้าสีเกดสะกดจิตให้ไหมพิมให้ท่าทาวิธ และยังให้ทาวิธกอดจูบ
ซึ่งไหมพิมไม่รู้ตัวเลย
เจ้าสีเกดยืนมองอยู่สีหน้าพอใจ "เมื่อชาตินี้ท่านก็ยังเป็นชายที่มักมาก
ในกามเช่นชาติก่อน
ข้าก็จะใช้นังผู้หญิงผู้นี้เป็นเครื่องมือทำให้ท่านกับคู่หมั้นต้องแตกกัน!"
เจ้าสีเกดยิ้มร้าย เจ้าสีเกดดลบันดาลให้ปรีชญาลงมาเห็น
ไหมพิมที่หลุดจากมนต์สะกดก็ตะลึงกับตัวเอง และบอกปรีชญาว่าเธอเอาน้ำมาให้ทาวิธ
แล้วทาวิธก็รีบเปลี่ยนเรื่องว่าเขาเจ็บแผล ปรีชญาจึงรีบเข้าไปดูเขา
และบอกให้ไหมพิมไปนอน พชรได้พบกับแทนไทและภุมรีหลายครั้ง ก่อนที่จะแยกจากกัน
แทนไทมักเตือนพชรให้ระวังเรื่องอุบัติเหตุ ซึ่งก็เกิดขึ้นจริง
พชรฟังคำเตือนจึงรอดจากอุบัติเหตุมาได้
ทำให้พชรรู้ว่าแทนไทมีพลังจิตสามารถทำนายอนาคตได้ แทนไทยังได้บอกพชรว่า
เขาได้เจอเนื้อคู่แล้ว แต่ความรักของเขายังมีอุปสรรคขวางหนามอยู่ ตามกรรมลิขิต
แต่สุดท้ายก็จะสมหวัง พชรหน้างง นึกถึงไหมพิม พชรไปหาไหม พิมที่ร้าน
บอกว่าต้องการให้เธออธิบายเรื่องผ้าโบราณต่อ
ไหมพิมนึกถึงหนังสือแต่ต้องกลับไปเอาที่บ้าน พชรพาไหมพิมกลับมาที่บ้านปรีชญา
ไหมพิมขึ้นไปเอาหนังสือลงมาก็เจอทาวิธดักรอเธออยู่ "ไหม
ไหมไม่จำเป็นต้องแกล้งสนิทสนมกับพัด
เพื่อไม่ให้ปั๋มสงสัยเรื่องของเราหรอกนะ" ไหมพิมนิ่วหน้าสงสัย
"คุณวิธพูดเรื่องอะไรคะ ไหมไม่เข้าใจ" ทาวิธเข้าไปใกล้
"ถึงตอนนี้แล้วไหมไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรผมแล้วล่ะ
ผมรู้นะว่าไหมก็ชอบและต้องการผมเหมือนกัน" ไหมพิมอึ้ง "คุณวิธคะ
ไหมไม่เคย" ทาวิธสวนขึ้นมาทันที "เรื่องปั๋ม
ผมสัญญาว่าปั๋มจะไม่มีวันรู้เรื่องของเรา" ไหม พิมอึ้งสุดขีด
และได้ยินเสียงปรีชญาเดินมากับรณี จึงรีบเลี่ยงออกไปหน้าบ้าน
ทาวิธมองตามไหมพิมไปอย่างเสียดาย แล้วปรีชญาก็พยุงรณีลงบันไดมา
พอเห็นทาวิธยืนทำท่าทางแปลกๆ อยู่ก็ทัก "อ้าววิธ
มายืนทำอะไรตรงนี้คะ" ทาวิธอารมณ์เสีย "ปั๋มดูไหมสิ ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน
ก็กลับบ้านมาแล้ว หนำซ้ำต้องให้นายพัดมาส่งด้วย" ปรีชญายิ้มๆ
"พี่พัดโทรมาบอกปั๋มแล้วค่ะ เขาขอตัวไหมมาคุยเรื่องงานหน่อย" ทาวิธสงสัย
"งานอะไร?" "พี่พัดเขากำลังออกแบบพิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณให้ลูกค้า
ปั๋มก็เลยให้ไหมเป็นที่ปรึกษาให้พี่พัดน่ะค่ะ" ทาวิธยิ่งอารมณ์เสีย
แต่พยายามเก็บอารมณ์
"งั้นเหรอ" "เย็นนี้อยากทานอะไรล่ะพ่อวิธ" "อะไรก็ได้ครับ
คุณยาย" "งันปูหลนก็แล้วกันนะ ของชอบของพ่อวิธนี่
ยายไม่ได้ทำนานแล้ว" "ไปค่ะคุณยาย ปั๋มช่วย
เผื่อวันหน้าจะได้ทำโชว์ให้วิธทานบ้าง" ปรีชญาพาคุณยายรณีเดินไปทางครัว
ทาวิธมองไปที่หน้าบ้านทางไหมพิม อย่างหงุดหงิด วัน
ต่อมาปรีชญาพาทาวิธไปถอดเฝือก และกายภาพบำบัด แต่ทาวิธก็ยังเดินไม่ค่อยได้
ทำให้เขาหัวเสีย ปรีชญาเองก็สงสารมาก เธอถึงกับกลับไปนั่งร้องไห้
คุณยายรณีปลอบให้หลานสาวเข้มแข็ง จะได้ดูแลทาวิธได้
ทั้งยังแนะนำให้พาทาวิธไปพักผ่อนต่างจังหวัด
เป็นการคลายเครียด พอปรีชญาบอกมณีกัญญา เธอก็ขอตามไปเที่ยวด้วย
โดยอ้างว่าจะไปซื้อผ้ามาเข้าร้าน และถามว่าจะไปเมื่อไหร่
ปรีชญาบอกว่าหลังวันเกิดทาวิธ หนึ่ง เดือนผ่านไป ถึงวันเกิดของทาวิธ
มณีกัญญาเป็นแม่งานจัดทุกอย่างให้ พอเสร็จมณีกัญญากำลังแต่งหน้าอยู่หน้ากระจก
แล้วพูดกับตัวเองในกระจก "คุณวิธคะ ถึงคุณจะรักใคร แต่ณีก็รักคุณค่ะ" พอ
ขาดคำไฟในห้องน้ำก็ดับ มณีกัญญาแหงนหน้าขึ้นมองหลอดไฟอย่างหงุดหงิด
แล้วเหลือบกลับไปมองที่กระจก ทันใดนั้นมณีกัญญาก็เห็นเงาใครคนหนึ่ง
ยืนอยู่หลังม่านกั้นน้ำ มณีกัญญาหันขวับไปมองอย่างตกใจ "ใครน่ะ!"
