แหล่ง shopping
   สินค้าจากร้านค้า
Cable CLIP (3M) Black c030
ดูขนาดรูปภาพจริง
แอร์ SHARP PR19
ดูขนาดรูปภาพจริง
ลำโพงบลูทูธ Wireless Speaker Bluetooth ไร้สาย ถั่วเขียวมอนสเตอร์ มินิ สเตอริโอ ขนาดพกพา
ดูขนาดรูปภาพจริง
LG เครื่องซักผ้าฝาบน ขนาด 12 KG.
ดูขนาดรูปภาพจริง
พร้อมส่ง Coach 69621 Lane Satchel
ดูขนาดรูปภาพจริง
เบบี้หมีพูห์ Disney Winney The Pooh Baby
ดูขนาดรูปภาพจริง
RJK Advanced Melasma Serum 3 ml. ป้องกันและลดเลือนปัญหาจากฝ้าแดด ฝ้าตื้น ฝ้าลึก
ดูขนาดรูปภาพจริง
สกรีนฟอยด์
ดูขนาดรูปภาพจริง
COLLY PLUS 10,000 MG.
ดูขนาดรูปภาพจริง
ครีมt&tครีมสมุนไพรสกัดหัวไชเท้า
ดูขนาดรูปภาพจริง
Real Hair 2 กล่อง (เรียวแฮร์ เซรั่มปลูกคิ้ว หนวด เครา จอน)
ดูขนาดรูปภาพจริง
เครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า BIRD PROTECT
ดูขนาดรูปภาพจริง
Music D.J. (700E) +USB แถม Microphone - c0132
ดูขนาดรูปภาพจริง
เลนส์เสริมมือถือ รุ่น HPLQ-025 คลิปเลนส์ 0.6X Wide-angle 15X Macro-lens
ดูขนาดรูปภาพจริง
สารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อกำจัดยุงและแมลง สารส้ม ก้อน,คลอรีน ผง,เกล็ด 60%,90%,
ดูขนาดรูปภาพจริง
คอนโดสำหรับเช่า 1 ห้องนอน City Garden Pratumnak (ซิตี้ การ์เด้น พระตำหนัก)
ดูขนาดรูปภาพจริง
แอร์ HAIER HSU-18CEK03-T
ดูขนาดรูปภาพจริง
Best Korea มีโฟมล้างหน้าแล้วนะ 3 สูตรพิเศษ สำหรับปัญหาผิววัยรุ่น 100ml
ดูขนาดรูปภาพจริง
Rojukiss White Poreless Advanced Repair Serum
ดูขนาดรูปภาพจริง
น้ำยาถูพื้น,ล้างจาน,ทำความสะอาดอเนกประสงค์
ดูขนาดรูปภาพจริง
Mandelic Acid 30% ช่วยรอยสิวกับหลุมสิวหายเร็วขึ้น
ดูขนาดรูปภาพจริง
เตียงฉุกเฉิน ติดรถพยาบาล,วัคซีนและยาคุมกำเนิดหมาและแมว,ถังขยะ,ถังดับเพลิง
ดูขนาดรูปภาพจริง
น้ำเสีย ควรได้รับการ บำบัด
ดูขนาดรูปภาพจริง
บัตรพลาสติกโปร่งแสง การ์ดพีวีซีโปร่งใส โฟโต้การ์ดใส
ดูขนาดรูปภาพจริง
แอร์ SHAPR PR24
ดูขนาดรูปภาพจริง
 
เรื่องย่อละคร ตามบทโทรทัศน์
 

สุสานภูเตศวร [ ตอนที่ 13 - 15 ]

 

จำนวนคนเข้าชม : 562 ครั้ง            update : 19/3/2009

   
   
  สุสานภูเตศวร 13  
 เทิดณรงค์ จุฑา พรานแก้ว และสา ต่างรีบมุ่งหน้าตามพวกอัคคีไป ยศวดีขอตามไปด้วย และระหว่างทาง จู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาขวางทางไว้ด้วยสภาพที่บาดเจ็บ พวกเทิดณรงค์ช่วยทำแผลให้ โดยไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนี้คือมะแตนายปลอมตัวเป็นชาวกะเหรี่ยงมา
 "มะแตนาย ชื่อแปลกดี ไปทำอะไรมา ทำไมถึงมีแผลแหวะหวะขนาดนี้"
 มะแตนายพูดแปร่งๆ เป็นกะเหรี่ยง "เรา ถูกพวกกองกำลังทหารของรัฐบาลไล่ยิงมา"
 "แต่แผลเธอ เหมือนกะไปโดนเสือกัดมามากกว่านะ"
 เทิดณรงค์ไม่ฟังพรานแก้ว "ทำไมทหารรัฐบาลถึงต้องไล่ยิงเธอ"
 "เราเข้าไปหาข่าวในพื้นที่ของรัฐบาล แต่เราพลาด ถูกจับได้ ก็เลยถูกไล่ยิงจนต้องหนีพลัดตกเขา เราเป็นนักรบ กองทัพปลดแอก"
 "กองทัพปลดแอก แบบพวกก็อตอาร์มี่น่ะเหรอ ว้าย พี่เทิดระวังค่ะ ระวังจะถูกยัยนี่จับเป็นตัวประกัน"
 จุฑาเข้ามามองๆ "ฉันรู้สึกว่าหน้าตาเธอ คุ้นๆ นะ หน้าตายังงี้ เหมือนเคยเห็นมาแล้ว ที่ไหน"
 มะแตนายจ้องตอบอย่างมั่นใจว่าจุฑาไม่มีทางจำได้ ไม่กลัวเกรง
 "เคยเห็น ในฝันหรือเปล่าครับนาย นางในฝัน"
 "ม่ายช่ายแล้ว"
 "ถ้าทำแผลเสร็จแล้ว ผมว่าเราไปกันต่อเถอะครับ ส่วนเธอ มาทางไหน ก็ควรไปทางนั้น" "อะไรกัน จะไปได้ยังไง มืดอย่างนี้ พรานแก้ว อย่างน้อยก็น่าจะให้มะแตนายนอนค้างกะพวกเราคืนนี้ก่อน มะแตนาย เราชื่อมะสานะ จะเรียกมะสาเฉยๆ หรือเรียกพี่มะก็ได้"
 เทิดณรงค์กล่าวต่อว่า "เธอจะไปไหน เผื่อพวกชั้นผ่าน จะได้แวะไปส่ง"
 ยศวดีรีบห้าม "โนค่ะ เราไม่ผ่านบ้านยัยมะแตนายแน่ ทางไปเมืองอโฆราลัยไม่จำเป็นต้องผ่านหมู่บ้านที่ไหน จริงมั้ยพรานแก้ว"
 "จริงครับ"
 มะแตนายทำตาโต "พวกคุณจะไปเมืองอโฆราลัย"
 "เธอรู้จักเมืองอโฆราลัยด้วยเหรอ"
 พรานแก้วมองหน้าจุฑา ต่างตงิดๆ
 "ลุงของเรา ท่านเคยไปที่เมืองนั้น ตอนหนุ่มๆ และก็ชอบเล่าให้เราฟัง เรื่องเหมือนนิทานนานเก่าๆ คนอื่นบอกว่าไม่มีจริง แต่ลุงบอกว่ามี ลุงบอกว่า เมืองนั้นต้องออกจากเขตพม่าไปอีก ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ตามแม่น้ำโขงไป"
 "แม่น้ำโขง แม่น้ำโขงเหรอ" เทิดณรงค์ดีใจ
 มะแตนายคว้าแขนเทิดณรงค์หมับ "แต่อย่าไปเลยนะ นาย ไปอโฆราลัย ก็เท่ากับว่า ไปหาความตาย"
 ทุกคนผงะ เทิดณรงค์เห็นดีที่จะให้มะแตนายเป็นคนนำทาง มีเพียงพรานแก้วกับจุฑาที่ไม่ค่อยชอบใจนัก พรานแก้วรู้สึกได้ว่ามะแตนายไม่ใช่คนธรรมดา
 คณะของอัคคีมาถึงทางตันของชายป่า ทุกคนต้องปีนเขาขึ้นไปตามคำแนะนำของอัคคี โดยมีพรานดำอาสาเป็นคนนำทางให้อย่างอวดเก่ง แต่แล้วก็พลาดตกลงไปในหลุมลึก ซ้ำร้ายคว้าชีวิตกับเจ้ยลงไปด้วย อัคคีมองอย่างเฉยชา จนนิลพัตราพูดอย่างแปลกใจว่าทำไมไม่ช่วย อัคคีจำต้องช่วยทั้งสามขึ้นมา
 พรานแก้วรับรู้ได้ถึงพลังแปลกๆ ที่มีอยู่ในตัวของมะแตนาย เขาพยายามบอกให้เทิดณรงค์ยกเลิกความคิดที่จะให้มะแตนายเป็นคนนำทาง แต่เทิดณรงค์กลับคิดว่าจะได้ไม่เป็นการเดินทางแบบสุ่มเสี่ยง พรานแก้วเตือนว่าจุดหมายของเขาคือตัวนิลพัตราไม่ใช่หรือ
 เทิดณรงค์หน้าหงิก "ก็นิลพัตรา จะไปอโฆราลัยกับไอ้อัคคี เพราะอาจารย์ผู้พันเชื่อว่าไอ้เศรษฐีโรคจิตเคยไปอโฆราลัยมาแล้ว แต่ถ้าเราไปถึงก่อนล่ะ ไปดักรอมันอยู่ก่อน ผมอยากเห็นหน้าอาจารย์ผู้พัน กับนิลพัตรา ตอนที่เห็นพวกเราเป็นผู้ค้นพบอาณาจักรก่อน ผมจะได้หัวเราะใส่หน้าทุกคน"
 "คุณเทิด ถ้าคุณต้องการแค่เอาชนะ คุณจะพบกับความพ่ายแพ้"
 "พรานแก้ว!" เทิดณรงค์ถูกแทงใจดำ
 "คุณต้องยอมรับความจริง คุณต้องการคุณนิลพัตรา ไม่ใช่อย่างอื่น"
 "ผมไม่ได้ต้องการอะไร มากกว่า ได้เป็นคนค้นพบเมืองอโฆราลัยก่อนใคร สร้อยนั่น ผมก็เป็นคนเจอก่อน แม้แต่พัตรก็เป็นแฟนผมมาก่อนผมตังหากที่เป็นคนทิ้งเขา คนอื่นมาทีหลัง มันเป็นใคร โธ่เว้ยผมไม่ยอมหรอก"
 พรานแก้วส่ายหัว "คุณหลงทางแล้ว คุณเทิด จิตคุณถึงถูกดึงดูดด้วยพลังลบ พลังชั่วร้าย ของอีมะแตนาย"
 "พรานแก้วกลัวเสียหน้าใช่ไหมล่ะ ที่จะมีผู้หญิงคนหนึ่ง มารู้อะไรดีกว่าพรานแก้ว"
 สาเข้ามาเมียงๆ "นั่นอ่ะสิ อิจฉาอ่ะสิ ไม่แมนเล้ย คนเรา แก่ก็แก่"
 ยศวดีมาอีกทาง ถือผ้าเช็ดตัวของเทิดณรงค์มา "เลิกๆๆๆ ทะเลาะกันซะที่เถอะค่ะ ยศซี่จะไปว่ายน้ำแล้ว มาว่ายเป็นเพื่อนยศซี่หน่อย ยศซี่ว่าจะไม่ใส่อะไรเลย ก็เลยไม่ไว้ใจใคร ต้องให้พี่เทิดไปเป็นเพื่อนเท่านั้น มากะยศซี่เดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
 พรานแก้วกล่าวขึ้นว่า "เอางี้ไหม คุณเทิดอยากทำอะไรก็ทำ ผมจะไปตามหาผู้พันกะลูกสาวท่านคนเดียวก็ได้ ใครจะรู้ คุณเทิดอาจรอด แต่ผมอาจจะตายก็ได้" ทุกคนอึ้งไป
 พรานแก้วไปเก็บข้าวของด้วยความไม่พอใจ ขณะที่มะแตนายกำลังอาบน้ำอยู่ที่แม่น้ำ และเหลือบเห็นจุฑาที่ออกมาเก็บฟืน เธอคิดหาทางกำจัดจุฑาให้ตาย โดยชวนพลางสะกดจิตให้จุฑาลงไปเล่นน้ำ แล้วเธอก็แปลงร่างเป็นปีศาจ แพรดำยาวสะบัดออกมาพันตัวจุฑา และลากเขาลงสู่ใต้น้ำ
 ด้านเทิดณรงค์และสาเห็นพรานแก้วเตรียมเก็บข้าวของ ก็รีบไปห้ามไว้ บอกว่าเราไปไหนก็ต้องไปด้วยกันสิ พรานแก้วจึงย้อนว่า
 "คุณเทิดต้องการให้ผมไปด้วยเพราะอะไร เพราะแค่ผมมีศิลาจารึกก้อนนั้นเท่านั้นใช่ไหม ก้อนศิลาของผม มันคงสู้คำพูดของผู้หญิงที่คุณเพิ่งเจอมาคืนเดียวไม่ได้หรอกมั้ง"
 "พี่เทิด อย่าให้พรานแก้วไปนะ ถ้าเกิดมีผีสางมาหลอก พวกเราก็ตายกันลูกเดียวเลยนะคะ"
 "ไม่ต้องกลัวหรอก คุณยศซี่ คุณเทิดเขาก็เป็นคนดีมีวิชาเหมือนกัน" ว่าแล้วก็กระชากคอเสื้อเทิดณรงค์เปิดออก แต่กลับพบว่าไม่ได้สวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรเลย "เห็นไหมคุณเทิดเขาไม่พกพระ พกเครื่องรางอะไรทั้งนั้น พกแต่ความมั่นใจมาอย่างเดียวนี่ไง คนที่เชื่อมั่นในตัวเอง มีแต่ความประมาท ขอให้คุณโชคดีเหอะ"
 สาถาม "คุณเทิด แล้ว พระเครื่อง ตะกรุดอะไรของคุณ หายไปไหนหมด"
 "ผมฝากไว้ที่จุฑา จุฑาเก็บไว้ที่ในเก๊ะรถ จุฑา จุฑาอยู่ไหน" เทิดณรงค์นึกถึงจุฑา
 พลอยให้ทุกคนมองหาไปด้วย เพราะจุฑาออกไปหาฟืนนานแล้ว ทุกคนออกตามหา พอมาถึงริมน้ำก็พบกองฟืนที่จุฑาทำหล่นกระจาย ทันใดนั้นเสียงมะแตนายก็ดังขอความช่วยเหลือ บอกว่ามีตัวอะไรไม่รู้สีดำลากจุฑาลงไปใต้น้ำ เธอพยายามช่วยแล้ว แต่ช่วยไม่ได้
 พรานแก้วจ้องมะแตนายอย่างรู้ทัน แล้วรีบกระโดดลงไปช่วยจุฑาทันที เทิดณรงค์กับจุฑารีบตามลงไปด้วย มะแตนายถามยศวดีว่าทำไมไม่ลงไปช่วย ยศวดีบอกว่าเธอต้องเฝ้าของ แล้วมะแตนายก็แอบเอาผงดำเทลงไปในแม่น้ำ
 "ไอ้พวกโง่ พวกแกจงฆ่ากันเอง กอดคอกันจมน้ำตาย อยู่ใต้แม่น้ำนี้ให้หมด" มะแตนายยิ้ม
 เทิดณรงค์พบจุฑารีบเข้าไปช่วย จังหวะนั้นสากับพรานแก้วโดนผงดำเข้าครอบงำ เกิดภาพหลอนเห็นเทิดณรงค์เป็นชายแปลกหน้า และกำลังทำร้ายจุฑา ก็ตรงดิ่งไปทำร้ายเขา เทิดณรงค์ตกใจรีบถามว่าเป็นอะไร และพูดเตือนสติว่าตัวเองเป็นใคร ยศวดีหันมาเห็นก็แปลกใจ
 พรานแก้วเห็นเป็นสากำลังโดนชายแปลกหน้าทำร้าย ก็เข้าไปช่วย ยศวดีเป็นห่วงว่าทำไมตีกันเอง แล้วเธอก็เหลือบเห็นมะแตนายกำลังเดินหนีไป พอยศวดีถามก็อ้างว่าจะไปตามคนมาช่วย
 พอมะแตนายวิ่งหนีไป เทิดณรงค์กับจุฑาเริ่มจมน้ำไป พรานแก้วกับสาก้หันมาตีกันเอง ยศวดีไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจหยิบปืนขึ้นมายิงใส่มั่วๆ ลูกปืนดันไปถากหูพรานแก้วเขาจนเลือดไหลออกมา และเลือดของพรานแก้วที่แกร่งกล้าไปด้วยวิชา ก็สามารถลบล้างผงดำที่แผ่ในน้ำได้ ทันใดนั้นเทิดณรงค์ก็โผล่หัวขึ้นจากน้ำพร้อมจุฑา เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆ กลับมาเป็นคนเดิมแล้ว ก็ช่วยกันพาจุฑาขึ้นฝั่งมาปฐมพยาบาล ท่ามกลางความดีใจของยศวดี
จบตอน13


