|
|
| |
 |
เรื่องย่อละคร
ตามบทโทรทัศน์ |
|
|
|
| |
สุสานภูเตศวร [
ตอนที่ 10 - 12 ]
|
| |
จำนวนคนเข้าชม : 1242 ครั้ง update
: 19/3/2009
|
| |
|
|
| |
|
| |
สุสานภูเตศวร 10 "เดี๋ยวนะ พรานแก้ว อาจารย์จุฑาเขาทำตารางเปรียบเทียบตัวอักขระอโฆราลัยเท่าที่ได้มาจากเอกสารทั้งหมดของดีเต้อร์ ชมิดต์ กับอักขระภาษาสันสกฤต กับภาษาขอมไว้ เอ ไฟล์นั่นมันชื่ออะไรหว่า อือ น่าจะอันนี้นะ" ทันใด หน้าไฟล์นั้นเปิดขึ้น เป็นตารางเทียบ เทิดณรงค์ก้มลง อ่านแผ่นศิลา โดยวิธีเอานิ้วไล่ไปทีละตัว แล้วเงยเทียบกับภาพในจอตรงหน้า แล้วจดไป พลางหันมาแปลเป็นไทยพลาง ให้พรานแก้วฟังด้วย "เออ อักขระตัวนี้ก็มี ตัวนี้ก็มี มีเกือบหมด ตัวข้า ทหาร กอบกู้ อโฆราลัย ตัวข้า ผู้ใช้มีด แทง หัวใจ นางงาม ใจอสัตย์ อ๋อ นี่มันเปรียบเหมือนลายเซ็นต์ของบุคคลสำคัญของใครคนหนึ่งเลยนะ พรานแก้ว" "ลายเซ็น หรืออาจเป็นว่า คำพวกนี้เป็นคำจารึกหรือยันต์เพื่อควบคุมอะไรบางอย่าง" "เขาระบุคุณสมบัติของตัวเขาเองเอาไว้ว่า ตัวข้า ทหารผู้กอบกู้อโฆราลัย ตัวข้า ผู้แทงหัวใจนางงามใจอสัตย์ โห มีนางงามใจอสัตย์ด้วย" บรรยากาศในห้องเหมือนสว่างจ้าขึ้นอีก เทิดณรงค์รีบอ่านต่อ "ข้า สังหาร ราชา แห่งราชา ข้า พิชิต ทระ ราชย์ โอ ข้าผู้สังหารราชาแห่งราชา ข้าคือผู้พิชิตทรราชย์ ฆุม ฆุมคืออะไร อันนี้แปลไม่ได้ ทั้งหมด มีแค่นี้ครับ" แสงเหมือนสว่างอาบห้องกว่าเดิม แล้วกลับเป็นปกติ ศิลานั้นดูเป็นศิลาจารึกธรรมดาๆ "พรานแก้ว นี่พรานแก้วไปได้อะไรมา รู้ตัวไหมครับ" "ผมถึงต้องมาหาคุณไง คุณเทิด" พรานแก้วยิ้ม หารู้ไม่ว่าตนเองกับเทิดณรงค์ได้ปลุกวิญญาณของกาฬจักรใฟ้ฟื้นขึ้นมาอย่างเต็มตัว นิลพัตรากลับถึงบ้าน นภศูลรีบถามว่าหายไปไหนมาทั้งคืน นิลพัตราโยนความผิดไปให้เทิดณรงค์ว่า โดนขู่ แต่นภศูลบอกว่าเวลานั้นเทิดณรงค์อยู่กับเขา และถามว่าสร้อยมาอยู่ที่เธอได้อย่างไร "พ่อคะ ก็นี่ไงล่ะคะ หลักฐาน เทิดณรงค์กับเพื่อนมาเล่นละครหลอกพ่อแล้วล่ะ สร้อยก็อยู่ที่เขานั่นแหละ แล้วที่หนูใส่อยู่นี่ก็เสื้อเขา หนูไปอยู่กับเขาทั้งคืน เพื่อแลกกับสร้อยเส้นนี้ เอากลับมาให้พ่อนี่แหละค่ะ" นภศูลมึนสุดๆ และบอกว่าคนอย่างเทิดณรงค์กับจุฑาไม่โกหกเขาแน่ๆ นิลพัตรแกล้งน้ำตาคลอที่พ่อไม่เชื่อ นภศูลถามต่อว่าทำไมทั้งสองต้องลงทุนทำอะไรซับซ้อนขนาดนี้ด้วย นิลพัตรยังกล่าวหาเทิดต่ออีก ยศวดีเข้ามาแล้วบอกว่ายังไงก็ไม่เชื่อ ทำให้ทั้งคู่มีเรื่องกันอีก นิลพัตราตบยศวดีไม่ยั้ง นภศูลตะลึง ระหว่างที่นิลพัตรากำลังเล่นงานยศวดีอยู่ กระแตมาถึงยศวดีรีบวิ่งมาหลบหลังกระแต กระแตถามเพื่อนรักว่าผีอะไรเข้าสิง แต่นิลพัตรบอกว่าเธอแค่สั่งสอน "สั่งสอนเหรอ แกทำยศซี่เลือดตกยางออกขนาดนี้ ยังเรียกว่าสั่งสอนอีกเหรอ" "ถ้ายังมีลมหายใจอยู่ ก็ต้องเรียกว่าสั่งสอน ถูกแล้ว" "แล้วที่แกขับรถจะชนฉันน่ะ จะสั่งสอนฉันเรื่องอะไรหา" "ฮู้ กระแต ไร้สาระน่า แต่งเรื่องโกหกคุณพ่ออีกคนแล้ว แย่ๆๆ ฮ้าว ว้า แย่จัง ง่วงซะละ เมื่อคืนไม่ได้นอนทั้งคืนเลยนี่นา พัตรไปนอนก่อนนะคะ ทุกคน" นิลพัตรเดินเชิดผ่านทุกคนขึ้นไปชั้นบน กระแต นภศูลอึ้ง ยศวดีร้องไห้กระซิกๆ ด้านพรานแก้วกับเทิดณรงค์ก็ยังคุยกันเรื่องศิลาหน้าตาสนใจมากมาย ทั้งสองยังคงหาความหมายของคำว่า ฆุม แล้วพรานแก้วก็บอกว่าเขาเห็นศิลาจารึกมีรังสีที่แรงมาก เป็นรังสีสีเหลืองทอง เกือบเหมือนรังสีที่แผ่ออกมาจากองค์พระพุทธรูปที่มีเทวดาพิทักษ์รักษาอยู่ "อะไรนะ เทวดา รักษาพระพุทธรูปเหรอ" "อ้าว คุณเทิด เสียแรงเป็นนักโบราณคดีซะเปล่า คุณไม่เคยทราบเหรอครับ ว่าพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มากๆ เนี่ย มักจะมีเทวดาพิทักษ์รักษาอยู่ บางองค์ที่ดังๆ นะครับ โห พอมองไป มีเทวดาล้อมรอบอยู่เป็นสิบๆ" เทิดณรงค์มองหน้าแปลกๆ "เอ้อ ก็ ผมมองไม่เห็นเทวดานี่" "แสดงว่า บุคคลที่เป็นคนจารึก หรือบัญชาให้ลูกน้องจารึกศิลานี้ เมื่อยังเป็นคนอยู่ ต้องเป็นผู้มีฤทธิ์เดชมาก แล้วพอตายไปแล้ว ฤทธิ์เดชนี้ก็คงเพิ่มขึ้น อาจจะกลายเป็นเทพไป" "คือผมไม่สนใจเรื่องไสยศาสตร์นะ พรานแก้ว ผมน่ะสนใจเรื่องราวของเมืองนี้มากกว่านะครับ พรานแก้วไปได้ศิลานี่มาจากไหน ไม่ใช่ซื้อต่อใครมา หรือได้มาจากคนอื่นใช่ไหมครับ" เทิดณรงค์โอบพรานแก้วพลาง คุยพลาง พาเดินออกไปจากห้อง คุยต่อกันไป เทิดณรงค์ชวนพรานแก้วไปหาจุฑา แต่พอออกจากบ้านมาก็เห็นรถของนิลพัตร เขาจึงชวนพรานแก้วนำรถไปคืนที่บ้านนภศูล ระหว่างนั้นตำรวจมาหานิลพัตร และเชิญเธอไปสอบปากคำที่โรงพัก เทิดณรงค์มาถึงและรับรู้เรื่องจากยศวดีก็รีบตามไป "อาจารย์ครับ เกิดอะไรขึ้นครับ" นิลพัตราโผเข้าไปกอดทันที "เทิด! เทิดขา" เทิดณรงค์กอดไว้ "พัตร ทำไมตำรวจจับคุณ ต้องมีใครกลั่นแกล้งอะไรคุณแน่ๆ" "ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่อยู่ๆ คุณตำรวจพวกเนี้ย เขาก็อยากรู้ว่าเมื่อเช้าพัตรทำอะไรอยู่ที่ไหน เทิด เทิดช่วยตอบแทนพัตรทีสิ" เทิดณรงค์มองทุกคน "เอ้อ เมื่อเช้าเหรอ คือ" "คือ ตอน 6 โมง พัตรยังอยู่บนเตียงกับเทิดอยู่เลย แล้วคงไม่ต้องบอกต่อนะว่าเราทำอะไรกัน" นภศูลกับกระแตช็อก คิดว่านิลพัตรเป็นบ้าแน่ พวกตำรวจอึ้งๆ นิลพัตรกอดเทิดณรงค์เอาไว้ ยิ้มเยาะสะใจอยู่ในหน้า แต่อยู่ๆ เธอก็เบิกตาโพลง ผงะ ถอยออกมาจากเทิดณรงค์ พรานแก้วสัมผัสถึงพลังลึกลับบางอย่างในตัวนิลพัตรได้เช่นกัน ทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างรู้ในกันและกัน นภศูลดีใจ "พรานแก้ว มาได้ไงเนี่ย" "สวัสดีครับท่านนายพัน พอดีผมมีธุระต้องมาพบคุณเทิดน่ะครับ สวัสดีครับคุณ ผมควรจะเรียกคุณว่าคุณพัตร หรืออะไรดี" นิลพัตรตาเบิกโตร้าย พรานแก้วจ้องหน้านิลพัตร แล้วสายตาหลุบต่ำลง มองไปที่คอซึ่งมีผ้าพันคอปิดอยู่ นิลพัตรกระชับขยับผ้าพันคออย่างเนียนๆ ทันที "มีอะไรหรือเปล่าพรานแก้ว" "คุณเทิด ท่านนายพันครับ ผมขออนุญาตนะครับ" "เรื่องอะไร" พรานแก้วจ้องนิลพัตรเขม็ง ทั้งสองสู้กันด้วยสายตา ทันใดเกิดลมพัดแรงภายในโรงพัก กระดาษเอกสารปลิวว่อน ไฟสว่างวูบวาบ ทุกคนแตกตื่น พรานแก้วขมุบขมิบปากท่องคาถา นิลพัตรจ้องสู้ ไม่ยอมแพ้ พรานแก้วล้วงลงไปในย่าม ตำรวจบางคนขยับ ชักปืนออกมา จะป้องกัน ปรากฏว่าพรานแก้วหยิบข้าวสารเสกขึ้นมากำในมือ บริกรรมคาถาใส่ แล้วซัดออกไปใส่นิลพัตร พวกตำรวจตกใจ โดดหลบกันงงๆ นิลพัตรกระโดดหลบขึ้นมาบนโต๊ะทำงาน พรานแก้วตามซัดอีกกำใส่ นิลพัตรกระโดดจากโต๊ะนั้นข้ามไปอีกโต๊ะ พยายามหนี ทุกอย่างกระเจิง พวกตำรวจอลหม่าน แต่ในที่สุด พรานแก้วก็ตามซัดไม่เลิกรา จนนิลพัตรโดนข้าวสารเข้าเต็มหน้า ร้องกรี๊ด "ตำรวจ ช่วยด้วยๆๆ ทำไมให้คนบ้ามารังแกฉัน กรี๊ดๆ" ตำรวจอึ้งเข้าจับตัวพรานแก้วไว้ พรานแก้วถูกจับแขนตรึง แต่ไม่หยุดท่องคาถาถี่รัวขึ้น นิลพัตรถอยๆๆ ไปจนมุม หันมา จะสู้ ดวงตาเปลี่ยนเป็นตาปีศาจ พลังรุนแรงพุ่งออกมาจากสร้อยตรีพักตราสูรที่คอ จนทำให้ผ้าพันคอปลิวหลุดกระจาย สร้อยตรีพักตราสูรเปล่งประกายรุนแรง เทิดณรงค์เห็นว่านิลพัตรสวมสร้อยตรีพักตราสูรไว้ แปลกใจ ทันใดพรานแก้วเบิกตากว้างขึ้น บริกรรมคาถาไม่หยุด รุนแรงขึ้น ใช้กำลังแรงกว่าปกติ สะบัดตำรวจกระเด็นไป แล้วถอดสร้อยตัวเองออกมา ที่มีหลวงพ่อสารพัดเกจิดัง เป็นพวงใหญ่หนักอึ้งออกมา พลางกระโดดข้ามโต๊ะ แล้วเข้าไป คล้องคอนิลพัตรทันที นิลพัตรตากลับ หลังพิงกำแพง