ไม่มีเสียงตอบ มณีกัญญาจ้องไปที่ม่านกั้นน้ำอย่างหวาดกลัว แล้วก็ค่อยๆ เดินเข้าไปดู
พอถึงมณีกัญญาก็ตัดสินใจกระชากผ้าม่านให้เปิดออก ไม่เห็นอะไรผิดปกติ เธอถอนใจโล่งอก
หันไปทางประตูจะออกจากห้อง แล้วจู่ๆ มะลิก็เปิดประตูพรวดเข้ามา
มณีกัญญาตกใจร้องกรี๊ดเสียงดัง มะลิตกใจก็ร้องกรี๊ดตาม
มณีกัญญารู้สึกตัวก็นิ่วหน้าไม่พอใจทันที
มะลิรีบขอโทษและบอกว่าปรีชญากับทาวิธกลับมาแล้ว
มณีกัญญายิ้มดีใจรีบเดินออกจากห้องทันที มะลิตาม ปรีชญาขับรถมาจอดหน้า ตึก
ทาวิธลงจากรถ ปรีชญาตามมา ทาวิธมองไปที่โรงรถเห็นรถภาติยะ
ปรีชญาบอกให้เขาเข้าบ้านไปก่อน เธอจัดการเอาของลงจากรถก่อน ทาวิธเดินกระเผลกๆ
เข้ามามองหาภาติยะ แล้วไฟทั้งบ้านก็ดับลง พร้อมเสียงแฮปปี้เบิร์ดเดย์
เห็นทุกคนเดินออกมา มณีกัญญาถือเค้กนำหน้ามา "แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทู้ยู
แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู" คน อื่นๆ ช่วยกันร้องตาม ทาวิธมองทุกคนน้ำตาซึม
แล้วปรีชญาก็เดินตามเข้ามา ทาวิธหันไปมองปรีชญาอย่างซาบซึ้ง
พอทุกคนร้องเพลงเบิร์ดเดย์จบก็ปรบมือ "สุขสันต์วันเกิดค่ะวิธ"
ปรีชญากล่าวคนแรก "ขอบคุณครับ" มณีกัญญายื่นเค้กมาตรงหน้าทาวิธ
"อธิฐานแล้วเป่าเทียนเลยค่ะคุณวิธ" ทาวิธหลับตาอธิฐาน พอจะเป่าเทียน
ทันใดนั้นก็มีลมมาวูบหนึ่งไฟเทียนบนเค้กก็วูบดับพรึ่บเหมือนมีคนเป่าให้ดับอย่างกะทันหัน "ไอ้ลมบ้า
ธงไปเอาไม้ขีดมาจุดใหม่สิ
รอเดี๋ยวนะค่ะคุณวิธ" ทันใดนั้นเจ้าสีเกดยื่นมือมาผลักหลังมณีกัญญาอย่างแรง!
"ว๊าย!" มณี กัญญาเซเสียหลักเค้กตกพื้น ทุกคนตกใจ พชรรีบเข้าไปประคองน้องสาว
มณีกัญญาหันหลังกลับไปมอง แล้วเห็นว่าไหมพิมยืนอยู่ด้านหลังมณีกัญญาพอดี
มณีกัญญาชี้หน้าไหมพิมทันที "นังไหมพิม!
เธอแกล้งผลักฉันใช่มั๊ย" ไหมพิมสีหน้างุนงง
"ไหมไม่ได้ผลักคุณณีนะคะ" "โกหก!
ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใคร" ไหมพิมหน้าจ๋อย มณีกัญญาตั้งท่าจะด่าต่อ
แต่พชรก็ห้ามเอาไว้ "พอเถอะณี พี่ก็เห็นคุณไหมเขายืนเฉยๆ
เขาไม่ได้ผลักณีเลย" "พี่พัดไม่ต้องแก้ตัวให้มันหรอก อยากลองดีกับฉันใช่มั้ย
ได้" มณีกัญญาง้างมือจะเข้าไปตบไหมพิม ทันใดนั้น
ประตูหน้าตึกก็ปิดเองเสียงดังสนั่น ทุกคนตกใจหันมอง แล้วจู่ๆ
ก็มีลมกรรโชกเข้ามาอย่างแรง ยายรณีปราม "เลิกทะเลาะกันได้แล้ว
รีบไปเปิดไฟแล้วช่วยกันเปิดกระจกเร็ว" ธง
กับมะลิรีบวิ่งไปหลังบ้านเพื่อสับคัทเอาท์
นอกนั้นทุกคนกระจายกันไปปิดกระจกหน้าต่างประตู รณีแหวกผ้าม่านเพื่อที่จะปิดกระจก
แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเจ้าสีเกดยืนอยู่ในความมืด ตาเป็นสีแดงวาบ!
รณีเบิกตาโพลงอย่างตกใจ เป็นลมล้มพับไป พอไฟเปิดขึ้นมาเหมือนเดิม
ปรีชญาเห็นรณีนอนสลบอยู่ที่พื้นรีบเข้าไปหา ตามด้วยมณีกัญญา กับพชร
ทุกคนหันไปเห็นก็ตกใจ รีบเข้าไปดูอาการของรณีกันอย่างโกลาหล "คุณยาย!