สุสานภูเตศวร 14  

มะแตนายเข้าใจว่าพวกเทิดณรงค์ตายกันหมด จึงไปรายงานอัคคี เขาดีใจมาก
 และในคืนนั้นทั้งเทิดณรงค์และนิลพัตราต่างฝันถึงเหตุการณ์เดียวกันคือเทิดณรงค์ตามหานิลพัตราและตกเขาเสียชีวิต นิลพัตราตื่นจากฝันด้วยความตื่นตระหนกและร้องเรียกเทิดณรงค์ พอเห็นหน้านภศูลกับกระแต เธอยังเหนื่อยหอบพยายามสูดลมหายใจลึก นภศูลเข้ามาจับมือลูก
 "พัตร พัตรฝันไปนะลูก"
 อัคคีเข้ามาพอดี ในมือถือดอกไม้ป่าหลากหลายพันธุ์
 "พ่อคะ พัตรฝันซ้ำๆอีกแล้ว ฝันเห็นเทิดปีนขึ้นภูเขาตามหาพัตร แล้วเทิดก็ตกลงไป หรือว่า เทิดจะตามมาเรามาจริงๆ แล้วเทิด เทิดตกเขาตาย"
 นิลพัตราหันไปเห็นหน้าอัคคีก็อึ้งไป รีบขยับนั่งให้ดี จับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
 "ฝันร้ายจะกลายเป็นดีครับ คุณหมอ ผมคงไม่ต้องบอกนะ ผู้พันว่าอาการแบบนี้ มันเป็นผลมาจากการเล่นไสยศาสตร์ของใคร"
 นภศูลอึ้งไป "มันทำแบบนี้กับยายพัตรลงคอได้ไง"
 "พ่อหมายถึงใครคะ คุณอัคคีหมายถึงใคร เทิดเหรอ"
 อัคคียิ้มเย็น "เขาคนนั้น คงไม่ตามคุณหมอมาจริงๆ หรอก ทางที่ดี คุณหมอควรทำใจได้แล้ว ว่าจะไม่ได้เห็นหน้าเขาอีก"
 นิลพัตราลุกขึ้นยืน เผชิญหน้าอัคคี "คุณ รู้ได้ยังไง"
 อัคคีหน้าเยาะ "คุณหมอห่วงใยมันซะจริง ไอ้คนที่มันทำร้ายคุณหมอมาไม่รู้กี่หนต่อกี่หน แต่คนที่รักคุณหมอ ยอมทำอะไรให้คุณหมอได้ทุกอย่าง คุณหมอกลับไม่เห็นค่า"
 อัคคีจับมือนิลพัตรามา เอาดอกไม้ทั้งหมดวางยัดลงให้ ยิ้มอย่างตัดพ้อ แล้วเดินออกไป นิลพัตรามองดอกไม้ในมือ อึ้งๆ
 กระแตหันมาหานภศูล "คุณอาคะ คุณอัคคีเขาบอกรักยัยพัตรแบบไม่เกรงใจใครแบบนี้ทุกวี่ทุกวัน คุณอาไม่ว่าหรือไงคะ"
 นภศูลพูดจริงจัง "อาจะว่าอะไร ใครรักลูกอาจริง พิสูจน์ให้อาเห็นจริง อาก็ต้องยอมรับนับถือน้ำใจเขาสิ"
 กระแตเริ่มเห็นด้วย "เฮ้อ ถ้าหนูเจอแบบนี้หนูก็ต้องแพ้ใจเขาสักวันเหมือนกันแหละ พัตร เราว่าพัตรต้องแยกแยะให้ได้ซะทีแล้วล่ะ รีบลืมคนที่ทำเราเจ็บปวดซ้ำซากซะ แล้วควรจะหันมารักษาน้ำใจคนที่รักเราจริงบ้าง"
 นิลพัตรามองดอกไม้ แววตาเศร้าลง แล้วยอมรับความจริง
 พรานแก้วรู้ว่าเหตุที่ทำให้ทุกคนทะเลาะกัน มาจากมะแตนาย แต่สากับเทิดณรงค์ไม่เชื่อ ขณะที่จุฑาก็ยืนยันว่าก่อนที่เขาจะวูบไปในน้ำ เขาเห็นมะแตนายเป็นคนสุดท้าย เทิดณรงค์ก็ยังยืนยันว่ามะแตนายคงเห็นว่าพวกเราเป็นบ้าเลยหนีไป และต่อว่าพรานแก้วที่ชอบโยนความผิดให้มะแตนาย เขาบอกทุกคนว่ายังไงก็จะไปตามหามะแตนายที่หมู่บ้าน แล้วให้ลุงของมะแตนายพาไปอโฆราลัยให้เร็วที่สุด
 พรานแก้วจึงนำน้ำในแม่น้ำมาบริกรรมคาถาหลวงพ่อปานใส่ และให้ทุกคนล้างหน้า มะแตนายปรากฏกายขึ้นมาหน้าตาแตกตื่นที่เห็นทุกคนปลอดภัย
 "พวกมันไม่ตาย อะไรกัน เป็นไปไม่ได้"
 เทิดณรงค์ล้างหน้าเสร็จ พรานแก้วเดินมาหา
 "คุณเทิดครับ เชื่อผมซักครั้ง เราไปตามหาคุณนิลพัตรากับอาจารย์ผู้พันก่อนเถอะครับ แล้วถ้าจะไปอโฆราลัย ก็ค่อยไปพร้อมๆ กัน"
 เทิดณรงค์มองหน้าอึ้งๆ พรานแก้วพูดเสียงเด็ดขาด "ผมมีวิธี ผมค้นหาคุณนิลพัตราให้คุณได้ ว่าเธออยู่ที่ไหน"
 มะแตนายได้ยินถึงกับร้อนรน เซๆ ถดถอยเจ็บใจพรานแก้วที่เก่งกล้า
 กาฬจักรเดินมาตามทางในป่า และบังเอิญพบเห็นนิลพัตรากับกระแต เขาจึงดลใจให้นิลพัตราแยกตัวมาจากกระแต โดยนิลพัตราอาสากลับไปเอาผ้าเช็ดตัวให้กระแต
 และระหว่างทางเธอก็มองเห็นผีเสื้อแสนสวยที่กาฬจักรสร้างมาเพื่อดลใจเธอให้วิ่งตามผีเสื้อมาเรื่อยๆ จนถึงถ้ำแห่งหนึ่ง นิลพัตราชื่นชมถ้ำที่วิจิตรอยู่ ทันใดนั้นกาฬจักรก็ปรากฏตัวขึ้น นิลพัตราตกใจผงะ เสียหลักล้มลงไปร้องสุดเสียง
 กาฬจักรมองอากัปกิริยานิลพัตราแล้วรู้สึกเหมือนเห็นนิลพัตรที่กำลังใช้จริตมารยาล่อหลอกให้ตายใจ
 "นิลพัตร ข้าไม่นึกเลยว่า"
 นิลพัตรารีบตะกายลุก "อย่านะ อย่าเข้ามา จะเอาอะไรบอกมา ฉันจะให้นายทุกอย่างเลย ตอนนี้ฉันไม่มีอะไร แต่เดี๋ยว ฉันกลับไปเอามาให้ อย่าทำอะไรฉันนะ"
 "หยุดตีหน้าซื่อเสียที นังแพศยา"
 นิลพัตราผงะ "อ้าว ทำไมถึงต้องมาด่ากันแบบนี้ด้วยล่ะ"
 ทันใด สร้อยตรีพักตราสูรามีอาการดิ้นรน หลุดออกมาจากเอวกาฬจักร ตกลงแทบเท้านิลพัตรา นิลพัตราทำท่าจะเก็บ กาฬจักรยื่นเท้าไปเหยียบสร้อยไว้ มองหน้านิลพัตรา
 "ตรีพักตราสูร มันต้องการครอบครองเจ้า หรือเจ้ากันแน่ ที่อยากเป็นผู้ครอบครองมัน"
 นิลพัตรามองกาฬจักรเต็มๆ ตา "อ้อ เข้าใจแล้ว คุณก็คงเป็นอีกคนหนึ่ง ที่เป็นพวกคลั่งไคล้เรื่องเมืองอโฆราลัยนี่เหมือนกันสิ แล้วทำไมสร้อยไปอยู่ที่คุณ แล้วทำไมคุณทำกับของมีค่าแบบนั้น เห็นแย่งกันจะเป็นจะตายไม่ใช่เหรอ คุณเป็นพวกใครล่ะ พวกเทิดเหรอ หรือว่า เทิด เทิดตามมา"
 กาฬจักรก้มเก็บสร้อยมา กำสร้อยไว้ในมือ บีบไว้แน่น "ด้วยอำนาจแห่งฆุม เจ้ามิอาจแสดงอำนาจต่อหน้าข้าอีก"
 กาฬจักรเอาสร้อยพันๆๆ ข้อมือตนไว้จนแน่นหนา แล้วเงยมาจ้องหน้า นิลพัตรากลัวก็กลัว แต่ก็อยากรู้ความจริง
 "เทิดตามมาแล้วจริงๆ ใช่ไหม เอ้อ คุณ"
 กาฬจักรคว้าข้อมือนิลพัตราจับกระชาก "ไป เจ้าต้องไปกับข้า"
 "ว้าย มันเรื่องอะไร ฉันไม่เกี่ยวนะ ปล่อย" นิลพัตราพยายามสะบัด แต่เหมือนติดปลอกเหล็ก
 "ข้าจะไม่ยอมให้ภูเตศวรกับเจ้าได้มีชีวิตนิรันดรร่วมกันแน่"
 นิลพัตราตงิดๆ "ภูเตศวร คุณหมายถึง กษัตริย์โบราณ ของเมืองอโฆราลัยเหรอ แล้วฉัน ไปเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ บ้ารึเปล่า"
 กาฬจักรไม่พูดจาอีก ลากนิลพัตราตัวปลิวหลุนๆ ตามไป นิลพัตรากรี๊ดๆๆ
 ทางด้านกระแตเห็นว่านิลพัตราหายไปนานจึงรีบกลับมาบอกให้พวกอัคคีรู้ เธอถูกอัคคีต่อว่าทันทีที่ทำให้นิลพัตราหายตัวไป นภศูลตัดบทก่อนที่เรื่องจะไปกันใหญ่ และบอกให้ช่วยกันตามหาลูกสาวเขาก่อน พอทุกคนแยกไปแล้ว อัคคีก็สั่งให้เกิดกับปองตามหานิลพัตรา อัคคีเองรู้สึกสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้น