ตัวแข็งเหมือนเยซูโดนตรึงกางเขนก็ไม่ปาน พรานแก้วเป่าเพี้ยงสุดท้ายแล้วคว้าสร้อยตรีแน่น ตั้งใจถอดออกจากคอนิลพัตร นิลพัตรสลบร่วงลงไปกองทันที ทุกอย่างสงบ ทุกคนช็อก ไม่เชื่อสายตา พวกตำรวจมึน นภศูล เทิดณรงค์ มองหน้ากัน อึ้ง แล้วนภศูล ผลักพรานแก้วกระเจิงไป รีบแหวกวงล้อมเข้าไปประคองลูกสาวไว้ในอ้อมกอด ขณะที่นภศูลปฐมพยาบาลลูกสาว พรานแก้วก็เข้ามาดูสร้อยจากเทิดณรงค์ และกล่าวว่า "ไอ้ยักษ์3หน้านี่ไง ที่บงการให้คุณพัตรทำในสิ่งที่มันต้องการ มันควบคุมจิตใจและร่างกายของคุณพัตรไว้ได้หมด" "เป็นไปได้เหรอครับ พรานแก้ว ผมก็เคยสวมนะ ไม่เห็นมีผลอะไรกับผมเลยนี่" "คุณรู้ได้ยังไงว่าไม่มี คุณอาจไม่รู้ตัวก็ได้ แต่อันนี้ผมก็ไม่รู้นะ รู้อย่างเดียว ว่าสร้อยนี่มันแรงจริงๆ" "แปลว่า มันมีอาถรรพณ์อะไรซักอย่างหรือครับ" "ผมคิดว่า มันเป็นอะไรที่น่ากลัวกว่าคำว่าอาถรรพ์อีก มันส่งพลังมืดออกมา พลังสีดำ ความเกลียดชัง อิจฉาริษยา โกหกหลอกลวง ตัณหาราคะ อำนาจชั่วช้า ผมเดาว่า เหตุการณ์เมื่อเช้าที่บ้านคุณเทิด ที่คุณเกือบเอาชีวิตไม่รอด ต้องเกี่ยวกับอำนาจของมันแน่ๆ" พรานแก้วส่งสร้อยคืนให้ เทิดณรงค์รับคืน สีหน้ารำลึก "ที่จริง ผมได้มันมาอย่างเหลือเชื่อที่สุด แต่ผมนึกว่า มันจะทำให้เราได้ค้นพบอะไรดีๆ ซะอีก" เมื่อนิลพัตราฟื้นขึ้นมา เธอก็ได้แต่มองสิ่งรอบข้างอย่างแปลกใจ และยิ่งงวยงงเมื่อถูกมัดจนแน่นหนา เธอขอร้องให้กระแตแก้มัด "ฉันปล่อยเธอไม่ได้หรอกพัตร เธอ อาจทำร้ายคนอื่นได้ตลอดเวลา" กระแตกล่าวเศร้าๆ "ฉันเหรอ ไปทำร้ายใคร เป็นไปไม่ได้" "เธอจำอะไรไม่ได้อีกแล้วเหรอพัตร โธ่ พัตร เธอเป็นอะไรกันแน่" กระแตร้องไห้ออกมา ทรุดนั่งลงข้างๆ นิลพัตรางุนงง ไม่เข้าใจ ทางตำรวจให้เทิดณรงค์ กับนภศูลไปดูหลักฐานที่นิลพัตราฆ่าคนร้ายตาย ซึ่งเป็นกล้องมือถือของคนร้ายที่เห็นว่านิลพัตรากำลังจะฆ่าเพื่อนตายอย่างสยดสยอง ทำให้ทั้งสองตะลึงงังไปทีเดียว นภศูลกลุ้มใจมาก เขามาคุยกับนิลพัตราที่ถูกพามาพักที่โรงพยาบาล เพื่อความมั่นใจ "พ่อคะ พ่อช่วยพัตรด้วย" "พัตร พ่อกำลังหาทางช่วยลูกอยู่ ลูกอดทนหน่อยนะ" นภศูลลูบหน้าตาลูก นิลพัตราซึมๆ มีฤทธิ์ยาทำให้ง่วงๆ งงๆ "พัตรทำอะไรผิดคะพ่อ ทำไมหมอต้องจับพัตรมัด ทำไมต้องมีตำรวจมาคุม ทำไมคะ ทำกันยังกับพัตรไปฆ่าใครตายยังงั้นแหละ" "พัตร ลูก" "อย่างน้อยพ่อก็บอกให้พัตรรู้หน่อยได้มั้ยคะ ว่าพัตรไปทำอะไรไว้" "พ่อ พ่อคิดว่า พัตรยังไม่ต้องรู้จะดีกว่านะ" "พัตรเป็นหมอ พัตรรู้ว่าคนไข้ที่ต้องถูกจับอย่างนี้ ต้องมีอาการรุนแรงระดับไหน ขอพบคุณหมอที่ดูแลพัตรหน่อยสิคะ พัตรอยากคุยกับเขา พัตรเป็นอะไร พัตรทำอะไร ทำไมไม่มีใครยอมพูดอะไรเลย" นภศูลเห็นสภาพลูกแล้วเจ็บปวด สงสารจับใจ นภศูลลูบผม "อย่าคิดมากนะลูก หมอเขาอยากให้ลูกพักน่ะ แล้วพรุ่งนี้ จะมีคนมาคุยกับลูกเอง นะลูกนะ" นภศูลร้องไห้ออกมา ไม่อยากให้ลูกเห็น รีบหันหลัง เดินออกไป นิลพัตรามองตาม เสียใจ ตกใจที่เห็นพ่อร้องไห้ ร้องไห้ออกมาบ้าง อัคคีรู้เรื่องนิลพัตราถูกจับ จึงให้มะแตนายมาช่วยพาเธอหนี นิลพัตราถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ "อยากจะรู้ใช่ไหม ได้ ฉันจะเล่าความจริงให้เธอฟัง เธอได้รับอำนาจจากตรีพักตราสูร สร้อยเส้นนั้นไง เมื่อไหร่ที่เธอกับมันพบกัน มันจะครอบครองเธอ เพราะมันเป็นของเธอ มันจะทำให้เธอมีอำนาจ เธอจะได้เป็นนิรันดร ได้ครองรักกับราชันย์แห่งราชาตลอดกาล" "คุณบ้าไปแล้ว ฉันไม่ได้บ้า แต่คุณตังหาก ที่บ้า" นิลพัตรหันกลับจะหนี มะตานายตาแทบถลน ลากนิลพัตราไปอย่างเร็ว โดยนิลพัตราตัวปลิว ไม่มีแรงจะต่อต้าน มะแตนายลากนิลพัตรามาที่ระเบียงโรงพยาบาลบนชั้นที่สูง