คุณยายเป็นไรค่ะ
พี่พัดพาคุณยายไปบนห้องทีค่ะ" พชรอุ้มคุณยายรณีขึ้นบันไดบ้านไป ตามด้วยปรีชญา
มณีกัญญา แล้วก็ไหมพิม นอกนั้นยืนอยู่ข้างล่าง เจ้าสีเกดมองทาวิธอย่างสะใจ รณี
กำลังนอนอยู่บนเตียงอย่างอ่อนเพลีย มีปรีชญาเอายาดมล่อแถวจมูก คนอื่นๆ
ยืนล้อมรอบเตียงอย่างเป็นห่วง พอคุณยายรณีฟื้นก็จะรีบบอกว่าแค่หน้ามืด
ไม่เป็นอะไรมาก "คุณยายไม่สบายแบบนี้
ปั๋มชักไม่อยากไปเชียงรายพรุ่งนี้แล้วสิคะ" มณีกัญญาอึ้งไป รณีรีบบอกว่า
"อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยปั๋ม ยายไม่เป็นอะไรจริงๆ" "แต่ปั๋ม" รณี
ตัดบท "ไปเถอะลูก ตระเตรียมข้าวของจะเดินทางกันหมดแล้วนี่
แล้วถ้าปั๋มเป็นห่วงยายนัก
ระหว่างนี้ให้ตาพัดมาอยู่เป็นเพื่อนยายก่อนก็ได้นี่จ๊ะ" พชรรับทันที
"ได้เลยครับคุณยาย
งั้นผมมานอนตั้งแต่คืนนี้เลยนะครับ" "ตามใจ" ปรีชญายิ้มโล่งใจ
ในขณะที่มณีกัญญาแอบชักสีหน้าไม่พอใจ แล้วรณีก็หยิบกล่องพระเครื่องเล็กๆ
ขึ้นมาส่งให้ปรีชญา "ตาพัดหยิบพระส่งให้ยายหน่อยสิ เออ!ปั๋ม
ยายฝากพระให้พ่อวิธเป็นของขวัญวันเกิดด้วยนะ" ปรีชญารับพระมาแล้วไหว้
"ขอบคุณแทนวิธค่ะคุณยาย" "และฝากขอโทษด้วยที่เป็นต้นเหตุทำให้ทุกคนหมดสนุกกัน" "คุณยายอย่าคิดมากเลยนะคะ
ยังไงสุขภาพของคุณยายก็สำคัญกว่าเรื่องอื่นๆ อยู่แล้ว" "จริงด้วยคับคุณยาย"
พชรเห็นด้วย ปรีชญากอดรณีเอาไว้อย่างเป็นห่วง ส่วนมณีกัญญายังมองไหมพิมที
พชรที
อย่างไม่สบายใจ และคืนนั้นพชรไปส่งมณีกัญญาแล้วก็รีบเก็บเสื้อผ้ากลับมานอนที่บ้านของปรีชญา เจ้าสีเกดเข้าสิงร่างของไหมพิมลงมาชวนทาวิธออกไปนอกห้อง
เพราะในห้องทาวิธมีพระที่รณีให้ส่องประกายอยู่ ทาวิธเดินเข้ามาในห้องรับแขก
ร้องเรียกไหมพิม พอหันหลังกลับมา เจอไหมพิมยืนประชิดตัวอยู่ ทาวิธผงะตกใจ
ไหมพิมยิ้มยั่วยวน "ผมไม่นึกเลยนะว่าไหมจะเป็นคนขี้เล่นอย่างงี้" ไหมพิมหัวเราะชอบใจแล้วเข้าไปใกล้ทาวิธ
"รึคุณวิธมิอยากเล่นกับไหม คุณวิธจะมิอยู่ตั้งหลายวัน
ไหมคงคิดถึงคุณวิธจนใจแทบขาด" ทาวิธแสร้งทำงอน "ไม่จริงหรอกมั๊ง
เพราะเดี๋ยวไหมก็มีนายพัดมาอยู่เป็นเพื่อนแล้วนี่" ไหมพิมหัวเราะ
"คุณวิธหึงรึ" ทาวิธจ้องตาไหมพิมอย่างมีความหมาย
"ทั้งหึงทั้งหวงเลยละ" "ไหมมิเชื่อ
จนกว่าคุณวิธจะทำให้ไหมแน่ใจว่าคุณวิธหวงไหมมากเพียงใด" ทา
วิธยิ้มจะคว้าตัวไหมพิม ไหมพิมทำวิ่งหนีอย่างยั่วยวน ทาวิธอมยิ้ม เข้าไปใกล้ไหมพิม
ไหมพิมหลบและหัวเราะสนุกสนาน
ทาวิธยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเร่งฝีเท้าตามจนคว้าเสื้อด้านหลังของไหมพิมไว้ได้
ไหมพิมเซไปชนโต๊ะล้มเกิดเสียงดัง
! ชรนอนหลับอยู่ในห้องได้ยินเสียงดังสะดุ้งตื่นลุกนั่งมองไปทางต้นเสียง "เอ๊ะ!
เสียงอะไร" พชรเดินออกไปดูทันทีจบ 4
สาปภูษา 5 // พชร
เดินเข้ามาเห็นภาพทาวิธกำลังจูบกับไหมพิมอย่างเร่าร้อน พชรกำมือแน่นอย่างโมโห
ทั้งโกรธและผิดหวัง
เขาพุ่งเข้าไปกระชากทาวิธกับไหมพิมออกจากกันอย่างแรง "ทำไมทำแบบนี้!" ทา
วิธเซไปจนเกือบล้ม ส่วนไหมพิมกระเด็นไปชนราวบันไดอย่างแรง
วิญญาณเจ้าสีเกดกระเด็นหลุดจากร่างไหมพิมไป แล้วไหมพิมก็สลบลงไปกองกับพื้นไปทันที
พชรตามไปกระชากคอเสื้อทาวิธขึ้นมา "ทำไมคุณถึงกล้าหักหลังปั๋ม!
คุณไม่รู้หรือไงว่าปั๋มรักคุณแค่ไหน" "รู้!
แต่คุณก็ต้องเข้าใจนะว่าเวลาผู้หญิงเขามาเสนอ แล้วถ้าผู้ชายอย่างเราไม่สนอง
มันจะเสียเชิงชายแค่ไหน" พชรเงื้อมหมัดจะชกทาวิธ
"คุณวิธ!" "เกิดอะไรขึ้นเหรอค่ะ" พชรหันไปเห็นปรีชญากำลังเดินมา
พชรปล่อยมือลงทันที ปรีชญาเดินเข้ามาอย่างสงสัย
"ปั๋มได้ยินเสียงเอะอะดังไปถึงข้างบน" ปรีชญาหันไปเห็นไหมพิมสลบอยู่ก็ตกใจ
ปราดเข้าไปประคอง "อ้าว ไหม! เกิดอะไรขึ้นคะพี่พัด ทำไมไหมถึงเป็นแบบนี้
ว่าไงค่ะ" พชรสบตาทาวิธ ทาวิธอึกอักไม่กล้าพูด
พชรจำใจต้องช่วยพูดแก้เกมให้ "คุณไหมคงเป็นลมน่ะ
เราสองคนได้ยินเสียงเหมือนกับปั๋มก็เลยออกมาดู
เดี๋ยวพี่ช่วยพาคุณไหมขึ้นไปบนห้องดีกว่านะ" ปรีชญาสีหน้าเป็นห่วงไหมพิมมาก
พชรอุ้มไหมพิมขึ้นแล้วสบตาทาวิธด้วยแววตาโกรธ
แล้วอุ้มไหมพิมออกไป "วิธเข้านอนเถอะคะ
เดี๋ยวปั๋มจะรีบขึ้นไปดูไหมก่อนนะคะ" ทาวิธพยักหน้ารับ ปรีชญารีบตามพชรออกไป
ทาวิธถอนใจโล่งอก ปรีชญา เช็ดตัวให้ไหมพิมที่นอนสลบอยู่บนเตียง
พชรถืออ่างน้ำกับผ้าขนหนูส่งให้ ปรีชญาเริ่มไม่อยากไปเชียงราย
แต่พชรบอกให้เธอพาทาวิธไปนะดีแล้ว ส่วนทางนี้เขาจะดูแลเอง
พชรสีหน้าเจ็บปวดและเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ไหมพิมเป็นอย่างนี้ เช้าวัน ใหม่
ไหมพิมตื่นขึ้นก็รีบอาบน้ำแต่งตัวลงไปส่งปรีชญากับทาวิธที่จะเดินทางไป เชียงราย
ปรีชญาบอกให้เธอพักผ่อนเยอะๆ ไหมพิมสีหน้างง ปรีชญาจึงบอกเรื่องเป็นลมเมื่อคืนนี้
พอปรีชญากับทาวิธไปแล้ว ไหมพิมถามพชรว่าจะรับกาแฟมั้ยเธอจะทำให้
แต่พชรกับมีท่าทางหมางเมินและเดินหนีไป ไหมพิมมองแล้วตัดสินใจตามไป
"คุณพัดคะ" พชรหยุด
"ไหมทำอะไรให้คุณพัดไม่พอใจหรือเปล่าคะ" พชรตอบเสียงห้วน
"เปล่า!" "แล้วเมื่อคืนไหมเป็นลมไปตอนไหนเหรอคะ" พชรหันมองหน้าไหมพิม
แววตาชิงชัง
"อย่าบอกนะว่าคุณจำอะไรที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ได้" ไหมพิมส่ายหน้าแบบจำไม่ได้จริงๆ
แต่พชรคิดว่าไหมพิมแกล้งทำใสซื่อเลยยิ่งโมโห "คุณไหม! จิตใจคุณทำด้วยอะไร
ปั๋มทั้งรักทั้งหวังดีกับคุณ
ทำไมคุณถึงกล้าหักหลังปั๋มด้วยการแอบลักลอบคบกับคุณวิธอย่างงี้
หา!" ไหมพิมอึ้ง สีหน้างุนงง "ไม่จริง ไหมไม่เคยคิดหักหลังคุณปั๋มเลยนะคะ
แล้วไหมก็ไม่ได้คิดอะไรกับคุณวิธด้วย" "เลิกทำหน้าใสซื่อตบตาคนอื่นสักทีเถอะคุณไหม!