 พรานแก้วกลัวว่าเรื่องร้ายๆ จะเกิดขึ้นกับพวกตนอีก จึงรีบแจกเครื่องลางของขลังให้ทุกคนติดตัวไว้
 "คุณเทิด ตะกรุดพระธุดงค์ของคุณ ต้องติดตัวไว้ ต่อไปนี้ห้ามปล่อยให้ห่างกายเลยเด็ดขาด ผมขอ คุณจุฑา เอ้า พระเครื่องของคุณ คุณยศซี่ คุณเอาพระองค์นี้ห้อยด่วนเลย แล้วต่อไปนี้ จะทำอะไรให้สำรวมกายใจให้มากกว่านี้หน่อย ทำตัวเป็นกุลสตรีหน่อย อย่าไปตะเกียกตะกายตามเนื้อตามตัวผู้ชายให้มากนัก"
 ยศวดีเสียงดุ "บ้า!"
 สากำลังเหม่อๆ มองกองไฟ แล้วรู้สึกตงิดๆ เงยหน้าพ้นกองไฟ แล้วอ้าปากค้าง เห็นมะแตนายยืนเด่นอยู่ฝั่งตรงข้ามของกองไฟ แสงไฟจับหน้า ดูสวยประหลาด
 "น้องมะแต"
 ทุกคนสะดุ้ง หันไป มะแตนายมองทุกคน หน้าซื่อ
 "ดีใจจังเลย ทุกคนปลอดภัยดีใช่ไหมจ๊ะ มะแตนายผ่านมา เห็นแสงไฟ เลยรีบมาดู"
 "อีผีร้าย มึง ไปนรกเลยไป!" พรานแก้วลุกมาพร้อมสายสิญจน์ในมือที่ทำเป็นวง แล้วคล้องลงที่คอมะแตนายทันที
 "ว้าย พรานแก้ว" มะแตนายทำท่าหน่ายๆ จับสายสิญจน์ขึ้นมาดูโดยไม่ได้ถอดออก "อะไรของพรานแก้วเนี่ย จะทำบายศรีสู่ขวัญกันหรือไง"
 พรานแก้วตะลึง ถอย 1 ก้าว ชี้หน้า "มึง มึงมันไม่ธรรมดา"
 สาลุกมาขวางพรานแก้ว "ไม่เอาน่า พรานแก้ว พรานแก้วแกไม่ค่อยสบายน่ะ ครับ หูฉีกไปหน่อย น้องมะแตนายไปไหนมา พี่คิดถึงมากเลยอยากดื่มอะไรร้อนๆ มั้ย พี่ชงให้"
 พรานแก้วผลักสา กระเด็นไป ควักพระทั้งพวงออกมาจากอกเสื้อ พวงเดิมกับที่ปราบนิลพัตรที่โรงพักมาแล้ว "อีนี่ อย่างมึง ต้องเจอระดับนี้"
 มะแตนายตาลุกขึ้นมาทันทีด้วยความหวาดกลัว เทิดณรงค์รีบลุกมากั้นกลาง ยกมือไหว้พรานแก้ว
 "ผมไหว้ล่ะครับ พรานแก้ว ผมเคารพรักพรานแก้วเสมอนะครับ แต่ผมอยากให้พรานแก้วใจเย็นๆ แล้วก็มีเหตุผลกว่านี้หน่อย"
 "คุณเทิด คุณนั่นแหละ เปิดหูเปิดตาหน่อย ผมคิดว่าเราออกนอกเส้นทางมาถึงนี่ก็เพราะนังคนนี้ แล้วที่คุณจุฑาเกือบตาย หรือที่เราแทบฆ่ากันตายในน้ำ ต้องเป็นฝีมือมันแน่ๆ มันน่าจะมียาสั่งอะไร..ที่ทำให้พวกเราเห็นกันเองเป็นศัตรูได้เหมือนกัน อีนี่มันมาเพื่อทำร้ายพวกเราแน่ๆ ถ้าคุณคิดว่าตัวเองมีเหตุผลกว่าผมจะอาศัยให้มันพาไปอโฆราลัยก็เชิญ แต่ผมขอลา"
 มะแตนายทำทียอมรับ "ก็ได้ พรานแก้ว เราสารภาพก็ได้ ที่เราเจอกันแต่แรก เพราะเราได้รับคำสั่งให้มาทำร้ายพวกคุณเทิดณรงค์จริงๆ"
 ทุกคนผงะ "อะไรนะ ไม่นะ ไม่จริง อย่าล้อกันเล่นสิครับ น้องมะแต ไม่ต้องประชดพรานแก้วแรงขนาดนี้ก็ได้"
 จุฑาไอโขลก "ใคร ใครสั่งให้คุณมาทำร้ายพวกเรา"
 "คนกรุงเทพฯเหมือนพวกนาย เป็นคนรวย ให้เงินสนับสนุนพวกเราหลายหมื่นบาท แลกกับให้เรามาทำอะไรก็ได้ ให้พวกนายถอดใจ กลับไป"
 "นายอัคคี!" เทิดณรงค์เอ่ยอย่างมั่นใจ พรานแก้วเขม้นมอง ยังไม่อยากจะเชื่อ
 "ใช่จ้ะ แต่ว่า ตอนนี้ พวกนายอัคคีก็กำลังวุ่นวายเพราะคนในคณะของนายอัคคีเป็นผู้หญิงไทยเขาโดนผู้ร้ายจับตัวไป พวกเขายังไม่รู้เลย ว่าเป็นพวกไหน"
 ยศวดีเอ่ยถามย้ำ "ผู้หญิงไทย"
 มะแตนายมองหยามๆ "ใช่ สวยกว่าคุณนายมากๆ ด้วย ได้ยินว่าเป็นหมอด้วย"
 ยศวดีแค้น "ใครจะมาสวยกว่าฉันยะ"
 "พัตรเหรอ!?"
 พรานแก้วสวนกลับ "โกหก อีนี่ มึงต้องเป็นผีแน่ๆ คุณเทิด มันรู้ใจพวกเราทุกอย่าง ทีแรก เราร้อนใจเรื่องอโฆราลัย มันก็เอาเรื่องอโฆราลัยมาล่อ ตอนนี้มันรู้ว่าพวกเรามุ่งเข็มไปที่คุณนิลพัตรา มันก็พลิกเอาตรงนี้มาใช้เป็นเงื่อนไขได้ทันที"
 จุฑามองมะแตนาย "เออ จริง แปลก แปลกมากๆ เธอทำได้ไง"
 "เปล่านะ ตอนแรกเราโกหก เรายอมรับ แต่ตอนนี้เราพูดความจริงแล้ว ถ้านายไม่เชื่อนะ นายดู เนี่ย เป็นของๆ ผู้หญิงไทยคนนั้น เราได้มา"
 เทิดณรงค์กระชากผ้ามาจากมือมะแตนายทันที "พัตร นี่ของพัตรจริงๆ พรานแก้ว"
 ทุกคนเงียบกริบ อึ้งสนิท มะแตนายนั่งจิบเครื่องดื่ม มีสาคอยเอาใจ ปรนนิบัติพัดวี เทิดณรงค์มองผ้าเช็ดหน้ากลัดกลุ้มร้อนใจ
 "ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ เก่า หลายปีแล้ว ผมซื้อให้พัตร พัตรบอกว่า ผ้าเช็ดหน้าเป็นของที่เขาห้ามให้กัน เพราะมันจะทำให้ต้องเสียน้ำตา แล้วก็ต้องโกรธกันในที่สุด"
 พรานแก้วถามมะแตนาย "แล้วแกเอามาให้พวกเราทำไม แกรู้ใช่ไหม ว่าถ้าคุณเทิดรู้เรื่องนี้ จะต้องไปไหนไม่รอด ต้องตกเป็นเหยื่อของแก"
 "เหยื่อไรกัน พรานแก้ว ก็นายอัคคีบอกเราแต่แรก ว่าพวกนายเทิด ตามคณะของคุณอัคคีมา เพราะจะมาแย่งชิงตัวผู้หญิงคนนี้"
 "แล้วเธอทำไมต้องรีบมาบอกเราด้วย หรือว่า เป็นแผนอะไรอีก" จุฑาจ้องมะแตนาย
 "ก็ นายเทิดดีกับเรา เราก็เลยสงสาร เพราะถ้าคุณหมอคนสวยเป็นอะไรไป แล้วคุณเทิดไม่ได้รับรู้ เราก็จะเสียใจแทนไปด้วย"
 "จุฑา พรานแก้ว ผมไม่สน ว่าใครจะมีแผนอะไร แต่ผมต้องไปตามหาพัตร มะแตนาย แล้วเธอรู้ไหม ว่าใครเอาตัวพัตรไป เป็นพวกกองโจรเรียกค่าไถ่หรือจับตัวประกันอะไรหรือเปล่า"
 "พี่เทิด พี่เทิดมีปืนมีระเบิดอะไรจะไปสู้กะพวกผู้ร้ายมันเหรอคะ นายอัคคีเขามีเงิน มีอิทธิพล ก็ให้พวกเขาไปช่วยพี่พัตรเองสิคะ พี่พัตรได้รับอันตรายเพราะมากับคุณอัคคี คุณอัคคีก็ต้องรับผิดชอบสิ ไม่ใช่พวกเรา" ยศวดีว่า
 "พรานแก้ว ถ้าพรานแก้วช่วย เราต้องเจอพัตรสิ ใช่ไหมครับ"
 สารีบพูดต่อ "จริง ผมจะช่วยด้วย น้องมะแตนายก็จะช่วยด้วย นะจ๊ะๆๆ"
 มะแตนายยิ้มเยาะๆ "เราน่ะ ไม่เก่งกาจอะไร ไม่มีปัญญาช่วยใครหรอก แต่ถ้าพรานแก้วเก่งนัก มีอิทธิฤทธิ์นัก เรื่องตามหาคนในป่าแบบนี้ มันไม่ยากเกินกำลังพ่อมดหมอผีแบบพรานแก้วหรอกมั้ง ใช่ไหมจ๊ะ"
 ทุกคนมองพรานแก้วอย่างคาดหวัง พรานแก้วจ้องหน้ามะแตแค้นๆ มะแตนายมอง ท้าทาย
 พรานดำนั่งสมาธิเพ่งกระแสจิตหานิลพัตรา ถึงกับเหงื่อแตกตกใจกลัวกลับภาพที่เห็น และบอกพวกชีวินว่านิลพัตราถูกจับตัวไป อยู่ไม่ไกลจากพวกเรา แต่ถูกอำพรางตัวเอาไว้ ทำให้มองไม่เห็น ชีวินไม่เชื่อเท่าไหร่นัก ทำให้พรานดำน้อยใจ