นิลพัตราดิ้นสะบัดจนหลุด "ช่วยด้วยๆๆ" มะแตนายผวาเข้ามา ดันไปจนกดติดกับขอบราวระเบียง "นี่ เธอจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ ตรีพักตราสูรไม่ได้ย้ำเตือน ให้เธอรำลึกถึงสิ่งที่เธอเคยมีเคยเป็น ความรักอมตะ ที่ชายผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ทำทุกอย่างเพื่อเธอ" นิลพัตรามองมะแตนาย สยองถอยกรูด "คุณเภรี คุณพยายามจะทำให้ฉันกลัว จนกลายเป็นบ้าไปจริงๆ แล้วนะ" หมอคนหนึ่งเดินมา ได้ยินเสียง รีบย่องมาดู มะแตนายโมโห ตะโกนใส่หน้า "เมื่อนิลพัตรหลอมรวมกับตรีพักตราสูร นางจะต้องกลับมาเป็นของข้า นี่คือคำสาปขององค์ภูเตศวร" "ภูเตศวร นิลพัตร" นิลพัตราเหมือนตื่นจากหลับชะงักไป "ใช่ ภูเตศวร นิลพัตร ทั้งสองเคยครอบครองอโฆราลัยร่วมกัน อย่างมีความสุข" หมอเห็นนิลพัตรากำลังพูดจา ทำกิริยาต่างๆ อยู่คนเดียว นิลพัตราพยายามนึก แล้วร้าวไปหมดทั้งหัว กุมหัว ทรุดลงนั่ง "ภูเตศวร นิลพัตร ภูเตศวร นิลพัตร" นิลพัตราปิดหน้า หมอรีบย่องกลับไป ตั้งใจจะไปเรียกคนมาช่วยกัน มะแตนายกล่าวต่อว่า "แต่คุณหมอยังมีทางเลือกนะ คุณหมอเลือกที่จะไม่กลับไปก็ได้ ถ้าคุณหมอทำลายชีวิตเสียในภพนี้ คำสาปภูเตศวรก็จะสุดสิ้น" มะแตนายประคองให้ลุกขึ้น "ดูสิ ตึกนี่สูงแค่ไหน ถ้าคุณหมอกระโดดลงไป ความยุ่งยากเดือดร้อนของคนรอบข้างของคุณหมอ ก็จะจบสิ้นลง" นิลพัตราเงยพูดคนเดียว "คุณอยากให้ฉันฆ่าตัวตาย" "มันคือทางเลือก มา ฉันจะช่วยให้คุณหมอพ้นทุกข์เอง" มะแตนายประคองให้นิลพัตราปีนขึ้นมานั่งบนขอบระเบียง หมอย่องกลับมา พร้อมบุรุษพยาบาล 2 นาย สิ่งที่พวกหมอเห็น คือนิลพัตราที่หลับตาตัวแข็ง กำลังยืนบนขอบระเบียง กำลังจะทิ้งตัวเอนลงไป ทุกคนเข้าชาร์จด้วยวิธีที่ฝึกมาแล้ว เข้ารวบตัวนิลพัตราไว้ได้ จบตอน10
สุสานภูเตศวร 11 หมอและบุรุษพยาบาลช่วยกันนำตัวนิลพัตรามามัดไว้ที่เตียงอีกครั้ง เธอพยายามอธิบายให้ทุกคนฟังว่าเภรีจะให้เธอฆ่าตัวตาย และบอกว่าเภรีให้เธอเลือก หมอถามว่าเลือกอะไร "เลือก ที่จะต้องไปอยู่กับใคร ที่ไหนสักแห่ง ที่มันน่ากลัวมาก กับเลือก ที่จะทำให้ทุกอย่างจบลง ด้วยการๆ" "กระโดดลงไปข้างล่าง" "ค่ะ แต่ดิฉันไม่ได้อยากโดดลงไปเองนะคะ คุณหมอ คุณเภรีเป็นคนทำให้ชั้นขึ้นไปอยู่บนนั้น" หมอยิ้ม "คุณเภรี นี่ ใครครับ" "คุณเภรี เป็นเลขาของคุณอัคคี เขาปลอมตัวเป็นนางพยาบาล" "อ๋อ คุณเภรีนี่เอง คุณเภรีนี่ปลอมตัวเก่งนะครับ" หมอเอาใจสุดๆ นิลพัตรามองไป ที่ปลายเตียง มะแตนายยืนอยู่ในชุดนางพยาบาลเช่นเคย นิลพัตราชี้ให้ทุกคนดูเภรี แต่หมอเห็นเป็นพยาบาลคนหนึ่งเลยเอ่อออไปกับเธอ นิลพัตราเริ่มดิ้นอีก "ทุกคน ระวังนะคะ เขาอาจจะมีอาวุธก็ได้ เขาไม่ใช่คนธรรมดาค่ะ เขาอาจเป็นอันตรายกับใครๆ ได้นะคะ ระวังค่ะ อย่าเข้าไปใกล้" ทุกคนสบตา ให้สัญญาณกัน หมอค่อยๆ เข้ามาหานิลพัตราเนียนๆ "ครับ พวกเราจะระวัง" มะแตนายยิ้ม เข้ามาจับปลายเท้านิลพัตรา เธอร้องกรี๊ด "คุณเภรีๆ ฉันกลัวๆ แล้ว อย่าๆ" หมอช่วยไล่ แล้วบอกว่าเภรีไปแล้ว นิลพัตรายังยืนยันว่าเภรียังอยู่ หมอฉีดยาให้ และบอกให้เธอนอนพัก พอตื่นขึ้นทุกอย่างจะดีขึ้น มะแตนายในชุดโบราณ ยืนมองนิลพัตราหลับอย่างผิดหวัง อัคคีช่วยนิลพัตราให้พ้นความผิดด้วยการทำให้ภาพในคลิปวีดีโอกลายเป็นหญิงแก่ ซึ่งไม่มีใครรู้จัก ซ้ำยังทำให้หลักฐานในที่เกิดเหตุเปลี่ยนไป สร้างความแปลกใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมาก ส่วนนภศูลขอบคุณอัคคีที่ช่วยลูกสาวเขาไว้ อัคคีอ้างว่าเขาแค่เล่นกลนิดๆ หน่อย เทิดณรงค์เห็นว่าเรื่องราววุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้น