นี่ถ้าเมื่อคืนผมไม่เห็นกับตาตัวเองว่าคุณกับคุณวิธกำลัง
ผมก็คงยังโง่อยู่เหมือนเดิม" ไหมพิมยังงงอยู่
"เมื่อคืนไหมทำอะไรเหรอคะ" พชรจับไหล่ทั้งสองข้างของไหมพิม
"คุณจำไม่ได้ใช่มั้ย ดี! งั้นผมจะช่วยเตือนความจำให้คุณเอง" แล้ว
พชรก็ดึงไหมพิมเข้ามาจูบทันที
ไหมพิมตะลึงไปครู่หนึ่งแต่พอได้สติก็ดิ้นขัดขืนแล้วตบหน้าพชรอย่างแรง
แล้วก็ร้องไห้วิ่งออกไปหน้าบ้าน
พชรคลำหน้าตัวเองแล้วรู้สึกผิดขึ้นมาฉับพลัน "คุณไหม!"
พชรวิ่งตามไหมพิมออกไป ไหม พิมเสียใจที่โดนดูถูก
เธอตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านปรีชญา แต่ขณะที่เดินมาถึงประตูหน้าบ้าน
พชรก็เข้ามาจับมือเธอไว้
ไหมพิมตกใจ "คุณพัด" "จะไปไหน" "ไหมจะกลับบ้านค่ะ"
ไหมพิมดึงมือตัวเอง "คุณพัดปล่อยไหมเถอะค่ะ" "ไม่!
ผมไม่ยอมให้คุณไปไหนทั้งนั้น" ไหม พิมน้ำตาร่วงเผาะอย่างน้อยใจ
"คุณจะห้ามไหมทำไม ในเมื่อคุณพัดกล่าวหาว่าไหมคิดไม่ซื่อกับคุณปั๋ม
กล่าวหาว่าไหมแสร้งทำดีตบตาคนอื่นไม่ใช่เหรอคะ" "แต่ถ้าคุณจะไป
คุณก็ควรจะบอกกล่าวร่ำลาปั๋มกับคุณยายเสียก่อน ไม่ใช่คิดจะไปก็ไปแบบนี้
อย่าลืมสิว่าสองคนนั้นทำอะไรเพื่อคุณบ้าง" ไหม พิมนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง "ตกลงค่ะ
ไหมจะอยู่รอเพื่อบอกลาคุณปั๋ม แล้วคุณพัดก็ไม่ต้องห่วงนะคะ
เมื่อไหมลาคุณยายกับคุณปั๋มเรียบร้อยแล้ว
ไหมก็จะรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดค่ะ" ไหมพิมจ้องหน้าพชรอย่างเสียใจ
พชรมองไหมพิมผิดหวัง
เอื้อมมือไปดึงกระเป๋าเสื้อผ้าจากมือไหมพิมมาแล้วเดินกลับเข้าบ้านไป ไหมพิมค่อยๆ
เดินตามพชรไป เจ้าสีเกดที่ยืนมองอยู่อย่างพอใจ "ข้ามิยอมให้เจ้าไปไหนดอกไหมพิม
ข้าจะใช้เจ้าทำให้ท่านชายทัดกับหญิงฉายแตกหักกันให้จงได้!" บ่าย วันเดียวกัน
ไหมพิมไปขอรณีไปเยี่ยมป้า
รณีบอกให้พชรไปเป็นเพื่อนเพราะเป็นห่วงเกรงว่าไหมพิมจะมีอันตราย
พชรจึงได้เห็นไหมพิมแสดงความอ่อนโยนกับป้า และลูกของป้า ทุกคนรักไหมพิม
พชรมองอย่างคิดว่า "คุณเป็นคนยังไงกันแน่นะไหมพิม" พชรมองดูไหมพิมนั่งกอดป้าแล้วคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันอย่างรักใคร่ยินดี ค่ำแล้วพชรขับเข้ามาจอดหน้าตึก
พชรกับไหมพิมลงจากรถ ไหมพิมไหว้ "คุณพัดคะ
ขอบคุณมากนะคะที่วันนี้ยอมเสียเวลากับไหมทั้งวัน" พชรน้ำเสียงเฉยชา
"ผมทำตามคำสั่งของคุณยาย" ไหมพิมน้อยใจ "แต่ถึงยังไงไหมก็ต้องขอบคุณคุณอยู่ดี
และก็ขอโทษด้วยนะคะที่การไปเยี่ยมป้าของไหมอาจจะทำให้คุณรู้สึกลำบากใจ" พชรประชด
"ผมว่าคุณเองนั่นแหละลำบากใจ เพราะคุณไม่ได้อยากไปกับผม
แต่อยากไปกับคุณวิธมากกว่า!" ไหมพิมมองพชรอึ้งๆ "แล้วแต่คุณพัดจะคิดเถอะค่ะ
เพราะถ้าไหมพูดอะไรไป
คุณพัดก็คงไม่เชื่ออยู่แล้วนี่คะ" พชรสีหน้าโมโหแต่แววตาแฝงความเศร้า
"ผมเชื่อคุณมามากพอแล้ว!" "งั้นไหมก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดกับคุณอีก!" ไหมพิมกลั้นน้ำตาไว้
แล้วเดินเข้าบ้านไป พชรมองตามไหมพิมไปด้วยแววตาสับสน ทา
วิธหยอดคำหวานกับปรีชญา
และถึงตัวจนปรีชญานอนลงทาวิธตามประกบไซ้ซอกคอปรีชญาอยู่อย่างมีอารมณ์ แล้วค่อยๆ
ผลักปรีชญาลงเตียง ปลดกระดุมเสื้อปรีชญาอย่างไม่ยอมเสียเวลา
ปรีชญาเกือบจะเคลิบเคลิ้มไป แล้วทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของทาวิธก็ดังขึ้น
ทาวิธชะงัก
ปรีชญาได้สติก็รีบลุกขึ้นรวบเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้ววิ่งออกไปทันที ทา
วิธเห็นเห็นสายของไหมพิมก็รีบรับ
ไหมพิมถูกเจ้าสีเกดสะกดให้ลงมาโทรมาออดอ้อนทาวิธว่าเหงา
พชรเดินเข้ามาได้ยินไหมพิมคุยโทรศัพท์พอดี "ไหมชอบเวลาที่คุณวิธหึงไหมจังเลยค่ะ
ยิ่งถ้าตอนนี้คุณวิธอยู่ใกล้ๆ ไหมก็คงจะดีนะคะ
ไหมคงจะมีความสุขมากกว่านี้" พชร
ทนไม่ไหวพุ่งเข้าไปกระชากหูโทรศัพท์มาจากไหมพิมแล้วกดตัดสายทันที
แรงกระชากทำให้ไหมพิมกระเด็นล้มลงไป ไหมพิมกระพริบตาถี่ๆ
เพราะหลุดจากการถูกสะกดแล้ว ไหมพิมสีหน้างุนงง
พชรกระชากไหมพิมขึ้นมาอย่างโมโห "ไหนบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับคุณวิธไงล่ะ" "คุณพัดพูดเรื่องอะไรคะ" "พูดเรื่องอะไรเรอะ!