 กาฬจักรจับตัวนิลพัตราไว้ในถ้ำอย่างไม่ปรานีปราศรัย ทำให้เธอเหนื่อยจนแทบหมดสติ สิ้นแรงแล้วล้มลงในที่สุด
 "นี่ มันที่ไหนกัน จะพาฉันไปไหน ไม่ได้ไปหาเทิดหรอกเหรอ"
 "เทิด เทิด เทิด เจ้าเอ่ยแต่นามนี้ไม่ขาดปาก มันคือผู้ใดกัน"
 "เทิดณรงค์ คุณไม่รู้จักเหรอ คนที่เป็นเจ้าของสร้อยไง"
 "ในหัวเจ้าคงมีแต่นามบุรุษมากมาย แต่ละภพชาติที่ผ่านไป ไม่แน่ว่าอาจมีเป็นร้อยพันคนไม่ซ้ำ"
 นิลพัตรามองหน้าความคิดวาบขึ้นมา "พูดจาแปลกนี่ คุณรู้ไหม ว่าคุณพูดจาเหมือนกับ"
 "เหมือนใครอีกล่ะ"
 "คุณเภรี เลขาของคุณอัคคี ตัวคุณอัคคีเอง ก็เคย ใช้สำนวนพิลึกๆ แบบนี้บ่อยๆ หรือว่าฉันรู้แล้ว คุณไม่ใช่พวกเทิด คุณเป็นศัตรูกัน พวกคุณกำลังแก่งแย่งที่จะไปเมืองอโฆราลัยกัน เพื่อสมบัติโบราณ หรือการค้นพบเป็นคนแรก"
 "อัคคี หรือเจ้าหมายถึงภูเตศวร มันใช้นามนี้ในกาลนี้หรือไร"
 "พวกคุณเป็นเชื้อเจ้าพลัดถิ่นมาจากไหน มาจากรัฐอิสระแถวนี้ล่ะสิ"
 "พูดจาไม่รู้ภาษา รำคาญนัก ข้าจะฆ่าเจ้าเสียตรงนี้ แล้วเอาศพไปคืนไอ้อัคคีของเจ้าก็แล้วกัน" กาฬจักรชักดาบออกมา
 นิลพัตราถอยไปชนผนังถ้ำ "อะไรกันเนี่ย ฉันไม่เคยทำอะไรให้คุณซักหน่อย เราไม่เคยรู้จักกันเลย พวกคุณโกรธแค้นกัน แล้วทำไมมาใช้ฉันเป็นเหยื่ออย่างน้อยคุณก็น่าจะนึกถึงความผิดชอบชั่วดี กลัวบาปกลัวกรรมบ้างสิ"
 "บาปกรรม นิลพัตรกล้าอ้างถึงบาปกรรม เฮอะ"
 นิลพัตราชะงักฉงน "นิลพัตรเหรอ คุณเรียกฉันแบบนี้หลายทีแล้ว เหมือนคุณอัคคี คุณเภรีด้วย พวกคุณเป็นใคร มีปัญหาอะไรกัน แล้วทำไมต้องมาเอาฉันเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยล่ะ นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันแน่"
 นิลพัตราร้องไห้ออกมาเสียงดังเหมือนเด็กๆ อย่างสิ้นหวัง กาฬจักรชะงัก เอียงคอมอง งงเพราะอาการของนิลพัตราที่ดูเป็นธรรมชาติ ซื่อๆ ไร้พิษสง กาฬจักรแยกตัวไปนอนคิดอย่างหนักว่าจะทำยังไงกับนิลพัตราดี
 กาฬจักรเผลอหลับไป นิลพัตราจึงคิดหลบหนี โดยเธอค่อยๆ หยิบดาบของกาฬจักรขึ้นมา และหวังฆ่าเขาให้ตาย แต่เธอก็ใจไม่กล้าพอ เข่าอ่อนร้องไห้สะอื้นอย่างหมดหนทาง หารู้ไม่ว่านี้คือการลองใจของกาฬจักร ที่แอบมองนิลพัตราที่ไร้พิษสง ดูบอบบาง และนุ่มนิ่มน่าสมเพชเวทนา ทำให้เขาหวนคิดถึงความหลังเมื่อครั้งได้เจอนิลพัตรในอดีตครั้งแรก
 กาฬจักรซ้อมดาบอยู่ และรู้สึกว่ามีคนแอบมอง เขาจึงร้องถาม พอเห็นหน้านิลพัตร กาฬจักรตะลึงกับความสวยของหญิงสาวแปลกหน้าผู้นี้ แล้วกาฬจักรก็รวบรวมสติรีบผละออกจากนิลพัตรทันที
 "เจ้า เป็นสตรี แล้วไปทำอะไรที่เขตทหาร เขตทหารถูกสงวนไว้สำหรับบุรุษ มิใช่ที่ของสตรีเยี่ยงเจ้า"
 นิลพัตรก้มหน้า กล้าๆ กลัวๆ "ข้า ข้าได้ยินมาว่า แม่ทัพแห่งอโฆราลัยมีฝีมือ เป็นเลิศ ข้าจึงต้องการเห็นด้วยตา ของข้าเอง"
 "เจ้ารู้หรือไม่ การกระทำของเจ้า ถือเป็นความผิด"
 "ผิดที่ข้าอยากเห็นท่านน่ะหรือ"
 กาฬจักรอึ้งๆ ตอบไม่ถูก แต่ต้องแสร้งทำเป็นเข้มใส่
 "เจ้าไม่เข้าใจ การรบ มิใช่แค่มีพละกำลัง หรือมีฝีมือทางอาวุธ มันต้องอาศัยความมุ่งมั่นของจิตใจ สตรีเยี่ยงเจ้าจะทำให้เหล่าทหารเสียสมาธิ นั่นคือเหตุผลว่าทำไม สตรีถึงถูกหวงห้ามมิให้เข้าไปในเขตทหาร"
 นิลพัตรหัวเราะขำๆ "พวกทหารกลัวสตรีหรอกหรือ แม่ทัพใหญ่อย่างท่านกาฬจักรกลัวข้าด้วยเช่นกันหรือ"
 นิลพัตรมองกาฬจักรด้วยแววตาซื่อใส ราวลูกกวาง ที่ทำเอากาฬจักรต้องรีบเบือนหน้าหลบสายตานั้นทันที นิลพัตรวิ่งหนีไป กาฬจักรมองตามเริ่มหลงใหล
 กาลต่อมา กาฬจักรกำลังแช่ตัวผ่อนคลายอยู่ในบ่อน้ำร้อน เขาหลับตาผ่อนคลาย สักพัก มีดอกไม้สีแดงจัด หล่นมาตรงหน้ากาฬจักรสามสี่ดอก กาฬจักรลืมตา มองดอกไม้สีแดงตรงหน้า แปลกใจ หันเงยมองขึ้นไป นิลพัตรยืนอยู่
 "เจ้า เสื้อผ้าข้า เจ้า" นิลพัตรถือชุดของกาฬจักรอยู่ หัวเราะคิกคักๆ "คืนชุดให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
 "หากปรารถนา แล้วใยแม่ทัพใหญ่ไม่ขึ้นมาเอาไปด้วยตัวท่านเองล่ะ"
 "ข้าสั่งให้เอาชุดมาคืนข้า"
 "ท่านออกคำสั่งกับข้ามิได้ ข้าเป็นแค่สตรี มิใช่ทหาร ลืมไปแล้วเหรอ หากท่านเปลี่ยนจากคำสั่ง เป็นร้องขอ ข้าอาจจะยอมคืนให้ก็ได้"
 "เจ้า"
 "ถึงข้าจะไม่เชี่ยวชาญการต่อสู้เยี่ยงบุรุษ แต่ท่านควรจะทราบว่า สตรีเช่นข้า ทำอะไรได้มากกว่าการปรุงอาหารเท่านั้น อยากให้ทหารใต้บัญชาของท่าน มาเห็นท่านเวลานี้เสียจริง แม่ทัพใหญ่ เสียท่าให้แก่สตรีที่ไร้ดาบในมือ"
 กาฬจักรทำอะไรไม่ได้ วักน้ำใส่นิลพัตร "ว้าย"
 กาฬจักรลุกขึ้นยืนให้นิลพัตรเห็นสรีระทั้งร่างกาย เผื่อว่าความเป็นหญิงจะทำให้นิลพัตรเกิดความอายแล้วหนีไป แต่ผิดคาด นิลพัตรยืนยิ้มน้อยๆ ยืนมองร่างกายอันกำยำของกาฬจักรโดยไม่ขัดเขินสายตาหยาดเยิ้ม ปลื้มในตัวกาฬจักร
 กาฬจักรนิ่ง ผิดคาด เริ่มชอบความใจกล้าของหญิงผู้นี้ ช่างเหมาะกับแม่ทัพอย่างเขา กาฬจักรวักน้ำใส่อีก นิลพัตรวิ่งหนี  หัวเราะคิกคัก เห็นเป็นเรื่องสนุก กาฬจักรวักน้ำใส่รัวๆ
 "ท่านไล่ข้า แสดงว่าไม่ปรารถนาชุดคืน ถ้าเช่นนั้น ข้าจะไม่อยู่รบกวนเวลาพักผ่อนของท่านแล้ว" นิลพัตรแกล้งเดินจากไป
 "เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน" กาฬจักรเรียกไว้ แต่นิลพัตรไม่หยุด กาฬจักรได้แต่มองตามนิลพัตรไป แล้วก็ยิ้มออกมา
 กาฬจักรเข้าเฝ้าภูเตศวรเพื่อหารือเรื่องบ้านเมือง แต่กาฬจักรกลับเอาแต่เหม่อมองดอกไม้สีแดงในมือ ทำให้ภูเตศวรแปลกใจถามว่าเหตุใดไม่สนใจฟัง กาฬจักรอึกอัก มะแตนายเห็นจึงบอกภูเตศวรว่าเรื่องผู้หญิงแน่แท้ ภูเตศวรจึงยินดีกับกาฬจักรด้วย
 กาฬจักรมองนิลพัตราที่นอนขดตัวอยู่ด้วยความหนาว เขาเอาหนังสัตว์มาห่มให้ แล้วนั่งกอดเข่า มองหน้าอยู่ตรงนั้น ซึมเซาไป
จบตอน14

สุสานภูเตศวร 15  
 เทิดณรงค์จะไปช่วยนิลพัตราให้ได้ แม้พรานแก้วกับสาจะห้ามปรามไว้ก็ไม่ฟัง ทำให้พรานแก้วตัดสินใจไปกับเทิดณรงค์ แต่ทั้งคู่ก็ไม่รู้ว่ากาฬจักรพานิลพัตราไปซ่อนไว้ที่ไหน พรานแก้วจึงนั่งสมาธิเพ่งเตโชกสิณเพื่อหาที่อยู่ โดยใช้ผ้าเช็ดหน้าของนิลพัตราเป็นสิ่งนำพาดวงจิตของเขาไปหาเธอ
 และในนิมิต พรานแก้วเห็นนิลพัตรากำลังนั่งอยู่หน้ากองไฟภายในถ้ำแห่งหนึ่ง โดยมีกาฬจักรนั่งฝั่งตรงข้าม กำลังใช้อำนาจของตนบันดาลให้เปลวไฟลุกโชนขึ้น นิลพัตราแปลกใจว่าเขาทำได้อย่าง กาฬจักรตอบว่า เขาทำได้อีกหลายอย่างที่เธอไม่รู้ ทำให้นิลพัตราแปลกใจว่าเขาเป็นใครกันแน่ กาฬจักรหันมองนิลพัตรา พยายามจ้องมองเข้าไปถึงจิตใจของเธอ
 "เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือแสร้งจำข้าไม่ได้"
 นิลพัตราชะงักไปเพราะเห็นแววตาของกาฬจักรที่เริ่มโกรธ กาฬจักรเห็นความกลัวของนิลพัตราก็ได้สติหันไปหยิบเครือกล้วยป่าโยนให้นิลพัตรา
 นิลพัตรามองเครือกล้วย เอื้อมมือมาหยิบด้วยความหิว ก่อนจะจ้องมองกาฬจักรที่กำลังนั่งดูกองไฟ นิลพัตราปอกกล้วย แต่ใช้มือปลิดหักเป็นชิ้นพอคำ เอาใส่ปากกินทีละคำ เธอเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วเหลือบตามองดูกาฬจักร กาฬจักรก็กำลังมองตนอยู่เช่นกัน นิลพัตราอึ้งๆ  เริ่มระวังกิริยา กินช้าลงนิด
 กาฬจักรสบตานิลพัตราแล้วต้องเมินไป นิลพัตราอึ้งๆ แล้วเกิดจิตเมตตา เด็ดกล้วย1ผล แล้วทำท่าจะโยนให้กาฬจักร แต่แล้วก็ต้องชะงักเพราะเห็นปลายดาบตวัดมาจ่อที่คอ
 "จะทำอะไร"
 "เอ่อ ฉันเห็นคุณไม่ทานอะไรเลย คุณเองก็คงจะหิวเหมือนกัน"
 กาฬจักรเห็นความอาทรห่วงใยของนิลพัตราก็เก็บดาบ หลบตานิลพัตราอีก
 "อย่าทำอย่างนี้อีก ครั้งหน้าข้าอาจยั้งดาบไม่ทัน"
 นิลพัตราชะงักดึงมือที่ถือกล้วยกลับ เอามาปอกกินเอง  ทั้งสองต่างเงียบไม่พูดไม่จา
 "ทำไมคุณคิดจะฆ่าฉัน"
 ที่แค้มป์เทิดณรงค์ พรานแก้วมองจ้องเทียน พูดออกมาด้วยเสียงนิลพัตรา เทิดณรงค์มองตะลึงงันผงะ
 "อะไรนะ ใครจะฆ่าคุณ พัตร"
 พรานแก้วยังนั่งเพ่งเทียนก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงของกาฬจักร
 "เจ้าคือจุดเริ่มต้นแห่งความชั่วร้ายทั้งปวง" เทิดณรงค์ชะงักด้วยความสงสัยกับความหมายของคำพูดที่ผ่านพรานแก้วออกมา
 นิลพัตราพูดต่อ "ฉันบอกคุณแล้วไง ว่าฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยทั้งนั้น"
 "ดวงจิตเจ้า มิใช่ดวงเดิมหรือไร"
 พรานแก้วพูดต่อด้วยเสียงกาฬจักร "จิตที่มากจริตมารยา ข้าไม่เคยลืม"
 เทิดณรงค์แตกตื่น กระเถิบยื่นหน้าเข้ามาดูหน้าพรานแก้วจนใกล้ แต่ไม่กล้าแตะต้อง กาฬจักรพูดต่อเนื่องไป
 "ข้าไม่เคยลืม ว่าเจ้าทำอันใดไว้บ้าง กับพวกเรา กับ"
 ระหว่างนั้นกาฬจักรสัมผัสได้ถึงพลังจิตของพรานแก้ว กาฬจักรผงะ หยุดพูดทันที ลุกพรวดขึ้นยืน มองไปรอบๆ นิลพัตราไม่เข้าใจว่ากาฬจักรเป็นอะไร
 "อะไร มีใครมาเหรอ" นิลพัตราพลอยมองรอบๆ ไปด้วย
 "เงียบ!" กาฬจักรตวาดเสียงดัง จนทำให้นิลพัตราชะงักไป
 กาฬจักรมองไปรอบๆ เพื่อค้นหาแหล่งที่มาของพลัง จนผัสสะของกาฬจักรมาหยุดที่นิลพัตรา กาฬจักรจ้องมองนิลพัตราค่อยๆ เดินเข้ามา นิลพัตรากลัว ถอยหนี
 "อย่า คุณจะทำอะไร"
 กาฬจักรเข้ามามองหน้านิลพัตราจนใกล้ จับตัวนิลพัตราตรึงไว้กับถ้ำ ยื่นหน้ามาจนใกล้จับหน้านิลพัตราให้เงยขึ้น สบตาตนใกล้ๆ
 ทันใดนั้นกาฬจักรจ้องลึกไปในตานิลพัตรา มีเงาสะท้อนใบหน้าพรานแก้ว ที่จ้องมองตอบมาอย่างตื่นตะลึง กาฬจักรสัมผัสถึงโยงใยบางอย่าง ที่เชื่อมนิลพัตรา กับกองไฟ
 ในเปลวไฟ กาฬจักรก็เห็นหน้าพรานแก้ว จ้องมองมา กาฬจักรคำรามใส่พรานแก้ว ที่อยู่ในกองไฟ แล้วหันไป คำรามใส่พรานแก้วที่อยู่ในเงาตาของนิลพัตรา
 "เจ้าเป็นใคร!"
 นิลพัตราตกใจ กรี๊ด สลบไป กาฬจักรปล่อยตัวนิลพัตราร่วงทรุดฮวบลงไป นิลพัตราหมดสติไปเลย กาฬจักรหันมาหากองไฟ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จ้องมองจิตของพรานแก้วด้วยความโกรธ
 แล้วพรานแก้วสะดุ้งเฮือก และดิ้นทุรนทุราย เทิดณรงค์ตกใจรีบเข้ามาดูพลางร้องเรียก พรานแก้วไม่ตอบ แต่มีอาการถดถอย ปัดป้อง ยกมือแขนกันต่างๆ โดยที่ดวงตายังล็อคตรึงอยู่ที่เทียน เทิดณรงค์มองไปที่เทียนตรงหน้า มองตัวพรานแก้ว จะจับตัวพรานแก้วก็ไม่กล้า ไม่รู้จะทำไง
 กาฬจักรยื่นมือมา จับเปลวไฟออกมา1ดวง คือดวงจิตพรานแก้ว ที่แทนค่าด้วยเปลวไฟ แบบดวงวิญญาณที่ล่องลอย กาฬจักรกำกุมเปลวไฟนั้นไว้แน่น คาดคั้นจิตของพรานแก้ว นิลพัตราสลบอยู่
 "เจ้าคือมนุษย์สามัญ แต่ไฉนมีฌานสูงส่งถึงขั้นนี้ได้"
 เปลวไฟแห่งจิตของพรานแก้วยังดิ้นทุรนทุรายอยู่ในเงื้อมมือของกาฬจักร
 "ภูเตศวรส่งเจ้ามาหรือไร ดี! ข้าจะกลืนกินจิตของเจ้า"
 กาฬจักรกำมือเข้ามาใกล้ดวงตาตน ทันใดนั้นเองอยู่ๆ จิตของพรานแก้วก็เริ่มจางลง ก่อนจะดับวูบจากมือของกาฬจักรไป กาฬจักรมองไปรอบๆ เพื่อจับสัญญาณของจิต แต่มันได้หายไปโดยสิ้นเชิง กาฬจักรคำรามลั่นด้วยความโมโห