สาเหตุมาจากสร้อยตรีพักตราสูร เขาและพรานแก้วคิดจะนำกลับไปยังเมืองอโฆราลัย "แต่คุณเทิดอย่าลืมว่า ถ้าเคยมีอาณาจักรอโฆราลัยเมื่อประมาณ5พันปีก่อนจริง สภาพภูมิศาสตร์โลกตอนนั้นกับตอนนี้ มันน่าจะเป็นคนละเรื่อง" "ถูก แม้แต่แม่น้ำเจ้าพระยา หรือแม่น้ำนครชัยศรี เพียงเวลาไม่ถึงร้อยปี ยังเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม แม้แต่ฝั่งทะเล ยังเปลี่ยนไปมากมายในไม่กี่ร้อยปีด้วยซ้ำ พรานแก้วคงเคยได้ยิน เรื่องที่กรุงเทพฯ เคยเป็นใต้ทะเล" "เอาเป็นว่า ที่ที่คุณเทิดเจอสร้อย มันอยู่ปลายน้ำลงไปมาก ส่วนที่ผมพบศิลา มันน่าจะอยู่ต้นน้ำมากกว่า แล้วก็น่าจะใกล้ไอ้เมืองอโฆราลัยเนี่ยมากกว่าด้วย" "ผมเดาว่ามันต้องอยู่สูงขึ้นไปจากประเทศไทย แต่ผมว่าไม่ใช่แถบลาว แต่อาจสูงเข้าไปในพม่า หรือผ่าเข้าไปถึงยูนาน สิบสองปันนาเลยก็ได้ อย่าลืม ว่าเมื่อห้าพันปีก่อน ไม่ว่า พม่า ไทย ลาวก็ยังไม่มีตัวตนกันเลยด้วยซ้ำ" "แต่รัศมีที่เราต้องค้นหา บางทีมันอาจจะกว้างไกลเป็นร้อยตารางกิโลเมตรก็ได้นะครับ" เทิดณรงค์ถึงกับอึ้งไป ก่อนที่ลุกนั่ง แววตาของนักสู้กลับคืนมาอีกครั้ง "คนที่เสี่ยงที่สุดคือคนที่ไม่ยอมเสี่ยงอะไรเลย ถ้ามันจะทำให้พัตรหาย ผมพร้อมที่จะเสี่ยงทุกอย่าง" เทิดณรงค์พูดอย่างมุ่งมั่น พรานแก้วลุกขึ้นมานั่งบ้าง พยักหน้าเอาไงเอากัน เทิดณรงค์ชวรพรานแก้วขับรถมุ่งหน้าไปจ.กาญจนบุรี โดยไม่เห็นว่ากาฬจักรนั่นตามด้วยเพราะศิลาและสร้อยอยู่กับทั้งคู่ เขาหวังจะนำมันกลับไปยังอโฆราลัย ทั้งสองพากันไปชวนสาเข้าป่าดำด้วยกัน สาตัวคนเดียว เมื่อนายชวนก็รับปาก ทางด้านอัคคีก็รับรู้ได้กาฬจักรสามารถนำสร้อยตรีพักตราสูรมาจากเทิดณรงค์ได้แล้ว ทำให้เขาโกรธมากที่กาฬจักรกำลังจะนำตรีพักตราสูรคืนสู่อโฆราลัย มะแตนายได้ยินอึ้งหน้าถอดสี "ถ้าอย่างนั้น พระวรกายของพระองค์จักดับสลาย พระองค์" "กว่าข้าจะได้คืนชีพมาในภพภูมินี้ช่างยาวนานนับอนันตกาล ข้าจะไม่ยอมกลับไปสู่ความมืดมิดอีกต่อไป ทาสของข้า เจ้าจงไปขัดขวางมัน" "แต่ พลังข้ามิอาจต้านทานกาฬจักรได้" "จงทำทุกวิธี ข้าจะต้องพานางไปสู่อโฆราลัยก่อนมัน" มะแตนายอึ้งน้ำตาคลอ "ชีวิตของพระองค์กำลังจะดับสลาย ปล่อยนางไปก่อนเถิดเพคะ ไปกับข้า หากพระองค์กับข้าร่วมมือกัน อีกทั้งพลังตรีพักตราสูรหนุนช่วย เราจักทำลายกาฬจักรได้แน่นอน" "หากข้าไปโดยปราศจากนาง มันจะมีประโยชน์อันใดเล่า จงทำตามบัญชาข้าด้วยชีวิตของเจ้า" มะแตนายทรุดเข่าลงน้ำตาไหลพราก ลมพัดผ่านร่างมะแตนายไป นางเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าอัคคีหายไปจากตรงนั้นแล้ว มะแตนายน้ำตาอาบหน้า "ทรงเสี่ยงกับการดับสลาย เพื่อนางได้ ข้าก็ยอมเสี่ยงเพื่อพระองค์ได้เหมือนกัน!!" อัคคีลักพาตัวนิลพัตราออกจากโรงพยาบาล ทำให้เหล่าบุรุษพยาบาลและรปภ.ที่ช่วยกันขัดขวาง แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของอัคคีได้ ทำให้รปภ. สองนายเสียชีวิต อัคคีพานิลพัตรามาส่งให้นภศูล และปั้นเรื่องโกหกว่านิลพัตราโดนเทิดณรงค์กับพรานแก้วทำของใส่นิลพัตรา ต้องพาไปรักษาที่อโฆราลัย นภศูลกับกระแตหลงเชื่อ ยศวดีไปเที่ยวที่ผับ และระบายเรื่องนิลพัตราให้เพื่อนฟัง ชีวินที่เผอิญมาเที่ยวเหมือนกันได้ยินเข้าพอดี จึงสั่งให้เจ้ยโทรตามพรานดำให้มาพบเขาด่วน มะแตนายล่วงรู้ด้วยพลังจิตว่ากาฬจักรจะนำสร้อยคืนสู่อโฆราลัย เธอจึงรีบมาขัดขวางไว้ กาฬจักรยิ้มออกมา "โอ้ แม่นางดอกบัวทอง" มะแตนายชี้หน้า "เจ้า เจ้าทรราชย์อโฆราลัย" "ทรราชย์รึ หึ ภูเตศวรต่างหากที่ทรราชย์ ข้าจะไม่ยอมให้ความวิบัตินั้นกลับคืนสู่พิภพนี้เป็นอันขาด" "หยุดล่วงเกินองค์ราชันย์! ไม่อย่างนั้นข้าจะตัดลิ้นเจ้า" "หึ เจ้ากับพระองค์ช่างเหมือนกันเสียกระไร รักโดยปราศจากปัญญาจนทำให้ดวงตาของเจ้าต้องมืดบอด" "ไยจะเป็นเยี่ยงเจ้า ฆ่าได้แม้นางที่รัก และสหายร่วมตาย" "สหายร่วมตาย ภูเตศวรเห็นข้าเป็นสหายร่วมตายด้วยหรือ แล้วพระองค์เห็นเจ้าเป็นอะไร ข้าทาสร่วมตายที่สนิทเสน่หาหรือไร" กาฬจักรหัวเราะเยาะ "หยุดปาก !! มอบตรีพักตราสูรมา!" "ข้ารอเวลานี้มาแสนนาน เวลาที่จะได้เห็นร่างของภูเตศวรต้องดับสลายไปชั่วกาล แล้วใยข้าต้องให้เจ้า นังทาส!" มะแตนายร้องออกมาอย่างโกรธจัดก่อนจะพุ่งเข้าหากาฬจักรทันที ทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง แล้วในที่สุดกาฬจักรก็จับมะแตนายขังไว้ในกระจก "ปล่อย ปล่อยข้า" "ข้าตั้งใจจะปล่อยเจ้าให้เป็นอิสระจากความชั่วช้าอยู่แล้ว" กาฬจักรฟาดดาบลงไปที่กระจก เพล้ง! เสียงกรีดร้องของมะแตนายดังโหยหวน ถุงผ้าตรีพักตราสูรตกลงกับพื้น กาฬจักรก้มลงเก็บขึ้นมาเหน็บไว้ที่เอวดั่งเดิม ก่อนจะเห็นกาฬจักรเดินผ่านเศษกระจกที่แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเกลื่อนบริเวณ ที่เศษกระจกชิ้นนึงมีเพียงส่วนที่เป็นเพียงตาข้างเดียวของมะแตนาย ใบหน้าของมะแตนายกำลังได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส "พระองค์ช่วยข้าด้วย" เทิดณรงค์กับพรานแก้วช่วยกันตามหาสร้อย แต่ก็ไม่พบ ทั้งสองจึงตัดสินใจกลับมาตั้งหลักที่บ้าน ทำให้เจอจุฑาที่มาด่อมๆ มองๆ อยู่เพราะอยากปรับความเข้าใจกับเพื่อน เทิดณรงค์พอเจอหน้าก็เก๊กจนพรานแก้วเตือนว่า "นี่คุณสองคนจะคืนดีกันก็รีบๆดีเถอะครับ ไม่ต้องลีลากันมากมายหรอก สามัคคีคือพลัง เราถอยไปไม่ได้อีกแล้วนะคุณ กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน" "จุฑา ฉันขอโทษที่เข้าใจว่าแกเป็นคนเอาสร้อยไป ฉันรู้แล้ว ว่า เรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไง" "ไม่เป็นไร ไอ้เทิด เพื่อน กูรักมึงหวะ" สองคนจับมือ ดีกัน พรานแก้วผลักให้กอดกัน และร่วมกอดด้วย เทิดณรงค์เล่าทุกอย่างให้จุฑาฟัง ทำให้จุฑาเอะใจขึ้นมาว่า "แต่เอ แต่ฉันอยากรู้ว่ะถ้าสร้อยหน้ายักษ์มันอันตรธานหายไป แล้วตอนนี้หมอพัตรเขาจะเป็นยังไงวะ" เทิดณรงค์ถึงชะงักฉุกคิดขึ้นมาทันที ทั้งสามรีบตรงไปที่โรงพยาบาล ถึงรู้ว่านิลพัตราถูกลักพาตัวออกจากโรงพยาบาลไป ก็ตรงไปที่บ้านนภศูล ทำให้รู้จากยศวดีว่าพวกนภศูล กระแตพานิลพัตราไปเมืองอโฆราลัย จบตอน11
สุสานภูเตศวร 12 เช้าวันต่อมาพวกนภศูลก็เดินทางมาถึงป่า โดยมีชีวิน เจ้ยและพรานดำตามมาด้วย จากนั้นไม่นานนิลพัตราก็ตื่นขึ้นมา และก็พบว่าตัวเธออยู่ท่ามกลางป่าเขาก็ตกใจมาก "นี่ นี่ พัตรไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลเหรอ" "พัตร ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วนะลูกนะ เรากำลังจะพาลูกไปรักษาให้หายนะลูก" "รักษา รักษาอะไร แล้วที่นี่มันที่ไหน" "เราอยู่ในป่าจ้ะ พัตร ป่าแถวๆ ชายแดน" "ในป่า ไม่เอานะ ไม่ เราต้องรีบกลับไป พ่อคะ กระแต ไปกันเถอะ" นิลพัตรารีบลากทั้งสองออกไปจากเต๊นท์อย่างสุดกำลัง นภศูลพยายามอธิบายให้ลูกสาวฟัง นิลพัตราก็อ่อนลงและถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าตอนเธอหลับไป ทำอะไรใครร้ายแรงมากใช่ไหม กระแตรีบบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน "เข้าใจผิดว่าไงล่ะ" "ไม่มีอะไรจริงๆ แต่เป็นเพราะพัตรจำอะไรไม่ได้นี่ไง เขาถึงเอาเข้าไปไว้ในโรงพยาบาล ทีนี้ พอคุณอากับคุณอัคคีตัดสินใจจะเดินทางไปค้นหาเมืองอโฆราลัยกัน ก็เลย ตัดสินใจพาพัตรมาด้วย" "อโฆราลัย" นิลพัตราชะงักงงสุดๆ "เรา จะไปอโฆราลัยกับคุณอัคคี" "ใช่ ทำไม มีอะไรเหรอ" "แล้วเทิดล่ะ" "คือ ฉันก็ไม่รู้รายละเอียดหรอกนะ แต่ประมาณว่า คุณพ่อเธอ กับเทิด แตกหักกันไปแล้ว เพราะ ขัดใจกันบางอย่างอ่ะนะ" "จริงเหรอ" นิลพัตรามองงงๆ "แต่เธอไม่ต้องไปถามอะไรคุณอานะ คุณอาคงไม่อยากพูดถึง แล้วแถวๆ นี้ ก็ไม่มีใครอยากได้ยินชื่อเทิดอีกแล้วด้วย เข้าใจไหม" กระแตกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง นิลพัตราอึ้ง อัคคีเห็นนิลพัตราปวดตรงหัวใจบ่อยๆ ก็แปลกใจ จึงถามว่าเธอเจ็บตรงไหน "อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ โรคเก่าน่ะค่ะ นั่งนานๆ แล้วเป็นต้องเจ็บ เป็นตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว นั่งอ่านหนังสือดึกๆ เวลาสอบแล้วต้องคอยเอาพวกยาคลายกล้ามเนื้อมานวดเรื่อย" อัคคีวางมือทาบลงมา "ตรงนี้เหรอครับ" นิลพัตราหันมายิ้ม "ใช่ค่ะ ด้านหลังของหัวใจพอดี" กระแตหัวเราะ "คุณอัคคีเคยได้ยินมั้ยคะ. เพลงแทงข้างหลัง ทะลุถึงหัวใจ แต่ของพัตร สงสัยจะโดนแทงตรงหัวใจ แล้วทะลุข้างหลัง เพราะกล้ามเนื้อเขาตรงนั้นมันเหมือนเป็นแผลข้างในเลยค่ะ มันเป็นพังผืด ยึด แล้วก็เจ็บอยู่เรื่อย" อัคคีตะลึง ผงะ นิลพัตรายิ้มๆ เขินๆ "เหมือนคนแก่เลยนะคะ ปวดหลัง ที่จริงมันหายไปนานแล้วนะคะ แต่นี่คงกลับมาเจ็บใหม่ เพราะนั่งรถทั้งวันน่ะค่ะ" อัคคีอึ้งๆ นึกถึงอดีต เขากำลังนอนทอดกาย มีนิลพัตรที่สวมสร้อยตรีพักตราสูรเด่น กำลังเล้าโลมอยู่ "กาฬจักรจะปลิดชีพตนเป็นราชพลีจริงๆ หรือ" ภูเตศวรพลิกตัวมาประคองร่างนิลพัตรให้นอนลงข้างๆ "โธ่ พระองค์ ตายด้วยน้ำมือตัวเอง ดีกว่าตายด้วยน้ำมือเพชฌฆาตนะเพคะ" "ข้าร่วมรบ ร่วมเป็นร่วมตายกับกาฬจักรมาหลายครั้ง มันไม่ใช่คนที่ยอมจำนนต่อผู้ใด" "ยกเว้นพระองค์ กับข้า" นิลพัตรลุกขึ้นมาด้วยสีหน้ามั่นใจ "บางที เราอาจควรรีบกลับคำตัดสิน" "พระองค์" "ส่งมันไป ประจำหัวเมืองไกล หรือให้ไปเสาะหาแผ่นดินใหม่ แถบริมมหาสมุทรไกลโพ้น" "พระองค์คิดว่า เหตุใดกาฬจักรจึงสมควรตาย พระองค์คิดว่า เป็นเพราะความผิดที่รบพ่ายแพ้เช่นนั้นหรือเพคะ" "อ้าว ก็นั่นคือโทษที่มันได้กระทำลงไป" "เปล่าเลย ภูเตศวร กาฬจักร สมควรตาย เพราะข้าไม่อาจมองสบตามันได้อีก" "ว่ากระไรนะ" "นี่พระองค์ไม่เคยสังเกตเห็นเลยหรือเพคะ ทุกครั้ง ที่เข้าเฝ้า หรือทุกครั้ง ที่ต้องเผชิญหน้ากัน กาฬจักรจะมองข้า ด้วยสายตารักและหลงใหลไม่เสื่อมคลาย" ภูเตศวรอึ้ง "บังอาจ" "นั่นสิเพคะ บังอาจมาก มันมองข้าราวกับว่า อยากจะทบทวนความหลังทั้งหมดกับข้า หามีความยำเกรงพระองค์ไม่ สิ่งนี้ต่างหาก ที่ทำให้ข้าต้องการกำจัดกาฬจักรไป บางที มันอาจจะหาทาง ทำบางสิ่ง ที่อาจเป็นภัยต่อพระองค์ได้ อย่าลืมสิเพคะ ว่ามันคือผู้นำทัพของอโฆราลัย ทหารใหญ่น้อยทุกหมู่เหล่า ล้วนอยู่ใต้บัญชาแห่งกาฬจักรทั้งสิ้น" ภูเตศวรดึงร่างนิลพัตรมากอด "โอ้ ยอดดวงใจของข้า ข้าเข้าใจกระจ่างแล้ว" "หม่อมฉันจะไม่ยอมให้อะไรมาระคายพระบาทของพระองค์ได้แม้แต่น้อยเพคะ" มีเสียงประตูเปิด ภูเตศวรลุกไปคว้ามีด เตรียมพร้อม มะแตนายเข้ามาคุกเข่า "นางดอกบัวทอง มีสิ่งใดรีบบอกมา" "กาฬจักร ขอเข้าเฝ้า เพื่อกราบบังคมทูลลา เป็นครั้งสุดท้ายเพคะ" ภูเตศวรออกไปพบกาฬจักร พร้อมสั่งให้ทหารถอยออกไป รวมทั้งมะแตนาย แต่นางไม่ยอมไป ภูเตศวรต้องไล่นางไป "เพื่อนรักของข้า" กาฬจักรยิ้มขมขื่น "มิบังอาจ" "หรือเจ้าลืมเลือนไปแล้ว ว่าเราเคยเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเยี่ยงไร" "หากจะมีผู้ใดลืมเลือนเรื่องนั้น คงจะมิใช่ข้าพระองค์เป็นแน่" "กาฬจักร ข้าไม่เคยคิดเลย ว่าเราสองคน จักต้องมีวันนี้" กาฬจักรมองหน้าเต็มตา "ข้าก็เป็นเช่นกัน" "เพราะผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นหรือ ที่ทำให้เจ้าไม่ยอมเป็นเพื่อนข้าอีก" "เพราะผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นหรือ" กาฬจักรหัวเราะออกมา "อา ใช่สิ องค์ภูเตศวรแห่งข้า ไม่น่าเลย ผู้หญิงคนเดียวเท่านั้น ก็อาจทำให้มหาอาณาจักรล่มสลายได้ ข้าเคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มามากมาย แต่ไม่นึก ว่าจะได้มาเห็นด้วยตาตน" "ผู้หญิง ก็เป็นประดุจทรัพย์ เมื่อทรัพย์นั้นควรคู่กับผู้ใด ก็ย่อมต้องตกเป็นสมบัติของผู้นั้น นี่มิใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรเลย สำหรับเพื่อนตายที่รักกันยิ่งนัก สำหรับเจ้า บ้านเรือน ที่ดิน ข้าทาสมากมาย ข้าย่อมยกให้เจ้าได้เสมอ โดยไม่เคยเสียดายสักครั้ง" "ข้าเอง แม้แต่ชีวิต ก็ยกให้พระองค์ได้เสมอ" "โอ้ กาฬจักร แต่บัดนี้ ข้ามองเห็น ว่าเจ้ากำลังต้องการชีวิตข้า" "ราชันย์แห่งราชา พระองค์ช่างเต็มไปด้วยภาพมายา หรือไปฟังวาจายุยงของผู้ใดมา ข้ามาบังคมลาท่าน ด้วยสองมือเปล่าแท้ๆ ท่านยังกล่าวหา ว่าข้าต้องการชีวิตท่าน" "ข้ามองเห็นด้วยตาข้า เนื่องเพราะข้าเคยเห็นเจ้าสังหารศัตรูมามากมาย ทำไมข้าจะมองไม่ออก ว่ายามเจ้ากำลังจะลงมือฆ่า เจ้ามีอาการเยี่ยงไร" "มีคำกล่าวของชาวบ้าน ว่านั่งพูด หรือจะสู้นอนพูด ยามนี้ ข้ายืนพูด คงมิสู้นาง ยามที่เป่าหูพระองค์" ภูเตศวรโกรธ "กาฬจักร" "ทุกสิ่งที่พระองค์กำลังประสบอยู่ณ.ยามนี้ ข้าล้วนเคยผ่านมาก่อนทั้งสิ้น ไหนเลย ข้าจะไม่เข้าใจ" "เป็นความจริงดังที่นางกล่าว เจ้ามันชั่วช้า" ภูเตศวรโยนมีดทิ้งไปไกล แล้วโดดเข้าหากาฬจักรด้วยมือเปล่าเช่นกัน ทั้งสองสู้กัน ฝีมือเท่าเทียม ผลัดกันรุกรับ ผลัดกันเจ็บ จังหวะที่ภูเตศวรเพลี่ยงพล้ำ กาฬจักรได้ขึ้นข้างบน และกำลังบีบคอภูเตศวรอยู่ ขณะนั้นเองนิลพัตรเก็บมีดขึ้นมา และคิดจะแทงกาฬจักร แต่กลับถูกกาฬจักรแย่งมีดไปได้ ภูเตศวรรีบเข้าแทรกกลาง ผลักนิลพัตรออกไป "นิลพัตร เจ้าหนีไป" กาฬจักรหันมา รังสีแห่งการฆ่าฟันแผดกล้า แววตาเหี้ยม "ภูเตศวร ข้ามิได้คิดฆ่าเจ้าเพื่อตัวเอง แต่ท่านกับนาง กระทำต่อแผ่นดินนี้และราษฎรมามากเกินไปแล้ว หากข้ายอมตายอีกคน อโฆราลัยจะเป็นเช่นไร" นิลพัตรถอยๆๆ หันไปตะโกน "ช่วยด้วยๆๆ กาฬจักรเป็นกบฏ จะสังหารพระราชา ช่วยด้วยๆๆ" กาฬจักรมองไป กลัวว่าจะมีคนมาช่วยแล้วจะยิ่งลำบาก "ข้าจำเป็นต้องจบเรื่องราวยุ่งยากทั้งหมดณ.บัดนี้" กาฬจักรโดดเข้าสู้ภูเตศวรแบบแลกชีวิตแล้ว กระชากเสาโคมไต้ในมือภูเตศวรจนหลุดโยนไป ภูเตศวรถูกแรงเหวี่ยงกระเด็นไป หลังกระแทกผนัง กาฬจักรพุ่งตัวหมายแทงภูเตศวรให้เต็มมีด นิลพัตรร้องลั่น "อย่า" ก่อนที่มีดในมือกาฬจักรจะถึงอกภูเตศวร นิลพัตรโดดเข้ามาแทรกกลางเพื่อบังภูเตศวรไว้ มีดในมือกาฬจักร เสียบผ่านหัวใจนิลพัตร ผ่านร่างนิลพัตร ทะลุหลังไปแทงทะลุถึงอก ภูเตศวรที่แนบชิดหลังนิลพัตรอยู่ กาฬจักรตะลึง ภูเตศวรกอดร่างนางไว้ "นิลพัตร เจ้า" "ภูเตศวร พระองค์ ทรงปลอดภัยใช่ไหมเพคะ" นิลพัตรขาดใจตาย กาฬจักรปล่อยมีด ถอยออกมา มอง น้ำตาเต็มตา ภูเตศวรกอดนิลพัตรแน่น มองกาฬจักรแบบไม่เชื่อสายตา แล้วกอดนิลพัตร ค่อยๆ ทรุดล้มลงไปด้วยกัน อัคคีได้พบกับวิญญาณเร่ร่อนสองตน จึงพามาเป็นพวกด้วย หวังใช้เป็นเครื่องมือในการกำจัดพวกชีวิน เขาตั้งชื่อให้ว่าปองกับเกิด และพามาแนะนำกับทุกคนว่าเป็นคนของเขา มาช่วยคุ้มกัน ชีวินกับเจ้ยไม่ค่อยพอใจนัก จบตอน12
เครดิต : www.oknation.net/blog/lakorn
|
| |
|
| |
| ความคิดเห็น |
|
.: ต้องการแสดงความคิดเห็น
กรุณาบันทึกความคิดเห็นของคุณลงบนแบบฟอร์มข้างล่างนี้
ขอบคุณค่ะ :.
|
|
|
|
|
|