ก็พูดเรื่องคนโกหกน่ะสิ ปากก็บอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับคุณวิธ
แต่ลับหลังกลับโทรออดอ้อนเขา" "ไหมไม่ได้โทรหาคุณวิธเลยนะคะ" "
ไม่โทรงั้นเรอะ!" พชรคว้าโทรศัพท์ไหมพิมขึ้นมากดแล้วยื่นให้ไหมพิม
"นี่ไงเบอร์โทรออกล่าสุดเป็นเบอร์คุณวิธ
แล้วคุณจะมาบอกว่าไม่ได้โทรได้ยังไง!" ไหมพิมรับหน้าจอไปดู แล้วอึ้ง
เธอพยายามปฏิเสธ "ไหมไม่รู้เรื่องจริงๆ นะคะ" " คุณเลิกโกหกสักทีได้ไหม!
ผมอยากจะรู้จริงๆ ว่าจิตใจคุณทำด้วยอะไร
คุณก็รู้ว่าคุณวิธเขามีปั๋มเป็นคู่หมั้นอยู่แล้ว แต่ทำไมคุณถึงได้
รักได้หลงเขาอย่างนี้" ไหมพิมอึ้ง น้ำตาคลอ "ไม่จริงนะคะ
ไหมไม่ได้รักคุณวิธ" "พอสักทีเถอะคุณไหม ผมหลงกลผู้หญิงอย่างคุณมามากพอแล้ว
ต่อไปนี้ผมจะไม่ยอมเป็นไอ้งั่งหลงกลคุณอีกต่อไป!"
พชรเดินปึงปังออกไปทางสวนหน้าบ้าน ไหมพิมร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ เช้า
วันใหม่ มะลิตกใจเสียงร้องของธงก็เลยร้องวี๊ดว๊ายประสานเสียงไปกับธงด้วย
แล้วทั้งสองก็กระโดดกอดกันอย่างตกใจ ไหมพิม รณี พชรวิ่งออกมาจากในบ้านหน้าตาตื่น
ธงชี้ให้ดูมีดที่ปักอยู่หน้าประตูบ้าน ทั้งสามตกใจไปตามๆ กัน
พชรสงสัยว่าจะเป็นฝีมือชายลึกลับคนนั้น บอกให้แจ้งตำรวจ
รณีพยักหน้าเห็นด้วย บรรยากาศเชียงราย ปรีชญากำลังยืนชมวิวอยู่
ทาวิธเดินเข้าไปหาปรีชญา กุมมือปรีชญา "ปั๋มครับ
เรื่องเมื่อคืนผมขอโทษนะ" "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ
เพราะปั๋มเองก็ผิดเหมือนกันที่เกือบปล่อยให้ความรู้สึกอยู่เหนือความถูกต้อง" ทา
วิธยิ้มรับแต่แอบเซ็งความหัวโบราณของปรีชญา "ปั๋มจ๊ะ ผมว่าเรากลับกรุงเทพฯกันดีไหม
ผมกลัวว่ามาอยู่กับปั๋มในบรรยากาศอย่างนี้แล้วผมก็จะห้ามใจตัวเองไม่อยู่
อีก" ปรีชญายังไม่ทันตอบ มณีกัญญาก็เข้ามา
พอรู้ว่าจะกลับก็อ้อนว่าอย่าเพิ่งกลับ เพราะเธอนัดรับผ้าที่สั่งซื้อไว้
แล้วเธอก็แกล้งทำเป็นเวียนหัว ปรีชญาจึงอาสาไปรับผ้าเอง
มณีกัญญาสมใจมากที่จะได้อยู่กับทาวิธตามลำพัง
มณีกัญญาพยายามเอาใจทาวิธแต่เขาปฏิเสธ ภาติยะมาตรวจสอบหลักฐาน
และบอกว่าไม่มีร่องรอยการงัดบ้าน
แต่สงสัยว่าเป็นพวกมืออาชีพถึงสะเดาะกลอนเข้าไปหยิบมีดในครัวมาปักไว้หน้า บ้านได้
ไหมพิม พชรและรณีตกใจ
ภาติยะบอกให้พชรโทรตามปรีชญามารับทราบเพราะเป็นเจ้าของบ้าน ไหมพิมพารณีเดินมานั่งที่เก้าอี้โยก
ไหมพิมบอกให้รณีไปพักข้างบนแต่รณีบอกว่า "ตรงนี้แหละ
ยายแค่เอนหลังเท่านั้นเอง" "คุณยายอย่าเป็นกังวลมากนะค่ะ
เดี๋ยวจะไม่สบายไปซะเปล่าๆ" รณีพยักหน้ารับ
พชรเดินมาจากทางห้องตัวเองถือแฟ้มงานเข้ามา "อ้าว!พัดจะไปไหนเหรอลูก" "ผมจะเอางานไปให้ลูกค้าดูน่ะครับ
แต่ผมจะรีบกลับนะครับคุณยาย ความจริงแล้วผมก็ไม่ค่อยอยากออกไปไหนเลย
ไม่สบายใจเรื่องมีดนั่น" "ไม่ต้องห่วงหรอกพัด เดี๋ยวคุณภาติยะเขาก็แวะมาอีกรอบ
ใช่มั้ยจ๊ะไหม" ไหมพิมตอบไม่สบตาพชร "ค่ะ" พชรน้ำเสียงประชด
"ถ้าอย่างงั้นผมค่อยสบายใจหน่อย แต่ถ้ามีเรื่องอะไร
คุณยายโทรหาผมได้ทันทีเลยนะครับ" " เอ้อ! พัด