 กาฬจักรพานิลพัตราไปวางไว้ที่แผ่นหิน เช้าวันต่อมาเธอถึงฟื้นได้สติ แล้วพบว่าตัวเธออยู่ในถ้ำที่มืดมิดเพียงลำพังก็หรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว กาฬจักรได้ยินก็รีบเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง
 "เจ้าหวาดหวั่นสิ่งใดแน่ หวาดหวั่นเพราะต้องอยู่คนเดียว หรือเพราะมีข้า"
 นิลพัตราถอยกรูด กลัวๆ "คุณ คุณ ทำให้ฉันกลัว เมื่อคืนนี้ คุณ ทำท่าเหมือนกับ"
 กาฬจักรมองนิ่งไป "เหมือนกับจะสังหารเจ้างั้นหรือ"
 นิลพัตราส่ายหน้า สยอง บีบตัวลีบกับผนัง "คุณเป็น เป็น ใครกันแน่"
 กาฬจักรมองอย่างซื่อๆ "แล้วเจ้าล่ะ เจ้าเป็นใครกัน"
 นิลพัตราเครียด ร้องไห้ออกมา "ฉันเป็นอะไร ฉันชื่อนิลพัตรา ไกรรณชิต เป็นศัลยแพทย์หมอผ่าตัดน่ะ รู้จักไหม ฉันไม่เคยทำร้ายใครเลยนะ มีแต่ช่วยชีวิตคน พ่อฉันชื่อนภศูล อายุเยอะแล้ว ป่วยด้วย ถ้าฉันเป็นอะไรไป แล้วพ่อจะทำยังไง ขอร้องล่ะ คุณปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันจะบอกพ่อให้กลับบ้าน ไม่ไปอโฆราลัยอะไรของคุณอีก สงสารฉันกับพ่อเถอะนะ ฉันจะไม่เกลียดโกรธ อาฆาตอะไรคุณเลย สงสารฉันเถอะ นะ นะ"
 นิลพัตรานั่งลงพนมมือร้องไห้ตัวสั่น
 กาฬจักรมองนิ่งงัน นิลพัตราร้องไห้เงยขึ้นมามองอย่างน่าสงสารจริงๆ พลันเขาก็นึกถึงอดีต ขณะที่นิลพัตรกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นที่แท่นบูชาหน้าหลุมศพบิดา ซึ่งเป็นนักปราชญ์ของนครอโฆราลัย สหายรักที่คบหากันมานาน นิลพัตรสะดุ้งหันมาเห็นห่อผ้าก็ถามว่าจะเอาไปไหน คนรับใช้อึ้งๆ กาฬจักรเดินเข้ามา ยืนมองแบบหนักใจ
 "เจ้าจะนั่งเฝ้าสุสานอยู่ตลอดทั้งวันไม่ได้หรอกนะ นิลพัตร ไว้วันพรุ่งค่อยมาหาพ่อเจ้าใหม่ก็แล้วกัน.
 นิลพัตรมองหน้า โกรธๆ น้ำตาเต็มตา ลุกขึ้นมา "ข้าไม่มีพ่ออีกแล้ว ท่านเห็นเป็นเรื่องขบขันหรือไร.
 กาฬจักรอึ้ง "อ้าว ก็ เจ้า"
 "พ่อข้าก็คือสหายท่าน พ่อตายไป แต่ท่านหาหลั่งน้ำตาแม้แต่น้อย กลับมาเย้ยหยันข้าอีก"
 กาฬจักรจริงจัง "อภัยให้ข้า หากข้าทำให้เจ้าเข้าใจเช่นนั้น พ่อเจ้ายังอยู่ในใจข้าเสมอ น้ำตาของผู้อยู่ข้างหลัง จักทำให้ผู้ตายห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่อาจไปเฝ้าเทพเจ้าแห่งฟากฟ้าได้"
 นิลพัตรลูบๆๆ หน้า ป้ายน้ำตา "ข้า อยากให้พ่อไปสู่ฟากฟ้า"
 กาฬจักรยิ้มออกมา "ดีแล้ว เจ้าต้องทำตัวให้ดี ให้พ่อวางใจ ว่าเจ้าเก่งกล้า พอที่จะดำเนินชีวิตอย่างผู้ใหญ่ได้แล้ว"
 "แน่ล่ะ ข้าโตแล้ว ข้าเก่งกล้าพอ"
 "ข้าเชื่อ เช่นนั้นจะไปกันได้แล้วหรือไม่"
 "ไปสู่เคหะแห่งท่าน"
 "นั่นก็เป็นคำของพ่อเจ้าสั่งเสียไว้"
 นิลพัตรเชิดหน้า "ได้ ข้าจะรับใช้ท่าน จะเป็นคนรับใช้ที่ดี ยิ่งกว่าพวกนั้นอีก" กาฬจักรเลิกคิ้ว ทึ่ง ปนขำๆนิดๆ
 หลังจากนั้นกาฬจักรยังนึกถึงครั้งแรกที่นิลพัตรได้เข้าเฝ้าภูเตศวร ขณะที่พระองค์เสด็จไปเสวยพระกายาหารเมื้อค่ำที่ริมทะเลสาบ
 ท่านแม่ทัพ ท่านช่างคิดเรื่องพักผ่อนหาความสำราญได้น่าสนุกสนานยิ่ง อาหารค่ำริมทะเลสาป
 มะแตนายตามมา "ต้องขอบคุณท่านกาฬจักร..เพราะระยะนี้ องค์ราชันย์ทรงงานหนักเหลือเกิน จนแทบจะลืมยิ้มสรวลไปเสียแล้ว"
 ภูเตศวรโอบบ่ามะแตนาย "เจ้าช่างใส่ความข้า นางดอกบัวรองบาท ข้าก็ยิ้มกับเจ้าอยู่ทุกวัน"
 ทุกคนหัวเราะกัน และพากันเดินมาที่ริมน้ำ
 "ที่จริง นิลพัตรเป็นผู้กำหนดการเลี้ยงถวายครั้งนี้ นางว่า ท่านปราชญ์เฒ่า ผู้ล่วงลับ ชอบมาพักแรม ในยามที่ต้องการความสงบ ขบคิดการงานที่นี่"
 "ท่านปราชญ์เฒ่าผู้ล่วงลับทรงปัญญายิ่งนัก บุตรสาวของท่านก็น่าจะได้ความฉลาดล้ำมาไม่น้อย"
 "นางคงคิดถึงท่านพ่อของนางอยู่มากกระมัง หวังว่าท่านคงจะทำหน้าที่ผู้คุ้มครองที่ดี แล้วนางไปไหนเสียเล่า"
 "เอ นางคือผู้ปรุงอาหารจากปลาในทะเลสาบนี้เองอยู่เมื่อครู่ แล้วตอนนี้"
 ทันใด มีเสียงน้ำซู่ซ่าจ๋อมแจ๋มผสมเสียงหัวเราะเริงร่า ทุกคนหันไป นิลพัตรวิ่งเล่นขึ้นมาจากหว่างกอต้นกกในน้ำ มีหญิงรับใช้ตามมา เล่นกันสนุกสนาน
 "เก่งจริงก็จับข้าให้ได้สิ เก่งจริงก็ตามมา"
 นิลพัตรอยู่ในชุดที่เป็นผ้าขาวลินินผูกพันๆ เดรปๆ แนบตัว อุ้มทรวงอกไว้แบบชุดราตรีลึกๆ และสั้นเสมอต้นขาซึ่งเปียกชุ่ม มีดอกไม้ป่าร้อยพันไว้ตามผม ตามแขน ขณะที่หญิงคนใช้อยู่ในชุดคนใช้ดำๆ ไม่น่าสนใจอะไร กาฬจักรตกใจ
 นิลพัตรหัวเราะริกรี้ ตามผิวพรรณมีหยดน้ำเกาะ มะแตนายอึ้งๆ นิดๆ แต่ก็ขำๆ ภูเตศวรมอง ตะลึงงัน นิลพัตรเห็นทุกคน ทำท่าตกใจสุดขีด แล้วในที่สุด ก็ทรุดลงนั่งหมอบกับพื้น กราบแล้วเงยขึ้นมา ในท่าที่ยั่วยวนในที ทำหน้าละห้อยแบบหยาดเยิ้มมาก
 "องค์ราชันย์ ได้โปรดอภัยในความโง่เขลาเบาปัญญาด้วย ข้านึกว่า จะเสด็จเมื่อตะวันตกดินแล้ว"
 "เอ้อ พระองค์ นิลพัตรยังเยาว์ มิรู้การควร บ่อยครั้ง ที่ชอบเล่นสนุกคะนองจนไม่รู้กาละ ได้โปรด เมตตาด้วย"
 ภูเตศวรยิ้ม "นิลพัตร เจ้าลุกขึ้นเถิด ไหน นี่หรือ บุตรีท่านปราชญ์เฒ่า"
 นิลพัตรลุกด้วยท่าสวยงาม เบียดตัวอิงกาฬจักร แต่ไม่ปิดบังสรีระเลย กลับออกแนวโชว์ๆ ด้วยซ้ำ
 "พ่อเคยสั่งสอนเสมอ ว่าให้หม่อมฉัน จงรักภักดีต่อพระองค์ มอบกายถวายชีพเพคะ"
 มะแตนายมอง ชักตงิดๆ นิลพัตรปรายตา มองยิ้มไปยังมะแตนายอย่างท้าทาย แล้วหันมา ยิ้มหวานให้กาฬจักร กาฬจักรรีบโอบไว้อย่างภูมิใจ ภูเตศวรกับนิลพัตร ที่เริ่มมีสายตาต่อกัน
 กาฬจักรสลัดความคิดเรื่องราวในอดีตทิ้งไป แล้วจ้องหน้านิลพัตราที่นั่งพนมมืออยู่ตรงหน้า น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความสับสน ก่อนจะเมินหน้าหนี้
 "ถ้า ถ้า สมมุติว่า ฉัน เคยไปทำอะไรให้คุณโกรธเคืองตั้งแต่เมื่อไหร่ โดยที่ไม่รู้ตัว ไม่ตั้งใจ ฉันก็ยินดีจะชดใช้ให้ทั้งหมด"
 "เช่นนั้นหรือ แล้วเจ้าจะชดใช้อย่างไร"
 นิลพัตราละล่ำละลัก "คุณจะคิดเป็นค่าเสียหายอะไรก็บอกมาเลย แต่บอกหน่อย ว่ามันคือเรื่องอะไร ฉันอยากรู้"
 "นิลพัตรา เรื่องนั้น เจ้าไม่อาจคาดคิดได้หรอก"
 "หรือว่า เป็นเรื่องระหว่างคุณ กับคุณอัคคี ฉันก็คิดว่า ฉันจะขอร้องให้คุณอัคคียอมตกลงกับคุณดีๆ นะคะ ฉันจะพยายามช่วยพูดอย่างดีที่สุด"
 "พอเถอะ นิลพัตรา เจ้าคือบุคคลใหม่ ในกาลเวลาใหม่ ในชีวิตใหม่ เรื่องราวทั้งหมดมันบสิ้นไปนานนักหนาแล้ว เจ้าเอง ก็สูญสิ้นความทรงจำไปหมดแล้ว"
 กาฬจักรเข้ามาชิดตัว ประคองหน้านิลพัตรา นิลพัตราชะงัก ยืนตัวแข็ง กลัวสุดๆ มองหน้ากาฬจักรอย่างหมดแรง
 กาฬจักรแววตาเศร้า "เจ้าเป็นมนุษย์ที่ไม่มีเขี้ยวเล็บ ไม่มีทางสู้เลย เจ้ามีร่างกายที่เปราะบาง อ่อนแอ และจิตใจที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น แต่ก็ยังกรุณาต่อผู้อื่น เจ้าตกเป็นเหยื่อที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง" นิลพัตรางง
 ชีวินคิดจะออกตามหานิลพัตรา เพือหวังจะจับตัวเธอมาเรียกค่าไถ่ พรานดำจึงได้ใช้มนต์ดำเรียกเหล่าภูตผีออกมาถามว่ากาฬจักรพานิลพัตราไปซ่อนที่ใด แต่สิ่งที่ปรากฎต่อสายตาชีวิตและพรานดำกลับเป็นวิญญาณของเกิดกับปองที่ไปเกิดเป็นอสูร เพราะกรรมชั่วของตน อสูรร้ายทั้งคู่ตรงเข้าทำร้ายชีวินหวังจะฉีกเนื้อเขากินด้วยความหิวโหย
 ขณะที่อัคคีใช้อำนาจของเขาค้นหานิลพัตราที่ถูกกาฬจักรพาตัวไป เมื่อรู้ว่าเป็นที่ใด ก็รีบมาปรากฏตัวต่อหน้าชีวินและห้ามอสูรร้ายทั้งสองไม่ให้ทำร้ายชีวิน ก่อนจะสั่งให้พวกมันตามไปช่วยนิลพัตราจากกาฬจักรพร้อมกับเขา
 พรานแก้วเล่าสิ่งที่ตนพบเห็นในนิมิตให้เทิดณรงค์ฟัง จากนั้นก็เตรียมตัวออกเดินทางไปช่วยนิลพัตราในถ้ำ โดยมีสาตามไปด้วย พอทั้งหมดไปถึงเชิงเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำก็มืดค่ำพอดี เทิดณรงค์จึงได้ส่งอาวุธและเครื่องมือต่างๆ ให้พรานแก้วกับสา แล้วบอกทั้งคู่ว่า
 "เราต้องแยกย้ายกันแล้วล่ะครับ เวลานี้เราอยู่ตรงนี้ เราลองตีวงกัน แบ่งเป็นสามทิศทางแบบนี้ แล้วลองหากันไปอีก เอาเป็นว่าภายในคืนนี้ ถ้ายังไม่พบ พรุ่งนี้เช้าก็กลับมาเจอกันที่เดิมตรงนี้ แต่ถ้ามีอะไรหรือใครพบปากทางเข้าถ้ำ ให้ส่งสัญญาณกันด้วยพลุ ของผม สีเขียว ของสาสีแดง ของพรานแก้วสีเหลืองนะ"
 จากนั้นก็แยกย้ายกันออกหาปากทางเข้าถ้ำ สาพบปากทางเข้าถ้ำก่อน แต่ก็ต้องตกตะลึงกับฝูงค้างคาวที่บินออกหากิน จนเกิดหกล้มเป็นแผลเลือดซึมออกมา อสูรเกิดและปองได้กลิ่นคาวเลือดของสาก็รีบตามกลิ่นมาด้วยความโหย และไม่สนใจฟังคำสั่งของอัคคี สาเห็นอสูรจะเข้ามาทำร้าย จึงได้จุดพลุเรียกพรานแก้วและเทิดณรงค์ทันที
 เทิดณรงค์กับพรานแก้วเห็นสัญญาณก็รีบตามหาสาทันที ระหว่างทางเทิดณรงค์วิ่งด้วยความเร่งรีบ ทำให้เหยียบก้อนหินพลิกลื่นเสียหลักร่วงลงไปในโพรงหัวกระแทกหินงอก เขากลิ้งสลบไปอยู่ที่ริมลำธารภายในถ้ำ ร่างของเทิดณรงค์ไม่ไหวติง หัวคิ้วมีรอยฉีกแตก เลือดไหลลงสู่ใบหน้าเป็นสาย
จบตอน15

เครดิต : www.oknation.net/blog/lakorn

   
 
ความคิดเห็น


.: ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณาบันทึกความคิดเห็นของคุณลงบนแบบฟอร์มข้างล่างนี้ ขอบคุณค่ะ :.

ละครปัจจุบันตอนล่าสุด
(ตอนอื่น ๆ)
ตอนที่ 13 - 15
ละครที่ฉายอยู่ปัจจุบัน
จามอง ยอดหญิงผู้พิทักษ์แผ่นดิน (3)
ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน (15)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
* ชื่อ :  
   
อีเมล์ :  
   
* รายละเอียด  
 

ใส่ข้อมูลได้อีก ตัวอักษร
 
* ใส่ค่าตามภาพ  
 
 
 
SABUYJAISHOP ผู้ให้บริการทางการตลาดออนไลน์ สำหรับร้านค้าหรือผู้ประกอบการ ที่ต้องการนำเสนอสินค้า โฆษณา ประชาสัมพันธ์ร้านค้า หรือสินค้าในร้าน โดยเรามีเครื่องมือที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดร้านค้า โฆษณาสินค้า และระบบการสั่งซื้อสินค้าไว้พร้อมสรรพแล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการช่องทางในการทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์