ยายว่าเรื่องนี้อย่าเพิ่งบอกปั๋มเลยนะ เดี๋ยวจะรีบกลับกัน
ยายอยากให้เขาเที่ยวโดยไม่ต้องกังวลใจอะไร
เอาไว้บอกตอนปั๋มเขากลับมาก็แล้วกัน" "ครับคุณยาย" ทันใดนั้นมีมือ
ผีมากดพนักเก้าอี้โยกที่ยายรณีนั่งอย่างแรง จนทำให้ยายรณีหงายหลังร้องลั่น
พชร ไหมพิม ตกใจรีบเข้าไปคว้าเก้าอี้โยกไว้ทัน "เป็นยังไงบ้างค่ะคุณยาย"
ยายรณีอึ้งเงียบไม่ตอบ "คุณยายเป็นอะไรรึเปล่าครับ" ยาย รณีตั้งสติได้
"ยายไม่เป็นอะไรหรอกลูก สงสัยเผลอทิ้งน้ำหนักตัวไปด้านหลังมากไปหน่อย
พัดไปทำงานเถอะลูก ยายไม่เป็นอะไรหรอก
เดี๋ยวยายขึ้นไปเอนหลังข้างบนดีกว่า" "ไหมพาไปค่ะ" ไหมพิมพยุงพาคุณยายรณีเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน
พชรมองตาม
เจ้าสีเกดมองตามยายรณี "ข้าจะทำให้ท่านชายทัดกลับมาในวันพรุ่งให้จงได้"จบตอน
5
สาปภูษา 6 พชรนำแบบพิพิธภัณฑ์ไปให้ภุมรีกับแทนไทดู
แต่แทนไทไม่อยู่
พชรขอถ่ายรูปผ้าโบราณกลับไป เย็นวันนั้นแทนไทกลับมาเห็นภุมรีนั่งดูแบบอยู่
ก็เข้าไปดูด้วยและฉับพลันเขาก็ขมวดคิ้วทันที
และตัดสินใจโทรหาพชรบอกให้ระวังตัว ทัน
ใดนั้นรูปก็ตกลงมาใส่พชรที่โทรศัพท์คุยกับแทนไทอยู่พอดี เป็นฝีมือของเจ้าสีเกด
ไหมพิมได้ยินเสียงร้องของพชรก็รีบมาดูและพาไปทำแผลที่โรงพยาบาล ไหมพิมเดินงุ่นง่านไปมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างร้อนใจ
แล้วพชรที่มีผ้าพันแผลที่ศีรษะก็ออกมา
ไหมพิมปราดเข้าไปหาทันที "คุณพัดเป็นยังไงบ้างคะ" พชรแตะแผลที่ศีรษะเบาๆ
"เย็บแค่ 3 เข็มเท่านั้นเองละครับ คุณไหมครับ
ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยพาผมมาโรงพยาบาล" "ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องแค่นี้เอง
ทีคุณพัดยังทำอะไรเพื่อไหมมาตั้งมากมาย
ไหมก็ต้องขอบคุณคุณพัดเหมือนกัน" ทั้งคู่มองตากันนิ่ง
สักครู่ไหมพิมก็ตัดบทชวนไปรับยาแล้วกลับบ้าน พชรยิ้มรับ
ไหมพิมประคองพชรเดินไปด้วยกัน ไหมพิมโทรบอกปรีชญา เธอจึงบอกมณีกัญญากับทาวิธ
มณีกัญญาโวยวายหาว่าเป็นความผิดของไหมพิม ทาวิธจึงตัดบทว่าให้รีบกลับบ้านดีกว่า
"ในที่สุดฉันก็ทำให้ท่านกลับมาบางกอกจนได้"
เจ้าสีเกดหัวเราะก้องอย่างสะใจ ไหม พิมพาพชรกลับมาพักที่บ้าน รณีมองรอบๆ
บ้านอย่างรู้สึกถึงความผิดปกติภายในบ้าน ที่เกิดเรื่องแปลกๆ ขึ้นบ่อยๆ
รณีถอนใจอย่างคิดไม่ตก เช้าวันใหม่ ไหมพิมดูแลส่งยาพร้อมแก้วน้ำให้พชร
พชรรับยามากิน พลางสบตากับไหมพิม ทำให้ไหมพิมหน้าเก้อๆ
แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อมณีกัญญาเปิดประตูบ้านเดินพรวดเข้ามา
ปรีชญาและทาวิธตามเข้ามาด้วย ไหมพิมรีบเดินเลี่ยงไปทางอื่นทันที
มณีกัญญารีบเข้าไปหาพชรด้วยความเป็นห่วง
แต่ทาวิธแอบมองไหมพิมตลอด พชรเห็นว่าปรีชญากลับมาแล้ว
จึงขอรณีกลับบ้านพร้อมมณีกัญญา
ไหมพิมมีสีหน้าเศร้าไปเมื่อรู้ว่าจะไม่ได้อยู่ใกล้พชรแล้ว ขณะที่ภาติยะมาขอตรวจหลักฐานเพิ่มเติม
ทำให้ปรีชญากับทาวิธทราบว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตกใจมาก "อะไรนะคะ!
มีคนเข้ามาขู่ทำร้ายถึงในบ้านเลยเหรอคะ" "จ้ะ
แล้วที่ยายไม่ได้บอกปั๋มให้รู้เรื่องก็เพราะยายไม่อยากให้ไม่สบายใจกันน่ะจ้ะ" ปรีชญาพยักหน้ารับสีหน้าเป็นกังวล
ทาวิธถามภาติยะว่าเป็นฝีมือของใคร "ผมคิดว่าคงจะเป็นคนร้ายที่เข้ามาจะขโมยของแต่เอาอะไรไปไม่ได้
ก็เลยปักมีดขู่เอาไว้น่ะครับ" "แต่พ่อพัดเขาสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของผู้ชายที่เคยตามหนูไหมน่ะ" ทาวิธหันไปมองไหมพิมอย่างเป็นห่วงทันที
แต่ไหมพิมรีบเสมองไปทางอื่น ไม่ยอมสบตากับทาวิธเลย "อืม ก็อาจจะเป็นไปได้นะคะ
เพราะเราอยู่ที่นี่กันมาตั้งนาน
ไม่เคยจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลย" ไหมพิมสีหน้าไม่สบายใจ
"แล้วนายได้เบาะแสเกี่ยวกับคนร้ายบ้างหรือยัง" ภาติยะ ตอบอ้อมแอ้ม
"ผมก็กำลังพยายามอยู่ครับ แต่ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ
ผมจะแวะเวียนมาดูความเรียบร้อยที่นี่ให้บ่อยๆ คนร้ายจะได้ไม่กล้าทำแบบนี้อีก
คุณไหมทำใจให้สบายใจนะครับ" ไหมพิมพยัก หน้ารับ ภาติยะมองไหมพิมตาเป็นประกาย
ทาวิธสังเกตสีหน้าของภาติยะแล้วนิ่วหน้าสงสัย และเมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง
เขาก็ถามภาติยะตรงๆ ว่าคิดจะจีบไหมพิมหรือ ภาติยะยิ้ม "แหม
พี่วิธนี่ยังมีสายตาแหลมคมเหมือนเดิมเลยนะครับ" ทาวิธขบกรามแน่นอย่างไม่พอใจ
ภาติยะนึกขึ้นได้ "พี่วิธช่วยเชียร์ผมกับคุณไหมให้หน่อยได้ไหมครับ
ผมชอบคุณไหมจริงๆ" "ไม่ได้!" "อ้าว ทำไมละครับ" ทาวิธอึกอัก
ไม่กล้าตอบ
ภาติยะหรี่ตามองทาวิธอย่างรู้ทัน "นี่อย่าบอกนะครับว่าพี่วิธก็แอบกิ๊กคุณไหมน่ะ" ทาวิธหน้ามีพิรุธ
ภาติยะรู้ทัน ยิ้มร้ายอย่างคนที่กำความลับไว้ "อ๊ะๆ
พี่วิธอย่าลืมนะครับว่าพี่วิธน่ะมีคู่หมั้นแล้ว" ทา วิธฉุนเฉียว
"มีคู่หมั้นแล้ว แล้วไง! แต่ยังไงๆ
ฉันก็ขอเตือนนายไว้ก่อนนะว่าห้ามนายยุ่งกับไหมพิมเป็นอันขาด! ถ้าไม่เชื่อ
นายกับฉันเป็นได้เห็นดีกันแน่!" ทาวิธจ้องหน้าภาติยะอย่างขู่ๆ
ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป ภาติยะมองตามทาวิธไปอย่างท้าทาย "ขู่ผมเหรอครับพี่วิธ
ผมไม่กลัวหรอก แล้วเรื่องแบบนี้ ใครดีใครได้ครับพี่!"
ภาติยะสีหน้าชิงชังทาวิธเป็นที่สุด ไหมพิมขอปรีชญากลับไปอยู่ที่บ้าน
แต่ปรีชญาเห็นว่ายังไม่ปลอดภัยจึงไม่อนุญาต ไหมพิมพูดไม่ออก
ได้แต่ลอบถอนใจอย่างหนักใจ ไหม พิมเดินออกมาก็พบกับทาวิธที่เตรียมของฝากไว้ให้
ไหมพิมชะงักรับมาแล้วรีบเลี่ยงไป ทาวิธจะเรียกก็ไม่ทันแล้ว
ได้แต่มองตามอย่างหงุดหงิดที่วันนี้ไหมพิมไม่เล่นด้วย ไหมพิมเข้ามาในห้องและรีบปิดประตูอย่างตื่นตระหนก
สักพักก็หยิบปิ่นที่ทาวิธให้ขึ้นมามอง "ไหมจะไม่มีวันทำให้คุณปั๋มเสียใจ"
ไหมพิมโยนปิ่นใส่ตู้เสื้อผ้าอย่างไม่ใยดี พชร กลับมาถึงบ้าน
แทนไทกับภุมรีก็มาเยี่ยมด้วยความเป็นห่วง และแนะนำให้ทั้งสองรู้จักคุณยายรตา
และมณีกัญญา ซึ่งมณีกัญญาดีใจมากที่รู้ว่าภุมรีสนใจเรื่องผ้าโบราณจึงคิดจะขาย
และ คืนนั้นมณีกัญญารีบไปหาปรีชญาที่บ้าน เพื่อขอถ่ายรูปผ้า
หวังจะมาให้ภุมรีชม เพื่อที่จะขายได้ราคาแพงๆ
เธอนำผ้ากลับมาดูในโน้ตบุ๊คอย่างชื่นชม
ทันใดนั้นไฟในห้องมณีกัญญาก็กระพริบขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
แต่พอมณีกัญญาหันไปมอง ไฟก็ติดเป็นปกติ
แต่พอมณีกัญญาจะหันกลับมามองที่หน้าจอต่อ ไฟก็ดับพรึ่บ!
แล้วทันใดนั้นเสียงหัวเราะของเจ้าสีเกดก็ดังก้องไปทั่ว มณีกัญญาหน้าตาตื่น
กวาดตามองไปรอบๆ อย่างหวาดกลัว "ใครน่ะ!" เสียงหัวเราะของเจ้าสี
เกดยังดังก้องไม่หยุด มณีกัญญาตัวสั่นหวาดกลัวแล้วเหลือบมองไปที่หน้าจอคอมพ์
มีใบหน้าของเจ้าสีเกดซ้อนขึ้นมาและกำลังหัวเราะสะใจ
มณีกัญญาร้องกรี๊ดออกมาทันทีแล้วจะวิ่งออกไป
ทันใดนั้นหน้าของมณีกัญญาก็เกือบชนกับหน้าของเจ้าสีเกดที่ยืนสีหน้าอยู่ข้าง
หน้าในระยะที่ใกล้มาก "อย่ามายุ่งกับผ้าของฉัน!"
มณีกัญญากรี๊ดร้องสุดเสียง เช้าวันใหม่ มณีกัญญาสะดุ้งสุดตัวลุกพรวดขึ้นมา
แล้วพบว่าตัวเองฟุบหลับอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ "ฝันไปเหรอเนี่ย รูป!" มณี
กัญญาลุกขึ้นไปที่หน้าจอคอมพ์ แล้วเปิดดูก็เห็นว่ารูปทุกอย่างเป็นปกติ
มณีกัญญาถอนใจโล่งอก แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้น
กุมขมับสีหน้าเหยเกอย่างปวดหัว ปรีชญากำลังเตรียมของไปเยี่ยมพชรกับ ยายรตา
ไหมพิมเข้ามาช่วย พอดีเกิดเสียงโครมครามที่ห้องของทาวิธ ทั้งสองรีบเข้าไปดู
ทาวิธจึงบอกว่าเจ้านายเขาโทรมาบอกให้พักยาว ซึ่งหมายถึงการบีบให้ออก
เขาจึงโวยวายด้วยความเครียด ปรีชญามองทาวิธน้ำตาคลอด้วยความสงสารจับใจ
ไหมพิมเองก็ถอนใจเพราะเห็นใจทาวิธเหมือนกัน ปรีชญาจึงให้ไหมพิมนำของไป
เยี่ยมพชรแทน ยายรตามองไหมพิมอย่างพิจารณา ตอนแรกคิดว่าเป็นแฟนของพชร
แต่พอพูดคุยกันจนรู้ว่าไหมพิมทำงานกับปรีชญาและนำของมาเยี่ยมแทน
พชรเดินเข้ามาแล้วแอบยิ้มดีใจที่เห็นไหมพิม รตาหันมาเห็น "ตาพัดมาแล้ว
หนูไหมมาเยี่ยมแน่ะ" ไหม พิมรีบอธิบาย "ทีแรกคุณปั๋มจะมาเองแล้ว
แต่พอดีต้องดูแลคุณทาวิธ
คุณปั๋มก็เลยให้ไหมเอาของคาวกับของหวานฝีมือคุณยายรณีมาเยี่ยมแทนน่ะค่ะ" "เหรอ
งั้นผมฝากขอบคุณปั๋มกับคุณยายรณีแทนด้วยก็แล้วกันนะ" ไหมพิมยิ้มรับ
แล้วมณีกัญญาก็เดินลงมา
พอเห็นไหมพิมก็ชักสีหน้าทันที "เธอมาทำอะไรที่นี่มิทราบยะ!" "คุณปั๋มให้ไหมเอาอาหารมาเยี่ยมคุณพัดแทนค่ะ" "ปั๋มสั่งให้มาหรือว่าเธอสาระแนขอมาเองกันแน่ยะ!" พชรเอ็ด
"ณี" มณี กัญญาไม่กลัว "ณีว่าแม่นี่สารแนขอมาเองแน่ๆ
ผู้หญิงคนนี้แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วว่าคิดอะไรอยู่ เอ๊ะ!
หรือว่าเธอคิดอยากจะหาที่อยู่ใหม่อีก ฉันจะบอกไว้ก่อนเลยนะ
ว่าที่นี่ไม่ใช่สถานสงเคราะห์คนยากไร้เหมือนอย่างบ้านยายปั๋มหรอกนะ" รตาเอ็ดเสียงเข้มอีกคน
"ณี" ไหมพิมรีบตัดบท "ไหมขอตัวกลับก่อนนะคะ เดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน
ไหมกลับก่อนนะคะคุณยาย" ไหมพิมไหว้ลารตา "จ้ะ
แล้ววันหลังมาเที่ยวใหม่นะ" ไหม พิมยิ้มรับตามมารยาท แล้วไหว้มณีกัญญา
แต่มณีกัญญาไม่รับไหว้ ไหมพิมหน้าเก้อเดินออกไป พชรรีบตามออกไปด้วย
มณีกัญญามองตามไหมพิมไปสีหน้าชิงชังแต่พอหันไปเห็นสายตาของรตาที่กำลังมองมา
อย่างไม่พอใจ
มณีกัญญาก็ทำเป็นกระฟัดกระเฟียดแล้วเดินกลับขึ้นห้องไป ไหมพิมเดินหน้าเศร้าออกมาจากในบ้าน
พชรตามเข้ามา "คุณไหม" ไหมพิมหยุดแล้วหันไปหาพชร
พชรเข้ามาหาไหมพิมแต่พยายามไม่สบตาเพราะกลัวใจตัวเองจะหวั่นไหวอีก "ผมต้องขอโทษแทนณีด้วยนะที่ณีเสียมารยาทกับคุณ" ไหมพิมยิ้มรับเศร้าๆ
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไหมไม่ถือสาอะไรคุณณีหรอกค่ะ" พชรมองหน้าเศร้าๆ
ของไหมพิมแล้วก็เริ่มใจอ่อน แววตาจึงอ่อนโยนลง
แต่ไหมพิมไม่ทันเห็นแล้วไหมพิมก็นึกขึ้นได้ "คุณพัดคะ
คุณพัดไม่ต้องห่วงเรื่องไหมกับคุณวิธนะคะ
ไหมจะพยายามออกจากบ้านคุณปั๋มให้เร็วที่สุด
ทุกคนจะได้สบายใจกันสักที" คำพูดของไหมพิมทำให้พชรเริ่มรู้สึกตัว
พชรจึงเปลี่ยนสีหน้าและแววตานิ่งเฉยเหมือนเดิม "ก็ดี
ผมอยากให้เรื่องทุกอย่างมันจบก่อนที่ปั๋มจะรู้เรื่อง" "ค่ะ"
ไหมพิมพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ พูดคล้ายจะเป็นการบอกลา "คุณพัดดูแลตัวเองดีๆ
นะคะ" พชร ทำเป็นมองนิ่งหน้าเฉย พยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้ใจอ่อนกับไหมพิมอีก
ไหมพิมคิดว่าพชรโกรธเกลียดตนจริงๆ ก็เดินออกไป พอไหมพิมออกไป
พชรก็หันกลับไปมองตามด้วยแววตาที่อ่อนโยนและมีสีหน้าสับสนในความรู้สึกของ
ตัวเองที่มีต่อไหมพิม ไหมพิมกลับมาที่บ้านปรีชญา
เจ้าสีเกดก็เข้าสิงและตรงไปหาทาวิธที่ห้อง ซึ่งกำลังเครียดเรื่องโดยออกจากงาน
เจ้าสีเกดชวนทาวิธออกไปเที่ยวในวันรุ่งขึ้น ทาวิธยิ้มกระหยิ่มใจทันที และ
วันรุ่งขึ้นทาวิธก็บอกปรีชญาว่าจะออกไปงานเลี้ยงกับเพื่อน ปรีชญาจะตามไปด้วย
แต่เขาขอไปเองอ้างว่ามีแต่ผู้ชาย ปรีชญาจึงยอมตกลง ทาวิธขึ้นแท็กซี่ออกไป
ปรีชญามองตามอย่างเป็นห่วง จบตอน 6

เครดิต :www.oknation.net/blog/lakorn

   
 
ความคิดเห็น


.: ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณาบันทึกความคิดเห็นของคุณลงบนแบบฟอร์มข้างล่างนี้ ขอบคุณค่ะ :.

ละครปัจจุบันตอนล่าสุด
(ตอนอื่น ๆ)
ตอนที่ 1 - 6
ละครที่ฉายอยู่ปัจจุบัน
จามอง ยอดหญิงผู้พิทักษ์แผ่นดิน (3)
ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน (15)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
* ชื่อ :  
   
อีเมล์ :  
   
* รายละเอียด  
 

ใส่ข้อมูลได้อีก ตัวอักษร
 
* ใส่ค่าตามภาพ  
 
 
 
SABUYJAISHOP ผู้ให้บริการทางการตลาดออนไลน์ สำหรับร้านค้าหรือผู้ประกอบการ ที่ต้องการนำเสนอสินค้า โฆษณา ประชาสัมพันธ์ร้านค้า หรือสินค้าในร้าน โดยเรามีเครื่องมือที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดร้านค้า โฆษณาสินค้า และระบบการสั่งซื้อสินค้าไว้พร้อมสรรพแล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการช่องทางในการทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์